“หึหึ คารวะเถ้าแก่หลิงขอรับ ท่านมีอันใดกันถึงมาหาข้าที่นี้ได้” กู้หมิงซื่อที่เห็นว่าเถ้าแก่หลิงมิได้สนใจตนเองที่กำลังเดินเข้ามาภายในห้องรับรอง จึงเอ่ยทักทายออกมาอย่างอดเสียมิได้
“หืม ผู้เฒ่าอย่างข้านะหรือจะมาหาเจ้า นู้น หลานสาวของข้าต่างหาก” เจ้าเด็กหน้าเหม็นอย่างพวกเจ้านะหรือ ข้าจะมาหา พลางทำท่าชี้ไปทางจินเออร์ที่กำลังนั่งทานของว่าง โดยมิได้รับรู้ว่ามีคนเดินเข้ามาแล้ว
“หืม จินเออร์นะหรือ” กู้หมิงซื่อกล่าวพลางคารวะให้ทุกคนเบาๆ ก่อนจะเดินไปหยุดใกล้ๆ จนจินเออร์ ที่มัวแต่ทานของว่างอยู่เงยหน้าขึ้นมาเจอ
“คารวะเจ้าค่ะพี่กู้ เพียงแต่ก็ไม่ใช่ข้าอีกเช่นเคย ท่านพ่อของข้าต่างหากเจ้าค่ะ” จินเออร์เอ่ยออกไปพร้อมมองไปยังท่านพ่อซานหลงของนางให้อธิบายต่อ เห่อ ขายหน้าอีกแล้วสิข้า ขนมเต็มปากข้าขนาดนี้ ท่านยังมาแกล้งถามข้าอีกนะเจ้าค่ะ พร้อมกับมองค้อนไปหนึ่งที
“ฮ่าๆ อันใดกันแน่ขอรับ ท่านซานหลง” กู้หมิงซื่อหัวเราะในท่าทีของจินเออร์ จากนั้นจึงหันไปถามซานหลง
“คารวะคุณชายกู้ขอรับวันนี้ข้านำจดหมายเชิญมาให้ท่านขอรับ” ซานหลงที่อดจะสงสารคุณชายกู้ไม่ได้จึงรีบเอ่ยเข้าเนื้อความ
“อืม จดหมายเชิญอันใดหรือขอรับท่านซานหลง” กู้หมิงซื่อที่ยังคงสงสัยอยู่เอ่ยถามออกไปอีกรอบ
“สักครู่นะเจ้าค่ะ พวกเรานั่งลงได้หรือไม่ ยืนนานๆ ข้าว่า ข้าไม่ไหวเจ้าค่ะ แฮร่ๆ” เป่ยจินที่เห็นว่าคนทั้งหมดไม่มีท่าทีว่าจะนั่งลงเสียที จึงเอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อนที่เรื่องจะยืดเยื้อไปนานกว่านี้
“ฮ่าๆ เชิญๆ ทุกท่านนั่งก่อนขอรับ”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
“เล่าต่อเถิดท่านซานหลง” เมื่อทุกคนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว กู้หมิงซื่อจึงเอ่ยต่อไป
“ขอรับ จดหมายเชิญเปิดสำนักคุ้มภัยซีจ้าวขอรับ”
“หืม สำนักคุ้มภัยซีจ้าวหรือขอรับ” ใบหน้าของกู้หมิงซื่อในตอนนี้เต็มไปด้วยความสงสัยปิดไม่มิด
“ขอรับ มีอันใดหรือไม่ขอรับ” ซานหลงที่พอจะเข้าใจในสีหน้าที่แสดงออกมาจึงเอ่ยถามออกไป
“ไม่มีอันใดขอรับ ข้าเพียงแปลกใจและยินดีกับกิจการใหม่ของตระกูลเป่ย ไว้เจอกันวันเปิดกิจการอย่างแน่นอนขอรับ” สำนักคุ้มภัยเช่นนั้นหรือ ตระกูลเป่ยช่างมีเรื่องให้ข้าแปลกใจเสียจริง หึหึ
“เช่นนั้นก็จะเป็นเกียรติแก่กิจการของข้ามากๆ ขอรับ” ซานหลงเอ่ยออกมา
“ฮ่าๆ อำนาจของข้าคงไม่เท่าเถ้าแก่หลิงกระมัง” กล่าวจบก็หันไปทางเถ้าแก่หลิงที่กำลังนั่งหน้าระรื่นด้วยความยินดีอยู่
“หึย เจ้าเด็กพูดมาก” พูดจบเถ้าแก่หลิงก็ปาเม็ดถั่วทานเล่นไปยังคุณชายกู้ ทำให้ทั่วห้องเงียบไปทันตา เพียงแต่ไม่นานก็มีเสียงหัวเราะออกมาจากคุณชายกู้ พร้อมกับคำอธิบายว่ามิได้เป็นอันใด เนื่องจากตนเองเคารพเถ้าแก่หลิงดุจผู้อาวุโสคนหนึ่งเช่นกัน
เพียงแต่เบื้องหลังนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้น เรียกว่าผู้อาวุโสคงมิได้ คงต้องเรียกว่า…อาจารย์หลิงเซียว
“ว่าแต่ซีจ้าว ชื่อเป็นมงคลดีนะขอรับ มาจากอันใดหรือ” กู้หมิงซื่อที่ได้โอกาสสอบถาม จึงเอ่ยออกมาทันทีเพื่อเปลี่ยนเรื่อง
ปล. เจอข่าวในทวิตเตอร์เรื่องข่าวที่เกิดขึ้นที่เกาหลีตั้งแต่คืนนั้นแล้ว ขอร่วมไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตทุกชนชาติและคนไทยที่เสียชีวิตด้วยนะครับ