ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    บทที่ 60 ไม่ใช่ของผม

    ภายใต้คำสั่งเฉียบขาดของรองผู้บัญชาการเฉิง ตำรวจหนุ่มและตำรวจวัยกลางคนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหยุดการสอบสวนฉินลู่ไว้แล้วเดินออกจากห้องสอบสวน

            หลังจากที่ตำรวจทั้งสองคนออกไปรองผู้บัญชาการเฉิงก็นั่งสบายๆ อย่างไร้กังวลตรงข้ามฉินลู่หยิบสมุดบันทึกการสอบปากคำของตำรวจสองคนบนโต๊ะแล้วพลิกดู

            “นี่มันอะไร มั่วซั่วไปหมด” พลิกดูแล้วครู่หนึ่งผู้บัญชาการเฉิงก็ฉีกสมุดบันทึกในมือทิ้งอย่างคาดไม่ถึงจากนั้นหยิบสมุดบันทึกเล่มใหม่ขึ้นมา ชี้ไปที่ถุงพลาสติกบนโต๊ะแล้วพูดกับฉินลู่ว่า “ปืนกระบอกนี้แกเอามาจากไหน” 

            ฉินลู่ขมวดคิ้วแล้วมองขึ้นลงรองผู้บัญชาการเฉิง 

            “ฉันถาม รีบตอบมา!” ผู้รองผู้บัญชาการเฉิงตะคอก

            “ปืนพกกระบอกนี้ไม่ใช่ของผม”

            “อ้อ” รองผู้บัญชาการเฉิงพยักหน้าและบันทึกในสมุดบันทึกว่า“ปืนพกเป็นของแก”

            ฉินลู่ตกตะลึงพูดอย่างโกรธเคืองว่า "ผมบอกว่าปืนพกไม่ใช่ของผม!"

            “อืม” รองผู้บัญชาการเฉิงพยักหน้าอย่างเฉยเมยไม่แก้บันทึกที่จดในมือ

            ในตอนนั้นเองฉินลู่ก็เข้าใจแล้วว่าผู้อำนวยการเฉิงที่อยู่ข้างหน้าเขาเป็นผู้ไม่ได้รับเชิญและอาจจะมาสร้างปัญหาให้เขาด้วยซ้ำ

            “คำถามต่อไป” รองผู้บัญชาการเฉิงหยิบปากกาขึ้นมาแล้วถามฉินลู่“ทำไมนายถึงทำร้ายคนอื่น ทั้งยังใช้ปืนพกพยายามฆ่าคนด้วย”

            “ในตอนนั้นผมจำเป็นต้องป้องกันตัว เป็นพวกเขาที่มาฆ่าผม! แปลว่าผมทำร้ายพวกเขาหรือ”

            "ฮ่าๆ" รองผู้บัญชาการเฉิงเยาะเย้ย"แกเป็นแค่หมอ มือไม้ไร้เรี่ยวแรงจะต่อสู้โต้กลับคนร้ายสี่คนได้ยังไง ฉันคิดว่าแกเป็นนักฆ่า"

            ในตอนนี้ในใจฉินลู่ชัดเจนมากแล้วเห็นได้ชัดว่ารองผู้บัญชาการเฉิงที่อยู่ตรงหน้าคือคนของหยางกรุ๊ปจัดหามามีจุดประสงค์คือให้เขาถูกตัดสินโทษ "ผมมือไม้ไร้เรี่ยวแรงหรือไม่พวกเรามาวัดกันได้"

            “บังอาจ!” รองผู้บัญชาการเฉิงตบโต๊ะเอ่ยด้วยน้ำเสียงคุกกรุ่น “จำไว้ว่าตอนนี้แกเป็นใคร! สารภาพมา โทษหนักจะได้เป็นเบา พูดออกมาคือทางออกเดียวของแก”

            “ฟังคำพูดของคุณดูแปลกๆ นะ” ฉินลู่เย้ยหยัน

            “เล่าขั้นตอนการลงมือของแกอย่างละเอียดมาซะ” รองผู้บัญชาการเฉิงถามต่อ

            คราวนี้ฉินลู่เพียงหุบปากเงียบทันทีไม่พูดสักคำ เงยหน้ามองฟ้า 

            “พูดมา!” รองผู้บัญชาการเฉิงกล่าวอย่างโกรธจัด

            ฉินลู่ยักไหล่แล้วทอดมองเขาด้วยสายตาช่วยไม่ได้

            “แกคิดว่าปฏิเสธการสอบสวนแบบนี้แล้วจะหลีกหนีการลงโทษตามกฎหมายได้หรือ”รองผู้บัญชาการเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงน่าเกรงขาม

            ฉินลู่ยังคงมองรองผู้บัญชาการเฉิงเหมือนคนโง่คนหนึ่งโดยไม่พูดอะไรสักคำ

            “โอเค ดีมาก ดีจริงๆ ฉันจะดูว่าแกจะทนได้ถึงไหน” รองผู้บัญชาการเฉิงหัวเราะหยันอย่างโกรธจัดแล้วพยักหน้าจากนั้นยืนขึ้นแล้วพูดกับตำรวจทั้งสองคนที่เขาพามาด้วย “เสี่ยวหลินนายไปเอาก้อนน้ำแข็งพวกนั้นวางใต้เท้าของเขา เสี่ยวหลี่ ไปเอาลูกกลิ้งยางมา”

             “ครับ ผู้บัญชาการ!” ตำรวจทั้งสองคนพยักหน้าและเดินออกจากห้องสอบสวน

            “ไอ้หนุ่ม ฉันมีวิธีจัดการแก ดูซิว่าลิ้มลองความทุกข์ทรมานแล้วจะสารภาพหรือเปล่า”รองผู้บัญชาการเฉิงเยาะเย้ย

            ฉินลู่เงียบสนิท

            “แกพร้อมจะสารภาพด้วยความทรมานหรือยัง” 

            "เผชิญหน้ากับผู้ต้องหาที่ดื้อด้านแบบแกความรุนแรงที่เหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็น"

            “เอาเถอะ งั้นพวกคุณมาเถอะ จะใช้กลวิธีอะไรก็งัดออกมาใช้” ฉินลู่ยักไหล่อย่างเมินเฉย

            “หึ ฉันจะดูว่าแกจะทนได้ถึงไหน”

            กล่าวจบโทรศัพท์ของรองผู้บัญชาการเฉิงก็ดังขึ้น เขาเดินออกจากห้องสอบสวน หลบไปริมกำแพงหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดปุ่มรับสาย

            “ฮัลโหลครับ นั่นคุณหยางใช่ไหม”

            “ฉันเอง จัดการไปถึงไหนแล้ว” เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนดังมาจากปลายอีกด้าน

            “เด็กคนนั้นไม่ง่ายที่จะรับมือ แต่ผมเตรียมกลวิธีบางอย่างไว้ใช้กับเขาแล้วครับ”รองผู้บัญชาการเฉิงกระซิบกับโทรศัพท์

            “ดี เรื่องทั้งหมดฉันฝากไว้กับนายแล้ว นายช่วยเหลือตระกูลหยางหลังจบเรื่องพวกเราจะตอบแทนให้อย่างงาม” ชายที่อยู่อีกด้านของโทรศัพท์เน้นคำว่า"ตอบแทน"

            “คุณหยางโปรดวางใจ เรื่องนี้จะจัดการให้คุณพอใจแน่นอน” รองผู้บัญชาการเฉิงหัวเราะจนปากจะฉีกถึงรูหู

            “งั้นรบกวนนายด้วย”

            “ไม่รบกวนเลยครับ ไม่รบกวน” รองผู้อำนวยการเฉิงพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำอีก

            "ตู๊ด..."

            โทรศัพท์ถูกวางสายไป

            รองผู้บัญชาการเฉิงกลับเข้าไปในห้องสอบสวนอีกครั้งนั่งที่แล้วมองฉินลู่ ก่อนจะพูดว่า “ตอนนี้บอกขั้นตอนการลงมือก่อเหตุของตัวเองได้หรือยังถ้ารออีกสักพัก ถึงแกอยากอธิบายก็คงต้องลิ้มลองความทรมานสักหน่อย"

            “คุณรู้ไหมว่าคุณกล้ามาก” ฉินลู่มองรองผู้บัญชาการเฉิงด้วยรอยยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม

            เปลือกตาของรองผู้บัญชาการเฉิงกระตุกเอ่ยอย่างเคร่งขรึม "แกพูดแบบนั้นหมายความว่ายังไงไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย"

            ฉินลู่เยาะเย้ย"หมายความว่ายังไงกันแน่ คุณน่าจะรู้ชัดเจนนะ"

            “อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน จะพูดก็พูดมา!” รองผู้บัญชาการเฉิงตบโต๊ะแล้วเอ่ยขึ้น

            “เมื่อกี้ เสียงโทรศัพท์ระหว่างคุณกับใครบางคน ผมได้ยินทั้งหมด” ฉินลู่พูดอย่างเนือยๆ

            “อะไรนะ!” รองผู้บัญชาการเฉิงยืนขึ้นด้วยความตกใจ

            เมื่อครู่ตอนเขารับโทรศัพท์เพื่อหลบซ่อนหูตาผู้คนก็หลบไปยังริมกำแพง แม้แต่คนที่อยู่ตรงระเบียงทางเดินยังไม่ได้ยิน แล้วชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในห้องสอบสวนจะได้ยินได้อย่างไรล่ะ

            “พูดไร้สาระอะไรของแก!” 

            ฉินลู่วางมือคู่ที่ใส่กุญแจมือไว้บนโต๊ะสอบปากคำอีกครั้งแล้วยกนิ้วมาแคะเล็บ"พูดไร้สาระไหม ตนเองย่อมรู้ดี"

            ฉินลู่ฝึกตนตั้งแต่ยังเด็กทั้งยังมีพรสวรรค์ฟ้าประทานอยู่เต็มเปี่ยมประสาทสัมผัสทั้งห้าอยู่เหนือจินตนาการของคนทั่วไป  ถึงตำรวจอ้วนที่อยู่ตรงหน้าเขาจะซ่อนตัวอยู่ที่มุมห้องแต่เพียงแค่ฉินลู่ตั้งใจเพ่งฟังอย่างละเอียดก็ได้ยินแล้ว

            หลังจากหายตกใจรองผู้บัญชาการเฉิงก็ค่อยๆ สงบสติอารมณ์ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้สอบปากคำอีกครั้งเอ่ยเบาๆ ว่า “แกแล้วรู้ยังไงล่ะ เพื่อสอบปากคำแกฉันได้ส่งคนไปหยุดอุปกรณ์บันทึกในห้องสอบสวนนี้  ไร้ปากไร้เสียงอย่างแกไม่มีใครเชื่อหรอกในเมื่อรู้แล้ว งั้นฉันจะบอกความจริงให้"

            รองผู้บัญชาการเฉิงเอนร่างกายส่วนบนไปยังโต๊ะสอบสวนจ้องไปที่ดวงตาของฉินลู่และกล่าวว่า “ฉันต้องขจัดปัญหาเรื่องแกให้ตระกูลหยางแกไปยุ่งกับคนที่ไม่ควรจะยุ่ง อย่าคิดที่จะได้ออกไป ไม่มีใครมาช่วยแกได้ยิ่งไม่ต้องคิดช่วยเหลือตัวเอง มีเพียงผลลัพธ์เดียวที่รอแกอยู่"

            “นั่นก็คือ ความตาย”

            ฉินลู่หรี่ตาเล็กน้อยแล้วพูดเย้ย"ดูเหมือนว่าอำนาจหยางกรุ๊ปจะไม่เล็กซะแล้วแม้แต่คนระดับอย่างคุณก็สามารถสั่งการได้"

            รองผู้บัญชาการเฉิงชี้นิ้วสั่นๆกล่าวว่า “ไม่ใช่สั่งการ ตระกูลหยางไม่มีความสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้ แกน่าจะเข้าใจว่านี่คือการร่วมมือแบบหนึ่ง”

            ฉินลู่ยิ้มและเอ่ยว่า"ไม่ว่าคุณจะพูดยังไงก็ไม่เปลี่ยนความจริงที่ว่าคุณเป็นหมารับใช้"

            สีหน้าของรองผู้บัญชาการเฉิงทะมึนลงทันทีเอ่ยอย่างเคร่งขรึม “เจ้าหนู ดูเหมือนว่าแกยังไม่เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองนะอีกไม่นานแกจะได้ลิ้มรสชาติของการทรมาน”

            สิ้นเสียงรองผู้บัญชาการเฉิงประตูห้องสอบสวนก็ถูกผลักเปิดออก ตำรวจสองคนนั้นเดินเข้ามาคนหนึ่งถือก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ไว้ในมือ ส่วนอีกคนหนึ่งถือลูกกลิ้งยางขนาดยาวอันหนึ่งไว้

            ลูกกลิ้งยางเป็นแท่งเหล็กเพียงแค่ด้านนอกหุ้มด้วยชั้นยาง เมื่อตีกระทบร่างกายคนจะไม่ทำให้เกิดรอยแผลที่เห็นชัดเจน

            “ตอนนี้ มาตัดสินกันเถอะ” รองผู้บัญชาการเฉิงผายมือออกมาแล้วพูดว่า“จะยอมรับความผิดของตัวเองหรือจะเอาแบบนี้...”

    คล้ายกับเรื่องซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน