หวนคืน: ตำนานจักรพรรดิเซียนโอสถ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 57 ได้ลูกศิษย์มาไว้ในมือ

            บทที่57ได้ลูกศิษย์มาไว้ในมือ

            “ดีแล้ว นายน้อยลู่เป็นคนที่มีน้ำใจและคุณธรรมแม่นางชิงรั่วได้มาฝากตัวเป็นศิษย์ของเจ้าถือว่าสวรรค์ส่งมาให้เป็นคู่กัน!”

            ทันทีที่ลู่อวี่ได้ยินก็รู้เลยว่าเป็นเสียงของเจ้าอ้วนฟางหย่วน แต่บุรุษคนนี้ควรจะตั้งใจเรียนจริงๆสวรรค์ส่งมาให้เป็นคู่กัน เอามาใช้เช่นนี้ได้ด้วยหรือ?

            “เงื่อนไขของนายน้อยลู่ดีไม่น้อย อีกทั้งยังพิจารณาอย่างถี่ถ้วนมากแล้วไม่เลว ไม่เลว!”

            “นายน้อยลู่ เป็นคนปรุงโอสถขั้นห้าที่อายุน้อยที่สุดในเทียนตู ยังมีปรมาจารย์ลึกลับของเขาผู้นั้นที่คอยชี้แนะนำทางอยู่เบื้องหลัง หากจีชิงรั่ว ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของลู่อวี่ได้ ถือเป็นพรที่ได้รับมาหลายชั่วอายุคนหากแม่นางชิงรั่วเป็นลูกสาวของข้ามันจะดีเพียงใด!”

            เซินหยวนชิงจากเขาหนิงชุยเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆถึงกับเหงื่อซึมเปียกไปหมด พูดด้วยเสียงอันดังขึ้นมาในเวลานี้ “ถือสิทธิ์อะไร เงื่อนไขที่ลู่อวี่เสนอมา เขาหนิงชุยเฟิงของเราก็ให้ได้เช่นกันเรื่องนี้ต้องมีการแข่งขันที่ยุติธรรม!”

            ลู่อวี่หัวเราะเบาๆและหันกลับไปพูดว่า “พวกเจ้าก็ทำได้แต่ต้องให้แม่นางชิงรั่วเต็มใจไปด้วยถึงจะถูก!”

            แน่นอนเมื่อชิงรั่วได้ยินสิ่งที่ลู่อวี่พูดเมื่อครู่ แม้ว่าจะยังคงหวาดกลัวอยู่แต่ดวงตาก็เต็มไปด้วยความสุข หลังจากฟังคำพูดของลู่อวี่ตอนนี้แล้วก็พยักหน้าแล้วพูดเบาๆ ว่า “ข้าจะไปที่บ้านของพี่ลู่!”

            เพียงคำพูดเดียวก็ทำให้เซินหยวนชิงแทบจะกระอักเลือดออกมา

            ทันใดนั้นผู้เฒ่าใหญ่ของตระกูลหลินก็พูดขึ้นมาว่า “แม้ว่าเงื่อนไขของตระกูลลู่จะดีและชิงรั่วเองก็เต็มใจเช่นกัน แต่ความสูญเสียของตระกูลหลินตระกูลลู่จะชดเชยให้อย่างไร?แม้ว่ายาอายุวัฒนะขั้นห้ายี่สิบห้าเม็ดจะเป็นสิ่งล้ำค่า แต่ก็ไม่ได้รีบใช้ หากเป็นเช่นนี้ตระกูลหลินของเรานับว่ายังเสียเปรียบอยู่”

            ทุกคนที่มาดูพิธีฝากตัวเป็นศิษย์ในห้องโถงต่างแอบสบถด่ากันในใจ เช่นนี้มันราคาสูงลิบลิ่วแล้วยาอายุวัฒนะขั้นห้าจำนวนยี่สิบห้าเม็ด แลกกับเด็กสาวอายุสิบสองปีที่ยังไม่ได้เริ่มฝึกฝนผู้หนึ่งจะว่าไปก็มีแต่ได้กับได้อยู่แล้ว ตระกูลหลินยังมีหน้ามาบอกว่าเสียเปรียบอยู่อีกหรือหากเป็นตัวข้า คงเอายาอายุวัฒนะมาไว้ในมือแล้ว ทุกสิ่งล้วนไม่ใช่ความจริง ขอเพียงมียาอายุวัฒนะเหล่านี้มาช่วยให้บรรลุขั้นพลังยุทธ์สูงขึ้นในภายภาคหน้า หากต้องการสิ่งใด ย่อมได้มาครอบครองทั้งหมด?

            แม้แต่ในหมู่ลูกหลานของตระกูลหลินคนที่มีจิตใจดีก็ยังหน้าดำหน้าแดง ยาอายุวัฒนะขั้นห้ายี่สิบห้าเม็ดหากให้ไปรวบรวมเอง แม้ว่าคนคนหนึ่งที่ไม่ได้ทำเรื่องสำคัญใดมายี่สิบปีก็อย่าแม้แต่จะคิด นี่ยังต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ให้อีกด้วยตอนนี้มีโอกาสที่จะได้มาเปล่าๆ แล้ว ยังมีหน้ามาขอเพิ่มอีกหากเกิดทำให้ตระกูลลู่โกรธขึ้นมา สุดท้ายแล้วจะไม่ได้อะไรสักอย่าง?

            หลินฉงซิ่นคิดไม่ถึงว่าผู้เฒ่าใหญ่จะเสนอเงื่อนไขมากกว่าที่เขาจะร้องขอแม้ว่านี่จะเป็นสิ่งที่เขาต้องการเสนอ แต่ดูเหมือนว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะทางเขาหนิงชุยเฟิงก็สามารถจ่ายให้ได้ในราคามหาศาล เพื่อแลกเปลี่ยนกับจีชิงรั่ว หากตัวเขาคัดค้าน คิดว่าบรรดาผู้เฒ่าที่บังคับใช้กฎหมายตระกูลหลินจะรับไม่ได้เพราะอย่างไรเสีย ยาอายุวัฒนะที่ลู่อวี่เสนอมาให้ มันคือสิ่งที่คนเหล่านี้ต้องการอย่างเร่งด่วนและเขาก็ไม่สามารถเอ่ยปากห้ามได้ ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม

            “อ้อ? เช่นนี้นี่เอง หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะไม่ให้ยาอายุวัฒนะแก่ตระกูลหลินแล้ว!”ลู่อวี่พูดช้าๆ ทำให้ทุกคนในห้องโถงตึงเครียดกันขึ้นมาทันที แต่ใบหน้าของเซินหยวนชิงกลับเต็มไปด้วยความแปลกใจระคนดีใจหรือว่าลู่อวี่ไม่มียาอายุวัฒนะมากไปกว่านี้แล้ว?

            นายน้อยรองของตระกูลเจียงเจียงหยวนจวิ้น หัวเราะเสียงดังและพูดว่า “คิดว่าตระกูลลู่ของเจ้าจะมีอะไรดีเสียอีก คิดว่ายาอายุวัฒนะยี่สิบเม็ดของเจ้า จะสามารถใช้แลกกับอัจฉริยะเช่นแม่นางชิงรั่วได้อย่างนั้นหรือเพ้อฝันเสียจริงๆ แม้แต่ตระกูลเจียงก็จ่ายราคานี้ไหว คิดไม่ถึงว่าจะกล้าพูดอย่างไร้ยางอายเช่นนี้อับอายขายหน้าจริงๆ!”

            เจียงหยวนจวิ้นรู้สึกว่าความโกรธเกลียดที่เขาได้รับเมื่อไม่กี่วันก่อน ถูกระบายออกไปในทันทีและรู้สึกมีความสุขอย่างมาก ในขณะที่อยากเห็นใบหน้าหดหู่และรู้สึกแย่ของลู่อวี่ และยิ่งอยากจะเยาะเย้ยมากไปกว่านี้อยู่นั้นกลับเห็นใบหน้า และสายตาดูแคลนว่าโง่เขลาของลู่อวี่ ที่กำลังมองมาทางเขาแล้วพูดขึ้นว่า “ไม่รู้ว่านายน้อยรองตระกูลเจียง ได้รับการกระทบกระเทือนอะไรเมื่อครั้งวัยเยาว์จึงมักจะพูดจาไร้สาระ สถานที่สำคัญเช่นพิธีฝากตัวเป็นศิษย์เช่นนี้ เหตุใดถึงได้ปล่อยคนวิกลจริตเช่นนี้เข้ามาได้?”

            พูดจบก็เพิกเฉยต่อเจียงหยวนจวิ้นที่หน้าดำเคร่งเครียดด้วยความโกรธแค้น หันไปพูดกับประมุขตระกูลหลิน และผู้เฒ่าหลายคนอีกฝั่งว่า“แม้ว่าข้าจะไม่เอายาอายุวัฒนะมาแลก แต่ข้าขอสัญญากับตระกูลหลินว่าเมื่อใดที่ตระกูลหลินต้องการ ลู่อวี่สามารถปรุงยาอายุวัฒนะให้กับตระกูลหลินได้สามเตา เป็นยาอายุวัฒนะไม่เกินขั้นห้า เงื่อนไขนี้ตระกูลหลินคิดเห็นประการใด?”

            อา--

            ปรุงยาอายุวัฒนะขั้นห้าอะไรก็ได้สามเตาให้ตระกูลหลินมันเกินไปแล้ว นี่ลู่อวี่ผู้นี้บ้าไปแล้วหรือ หรือเป็นตระกูลลู่ที่บ้าไปแล้วกันแน่? เมื่อสักครู่นี้ที่ใช้ยาอายุวัฒนะมาแลกตัวคน มันก็ดูสมเหตุสมผลแล้วสำหรับคนส่วนใหญ่ตอนนั้นเงื่อนไขที่ลู่อวี่เสนอให้มันก็มากเกินพอแล้ว นี่เทียบกับว่าตระกูลหลินต้องการยาอายุวัฒนะอะไรตระกูลลู่ก็จะปรุงยาออกมาให้ตามต้องการ ขอเพียงไม่เกินยาอายุวัฒนะขั้นห้า มีโอกาสถึงสามครั้งไม่น้อยแล้ว

            นี่เป็นเงื่อนไขที่สามารถเปลี่ยนชะตากรรมของตระกูลได้แล้วและไม่มีใครเชื่อว่าตระกูลหลินจะมีความกล้าที่จะปฏิเสธ

            ผู้เฒ่าใหญ่ของตระกูลหลินเองก็คิดไม่ถึงว่าลู่อวี่จะเสนอเงื่อนไขเช่นนี้ออกมา แต่ก็รู้สึกยินดีไม่น้อย มียาอายุวัฒนะยี่สิบห้าเม็ดก่อนหน้านี้บวกกับโอกาสสามครั้งในการปรุงยาให้ มันเทียบได้กับเด็กผู้หญิงอัจฉริยะที่ไร้ประโยชน์ผู้หนึ่งอย่างแน่นอนหากประมุขของตระกูลหลินยังลังเลอยู่ ก็ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งแล้ว

            เมื่อหลินฉงซิ่นเห็นดวงตาที่เบิกบานของผู้เฒ่าและผู้บังคับใช้กฎหมายพวกนั้นก็รู้เลยว่า เรื่องนี้ไม่อาจขัดขวางได้อีกต่อไปแล้วเหตุผลที่เขาไม่ยอมให้ ไม่ใช่เพราะเด็กคนนี้มีพรสวรรค์ไฟแท้จื่อจี๋แต่เพราะบุตรชายคนโตของเขา ซึ่งเป็นว่าที่ประมุขรุ่นต่อไปของตระกูลหลิน หลินเยวี่ยชื่นชอบสตรีผู้นี้มาก

            มันไม่ใช่ว่ามีอะไรพิเศษมากนักแต่เพราะเด็กคนนี้มีไฟวิเศษมาโดยกำเนิด หากฝึกฝนคัมภีร์ไฟสวรรค์จื่อหยางของตระกูลหลินก็ถือว่าได้ลงแรงเพียงเล็กน้อย แต่ผลตอบแทนที่ได้มา มันจะมากเป็นเท่าทวีคูณอย่างแน่นอนความรวดเร็วในการฝึกฝนก็จะเร็วกว่าอัจฉริยะพวกนั้นมาก และตระกูลหลินยังมีเคล็ดวิชาลับหนึ่งอยู่คือผู้ฝึกฝน ทั้งสองฝ่ายสามารถถ่ายทอดพลังให้กันได้ หากจีชิงรั่วฝึกฝนมาจนถึงระดับขั้นหนึ่งแล้วก็จะสามารถถ่ายทอดทักษะให้กับบุตรชายของเขาได้ ขั้นพลังยุทธ์ของหลินเยวี่ย ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาอันสั้น

            ข้อเสียประการเดียวของเคล็ดวิชาลับนี้คือสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว และหลังจากที่จีชิงรั่วถ่ายทอดทักษะแล้ว ก็จะไม่สามารถฝึกฝนได้อีกต่อไปซึ่งเทียบเท่ากับการกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ แต่เรื่องนี้มีเพียงเขาและบุตรชายเท่านั้นที่รู้ดังนั้นจึงไม่เป็นกังวลว่ามันจะถูกเปิดเผย แต่ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว เรื่องนี้คงทำได้เพียงเลื่อนเวลาออกไปอย่างไม่มีกำหนด

            หลินฉงซิ่นพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองอย่างเต็มที่ฝืนยิ้มแล้วพูดว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ หากข้าไม่เห็นด้วย ก็จะกลายเป็นเป้าให้ทุกคนโจมตีเอาได้!เอาละ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จีชิงรั่วจะเป็นคนตระกูลลู่ของพวกเจ้าตระกูลหลินจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวอีก”

            “ท่านพ่อ!” หลินเยวี่ยตะโกนด้วยความลนลานอยู่ด้านล่างเสียงที่ไม่ใคร่เต็มใจนั้นใครๆ ก็ได้ยิน

            หลินฉงซิ่นสะบัดแขนเสื้อและจ้องมองไปทางหลินเยวี่ยด้วยความถมึงทึงและดุว่า“ฮึ่ม! เจ้าไม่มีสิทธิ์มาพูดอะไรที่นี่ ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าบรรดาลุงๆ ของเจ้าเห็นด้วยแล้ว?”

            บรรดาลุงๆในตระกูลหลินของหลินเยวี่ยนั้น ไม่เพียงแต่เห็นด้วย ยังไม่รอให้หลินฉงซิ่นเอ่ยปากตอบตกลงก็มีคนร่ายคาถาหยิบยาอายุวัฒนะขั้นห้าที่ลู่อวี่วางไว้ นำไปตรวจสอบทีละชิ้น ในที่สุดแต่ละคนก็ยิ้มกันหน้าบานผู้ใดจะมาสนใจหลินเยวี่ยว่าจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ

            สิ่งที่หลินฉงซิ่นและบุตรชายของเขาวางแผนการไว้สมาชิกในตระกูลหลินอาจจะคาดเดาไม่ถึง แต่ไม่ว่าอย่างไร มันก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาแต่หากยอมปล่อยจีชิงรั่วไปเช่นนี้ แล้วได้ยาอายุวัฒนะของจริงมา ยังดีกว่าหลินฉงซิ่นถูกตบหน้าอกขอพรอีกกี่เท่าก็ไม่รู้!

            แต่ไม่ว่าอย่างไรในพิธีฝากตัวเป็นศิษย์ที่สับสนวุ่นวายเช่นนี้ ตระกูลหลินและตระกูลลู่ต่างก็ได้รับในสิ่งที่ต้องการและดีอกดีใจกันทุกคน

            แม้ว่าหลายๆคนจะคิดว่าครั้งนี้ลู่อวี่จะใช้ยาอายุวัฒนะจำนวนมาก และให้โอกาสสามครั้งในการปรุงยาอายุวัฒนะมาแลกกับเด็กสาวที่มีพรสวรรค์ไฟแท้จื่อจี๋ผู้หนึ่งมันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย เพราะต่อให้ไฟแท้จื่อจี๋ที่นางถือครองจะแข็งแกร่งเพียงใดย่อมต้องให้นางฝึกฝนเสียก่อน แต่ฝึกฝนไปก็ใช้ไฟไม่ได้ ยังต้องเรียนรู้อีกหลายอย่างท้ายที่สุดแล้ว คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยห้าสิบปีกว่าจะฝึกฝนจีชิงรั่วได้อย่างสมบูรณ์ ในทางตรงกันข้ามยาอายุวัฒนะที่ลู่อวี่มอบให้เหล่านี้ มันเพียงพอที่จะปรับปรุงความแข็งแกร่งโดยรวมของตระกูลหลินให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้นในช่วงเวลาสั้นได้และความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นโดยรวมนี้ โดยเฉพาะหนึ่งในตระกูลเจ็ดตระกูลใหญ่อิทธิพลที่ได้รับ มันเทียบไม่ได้กับเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่มีพรสวรรค์โดยกำเนิดอย่างแน่นอน

            ลู่อวี่กลับไม่สนใจแม้แต่น้อย ในสายตาของผู้อื่น ยาอายุวัฒนะอาจมีค่าไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่าแต่ในสายตาของเขา มันก็แค่นั้น แต่ผู้ที่จะมาสืบทอดวิชาและความสามารถ ที่มีไฟแท้จื่อจี๋มาโดยกำเนิดผู้หนึ่งย่อมมีค่ามหาศาล

            มีหลายตำนานที่กล่าวต่อกันมาบุรุษผู้หนึ่งมีโอกาสได้พบกับปรมาจารย์ และได้ส่งต่อเคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์บางอย่างให้เขาซึ่งทำให้ผู้คนมากมายอิจฉาริษยา แต่คนเหล่านี้จะรู้ได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าปรมาจารย์เหล่านี้อยากทำเช่นนี้จริงๆ แล้วเคล็ดวิชายิ่งสูงก็ยิ่งมีข้อกำหนด สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรมากขึ้นเท่านั้น และด้วยนิสัยของปรมาจารย์แต่ละคนที่ต่างกันไม่เพียงแต่ดูคุณสมบัติเท่านั้น แต่ยังต้องการผู้ที่มีนิสัยตรงกับนิสัยของตนเองด้วยดังนั้น การหาลูกศิษย์ที่ถูกใจตนเองไปเสียทุกอย่างได้สักคน จึงขึ้นอยู่กับโชคล้วนๆหากโชคดี อาจเจอลูกศิษย์ที่พอใจทันทีที่ก้าวออกจากประตูบ้าน แต่หากโชคไม่ดี อยู่จนตายก็ไม่อาจพบลูกศิษย์ที่พอใจเลยก็เป็นได้

            เรื่องนี้ไม่ได้กล่าวเกินจริง!

            เหตุใดยอดฝีมือจำนวนนับไม่ถ้วนถึงคิดก่อตั้งสำนัก? ไม่เพียงแต่เพื่อแหล่งทรัพยากรเท่านั้น แต่เหตุผลหลักๆ คือเพื่อการสืบทอด หลังจากก่อตั้งสำนักแล้วแม้ว่าจะยังไม่สามารถหาลูกศิษย์ที่เหมาะสมได้ในทันที และแม้ชีวิตตัวเองจะดับสูญไปแต่ยังมีคนในสำนักช่วยตามหาให้ มิฉะนั้นหากตามหาเพียงลำพัง คงยากเกินกว่าจะหาลูกศิษย์ที่เหมาะสมท่ามกลางฝูงชนมหาศาล

            นี่คือสาเหตุที่ลู่อวี่ยืนกรานจะนำตัวจีชิงรั่วมาจากตระกูลหลินเพราะหาลูกศิษย์ดีๆ ได้ยากยิ่ง! โดยเฉพาะจีชิงรั่วที่ยังเป็นเด็ก ไร้เดียงสาใสซื่อ บริสุทธิ์ อีกทั้งยังมีพรสวรรค์ของไฟแท้จื่อจี๋ บุคลิกนิสัยอ่อนโยนและรักสงบสำหรับลู่อวี่แล้ว ไม่มีผู้ใดจะสามารถสืบทอดวิชาและความสามารถต่อจากเขาได้ดีไปกว่านี้แล้ว?

            แม้ว่าจะต้องจ่ายไปไม่น้อยก็ตามสำหรับเรื่องนี้อีกทั้งยังตกปากรับคำขอของตระกูลหลินว่า จะปรุงยาอายุวัฒนะให้กับพวกเขาสามเตาแต่ลู่อวี่ก็ไม่ขาดทุนเลยแม้แต่น้อย นอกจากต้องมอบยาอายุวัฒนะยี่สิบห้าเม็ดที่ถือว่าต้องควักกระเป๋าจ่ายแล้ว เรื่องปรุงยาอายุวัฒนะให้ตระกูลหลินนั้น พวกเขาจะต้องเป็นคนจัดหาวัตถุดิบยามาเองหากเทียบอัตราความสำเร็จของคนปรุงโอสถคนอื่นๆ ในเทียนตู ลู่อวี่สามารถแบ่งยาอย่างน้อยครึ่งหนึ่งที่ตระกูลหลินมอบให้มาเป็นของเขาเองได้โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้

            วัตถุดิบยาในการปรุงยาอายุวัฒนะขั้นห้ามีค่าเพียงใดดูได้จากผู้เฒ่าสูงสุดลู่ไท่ชังของตระกูลลู่ ที่ใช้เวลามากกว่าสิบปีบนภูเขาเพื่อตามหาสมุนไพรหลักเพียงตัวเดียวก็เข้าใจแล้วดังนั้นสำหรับลู่อวี่แล้ว การปรุงยาอายุวัฒนะให้ผู้อื่น นอกจากต้องใช้ความพยายามเพียงเล็กน้อยแล้วก็มีแต่ได้กับได้ ไม่ขาดทุน

            เมื่อออกจากตระกูลหลินมาลู่อวี่ก็ได้ส่งกระบี่ส่งสารไปถึงบิดาอย่างลู่เหว่ยจุน และเล่าเรื่องราวทางนี้ให้ฟังโดยเฉพาะเรื่องจัดการปัญหาในครอบครัว และชาวบ้านในหมู่บ้านของจีชิงรั่วอย่างไรก็ตาม เมื่อเขาตกปากรับคำเรื่องพวกนี้แล้ว ก็ต้องทำให้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนี่เป็นเครือญาติของลูกศิษย์เพียงคนเดียวของเขาจึงจะทำอย่างส่งๆ หรือขอไปทีไม่ได้

    คล้ายกับเรื่องหวนคืน: ตำนานจักรพรรดิเซียนโอสถ 【จบ】 ที่คุณอ่าน