“ที่นี่เป็บ้านใหม่ของข้าหรือ ?” เด็กน้อยเงยหน้าถามชายหนุ่มอย่างตื่นเต้น
“ถูกต้องแล้ว”เซียวจิ่งหลงพยักหน้ารับพลางส่งยิ้มน้อย ๆ ให้กับคนตัวเล็ก
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอเดินดูรอบบ้านหน่อยนะ”
“ย่อมได้อยู่แล้ว…เพราะที่นี่คือบ้านของเ้า”
เมื่อคนตัวโตพยักหน้าอนุญาตเด็กน้อยก็วิ่งตื๋อออกไปทันที นางวิ่งเข้าวิ่งออกสำรวจดูทุกเรือนผ่านไปพักใหญ่จึงวิ่งกลับมาหาเซียวจิ่งหลงที่ห้องโถงด้วยสองแก้มแดงก่ำเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดซึมขึ้นเต็มดวงหน้างาม
“ต้าหลง ที่นี่ดีมากเลย มีลานฝึกยุทธ์สวนดอกไม้ บ่อปลา มีที่ดินว่างเปล่า หากข้าอยากปลูกผักทำได้หรือไม่ ?”เสียงเล็ก ๆ เริ่มจำนรรจาอย่างดีอกดีใจ
“ได้สิ!ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่า เ้าอยากทำสิ่งใด ข้าตามใจเ้าทุกอย่าง” เซียวจิ่งหลงคลี่ยิ้มน้อยๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลปลายนิ้วเรียวลูบไล้ไปตามกรอบหน้าอันงดงามเช็ดเหงื่อให้เด็กน้อยอย่างเบามือ
กิริยาท่าทางของชายหนุ่มทำให้องครักษ์ทั้งสามที่ยืนอยู่ต่างสบตามองกันอย่างตกตะลึงพวกเขาไม่เคยเห็นผู้เป็นายอ่อนโยนแบบนี้กับใครมาก่อน
“ขอบคุณนะ ต้าหลง” เด็กหญิงส่งยิ้มหวานจ๋อย
“มาทางนี้เถิด…ข้าจะแนะนำให้เ้ารู้จักกับบ่าวรับใช้คนสนิทของข้า นี่คือ ถงเหยาฟั่งเฉิน และเยี่ยนเป่า” ชายหนุ่มดึงมือเล็กผอมบางให้นั่งลงข้าง ๆก่อนแนะนำสามองครักษ์ให้เด็กน้อยได้รู้จัก
คนแรกเป็เด็กสาวผู้มีใบหน้าคมเข้ม รูปร่างสันทัดปราดเปรียวบุคลิกเยือกเย็นผิดกับอายุที่พึ่งถึงวัยปักปิ่นคนที่สองรูปร่างโปร่งงามอยู่ในวัยฉกรรจ์ ผิวพรรณสะอาดสะอ้านหล่อเหลาเคร่งขรึมราวกับบัณฑิตส่วนคนสุดท้ายอายุราวสิบเจ็ดสิบแปด สูงใหญ่กำยำ ผิวเข้มคล้ามแดดมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาท่าทางใจดี
“พี่ถงเหยา พี่ฟั่งเฉิน พี่เยี่ยนเป่านับแต่นี้พวกเราถือเป็ครอบครัวเดียวกันแล้วนะ” คำพูดจริงใจรอยยิ้มใสซื่อของเด็กน้อยทำให้คนทั้งสามรู้สึกประทับใจเป็อย่างมาก
“นับแต่นี้…พวกเขาจะคอยดูแลเ้า พาเ้าไปสำนักศึกษา สอนมารยาทความรู้ต่าง ๆ เ้าต้องเป็เด็กดีตั้งใจเรียนเข้าใจหรือไม่?”
“อื้ม” เด็กหญิงพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย
“ข้าจำเป็ต้องเดินทางไปค้าขายต่างเมือง นานๆ จึงกลับมาสักครา” เซียวจิ่งหลงตั้งใจบอกให้นางรู้เสียแต่เนิ่น ๆ เื่ที่ต้องเดินทางไกลแต่ไม่บอกความจริงว่าไปทำภารกิจลับ
“หากท่านไปนานช่วยเขียนจดหมายส่งกลับมาหาข้าบ้างได้หรือไม่?”เด็กหญิงเขย่าแขนมองชายหนุ่มอย่างออดอ้อน ลึก ๆแล้วเสี่ยวมาวยังคงกลัวการถูกทอดทิ้ง แต่ไม่กล้าบอกออกไปตามตรงหากมีจดหมายของพี่ชายบุญธรรมผู้นี้กลับมาบ้าง…นางคงรู้สึกอุ่นใจ
“ได้สิ…ระหว่างที่ข้าต้องไปค้าขายในแดนไกล เราจะเขียนจดหมายส่งหากันบ่อย ๆ ดีหรือไม่ ?หากเ้า้าสิ่งใดให้บอกเหยาเอ๋อร์หรืออาเป่าพวกเขาจะคอยดูแลจัดการให้เ้า”เซียวจิ่งหลงตอบรับอย่างเต็มใจเพราะเขาเองก็อดเป็ห่วงนางไม่ได้ พอรู้ว่าจำเป็ต้องห่างกันลึกๆ พลันรู้สึกใจหาย
“ข้าเข้าใจแล้วต้าหลง” น้ำเสียงเล็ก ๆรับคำอย่างเศร้าใจ
สำนักศึกษาช่านซู
ซังเย่าจือพาเสี่ยวมาวในคราบเด็กชายเข้าไปแนะนำตัวกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนในฐานะที่เขาเป็อาจารย์ดูแลเด็กๆ ในห้องนี้
“เอ้า!พวกเ้าเงียบ ๆ กันหน่อย วันนี้มีเพื่อนใหม่จะมาเรียนหนังสือกับพวกเ้าเป็วันแรกแนะนำตัวสิ!”
“สวัสดีทุกคน ข้าชื่อเสี่ยวมาว”เด็กน้อยโปรยยิ้มให้เพื่อนร่วมชั้นทุกคนด้วยทีท่าขวยเขิน
เด็กทั้งห้องพากันเงียบกริบทุกคนต่างจ้องมองเพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ที่มีใบหน้างดงามโดดเด่นอย่างสนใจเมื่อท่านอาจารย์บอกให้เข้าไปนั่งที่ เสี่ยวมาวจึงเดินไปนั่งโต๊ะตัวที่ยังว่างอยู่คนที่นั่งคู่กันเป็เด็กผู้ชายตัวผอมสูงผิวพรรณขาวซีดสวมชุดเก่าคร่ำคร่ามีร่องรอยปะชุนอยู่เต็มไปหมด
“สวัสดี ข้าชื่อเสี่ยวมาว เ้าชื่ออะไรหรือ ?”เด็กหญิงหันไปส่งยิ้มให้เพื่อนใหม่ที่นั่งคู่กันอย่างเป็มิตร
“ถะ…ถามข้าเหรอ ?” เด็กชายชี้นิ้วที่ตนเองแล้วถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบาอย่างแทบไม่เชื่อหู เพราะเพื่อน ๆในห้องส่วนใหญ่ต่างพากันรังเกียจที่เขามีฐานะยากจนจึงไม่มีใครอยากคบหาสมาคมกับคนต่ำต้อยเช่นเขา
“ไม่ใช่เ้าแล้วจะเป็ใครกันเล่า ?”เสี่ยวมาวกลั้วหัวเราะ
“ข้าชื่อ หลี่ฉางโซ่ว”
“หลี่ฉางโซ่วเ้าคือเพื่อนคนแรกของข้าในสำนักศึกษาแห่งนี้”
รอยยิ้มของเสี่ยวมาวทำให้โลกของหลี่ฉางโซ่วพลันสว่างไสวหยุดหมุนไปชั่วขณะ