หวงหนิวเขี่ยพื้น บอกว่ามันไม่อยากไปแล้วท่าทีดื้อดึงอย่างยิ่ง
วัวยักษ์สีดำอยากจะถีบมันสักเปรี้ยง เวลาอย่างนี้ยังมาโยกโย้มันนิ่งคิดเหล่มอง รู้สึกว่าหวงหนิวแปลกๆ ทำไมถึงไม่อยากจากไป?
“ฉู่เฟิงช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าต้องการทดแทนบุญคุณเขา ก่อนจากไปข้าคิดจะถ่ายทอดความสามารถทั้งหมดให้แก่เขา!”หวงหนิวตอแหลตาใส
มันคิดจะดึงเวลา หากไม่เห็นว่าเมล็ดพันธุ์แตกหน่องอกงามมันยากที่จะยินยอมพร้อมใจ!
“ไม่ต้อง นายไม่มีอะไรต้องสอนอีกแล้ว รีบไปเถอะ!”ฉู่เฟิงทะลุกลางปล้อง
หวงหนิวน้ำตานองหน้า ให้ตายก็ไม่ไป ท่าทางเจ็บปวดใจเสียเต็มประดา แต่จริงๆแล้วเพราะมันโมโหฉู่เฟิงต่างหาก!
ทว่าต่อหน้าวัวยักษ์สีดำ ก็ต้องฝืนเล่นละครตบตา ดึงฉู่เฟิงเข้ามา พลางปาดน้ำตาต้อยๆท่าทางตัดใจไม่ลง
“พิรี้พิไรอยู่นั่นแหละ เหลือจะรับจริงๆ!”วัวยักษ์สีดำหมุนตัวเดินจากไป
พอมันหายตัวไปปุ๊บ หวงหนิวก็พุ่งเข้าตะลุมบอนกับฉู่เฟิงปั๊บ“น้ำตาแห่งความอาลัยอาวรณ์” ยังไม่ทันจะแห้ง ก็ตบตีกันเสียแล้ว
ฉู่เฟิงเผ่นหนีทันควัน ชายชาติอาชาไนยเมื่อเสียเปรียบพึงหลีกเลี่ยงหวงหนิวที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งแข็งแกร่งร้ายกาจสุดประมาณจนเขาเองก็ไม่อาจเทียบได้
ที่จริงแล้ว หวงหนิวอยากจะหนีบเอาถังไม้ไปด้วยระหว่างทางจะได้เฝ้าดูว่ามันงอกหรือยัง แต่มันก็กลัวว่าถ้าวัวยักษ์สีดำมารู้เรื่องเข้าจะมาฉกของมันไปทีหลัง
แต่จะว่าไป มันก็ยังคงเชื่อถือฉู่เฟิงมากกว่าประเด็นก็คือฉู่เฟิงสู้มันไม่ได้
ส่วนการเดินทางไปเขาคุนหลุน ตอนนี้ฉู่เฟิงยังไม่คิดถึงเรื่องนั้นทางบิดามารดาของเขาร้อนใจอย่างยิ่ง วันๆ โทรหาเขาหลายครั้งหลายคราซักไซ้ว่าตอนนี้เขาเดินทางถึงไหนแล้ว
ก่อนนี้ เขาเคยบอกว่า ห่างจากเมืองซุ่นเทียนไม่มากเท่าไรหากตอนนี้ยังไม่กลับไปล่ะก็ เกรงว่าผู้สูงวัยทั้งสองจะเป็นกังวลจนล้มป่วย
ฉู่เฟิงไปพบจ้าวซานเหยียที่ร้านทำอาวุธ การเดินทางในเขาไท่หังซานหากไร้ซึ่งคันศรฟ้าคำราม เขาคงสิ้นชีพเป็นแม่นมั่น
“ซานเหยียฮะ ตอนนี้ร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง?”ฉู่เฟิงไถ่ถาม เขาเคยปอกเมล็ดสนให้จ้าวซานเหยียกินหนึ่งเมล็ดแต่ไม่กล้าให้มากไปกว่านี้ ด้วยเกรงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน
“กระชุ่มกระชวยดีมากเลย รู้สึกแรงดีไม่มีตกอย่างกับหนุ่มขึ้นอีกยี่สิบปีแน่ะ ไม่สิรู้สึกแข็งแรงกว่าตัวฉันเองตอนหนุ่มๆเสียอีก!” จ้าวซานเหยียตื่นเต้นอย่างมาก
เขาปิดประตูใหญ่แต่แรกแล้ว กลัวคนผ่านไปผ่านมาจะได้ยินเข้าตอนนี้หยุดขายของชั่วคราว
ผมสีดอกเลาตัดสั้นของจ้าวซานเหยียมีไม่น้อยที่เปลี่ยนเป็นสีดำร่างกายแข็งแรงขึ้นอักโข พละกำลังมากมายกว่าสมัยยังหนุ่มยังแน่นหลายเท่าตัว
“งั้นกินเพิ่มอีกสักหน่อยเมล็ดแล้วกัน!”
ฉู่เฟิงพึมพำ ปอกเมล็ดสนให้อีกสี่เมล็ดเมล็ดสนสีม่วงระยิบระยับส่งกลิ่นหอมหวน ใสบริสุทธิ์ดุจอัญมณีก็ไม่ปาน
จ้าวซานเหยียอ้าปากคิดจะพูดบางอย่าง ทว่าถูกฉู่เฟิงห้ามไว้บอกเขาว่าอย่าส่งเสียงดัง รีบกินเสีย
ฉู่เฟิงกับหวงหนิวประเมินดูแล้วว่า ถ้าเป็นคนธรรมดาทั่วไปกินเข้าไปห้าเมล็ดก็น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
ก็อย่างหวงหนิวเองที่แกร่งถึงเพียงนี้ พอกินเมล็ดที่สิบเข้าไปก็ออกฤทธิ์น้อยลง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอีก
สำหรับคนธรรมดาที่ไม่เคยผ่านการเปลี่ยนแปลงมาเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
แน่นอน วันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับจ้าวซานเหยียพละกำลังเพิ่มพูนมากมาย ร่างกายมีเกล็ดสีม่วงงอกออกมาชั้นหนึ่ง ฟันแทงไม่เข้าเกล็ดที่ปกคลุมสามารถบังคับให้ปรากฏขึ้นได้ตามใจชอบ
พอโจวเฉวียนรู้เรื่องเข้า ก็น้ำตานองหน้า ทำไมมนุษย์พิเศษคนอื่นๆถึงสามารถบังคับความผิดปรกติภายนอกได้แต่เขากลับไม่สามารถบังคับเขาวัวของเขาได้เล่าต้องจำใจปล่อยให้มันโชว์หราอยู่อย่างนั้น
หวงหนิวบอกว่า พลังนี้ “อยู่ตัว” แล้วแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเพิ่มอีก!
“อยู่ตัวบ้านแกอ่ะดิ ฉันอยากแปลงร่างได้ดั่งใจอ่ะ!”โจวเฉวียนคร่ำครวญ
ฉู่เฟิงใจกว้างอย่างยิ่ง ส่งเมล็ดสนให้โจวเฉวียนอีกหลายเมล็ดเพราะรู้สึกว่าครั้งก่อนเขากินไปเพียงสองเมล็ด น่าจะยังออกฤทธิ์ไม่เต็มที่
โจวเฉวียนทั้งดีใจทั้งกลัว แต่สุดท้ายก็กิน
แน่นอนว่าเขายังเปลี่ยนแปลงได้อีก
แต่แล้ว วันต่อมาเขาก็น้ำตาพรั่งพรู วิ่งมาหาฉู่เฟิงกับหวงหนิว
“คนหลอกลวง ฉันไม่อยากอยู่แล้ว...ทำไมฉันถึงเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนคนอื่นเขาวะ!”โจวเฉวียนน้ำตานองหน้า เพราะว่ามีเขาที่สี่งอกออกมา!
เขานี้งอกออกมาด้านหลังศีรษะของเขา พุ่งออกไปด้านหลัง เป็นแบบเดียวกับเขากลางกระหม่อมคือเป็นเขาที่พุ่งตรงเด่!
ฉู่เฟิงเองก็ตะลึงความสามารถที่โจวเฉวียนได้รับจากการเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนกับของจ้าวซานเหยียแต่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
โจวเฉวียนมีเขางอกออกมาแล้ว สามารถพ่นไฟได้ส่วนเกล็ดสีม่วงที่งอกออกมาของจ้าวซานเหยีย ให้พละกำลังมหาศาล
“ทิศทางการเปลี่ยนแปลง มาจากองค์ประกอบลึกลับที่ซ่อนอยู่ในตัวของแต่ละคน”หวงหนิวเขี่ยตัวหนังสือบอก
“นายจะบอกอะไรหา หาว่าบรรพบุรุษของฉันแปลงร่างมาจากวัวงั้นเรอะ?!” โจวเฉวียนยังฮึดฮัดไม่จบสิ้น
หวงหนิวผงกหัวอย่างจริงจัง มันบอกว่ามีความเป็นไปได้สูง
“แกตายยยย!” โจวเฉวียนโมโหรู้สึกว่าถูกหวงหนิวลบหลู่แต่พอพุ่งเข้าใส่กลับถูกกีบข้างหนึ่งของวัวยักษ์สีดำเหยียบไว้แทบพื้นไม่สามารถขยับไปไหนได้
“หนิวหมัวหวัง!” โจวเฉวียนตกใจกลัวจนหัวหดวัวยักษ์สีดำตัวนั้นจู่ๆ ก็ลับๆ ล่อๆ โผล่ออกมาอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง
ที่จริงแล้ว สองวันนี้ วัวยักษ์สีดำคอยเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของหวงหนิวรู้สึกว่ามันทำตัวแปลกๆ เหตุใดจึงเอาแต่รั้งรอไม่จากไปทว่าจะอย่างไรก็ไม่พบความผิดปรกติ
หวงหนิวลื่นเป็นปลาไหล มันรู้ว่าวัวแก่ลวงโลกตัวนี้ไม่ได้หลอกได้ง่ายๆสองวันมานี้มันสู้อดกลั้น ไม่ไปวนเวียนอยู่ใกล้ถังไม้
แน่นอน สุดท้ายแล้วเมล็ดพันธุ์งอกหรือไม่ มันย่อมรู้ดี
“ไม่เลวนี่ เป็นลูกหลานที่ใช้ได้!”วัวยักษ์สีดำปล่อยโจวเฉวียน กวาดสายตาประเมินขึ้นๆ ลงๆ ถูกใจอย่างไม่มีอะไรเทียบ
“สายเลือดสี่เขา เยี่ยม ต่อไปเจ้าจงมาติดตามฉันเสีย ฉันจะสั่งสอนเจ้าเอง”วัวยักษ์สีดำมองโจวเฉวียนด้วยสายตาอีกแบบ พออกพอใจอย่างยิ่ง
โจวเฉวียนตกใจจนขนลุก อยู่กับหวงหนิวเขาไม่รู้สึกอะไร อย่างไรมันก็เป็นแค่ลูกวัวให้เกเรอย่างไรก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักหนา
แต่กับวัวแก่ตัวนี้มันไม่เหมือนกันมีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่ามันอยู่มานานแค่ไหนโจวเฉวียนรู้ที่มาที่ไปของมันจากฉู่เฟิงอยู่ก่อนแล้วมันเป็นสัตว์ประหลาดจากเทือกเขาคุนหลุน ที่มีตัวตนอยู่ตั้งแต่ครั้งที่โลกยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
อันที่จริง ฉู่เฟิงสงสัยอย่างมากว่าวัวยักษ์สีดำตัวนี้เป็นหนึ่งใน“สัตว์อสูร” แห่งเขาคุนหลุนในตำนานที่ชนชาวทิเบตกล่าวขานกันหรือไม่
ในเขตแดนทิเบตมีนิทานเล่าขานในเทือกเขาคุนหลุนมีพวกสัตว์มงคลที่ยังคงหลับใหล หากก็มีพวกสัตว์อสูรอยู่ด้วยเช่นกัน!
วัวยักษ์สีดำเป็นสัตว์มงคลอย่างนั้นหรือ?ฉู่เฟิงไม่คิดเช่นนั้นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว!
หากจะแยกแยะกันจริงๆ ก็น่าจะเข้าข่ายสัตว์อสูรอย่างแน่นอนเขาฟันธงเป็นมั่นเป็นเหมาะไม่มีลังเล แต่แน่นอนจะให้วัวยักษ์สีดำล่วงรู้ไม่ได้อย่างเด็ดขาดว่าเขาประเมินมันเช่นนี้
“ไม่เลวเลย ต่อไปนี้เจ้ามีฉายาว่าเซิ่งอิงก็แล้วกัน”วัวยักษ์สีดำถูกชะตาโจวเฉวียนอย่างมาก ถึงกับตั้งฉายาให้เขา
“หมายความว่าไงอ่ะ?” โจวเฉวียนสะดุ้งโหยง ตกใจจนขนลุกซู่ไปทั้งตัวเซิ่งอิงคือใคร ใช่เด็กแดงในเรื่องไซอิ๋วหรือเปล่า? ตีให้ตายเขาก็ไม่ยอมใช้ชื่อนี้เหมือนกับจะไม่ได้ตายดี
“เจ้าไม่เห็นด้วยหรือ?” วัวยักษ์สีดำถลึงตา
“ผม...” โจวเฉวียนอ้าปากพะงาบๆ จะคัดค้านก็ไม่กล้าเขาหวาดกลัววัวยักษ์สีดำตัวนี้อย่างมาก นั่นมันตัวที่กล้าท้าทายงูขาวเชียวนะสุดท้ายเขาก็ยอมแพ้
“เจ้ามีพี่ชายคนหนึ่งอยู่ที่เมืองทางภาคตะวันตกใช่ไหม ตามข้ามาครอบครัวของเจ้าจะได้พบเจอกันเสียที บนทางไปยังเขาหั่วเยี่ยนซานข้าต้องผ่านทางนั้นพอดี” วัวยักษ์สีดำเอ่ย
นี่มันมุขบีบบังคับฉบับคลาสสิคตอนแรกขู่ให้โจวเฉวียนกลัวก่อน จากนั้นก็หลอกล่อให้ตายใจ
บิดามารดาของโจวเฉวียนคิดถึงลูกชายคนโตมาโดยตลอด ตอนนี้โอกาสมาแล้ววัวยักษ์สีดำจะพาครอบครัวของเขาไปยังเมืองทางเขตตะวันตกนั่น
วัวตัวนี้จริงแท้แล้วแกร่งเพียงใด ก็ประเมินลำบากแต่อย่างน้อยก็เป็นจ้าวแห่งสัตว์ป่า สามารถทะยานไปได้ทั่วแผ่นดินพาครอบครัวของเขาเดินทางไปด้วยได้อย่างปลอดภัย
“ได้ ผมไปด้วย!” โจวเฉวียนตัดสินใจ
“ต้องอย่างนี้สิ” วัวยักษ์สีดำยื่นกีบออกมาตบไหล่เขาแยกเขี้ยวฉีกยิ้มกว้างขวาง
“แต่ผมไม่ใช้ชื่อเซิ่งอิงได้ไหมอ่ะ?” โจวเฉวียนเอ่ย
“ไม่ได้!” วัวยักษ์สีดำถลึงตา เอ่ยว่า“รู้ไหมอะไรสำคัญที่สุดในใต้หล้านี้? โชคไงล่ะ! เรื่องนี้เกี่ยวพันว่าภายหลังข้าจะสามารถกลายเป็นเทพได้หรือไม่จากนี้ไปเจ้าคือเซิ่งอิง ความหมายก็คือทายาทหรือศิษย์แห่งเทพอย่างไรเล่า”
โจวเฉวียน: “a#¥t$#……”
ในใจเขาก่นด่า แต่ปากก็ไม่กล้าส่งเสียงแต่อย่างใด
ฉู่เฟิงสบตากับหวงหนิวแน่ใจแล้วว่าวัวยักษ์สีดำจอมลวงโลกนี่จับตาดูพวกเขาอยู่ ไม่อย่างนั้นจะรู้เรื่องครอบครัวของโจวเฉวียนได้ไง หนึ่งคนหนึ่งวัวต่างเพิ่มความระมัดระวัง
“จะล่ามังกรแล้ว ภาคตะวันตกเริ่มเคลื่อนทัพ และจะใช้อาวุธต้องห้ามด้วย!”
“เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นจริงๆ ด้วย!”
...
ยามดึก ข่าวช็อกโลกแพร่กระจายไปทุกแห่งหนทั่วโลก
ช่วงสองวันนี้ ฝั่งตะวันตกมีประกาศเป็นเขตควบคุมทางทหาร มีการใช้อาวุธหนักแต่ว่าก็ยังไม่อาจกำจัดจ้าวมังกรดำลงได้
มันไม่อาจมุดไปซ่อนในแม่น้ำที่ลึกเป็นร้อยโยชน์พันโยชน์หากมันก็ยังสามารถซุ่มซ่อนได้
ก็ไม่ต่างกับเหตุที่เกิดขึ้นในประเทศ อย่างกรณีเขาไท่หังซานที่เหล่าภูเขาบรรพกาลปรากฏขึ้นอย่างพิสดาร ซีกโลกฝั่งตะวันตกก็เช่นกัน
ในกลุ่มภูเขาสำคัญของทางฟากตะวันตกก็มีเทือกเขากว้างใหญ่ไพศาลไม่น้อยที่เป็นที่รู้จักภูเขาแห่งเทพในตำนานเล่าขานปรัมปรา ปรากฏต่อสายตาจนได้
จ้าวมังกรดำบุกไปยังภูเขาลึกลับทางตอนเหนือของยุโรป ที่นั่นเมฆหมอกปกคลุมเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งกาลเวลาอันเนิ่นนาน แม้แต่ดาวเทียมยังไม่สามารถตรวจสอบไม่สามารถจับตำแหน่งมันได้
กองทัพฝั่งตะวันตกย่อมไม่เชื่อเรื่องภูตผีปีศาจรถถังทุกรูปแบบและกองกำลังจรวดนำวิถี เตรียมเข้าโจมตีเปิดฉากล่ามังกร!
บัดนี้เหล่ามนุษย์พิเศษทางซีกโลกตะวันตกต่างก็โห่ร้องดูซิว่าผู้ใดที่มีความแกร่งกล้าสามารถพิฆาตสัตว์ร้าย เป็นนักฆ่ามังกรเป็นอัศวินในตำนานแห่งยุคปัจจุบัน
แต่หลังจากรถถังเข้าโจมตี ก็พบกับความเสียหายรุนแรง พ่ายแพ้อย่างยับเยิน
เครื่องบินรบพุ่งเข้าใส่ แต่กลับถูกสอยร่วงทันที!
“สัตว์ประหลาด นี่มันสัตว์ประหลาดแท้ๆ!
กองทัพมนุษย์พิเศษถอยหนี แตกพ่ายไม่เป็นท่า
ท่ามกลางหมอกลึกลับที่ปกคลุมเทือกเขานั้น เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดมากมายสารพัดสัตว์ร้ายและนกล่าเหยื่อ พวกมันจู่โจมพวกมนุษย์อย่างบ้าคลั่งภายใต้คำสั่งของจ้าวมังกรดำ
ถึงแม้จะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าภายในเทือกเขาเร้นลับนั้นเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายสารพัดชนิดทว่าคนของทางกองทัพไม่นึกมาก่อนว่าจะสู้ไม่ได้
สภาพความเป็นจริงมันโหดร้ายอย่างยิ่ง แมลงพิษเกลื่อนพื้นดินนกร้ายบินว่อนเต็มฟ้า สัตว์ประหลาดกลาดเกลื่อนทุกแห่งหนพอพุ่งทะยานเข้าไปก็เหมือนกับเข้าไปยังโลกที่ไม่คุ้นเคยพวกเขาประสบความเสียหายอย่างหนัก
ที่น่ากลัวที่สุดก็คือ สัตว์ประหลาดพวกนั้นฟังคำสั่งจากจ้าวมังกรดำ!
“ถอยออกมาจากบริเวณต่อสู้ให้ไกล ใช้ปีนใหญ่ที่ทรงอานุภาพที่สุดถล่มที่ตรงนั้นให้ราบ!”ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพฝั่งตะวันตกออกคำสั่ง
เสียงปืนใหญ่ดังสนั่น พวกเขาตัดสินใจใช้อาวุธสังหารร้ายแรงถล่มเทือกเขาใหญ่ให้สิ้นซาก!
พวกเขาทุ่มสุดตัว ต่อให้สิ้นเปลืองแค่ไหนก็ต้องกวาดล้างตรงนั้นให้ราบคาบพวกเขาไม่เชื่อว่าจะสังหารจ้าวมังกรดำไม่ได้
“จะสัตว์ประหลาด หรือสัตว์ร้ายมาจากไหน จงไปลงนรกซะ!”
...
ซีกโลกตะวันตกเดือดพล่าน
ฉู่เฟิงกำลังดูรายงานข่าวเหล่านี้ เขาเองก็รู้สึกว่าจ้าวมังกรดำนั้นยากที่จะหนีรอดไปได้
หวงหนิวส่ายหัวไม่เห็นด้วย
วัวยักษ์สีดำตามมาสมทบ ตอนนี้มันก็มีเครื่องมือสื่อสารด้วยเหมือนกันเป็นเครื่องที่บีบบังคับให้ฉู่เฟิงซื้อให้ ก็ตั้งแต่เห็นหวงหนิวเขี่ยเล่นทั้งวันมันเองก็ชักจะติดเชื้อ อยากอัปเดตเรียลไทม์กับเขาเหมือนกัน!
วัวสองตัวครอบครองเครื่องมือสื่อสารตัวละเครื่องบอกได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องดี
“เพ้อเจ้อ คิดว่าของพวกนี้จะฆ่าจ้าวมังกรดำได้อย่างนั้นหรือ ฝันไปเหอะ”วัวยักษ์สีดำยิ้มเยาะ
“ทำไมล่ะ?” ฉู่เฟิงถาม
“เจ้าคิดว่าอาวุธต้องห้ามของพวกเขาสามารถถล่มที่นั่นได้อย่างนั้นหรือ? มั่นใจเกินไปแล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังขุนเขานั่นเชื่อมต่อกับสถานที่เช่นไรกว้างใหญ่ไพศาลเพียงไหน?” พอวัวยักษ์สีดำดูข่าวจบก็ทำสีหน้าดูแคลน
“เชื่อมไปที่ไหนหรือ?”
“มิติคู่ขนาน ไร้ขอบเขต” วัวยักษ์สีดำเอ่ย
หมายความว่าอย่างไร ก็แค่เทือกเขาไม่ใช่เหรอแล้วก็มีภูเขาดึกดำบรรพ์น้อยใหญ่ร่วมสิบร่วมร้อยลูกโผล่ขึ้นมาเท่านั้นนี่แล้วจะไม่มีขอบเขตได้อย่างไร ฉู่เฟิงไม่เข้าใจ
“อย่างนั้นก็ยกเขาไท่หังซานเป็นตัวอย่าง เจ้ารู้สึกว่ามีเพียงภูเขาดึกดำบรรพ์นับร้อยนับพันลูกผุดขึ้นมาใช่หรือไม่?เจ้าเคยเข้าไปพร้อมกับหวงหนิว แต่เคยไปจนถึงจุดสิ้นสุดหรือไม่?”วัวยักษ์สีดำถาม
“ไม่เคย” ฉู่เฟิงส่ายศีรษะ
“ให้มันเฉลยให้เจ้าฟังก็แล้วกัน” วัวยักษ์สีดำชี้ไปที่หวงหนิว
หวงหนิวไม่เต็มใจ แต่ก็ยังเขี่ยตัวหนังสือบอก
ทุกแห่งบนโลกนี้ เบื้องหลังภูเขาดึกดำบรรพ์ที่ผุดโผล่ขึ้นมาทุกลูกนั้นเชื่อมต่อกับสถานที่ลึกลับ หรือไม่ก็เป็นดินแดนไร้ขอบเขตหรือไม่ก็เป็นท้องน้ำกว้างใหญ่ไพศาลที่ไม่อาจไปถึงยังจุดสิ้นสุดได้ภายในเวลาอันสั้น
“เป็นไปไม่ได้?!” ฉู่เฟิงสะท้าน
“แล้วรู้ไหมว่างูขาวตัวนั้นตอนนี้อยู่ที่ไหนมันก็เข้าไปในภูเขาดึกดำบรรพ์แล้วเหมือนกัน ทั้งยังเป็นผู้นำดินแดนอีกด้วยโลกภายนอกน่ะ ตอนนี้จะอย่างไรก็ไม่สามารถกักตัวมันได้อีกแล้ว” วัวยักษ์สีดำเอ่ย
ระยะนี้มันระแวงอยู่ตลอดเวลา หวั่นๆ ว่างูขาวจะย้อนมาเล่นงานมัน
แต่แล้ววัวยักษ์สีดำก็เห็นว่า งูขาวเข้าไปในภูเขาดึกดำบรรพ์แล้ว
“นี่มัน...” ฉู่เฟิงอึ้งไป
โลกใบนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวง เกินกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีกมันไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ!
“ที่จริงแล้ว โลกใบนี้น่ะแรกเริ่มเดิมทีก็กว้างใหญ่ไพศาลทว่าเมื่อข้ามผ่านกระแสแห่งกาลเวลาอันยาวนานพวกเจ้าเหล่ามนุษย์หาได้ค้นพบไม่ก็เท่านั้นเอง” วัวยักษ์สีดำตอบ
“จริงๆ แล้วมันเป็นอย่างไรกันแน่?”ฉู่เฟิงขอคำชี้แนะอย่างจริงจังจริงใจ
วัวยักษ์สีดำหยิบกระดาษขาวจากบนโต๊ะหนังสือของเขามาพับซ้ำไปซ้ำมายิ่งพับก็ยิ่งเล็กลง สุดท้ายถึงกับออกแรงบีบจนกลายเป็นก้อนกระดาษเล็กๆ ก้อนหนึ่ง
“เห็นไหม โลกดั้งเดิมก็ทับซ้อนกันอย่างนี้แหละจากนั้นก็บีบอัดเข้าจนเล็กนิดเดียว นี่คือโลกที่เจ้าเห็นในยามปรกติ” วัวยักษ์สีดำเล่าไปเรื่อยๆอย่างผ่อนคลาย
“ตอนนี้ พอออกแรงดึงออกมา ก้อนกระดาษก็คลี่คลายโลกที่ถูกพับเก็บซ่อนไว้ก็ปรากฏออกมา” มันเอ่ย พลางดึงกระดาษกางออก
“แต่ว่า นี่เป็นเพียงการยกตัวอย่างคร่าวๆ เท่านั้นยังไม่ถูกต้องเสียทั้งหมด ยังมีปัญหาใหญ่อีก” วัวยักษ์สีดำโยนก้อนกระดาษทิ้ง
จากนั้น มันชี้ไปยังท้องฟ้า เอ่ยว่า“ด้วยมุมมองของมนุษย์เมื่อมองจากที่สูง โลกใบนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปสักเท่าใดต่างจากเมื่อก่อนนี้ไม่มากนัก”
“ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนไปเยอะหรอกหรือ?” ฉู่เฟิงไม่เข้าใจ
“เจ้ารู้สึกว่าเปลี่ยนไปมาก เป็นเพราะเอามิติคู่ขนานเข้ามารวมด้วย ที่จริงแต่ไหนแต่ไรมันก็ดำรงคงอยู่อยู่แล้ว หากแต่ก่อนนี้เจ้าไม่เคยเห็นมันเท่านั้นตอนนี้ก็มีบางส่วนที่พอจะสัมผัสได้ นี่เป็นเรื่องที่ซับซ้อนอย่างยิ่งไม่อาจอธิบายให้ชัดได้ในระยะเวลาอันสั้น” วัวยักษ์สีดำไม่อยากพูดมาก
ผ่านไปอีกหลายวัน ทางตะวันตกก็ไม่มีคนออกมาร้องโวยวายแล้วไม่มีใครออกมาเรียกร้องให้ล่ามังกรอีก
เป็นเพราะพวกเขาประสบกับความพ่ายแพ้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนสูญเสียอาวุธยุทโธปกรณ์ไปมากมาย อาวุธต้องห้ามที่ประเคนเข้าใส่ภูเขากว้างใหญ่ที่โอบล้อมด้วยเมฆหมอกนั้นไม่ต่างอะไรกับโยนวัวดินลงทะเล ไม่ได้ก่อให้เกิดระลอกคลื่นแต่อย่างใด
พวกเขายอมรับในที่สุดว่าเบื้องหลังเมฆหมอกนั้นคือความกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตที่เชื่อมต่อกับมิติอันน่าพิศวง
เรื่องอันน่ายินดีเพียงหนึ่งเดียวก็คือนอกจากจ้าวมังกรดำอันเป็นราชาแห่งส่ำสัตว์เจ้าถิ่นแล้ว สัตว์ร้ายนกยักษ์อื่นๆล้วนถูกกักอยู่ในอาณาเขตนั้น ตัวไหนที่กล้าฝืนทะลวงออกมา ล้วนถูกแผดเผาจนดับดิ้น
เรื่องนี้ทำให้ผู้คนอุ่นใจขึ้นมาหน่อย
ไม่ว่าจะเป็นงูขาวหรือมังกรดำ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ทว่ากลับก้าวหน้าเป็นถึงจ้าวแห่งพวกสัตว์กลายพันธุ์ ร้ายกาจสุดประมาณและแม้เมื่อย่างเข้าสู่เขตแดนของภูเขาบรรพกาลยังสามารถเป็นถึงจ้าวแห่งส่ำสัตว์ในดินแดนนั้นได้อีก
ไม่สามารถจินตนาการได้ว่าผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนั้นมากมายเพียงใดจึงทำให้สิ่งมีชีวิตแข็งแกร่งร้ายกาจได้อย่างรวดเร็วปานนี้
งูขาวนั้นไม่เท่าไร เพราะมันเกี่ยวข้องกับตำนานอยู่แต่แรกแล้วทั้งยังมีชีวิตมาเนิ่นนาน
แต่มังกรดำตัวนั้นที่ก่อนหน้านี้เป็นเพียงกิ้งก่าตัวหนึ่งเนี่ยสิเทียบไม่ได้เลยกับ ณ ตอนนี้
ฉู่เฟิงครุ่นคิดมาตลอดว่า การกลายพันธุ์นั้นทำให้โลกเปลี่ยนไปหากแท้จริงแล้วมันรวดเร็วและรุนแรงอย่างยิ่งการปรากฏตัวของมนุษย์พิเศษและสัตว์กลายพันธุ์อื่นๆ ที่โผล่ออกมาอย่างกะทันหันนั้นล้วนเกิดขึ้นอย่างเบ็ดเสร็จภายในระยะเวลาอันสั้น
“หวงหนิว นายบอกฉันหน่อยซิว่า นี่มันยังไงกันแน่!”เขาอยากรู้จริงๆ นะ
หวงหนิวเคร่งเครียด ลังเลอยู่เนิ่นนาน สุดท้ายก็ตัดสินใจบอกเขามันเขี่ยตัวอักษรขึ้นมาหนึ่งแถว “การเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบสิบล้านปี!”
“ขอแบบชัดๆ กว่านี้ได้ไหม!”
“ที่ฉันเสี่ยงชีวิต ข้ามมายังโลกใบนี้เพื่ออะไรเล่า?เพื่อเป็นผู้สร้างโลกใบใหม่อย่างไรล่ะ!”
หวงหนิวบอกจนหมดเปลือก จากนั้นมันก้มหน้าก้มตาเขี่ยตัวอักษรเพิ่มอีกสองแถว
“อาณาบริเวณที่ถูกผนึกตรงนี้ จักเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง!”
หวงหนิวเขี่ยตัวอักษรตามนี้
มันบอกว่า เหตุที่ฉู่เฟิงพัฒนาตัวเองได้ภายในระยะเวลาอันสั้นนั้นเป็นเพราะต้องตามให้ทันการเปลี่ยนแปลง อันไม่เคยมีมาก่อนในรอบสิบล้านปีนี้ไงมนุษย์พิเศษคนอื่นๆ ก็เช่นกัน
ไม่อย่างนั้น จะเป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกันเล่า
ไม่ว่าจะเป็นศิษย์แห่งศากยะ เชียนเยี่ย งูขาวหรือจะมังกรดำ ที่แข็งแกร่งร้ายกาจปานนี้ถึงแม้ว่าจะข้ามผ่านภูเขาบรรพกาลไปแล้วก็ยังแกร่งกล้าทรงอำนาจ ทั้งหมดล้วนเกิดจากการที่ฟ้าดินเปลี่ยนแปลงทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นมาภายในระยะเวลาอันสั้น
“ที่ที่พวกเราอยู่นี่ จริงๆ แล้วเป็นโลกแบบไหนกันแน่?”ในใจฉู่เฟิงกระวนกระวาย มันจะต้องมีความลับอันยิ่งใหญ่อยู่แน่นอน!
ส่ำสัตว์ในภูเขาบรรพกาล ล้วนแต่ต้องการก้าวข้ามมายังโลกใบนี้ล้วนแต่ต้องการมากลายพันธุ์ที่นี่
ตราบจนบัดนี้ มีเพียงหวงหนิวตัวเดียวที่ทำสำเร็จ
“โลกใบนี้คือ...” หวงหนิวเขี่ยตัวหนังสือต่อ