สนามแข่งเอฟเอฟเซอร์กิต
“ฟ้า มีอะไรหรือเปล่า”เสียงชายหนุ่มถามด้วยความเป็ห่วงดังมาจากทางด้านหลังของหญิงสาว เขาเดินเข้ามา สอดแขนอันล่ำบึกเข้าที่หว่างแขนข้างลำตัวโอบไปที่เอวของเธอ น้ำเสียงที่แสดงถึงความห่วงใยเขาเอียงหน้าก้มส่งสายตาอบอุ่นมาที่เธอ
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรฟ้าแค่มาเข้าห้องน้ำ แล้วบังเอิญเจอ...” ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง น้ำเสียงอ่อนโยนต่างจากก่อนหน้านี้ที่เกรี้ยวกราดจนน่ากลัวเธอตอบพร้อมส่งสายตาชำเลืองมองเยาะเย้ยในใจ ฝั่งตรงข้ามเธอ มีหญิงสาวอีกคนกำลังยืนมองดูทั้งคู่ด้วยสีหน้าเศร้า น้ำตาคลอเบ้าตาทั้งสองข้าง มือของหล่อนกำรัดแน่นสุดแรงเพื่ออดทนภกับภาพที่เห็นต่อหน้าในเวลานี้
หญิงสาวคนดังกล่าวคือแฟนสาวของ ทัตสิพงษ์(ทัต) ชายหนุ่มที่ยืนโอบเอวของปลายฟ้า อยู่ในเวลานี้หล่อนมีชื่อว่า รสิกา(แคท) หรือจะเรียกว่าเป็เมียของเขาเลยก็ว่าได้เพราะแคท อยู่กินกับทัต มาจะเข้าปีที่ 3 ในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึง
“แต่ไม่มีอะไรหรอกเราไปกันเถอะ” พูดด้วยกริยาการมองเหยียดหญิงสาวคนนั้นด้วยหางตาเบะปากเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปบอกกับชายหนุ่มโดยที่ไม่แคร์ว่าผู้หญิงอีกฝ่ายจะเจ็บช้ำปวดร้าวแค่ไหน เพราะมันเื่ของหล่อนไม่ใช่เื่ของฉัน หึ แอบนึกในใจด้วยความเ็า
“แคท” เขาเรียกชื่อด้วยโทนเสียงนิ่งสุขุมมองเธอเหมือนเป็คนอื่นคนไกล ไม่มีทีท่าดีใจหรือเสียใจที่เห็นเธอยืนอยู่ ณที่ตรงนี้ ในเวลานี้
“ค่ะ ยังดีนะที่รู้จักชื่อของแคท ยังดีที่พอจะเรียกชื่อกันได้อยู่บ้าง” พูดตอบรับกลับไปด้วยอารมณ์ตัดพ้อขบฟันข่มอารมณ์ที่มีสูดอากาศเข้าไปลึกๆ โต้ตอบด้วยความอดทนอย่างที่สุด ทำไมถึงต้องทนขนาดนี้ในเมื่อผู้ชายคนนี้กำลังหยามเธอ ด้วยการควงผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าต่อตา
“จะคุยกับเมียคุณก่อนมั้ยฟ้าจะได้ไปจากตรงนี้” ถามด้วยความประชดประชันทำเหมือนว่าน้อยใจที่ชายหนุ่มมีท่าทางเหมือนให้ความสนใจผู้หญิงอีกคนหนึ่งซึ่งใครที่รู้จักเขาต่างให้สถานะว่าเป็เมียของเขา
แสดงทีท่าจับมือของเขาที่โอบจับเอวของเธออยู่นั้นจะจับมือเขาออกจากเอว และเดินหนีออกไปจากตรงนี้ ให้ผัวเมียปรับความเข้าใจกัน
“เราไปนั่งพักที่สแตนด์กันดีกว่า”เขาไม่ยอมปล่อยมือออกจากตัวของเธอ แถมยังกอดรัดแน่นขึ้นพูดพร้อมกับหันหน้ามองด้วยรอยยิ้ม
ทั้งคู่พากันเดินออกจากที่ตรงนี้ไปจับหัวหยอกล้อเล่นกัน หัวเราะกันอย่างมีความสุขตลอดทางที่กำลังเดิน
สแตนด์จุดนั่งสำหรับผู้ที่เข้ามาชมการแข่งขัน
“แน่ใจนะว่าจะนั่งตรงนี้ไม่เข้าไปนั่งที่เต็นท์ทีมด้วยกัน” ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อมาถึงจุดนั่งสำหรับผู้เข้าชมการแข่งขันเธอนั่งลงที่เก้าอี้โดยมีเขายืนอยู่ตรงหน้า ถามด้วยน้ำเสียงที่เหมือนอยากจะอ้อนเธอ
“ไม่ดีกว่าฟ้านั่งตรงนี้แหละ คนอื่นจะมองไม่ดี อยู่ๆ เมียน้อยก็มานั่งเสนอหน้า” พูดไม่ทันขาดคำปากของเธอก็ถูกมือของเขาแต่ััเบาๆ ลงมาที่ริมฝีปาก ห้ามไม่ให้พูดต่อ
“อย่าพูดแบบนี้ฟ้าไม่ใช่เมียน้อยของผม”
“ไม่ใช่แล้วเป็อะไรล่ะ”ถามด้วยสายตาอาวรณ์ น้ำเสียงแ่เบาไม่เต็มเสียง เหมือนน้อยใจ ก่อนจะกะพริบตาเบาๆหนึ่งครั้งแล้วเมินหน้าหันไปฝั่งทางอื่น อยากให้เขาง้อตัวเอง
“ไม่เอานะอย่าน้อยใจผมแบบนี้นะคนดี ได้เวลาไปเตรียมตัวแล้ว รอผมตรงนี้นะครับ ขอกำลังใจด้วย”แตะที่ผม้าหัวเธอเบาๆ อย่างทะนุถนอมเอ็นดูก้มลงจูบบนหน้าผากสูดลมหายใจเข้าก่อนเดินจากไป
การแข่งขันรอบสุดท้าย ชิงชนะเลิศ
การแข่งรถเซอร์กิตบนทางเรียบ ในสนามแข่งแบบปิดที่กำลังนั่งดูอยู่นั้น มีทั้งทางตรงยาว และทางที่คดโค้งไปมาสนามเอฟเอฟเซอร์กิตแห่งนี้เป็สนามแข่งรถที่มีชื่อเสียงและใหญ่ระดับต้นของประเทศก็ว่าได้รถที่วิ่งทำความเร็วสูงราวกับจรวด ทักษะการเข้าโค้ง แตะเบรก เหยียบคันเร่งที่ต่างกันออกไปของบรรดานักแข่งผู้ท้าทายผู้ชมรอบสนามต่างคอยลุ้นเชียร์แบบวินาทีต่อวินาที
รถคันของเขาชายหนุ่มที่เธอมาส่งกำลังใจ เข้าจอดที่จุด Pit ของสนามทุกคนในทีมที่มีหน้าสำหรับเปลี่ยนยาง และเติมเชื้อเพลิงต่างคนต่างเร่งสปีดเพื่อทำเวลา เป็อีกจุดที่น่าจับตามองของเหล่าผู้เข้าชมในเวลาไม่นานแทบจะพริบตาเดียว รถยนต์คันของเขาก็เข้าวิ่งแล่นบนสนามต่อไปจนจบเกมส์การแข่งขัน
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะทัตทัตเก่งที่สุดเลย” ปลายฟ้า วิ่งเข้ามาเกาะแขนของชายหนุ่ม ด้วยท่าทางดีอกดีใจเธอกล่าวแสดงความยินดีกับชัยชนะของเขาด้วยน้ำเสียงที่หวานฉ่ำใบหน้าที่ยิ้มจนตาหยี่เป็สระอิของเธอช่างออดอ้อนเขาเสียเหลือเกิน ไม่เพียงแค่นั้นยังเขย่งปลายเท้าตัวเองขึ้นสูงใช้มือทั้งสองข้างจับที่ใบหน้าของเขาเพื่อหอมแก้มทั้งสองข้างนั้นสลับไปมาหากใครไม่รู้คงมองว่าเป็คู่รักที่หวานจนมดกัดเลยนะ
“ขอบคุณครับที่รักเพราะมีคุณมาเป็กำลังใจให้ผมด้วยยังไง” คำพูดอ่อนหวานชวนลุ่มหลง ถูกเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนบนใบหน้าของชายหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยความสุขไม่ต่างจากหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายของเขาในเวลานี้
“แน่นอนค่ะ ฉันจะคอยไปให้กำลังใจคุณแบบนี้ทุกสนามทุกที่ ดีมั้ย” เธอพูดเอาใจกะว่าจะให้หลงจนโงหัวไม่ขึ้น เสียงเล็กเสียงน้อยออดอ้อนชายหนุ่มอย่างอ่อนหวานของหญิงสาวหน้าตาไร้เดียงสา
กลับตรงกันข้ามกับฉากหลังแห่งความสุขที่กำลังก่อเกิด
ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ที่สูงใหญ่ร่างเล็กบอบบางของหญิงสาว ผมยาวคนหนึ่งที่กำลังยืนมองดูทั้งคู่โอบกอดกันข้างกายอย่างมีความสุข
“เขาทำอย่างกับว่าฉันไม่มีหัวใจเขาทำอย่างกับว่าในที่แห่งนี้ไม่มีฉันอีกคน ที่อยู่ร่วมเส้นทางชัยชนะนี้กับเขาโดยไม่ทิ้งห่างหายไปไหน ทำไมเขาถึงใจร้ายกับฉันได้ลงคอทำไมเธอถึงจิตใจด้านชาได้เท่านี้”
เธอพูดตัดพ้อด้วยความเสียใจเศร้าและเ็ปลึกในหัวใจ เมื่อชายคนรักของตัวเองนั้น กำลังยืนโอบกอดผู้หญิงคนอื่นโดยไม่สนใจว่าใครจะมองเช่นไรเมื่อหลายคนที่พบเห็นนั้นต่างรู้ว่าเขาคือชายคนรักของเธอพูดกับตัวเองและเก็บความเ็ปนี้เอาไว้ภายในหัวใจอันบอบบาง