เช้าวันหยุดวันหนึ่งโระกะได้ยินคนมาเคาะประตูเรียกที่หน้าห้องเธอลุกขึ้นด้วยความหงุดหงิดเพราะคิดว่าต้องเป็นมาซามาตามให้ไปทำงานแน่ๆแต่พอเปิดประตูออกไปกลับเป็นคิมที่ถือกระเป๋าใบใหญ่ยืนรออยู่หน้าห้องเธอเหลือบมองและสงสัยว่าเขานำกระเป๋ามาด้วยทำไม
“คงไม่คิดจะมานอนค้างที่ห้องฉันหรอกนะ บอกไว้ก่อนเลยว่าไม่ได้”
“เปล่าครับ ผมแค่จะมาเก็บของ”
“เก็บของงั้นเหรอ?”
โระกะทำหน้างง ไม่เข้าใจที่คิดพูด คิมเดินเข้ามาด้านในและเริ่มเปิดตู้เสื้อผ้าเอาชุดของโระกะใส่กระเป๋ารวมถึงข้าวของเครื่องใช้หลายอย่างที่ดูจำเป็น โระกะเห็นแบบนั้นจึงรีบเดินเข้ามาห้าม
“นิ...นายจะทำอะไรกันแน่ เก็บเสื้อผ้าฉันทำไม?”
“หลังจากนี้ ย้ายไปอยู่กับผมแล้วกันครับผมซื้อคอนโดใกล้ๆแถวนี้ไว้แล้ว จะได้มาทำงานง่ายขึ้นตอนเย็นเลิกงานผมจะได้แวะมารับได้”
“ฉันไม่เคยบอกนะว่าจะย้ายไปอยู่กับนาย”
คิมเก็บกระเป๋าเสร็จและเดินออกไปที่ทางเดินหน้าห้องทันทีเขาตะโกนขึ้นเสียงดัง
“หลังจากนี้หมวดโระกะจะย้ายไปอยู่กับแฟนที่อื่นนะครับขอบคุณที่ช่วยดูแลเป็นอย่างดีมากตลอดครับ”
คิมลากกระเป๋าใบใหญ่ทั้งสองใบนั้นไปที่ลิฟต์ทันทีโระกะยืนอึ้งอยู่ในห้องไม่คิดว่าคิมจะกล้าทำอะไรแบบนี้ เพื่อนตำรวจข้างห้องที่แอบส่องอยู่จึงรีบวิ่งเข้ามาหาโระกะทันที
“แฟนเธอเหรอโระกะ หล่อมากอ่ะ จะย้ายออกแล้วเหรออิจฉาอ่ะ”
โระกะเริ่มตั้งสติได้เลยวิ่งตามคิมไป พอลงมาถึงด้านล่างก็มีตำรวจหลายคนยืนมองอยู่ ทุกสายตาจับจ้องไปที่รถหรูราคาแพงและกระเป๋าใบใหญ่ที่คิมลากลงมาจากคอนโดตำรวจพอโระกะวิ่งไปถึงรถและพยายามจะบอกคิมให้หยุด เขาก็ดึงเธอมาจูบทันทีทุกคนที่เห็นเหตุการณ์พากันส่งเสียงกรี๊ดและโห่ร้องแซวโระกะทำให้เธอรีบผลักคิมออกทันที คิมทำหน้าจริงจังใส่โระกะ หยิบคีย์การ์ดออกจากกระเป๋ากางเกงยื่นให้โระกะเธอมองดูการ์ดใบนั้นมันเขียนไว้ว่า
“ The Cystal Town ชั้น27 งั้นเหรอ?”
โระกะหันไปทางซ้าย ถัดจากคอนโดเธอไปอีกประมาณ 2 ช่วงตึก มันคือคอนโดขนาดใหญ่และราคาแพงที่สุดในเขต21โระกะถึงกับอ้าปากค้างอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาหาคิม
“นายนิมันสุด....จริงๆนะ”
เธอยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูขึ้นรถ และออกไปพร้อมกับคิม
ด้านมาซาไปเยี่ยมนาเดียที่ห้องขังเขาหอบข้าวของเยอะแยะมากมายไปด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาตรวจนานกว่าจะให้ผ่านเข้าไปได้ผู้คุมพานาเดียออกมาพบมาซาที่ห้องเยี่ยม เธอทำหน้าแหย่ๆเหมือนไม่อยากเจอ ตอนที่เห็นเขา
“นิยัยเพี้ยน ฉันอุตส่าห์มาเยี่ยมทำหน้าอย่างกะเห็นผีไปได้”
“ฉันไม่ได้อยากให้มาสักหน่อย แถมเอาอะไรมาด้วยเยอะแยะห้องฉันไม่ได้กว้างขนาดเก็บของพวกนี้ได้หรอกนะ”
“อีกไม่กี่เดือนก็จะพ้นโทษแล้ว ฉันเลยซื้อของจำเป็นมาให้โระกะฝากชุดมาให้เธอด้วยนะเห็นว่าเหมาะกับเธอมาก”
เพราะความช่วยเหลือจากนาเดียทำให้ตำรวจสามารถปิดคดีพวก Microzard ได้ เธอจึงได้รับการลดหย่อนโทษ เธอเปิดกล่องของโระกะดูด้านในเป็นชุดเดรสสีชมพูหวานแหว๋ว เธอรีบปิดกล่องและทำหน้าขยะแขยงทันทีที่เห็น เพราะรสนิยมของเธอเป็นสีดำเธอจึงคิดว่าโระกะแกล้งเอาชุดสีชมพูมาให้เธอ
ทั้งคู่ถกเถียงกันอยู่นานกับเรื่องไม่เป็นเรื่องจนหมดเวลานาเดียไม่หยิบของที่มาซาซื้อมาให้กลับไปเลยสักชิ้นแถมบอกให้เจ้าหน้าที่เอาไปทิ้งด้วย มาซาจึงได้เก็บของเหล่านั้นกลับแต่ก่อนเจ้าหน้าที่จะพาเธอกลับเข้าห้องขังมาซาก็พูดขึ้นว่า
“นิ... ถ้าออกจากคุกแล้วไม่มีที่ไป ก็ไปหาฉันได้นะฉันเก็บห้องจนสะอาดแล้ว”
นาเดียไม่ได้ตอบอะไรและเดินกลับเข้าไปแต่ใบหน้าของเธอที่เจ้าหน้าที่เห็นนั้นมันดูสดใสและมีความสุขมากกว่าทุกครั้งที่เคยเห็นมาเลยก็ว่าได้
อีกด้านหนึ่งของคุกหญิงก็เป็นคุกของผู้ชาย เจ้าหน้าที่เดินไปตามโฮเกอร์ที่ห้องขังแจ้งว่ามีคนมาหาและพาเขามาที่ห้องเยี่ยมเขาคิดว่าคนที่มาคงเป็นโระกะเพราะก่อนหน้านี้เธอก็เคยมาเยี่ยมเขาทีหนึ่งแล้วแต่ว่าครั้งนี้กลับไม่ใช่โระกะ เป็นคิม โฮเกอร์ทำท่าแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเขาที่นี่
“มีอะไรกับฉันงั้นเหรอ ถ่อมาซะไกลขนาดนี้”
โฮเกอร์ยังคงพูดจาห้วนๆและยียวนกวนประสาทใส่คิมเหมือนเดิมแต่คิมกลับนิ่งและยิ้มเหมือนกำลังมีความสุขกับอะไรบางอย่าง
“โระกะย้ายมาอยู่กับฉันแล้วนะ”
โฮเกอร์ทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อย ทั้งสองจ้องหน้ากันอยู่พักหนี่งก่อนที่คิมจะลุกขึ้นและเดินออกไป เขายิ้มตลอดเวลาตั้งแต่เดินเข้ามาจนเดินออกไปโฮเกอร์ได้รับโทษจำคุก 4 ปี รัฐบาลไม่ต้องการให้ประชาชนรู้ความจริงเกี่ยวกับพวก Microzard หรืออาจไม่อยากให้รู้ว่าพวกนั้นถูกคนใหญ่โตใช้ให้ทำเรื่องชั่วร้ายอะไรบ้างการปิดบังความจริงกับประชาชนเป็นเรื่องที่พวกเขาทำกันจนเป็นเรื่องปกติดังนั้นคดีจึงถูกปิดโดยบอกว่าเป็นการฆ่าตัวตายและความแค้นส่วนตัวส่วนเรื่องที่คนระดับสูงในรัฐบาลตายก็ถูกระบุว่าเป็นเรื่องของสุขภาพและการฆ่าตัวตายเช่นกันความผิดของโฮเกอร์จึงเป็นแค่การสร้างความปั่นป่วนในเมืองและการใช้แก๊สยาสลบกับตำรวจเท่านั้นและคำให้การของคิมไม่ได้กล่าวพาดพิงว่าโฮเกอร์อยู่ในกลุ่มของผู้ก่อการร้ายตามคำขอของรูบิค ศาลจึงพิจารณาให้จำคุกแค่ 4 ปี
หลังจากปิดคดีทุกคนที่เป็นพวกMicrozard ต้องถูกติดแท็กเพื่อควบคุมหากค้นพบว่ามีการจั้มฝันจะถูกลงโทษอย่างหนัก มีการกวาดล้างที่ซ่องสุมของพวก layer1 รวมถึงกลุ่มต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง ห้ามไม่ให้มีการฝึกฝนรวมถึงการฝึกป้องกันการเข้าฝันด้วยถึงกระนั้นหน่วยพิเศษก็ยังคงมีอยู่เพื่อคอยตรวจสอบพวก Microzard ที่เกิดขึ้นใหม่เรื่อยๆ คิมยังคงไปสอนที่มหาวิทยาลัยเขามองไปที่โต๊ะที่มาริโซน่าและอาราปารี่เคยนั่งและรู้สึกใจหายเล็กน้อยพ่อของอาราปารี่ส่งเธอไปเรียนที่ต่างประเทศ ส่วนมาริโซน่าก็คงอยู่ในสถานกักกันครั้งสุดท้ายที่คิมไปเยี่ยม เธอยังคงโศกเศร้าและโทษตัวเอง เธอคิดว่าเพราะเธอไปหากอดอนทำให้พ่อเธอต้องตายแม้ว่าคิมจะปลอบว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้นก็ตาม เธอก็ยังคงโศกเศร้าและโทษตัวเอง คิมได้แต่หวังว่าเธอจะทำใจได้และเข้มแข็งขึ้นในเร็ววัน
เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นคิมได้บันทึกไว้ในสมุด Kim No.3 เพื่อให้ Microzardรุ่นหลังที่ถือกำเนิดขึ้นได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของรุ่นเก่าสิ่งที่พวกเขาจะได้เจอหลังจากค้นพบว่าตัวเองมีความสามารถความน่ากลัวของคนและโลกที่เราต้องทนอยู่กับมันไปจนกว่ามันจะสลาย
“Microzard จริงหรือฝัน?”