ตอนที่ 1
หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง รวบผมตึงในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนกับกระโปรงสอบคลุมเข่ารองเท้าหนังหุ้มส้นสีดำยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองก่อนจะก้าวเข้าไปภายในโรงแรมปัณฑา โรงแรมหรูระดับห้าดาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ในย่านเศรษฐกิจ
“สวัสดีค่ะ ดิฉันมาสมัครงานค่ะ”
อัญชิสาส่งยิ้มหวานยกมือไหว้ทักทายพนักงานต้อนรับสาวสวยสองคนที่นั่งอยู่เคาน์เตอร์ด้านหน้า
“รอสักครู่นะคะ”
คนที่สวยคมผิวขาวราวกับดาราครีมบำรุงผิวบอกพร้อมกับเข้าไปหยิบแบบฟอร์ม จากนั้นก็พาเธอไปนั่งกรอกเอกสารที่โต๊ะของโซนคาเฟ่ใกล้กันแล้วจึงปลีกตัวกลับไปทำงานต่อ
ก่อนหน้านั้นอัญชิสาเคยทำงานเป็เสมียนทั่วไปอยู่ด้วยกันสามที่
ที่แรก บรรยากาศการทำงานค่อนข้างจะเป็พิษต้องแบกความเครียดกลับมาที่บ้านแทบทุกวันจนทนไม่ไหวถึงต้องลาออก
บริษัทที่สอง มีปัญหาการบริหารงานแบบครอบครัวเป็องค์กรที่ไม่มีระบบระเบียบ เ้าของหมุนเงินไม่ทันเลยจ่ายเงินเดือนลูกน้องช้าอยู่บ่อยๆ
และสุดท้าย ก่อนเธอจะตกงานเป็ที่ ๆ เธออยู่นานที่สุดมีเพื่อนร่วมงานดี เงินดี เ้านายดี แต่โชคร้ายภรรยาของเ้านายดันประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมลูกในครรภ์ทำให้ไม่มีแก่จิตแก่ใจทำงาน ต้องยกเลิกกิจการและปลีกวิเวกไปอยู่วัดป่าต่างจังหวัดอย่างสันโดษ
อัญชิสาเพียรหางานใหม่มาเป็ปีแต่ก็ไร้วี่แววเงินทองที่เก็บออมก็ร่อยหรอลงเรื่อย ๆจนคนที่บ้านเริ่มหงุดหงิดมองตัวเธอเป็ภาระถึงขนาดมีปากเสียงกันอยู่เนือง ๆ เนื่องด้วยความเครียดทางเศรษฐกิจหญิงสาวเลยต้องหลบมาอยู่กับแฟนหนุ่มที่คอนโด เมื่อก่อนฐานะของเธอค่อนข้างดี แต่บิดามารดาได้นำเงินไปลงทุนกับเหรียญในอากาศสุดท้ายก็ล้มตึงกันไปเป็แถบ ๆ สูญเงินไปเกือบทั้งหมด ครอบครัวของเธอจึงพลิกผันจากหน้ามือเป็หลังมือแทบจะในทันที
ชายสวมชุดสีขาวสะอาดตาเครื่องแบบเหมือนคนทำงานในครัวเดินออกมาที่ล็อบบี้และเลี้ยวเข้ามาสั่งกาแฟพรางแวะคุยกับเพื่อนร่วมงาน เขามองมาที่เธอ หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาแล้วก็ก้มกรอกเอกสารของตนต่อในหน้าสุดท้ายมีประโยคคำถามที่ว่า ‘คุณทราบข่าวสารการทำงานจากแหล่งใดและรู้จักกับใครในบริษัทหรือไม่’
ยุทธนาบอกเธอว่าที่นี่มีกฎห้ามพนักงานที่เป็สามี-ภรรยาทำงานแผนกเดียวกันแม้เธอกับเขาจะเป็แค่แฟนและมาสมัครในตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟพาร์ตไทม์ในเวลาสี่เดือนสั้นๆ แต่ชายหนุ่มก็ไม่อยากให้เธอรู้จักกับเขามาก่อนเพราะรู้ว่ามีแนวโน้มที่พนักงานชั่วคราวจะได้ปรับเลื่อนขึ้นมาเป็พนักงานประจำหากทำงานเข้าตาเขาอยากให้เธอมาทำงานอยู่ด้วยกันใกล้ ๆและไม่อยากให้ถูกตัดสิทธิ์ด้วยเหตุผลเพียงแค่นี้
เขาถือแก้วกาแฟเดินมาเฉียดโต๊ะที่เธอนั่งแล้วส่งยิ้มหวานเป็กำลังใจให้อัญชิสาก็เงยหน้ามารับยิ้มน้อย ๆ แล้วรีบผลุบก้มลงไปอย่างรวดเร็วสองวันให้หลังหญิงสาวก็ได้รับข่าวดีที่ทำให้ตื่นเต้นดีใจและกังวลไปในคราวเดียวกัน
“อัญจะต้องเริ่มงานกับพนักงานใหม่อีกห้าคนแต่อย่าห่วงเลยเพราะคุณมีผมอยู่ทั้งคน”
“แต่เราไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อน เคยแต่นั่งหน้าโต๊ะทำเอกสาร ไม่รู้จะทำได้หรือเปล่าลูกค้าก็ดูเหมือนจะมีแต่ต่างชาติทั้งนั้น”
“มันไม่ยากหรอกเชื่อผมสิพี่หมวยที่เป็ผู้จัดการห้องอาหารเป็คนเก่ง ใจดีเขาจะคอยเป็พี่เลี้ยงให้อยู่แล้ว แค่อัญจำโต๊ะให้ได้แค่นั้นเองแล้วก็ยิ้มให้ลูกค้ามากๆ ไหนลองยิ้มให้ผมดูซิ”
มือหนาประคองแก้มนวลให้หันมาหา ส่วนอีกข้างก็โอบเอวคอดจากทางด้านหลังเมื่ออัญชิสายิ้มให้เขาก็ประทับจูบไปที่ริมฝีปากบางเบาหญิงสาวโอนอ่อนผ่อนตามได้ไม่ยากเพราะรู้ว่าเขากำลังจะมอบความสุขที่สุดให้กับตน
ก่อนหน้านั้น่มหาวิทยาลัยหญิงสาวเคยมีแฟนมาแล้วหลายคนแต่คบกันได้ไม่ยาวด้วยเหตุผลที่ว่าเธอเฉยชาเกินไปอัญชิสาไม่เคยคิดจะสานสัมพันธ์ลึกซึ้งแม้แต่จูบเดียวเธอก็ไม่เคยให้เพื่อนหลายคนบอกว่าเธอหัวโบราณเกินไปที่คิดจะเก็บความบริสุทธิ์ไว้ให้กับเ้าบ่าวในวันแต่งงานไม่รู้จักเก็บเกี่ยวประสบการณ์รักใน่วัยสวยสดใส
เธอไม่คิดว่าตัวเองโง่มาก่อนจนวันที่ได้ลิ้มรสสวาทเป็ครั้งแรกจากยุทธนาในวัยเกือบสามสิบเพิ่งจะรู้ว่าการมีเซ็กซ์เป็เสมือนยาวิเศษที่ช่วยบำบัดความเครียดให้หายเป็ปลิดทิ้งมันค่อนข้างมหัศจรรย์ที่หล่อนสามารถทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่แบกหนักอยู่บ่นบ่าเล็กลงไปได้ครั้งใดที่ปลดเปลื้องเสื้อผ้าปัญหาต่าง ๆ ก็ถูกละวางทิ้งหมด
ความเครียด ความทุกข์ ความกดดันและปัญหาจากคนในครอบครัวที่ตนไม่ได้เริ่มต้นก่อวิ่งเข้ามาปะทะกันเต็มๆ
‘เลี้ยงมาั้แ่เด็กแล้วยังจะต้องเลี้ยงในตอนโตอีกหรือช่วยกันทำมาหากินบ้างสิ ไปทำงานที่ไหนก็ไม่ยืดเงินเดือนก็นิดเดียวมีปัญญาได้แค่นี้เอง มันจะพอยาไส้มั้ย ฉันเคยส่งแกเรียนได้ดีกว่านี้อีกอย่าติดนิสัยคุณหนูให้มากนัก มีอะไรทำก็ทน ๆ ไปเถอะแกไม่ได้มั่งมีเหมือนอย่างแต่ก่อนแล้ว โง่!โง่พอกันทั้งหมดทั้งตระกูลนั่นแหละ กูก็โง่เหลือเกินน่าจะตาย ๆไปเสียให้มันรู้แล้วรู้รอดไป’
หากวันไหนไม่มีเสียงด่าทอเช่นนี้ก็จะเป็เสียงของพ่อแม่ทะเลาะกัน หรือไม่ก็เสียงคนเมาฟูมฟายตำหนิตนเองในอดีต พาลก่นด่าสาปแช่งไปถึงคนหลอกลวงและคนชักนำไปสู่เส้นทางหายนะที่ทำให้ชีวิตต้องเปลี่ยนไปจนไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้อีก
มันไม่ใช่ความผิดของเธอนะ มันไม่ใช่ความผิดของเธอเสียหน่อยทุกวันนี้เธอก็ทำดีที่สุดแล้ว ไม่เคยใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยสุขสบายเหมือนอย่างแต่ก่อนเพื่อนฝูงก็ร้างลาเลิกคบไปเพราะไม่มีปัญญากิน ๆ เที่ยว ๆ เหมือนแต่เดิมออกจะทำใจยอมรับชะตากรรมและเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่กับวาสนาที่ตกต่ำได้เป็อย่างดี
“อา...อา...”
เสียงครวญครางหวานแ่ดังระงมต่อเนื่อง เธอเห็นภาพรถยุโรปคันโปรดที่เคยใช้ขับไปมหาวิทยาลัยแล้วถูกขายไปในภายหลังหากเธอยังมีมันอยู่คงไม่ต้องพึ่งบริการรถประจำทาง ไม่โดนเบียดเสียดลวนลามแล้วมีสุภาพบุรุษมาช่วยไว้จนได้สานสัมพันธ์มาถึงขั้นนี้
ยุทธนาเข้ามาทำให้โลกเหงา ๆ เฉา ๆ ของเธอมีสีสัน มาเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไปหญิงสาวไม่เคยเปิดรับใครได้มากเท่ากับที่เปิดรับเขามาก่อน อาจเป็เพราะชายหนุ่มเข้ามาใน่ชีวิตที่เธอกำลังโดดเดี่ยวอ้างว้าง เหว่ว้าจึงต้องไขว่คว้ายึดเกาะเอาไว้เป็ที่พึ่งพิงสุดท้าย
ชายหนุ่มเองก็กอดกระชับรัดเธอแน่นยิ่งกระแสคลื่นป่วนปั่นเท่าไรเขาก็ยิ่งแทบจะผสานกายให้เป็เนื้อเดียวกันกับหล่อนอกแกร่งบดเบียดกับทรวงอกนิ่มหยุ่นแทบจะไม่ให้อากาศแทรกผ่าน หล่อนถูกกดไว้ใต้ร่างแล้วก่อไฟพิศวาสลุกโชนหวามไหวไปรอบตัวหากเป็เมื่อก่อนอัญชิสาจะไม่ทำอย่างนี้ ส่งยิ้มออดอ้อน แอ่นกายเรียกร้องครางเสียงยั่วยวนให้สนองตอบความปรารถนาเร้นลึกที่หลบซ่อนอยู่ภายใน
กรงเล็บแหลมจิกที่บ่าแกร่งพลางสูดปากเร่งเร้าให้เขารีบพาเธอไปให้ถึงจุดหมายหญิงสาวอยากจะะโกรีดร้องใส่หน้าพ่ออยากจะหัวเราะะเิใส่หน้าแม่อย่างสาแก่ใจนัก สมน้ำหน้า สมน้ำหน้าที่อวดเก่งละโมบโลภมากสุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลย
เธอไม่ได้ไปเรียนต่อเมืองนอกเธอไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรเหลืออยู่เลย เธอไม่มีใครคบ จบมาก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานงกๆ ให้กับคนขี้เมากับคนเอาแต่ใจ ปากร้ายก็อย่างหนึ่ง อวดเก่งก็อย่างหนึ่งใครเตือนอะไรก็ไม่ฟังอย่างหนึ่ง
‘กูเป็แม่มึงนะไม่ต้องมาสอน อ๋อ! เอาซี่พอกูล้มก็เหยียบกันจม’
‘หนูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่อยากให้แม่ประหยัดบ้างไม่ต้องทำงานอะไรก็ได้แค่ไม่เล่นหวย ไม่เล่นแชร์ ไม่หาเื่กู้หนี้ยืมสินก็พอ’
‘ก็กูเอามาลงทุน’
‘นี่ยังไม่เข็ดอีกหรือไง’
‘มันต้องมีวันของกูบ้างสิวะ ไม่ต้องพูดมากเงินเดือนแค่ไม่กี่หมื่นทำอย่างกับว่ามีปัญญาจะเลี้ยงฉันแกเอาตัวแกให้รอดก่อนเถอะ’