ภพ 1
ตอน ยอดพธูในดวงใจ
เ้าดอกท้อปลิดปลิวสู่ธารา ม้วนชีวาไร้อาลัยดังใจสม
ทรมานอกข้าให้ตรอมตรม จมอยู่ในความมืดมนเพียงลำพัง.
ณ หมู่บ้านซือจง อยู่ห่างไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอเลี่ยงซู เมืองอู่อัน ชุมชนชนบทขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยูเาป่าไม้อุดมสมบูรณ์ จำนวนผู้อยู่อาศัยถึงห้าพันครัวเรือน ประกอบอาชีพหลากหลายที่เน้นใช้แรงงานมากกว่ามันสมอง
การศึกษาห่างไกลจากความสนใจของคนที่นี่ สตรีที่เกิดมาทุกคน ไม่ทันจะได้รู้ความก็ถูกพ่อแม่จับไปหมั้นหมายกับบุตรชายของคนข้างบ้านเสียแล้ว พวกผู้ใหญ่มักไม่พิถีพิถันในการเลือกลูกเขย ลูกสะใภ้ ถือเป็เื่เสี่ยงโชคที่มีสีสัน ไม่ว่าทั้งสองฝ่ายจะเติบโตขึ้นมีหน้าตา รูปร่าง นิสัย ฐานะเช่นไรก็ตาม ขอเพียงได้แต่งงานกันก็พอแล้ว
เขตใจกลางหมู่บ้านเป็ตลาดขนาดใหญ่ที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนมาจับจ่ายซื้อของ เสียงที่ดังในระแวกนี้ อาจชวนให้คนภายนอกที่เพิ่งเข้ามาใเป็ลมได้ เนื่องจากผู้ชายในหมู่บ้านซือจงชอบพูดเสียงดังกระโชกโฮกฮาก ฟังแล้วมิต่างคนที่ใกล้ทะเลาะกันจนจะลงไม้ลงมือ
ลี่อินที่เติบโตมาถึงอายุสิบห้าปีไม่รู้สึกคุ้นชินกับนิสัยเ่าั้เลย เด็กสาวที่รักความสงบสันโดษเช่นนางรำคาญจนต้องหาอะไรมาอุดหูเพื่อลดเสียงทุกครั้งที่มาตลาด จนเพื่อนสาวในวัยไล่เลี่ยกันหัวเราะหยอกล้อเป็ประจำ
“ลี่อินใกล้ถึงแผงขายเนื้อของเฉียงจางหย่งแล้ว” จิ่นกวางกระแทกไหล่ลี่อินเบาๆ แล้วพยักเหยิดไปยังด้านหน้าให้เพื่อนสาวเตรียมสองเท้าให้พร้อม
ลี่อินได้ยินเช่นนั้นก็สะท้านเฮือกในใจ บุรุษที่ชื่อเฉียงจางหย่งอายุยี่สิบปี ที่ขายเนื้ออยู่ในตลาดนั้นเป็คู่หมั้นหมายของนาง แต่เดิมบ้านเขาอยู่ใกล้บ้านนาง พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายเคยไปมาหาสู่สนิทสนมกันกลมเกลียว
บ้านตระกูลเฉียงนั้นมีบุตรชายโทนคือ เขา ที่เกิดมาก็ตัวใหญ่หนักราวกับหิน เป็ความหวังของพ่อแม่ยามแก่เฒ่า ส่วนบ้านนางนั้นมีพี่ชายกับพี่สาวที่หมั้นหมายไปแล้ว โชคร้ายจึงมาตกอยู่ที่นางพอดี
เด็กสาวไม่ชอบคู่หมั้นหมายของตนมากๆ จนหลายครั้งคิดอยากจะผูกคอตายหนีการแต่งงานในอนาคตเสียให้รู้แล้วรู้รอด เนื่องจากตอนเด็กถูกเฉียงจางหย่งมากลั่นแกล้งสารพัด สิ่งใดที่นางกลัว สิ่งใดที่นางไม่ชอบ เขาสรรหามาได้หมด
จนถึงวัยปักปิ่น จากเด็กหญิงตัวน้อยๆ เติบโตเป็ดรุณีแรกรุ่นที่สะสวย แม้ทรวงทรงองค์เอวจะบางตามากไปหน่อย ก็เข้าใจได้ว่ายังไม่เจริญวัยสมบูรณ์ กระนั้นหน้าตาผิวพรรณที่โดดเด่นผิดแผกจาสตรีในหมู่บ้านก็เริ่มเชิญชวนสายตาจากชายหนุ่มในหมู่บ้านให้จับจ้องมอง คู่หมั้นหมายที่เคยสนุกกับการแกล้งนาง ก็เปลี่ยนมาเอาอกเอาใจ ส่งสายตาเกี้ยวพาไม่อำพราง จนนางขนลุกเกรียวทุกครั้ง ที่เกิดจากอาการรังเกียจมิใช่เพราะเขาขี้เหร่เกินทน
เฉียงจางหย่งนั้นรูปร่างหนาบึกบึนสูงใหญ่ผิวคร้ามเข้ม เขาทำงานหนักมาั้แ่เด็ก ด้วยมารดาถูกทุบตีอยู่บ่อยจนป่วยเรื้อรัง บิดาก็แสนี้เีไม่ได้แตะเหล้าสักวันเหมือนคนจะบ้าตาย ภาระหนักจึงตกบนสองบ่าบุตรชายโทนของบ้าน กระนั้นเขาก็ยังเป็คนอารมณ์ดีตลกขบขัน กล้าได้กล้าเสีย บ้าบิ่น เพื่อนฝูงรายล้อม
ส่วนหน้าตานั้นมองผิวเผินแสนดาษดื่น แต่เมื่อได้มองนานไปก็มีเสน่ห์หล่อเหลาอย่างน่าประหลาด ดูเหมือนคู่หมั้นหมายนางจะไม่มีอะไรให้น่ากังวล จริงๆ แล้วเขามีข้อเสียที่เด็กสาวทำใจรับไม่ได้คือ พอสุราเข้าปากแล้ว เขาเปลี่ยนไปราวกับคนละคน โมโหร้ายมิต่างจากบิดาเขาเลย
หากในอนาคตได้สามีที่เดี๋ยวคุ้มดีคุ้มร้าย ต้องมานั่งระแวงว่าผีบ้าจะเข้าสิงเขาตอนไหน ชีวิตคงทุกข์ทรมานไปจนตาย สตรีเมื่อแต่งงานแล้วจะมีสองสามีได้หรือ พวกนางต้องทนกับคู่ครองเดิมไปจนกว่าจะหมดเวรหมดกรรมในชาตินี้
ที่เด็กสาวคับแค้นใจนัก เพราะพ่อแม่ของเฉียงจางหย่งส่งวันเดือนปีเกิดของเขามาแล้ว เริ่มการผูกดวงชะตา หาฤกษ์งามยามดีงานมงคล ซึ่งมีกำหนดในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
จมูกได้กลิ่นเนื้อสดปนเืคละคลุ้งในระยะยี่สิบก้าวทั้งที่ยังไม่ถึงแผงขายเนื้อ มีลูกค้าอยู่สองคนที่กำลังเลือกเนื้อบนแผงไม้ไผ่ ลี่อินหลบหน้ารีบเร่งสองเท้าทันที ร่างเล็กๆ ที่ยากจะสังเกตเบียดฝ่าผู้คนที่เดินขวักไขว่อยู่เต็มท้องถนน
นางคิดว่า ทำตัวปิดหูขโมยกระดิ่งจะพ้นแล้ว
มีดปังตอปักค้างอยู่บนเขียงไม้ พ่อค้าขายเนื้อที่ควรจะดูแลร้าน กลับหายไปในพริบตา เมื่อมีหนูตัวน้อยที่วิ่งอย่างเอาเป็เอาตายผ่านหน้าร้านเขา ไม่แม้แต่เหลียวหลัง
เฉียงจางหย่งมีสายตาที่ว่องไวประดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อ เขาก้าวขายาวๆ ไม่เท่าไรก็ถึงตัวนางแล้วคว้าข้อศอกไว้ ดึงให้นางกลับมาได้ง่ายดาย
“ปล่อยข้า” ลี่อินพยายามสลัดให้พ้นพันธนาการที่แข็งแรงนั้น อีกมือที่ถือตะกร้าก็ไม่วายใช้เป็อาวุธประทุษร้ายชายหนุ่มที่กล้าเหิมเกริมฉุดกระชากนางกลางตลาดเช่นนี้
ป่าเถื่อนเกินไปแล้ว!
เฉียงจางหย่งกลับกลั้วหัวเราะชอบใจ ไม่ถือโทษโกรธเคือง ยังยิ้มกว้างมีเสน่ห์ พูดอวดของเพื่อเอาใจ “วันนี้ข้าได้เนื้อกวางมา เก็บไว้ให้เ้าคนเดียวเลยนะ จะรีบกลับบ้านไปทำไม”
ทั้งที่รู้ว่าสาวเ้าไม่ชอบขี้หน้า และหลีกหนีให้ได้ทุกครั้งที่ต้องผ่านทางนี้ เขาก็ยังชอบตามตอแยให้นางรำคาญอยู่ร่ำไป ราวกับสีหน้าท่าทางขุ่นเคืองของนางกลายเป็ภาพอันน่ารักที่ทำให้เขาเสพติดไปเสียแล้ว
“ถอย! ว่าที่เ้าสาวข้าจะเลือกเนื้อไปทำกับข้าว” เฉียงจางหย่งผลักไหล่สองคนที่ยืนขวางอยู่หน้าร้านเขาให้ออกไปไกลๆ เหลือพื้นที่ว่างให้นางยืนเลือกได้สบายอกสบายใจ
ลี่อินถลึงตาใส่ชายหนุ่มที่หยาบคายกับลูกค้า เขายอมเสียโอกาสที่จะขายเนื้อ เพื่อให้สิทธิ์พิเศษกับนาง นิสัยช่างน่ารังเกียจนัก ต่อไปใครอยากจะมาซื้อเนื้อกับเขากัน
“กินเนื้อเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ” มือใหญ่ขยี้บนผมดำขลับที่นุ่มสลวยของนางเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยวแกมเอ็นดู ลี่อินเบือนหน้าหลบพัลวันจนเผยให้เห็นลำคอระหงขาวสะอาดที่ด้านหน้ามีปานสีชมพูรูปดอกท้อเล็กๆ น่ารัก ดวงตาของเฉียงจางหย่งเข้มขึ้นเล็กน้อย อีกเพียงไม่นาน เขาก็ไม่ต้องห่วงแล้วว่า ใครจะมาแย่งชิงนาง
เฉียงจางหย่งกอดอกพิงแผงร้านแล้วมองยิ้มๆ ขณะที่ลี่อินรีบหยิบใบบัวด้านข้างเขียงไม้มาห่อเนื้อหมูหนึ่งชิ้นแล้วใส่ลงในตะกร้า เป็อันเสร็จเรียบร้อยตามที่เขา้าก็เตรียมเดินไปให้พ้นจากตรงนั้นโดยไม่คิดจะเอ่ยคำขอบคุณให้เสียเวลา
“จางหย่ง” ชายาุโที่ขายมีดแผงด้านข้างเรียกชายหนุ่ม ด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ เขาเห็นสองหนุ่มสาวคู่นี้มาสองสามปี วิธีเกี้ยวพาสาวของเฉียงจางหย่งดูจะหยาบคายโผงผางเกินไป จึงไม่ได้ใจสาวเสียที ก็อดไม่ได้ที่จะแนะนำด้วยความหวังดี
“ข้าได้ยินมาว่า มารดานางเป็สาวผู้ดีจากที่อื่นมาพบรักบิดานาง เพราะความรักที่สุภาพจริงใจ นางน่าจะชอบแบบนั้น เ้าอย่าได้เย้าแหย่แกล้งนางหยาบคายเช่นนี้อีกเลยจะดีกว่า”
คำพูดดีๆ ฟังแล้วเหมือนลมที่ผายออกจากก้น เฉียงจางหย่งเดินอ้อมไปด้านหลังแผงลอย ประจำที่ แล้วเริ่มลงมือสับกระดูกหมูจนเกิดเสียงดัง ใบหน้าที่ยิ้มไม่แยแสเปลี่ยนเป็เงียบขรึม แต่พอมีลูกค้าผู้หญิงมาซื้อ ชายหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นสวมหน้ากากรอยยิ้มต้อนรับ หยอดคำหวาน โดยใช้น้ำเสียงที่มีความนุ่มนวล ทำให้หญิงสาวเคอะเขินจนตัวม้วน
![]()
“ทำไมถึงหยิบเนื้อมาน้อยเช่นนี้”
อู่อิ้งเยว่บ่นกระปอดกระแปดขณะที่หยิบของออกมาจากในตะกร้าแล้วพบเนื้อหมูที่ห่ออยู่ในใบบัวมีขนาดเล็กไม่เพียงพอท้องไส้คนในครอบครัวได้ นางก็รู้ทันทีว่าเป็เนื้อจากแผงร้านของเฉียงจางหย่ง
“พี่สะใภ้ ท่านไม่เป็ข้าไม่เข้าใจหรอก ความรู้สึกที่ต้องเข้าใกล้คนที่ชังน้ำหน้า” ลี่อินอุ้มลี่โม่โฉวหลานชายตัวน้อยวัยสามขวบเศษที่มือไม้ซุกซนจับข้าวของที่วางอยู่บนโต๊ะ นางก้มหน้าหอมแก้มนุ่มๆ นั้นฟอดใหญ่ เด็กน้อยรู้สึกจั๊กจี้จนหัวเราะเอิ๊กอ๊ากน่ารักละลายหัวใจ
“ขอแค่เหล้าไม่เข้าปาก เขาก็เป็ผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง เื่แกล้งๆ หยอกๆ เพราะเ้ามัวแต่ปั้นหน้าบึ้งใส่ เขาถึงหมั่นเขี้ยวนัก หากเปลี่ยนเป็ยิ้มหวานๆ พูดจาดีๆ มีหรือจะทำเื่ที่เ้าไม่ชอบ”
“พี่ชายข้าเป็คนดี ท่านถึงพูดได้” ลี่อินปะหลับปะเหลือกสายตาลับหลัง แค่นเสียงเย้ยหยันขึ้นจมูกด้วยไม่พอใจกับคำพูดของอู่อิ้งเยว่
เพราะลี่ต้าซานเป็คนดี สุภาพจริงใจเฉกเช่นบิดา ดูมีมารยาทการศึกษามากกว่าเฉียงจางหย่งหลายเท่า ในหมู่บ้านมีสตรีใดบ้างไม่หมายปอง กระทั่งเขามีภรรยาแล้ว ยังมีสตรีมาทอดสะพานให้อยู่เนื่องๆ ต่างกับใครบางคนลิบลับ
“อะไรกัน! วันนี้พ่อได้ยินอาอินชมหรือนี่” พูดถึงไม่ทันขาดคำ ลี่ต้าซานที่กลับมาจากหาของป่าพร้อมบิดาก็ยิ้มร่าเข้ามาในห้องครัว แล้วตรงเข้ามาฉกอุ้มลี่โม่โฉวไปจากลี่อิน ด้วยความคิดถึง บุตรชายคนแรกของเขากับอู่อิ้งเยว่ที่รอมาหลายปี กว่าจะมาเกิดในครอบครัวที่อบอุ่นเช่นนี้
“ท่านพี่ ดูเนื้อที่นางหยิบจากร้านจางหย่งสิ ยังไม่พออิ่มท้องโม่โฉวเลย” อู่อิ้งเยว่ทำการฟ้องสามี แม้พ่อค้าขายเนื้อสัตว์ในหมู่บ้านจะมีหลายเ้า แต่นี่ของที่ได้มาโดยไม่เสียเงินสักแดงเดียว ควรจะโลภให้มากหน่อย คนในบ้านจะได้อิ่มอีกหลายวัน
“น้องข้า เ้าไม่รู้จักแกล้งเอาคืนเสียบ้าง จางหย่งชอบหยอกเย้าเ้านัก ก็หยิบเนื้อร้านเขามาเยอะๆ เขาจะได้เหนื่อยไปหาอีกหลายวัน สบายใจเ้าไม่ต้องผ่านทางนั้นพบหน้า” ลี่ต้าซานส่ายหน้ายิ้มขบขัน มองใบหน้างอง้ำของน้องสาวแล้วยิ่งอารมณ์ดี มิแปลกใจเลยว่าทำไม เฉียงจางหย่งถึงชอบแกล้ง
ก็เด็กคนนี้น่าแกล้งมากจริงๆ
“นางไม่ร้ายกาจเช่นท่านหรอกนะ” น้องสาวของสามีใสซื่อ นางยังอ่อนต่อโลกที่จะไปคิดแกล้งอย่างเห็นแก่ตัวเช่นที่ลี่ต้าซานเสนอแนะได้ ในเมื่อไม่ชอบก็ไม่อยากเฉียดเข้าใกล้ กระทั่งไม่อยากร่วมอากาศหายใจเลยก็ว่าได้
“เชื่อพี่เถอะน้องรัก อย่างไรก็หนีกันไม่พ้น อีกไม่นานก็จะได้เสียกันแล้ว ใน่ข้าวใหม่ปลามันต้องฉกฉวยเอาไว้มากๆ บ้านเราจะได้ประหยัดค่าเนื้ออีกหลายมื้อ ดูอย่างลี่เนี่ยนเจินสิ นางรักเ้าบื้อเสี่ยวฉินหรือ ก็ไม่ ่ก่อนแต่ง นางได้ข้าวสารจากบ้านนั้นมาหลายชั่ง ท่านพ่อท่านแม่ยิ้มหน้าบาน มีน้ำมีนวลขึ้นมาก นี่สิถึงจะเรียกว่ามีชั้นเชิง”
“สอนได้ดี” อู่อิ้งเยว่ปรบมือประชดให้ความคิดชั่วร้ายของสามี แต่เขาคงลืมไปว่า เฉียงจางหย่งเป็พยัคฆ์อันตราย มิใช่แมวน้อยเ้าบื้อเสี่ยวฉินที่ไม่มีสมอง ลี่อินได้เนื้อมามากเท่าไร น้องสาวเขาคงไม่พ้นถูกคิดเงินในคืนเข้าหออย่างหนักหน่วง
“หากท่านพ่อไม่ยึดติดกับประพณีหาคู่หมั้นของที่นี่ ชีวิตข้าคงไม่ต้องทุกข์เช่นนี้” ลี่อินตบโต๊ะดังปังแล้วลุกขึ้นยืน ดวงตาแดงก่ำเคล้าน้ำตาด้วยไม่อาจยอมรับชะตาชีวิตของตนได้
อู่อิ้งเยว่มองหน้าสามี เขาโยกตัวกล่อมบุตรชายตัวน้อยที่ใเสียงตบโต๊ะจนเริ่มแบะปากตั้งท่าจะร้องไห้ ส่วนลี่ซ่งบิดาของลี่อินที่อยู่หน้าห้องครัวหลบทางให้นางวิ่งออกไป เขาได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ มิอาจเข้าใจได้ว่าตนทำอะไรผิด
ั้แ่ตอนที่เฉียงจางหย่งเกิด เขาก็รู้สึกถูกชะตา จึงให้คำมั่นกับพ่อแม่อีกฝ่ายว่า ถ้ามีลูกคนที่สามเป็หญิงจะยกให้แต่งงานกัน แล้วเด็กหนุ่มนั่นก็เติบโตอย่างเข้มแข็ง ดูแลครอบครัวได้ั้แ่อายุยังน้อย แม้บิดาจะขี้เหล้าชอบตบตีภรรยา ก็ไม่มีทีท่าว่าเฉียงจางหย่งจะติดสันดานเช่นนั้นมาได้ ลี่ซ่งจึงมั่นใจว่า ตนเลือกคู่ครองที่ดีให้บุตรสาว แต่นางกลับโยนเป็ความผิดเขา
ลี่อินปิดประตูห้องขังตนเอง แล้วทิ้งตัวลงบนที่นอน หยิบหมอนยัดปุยนุ่มมารองแทนหมอนไม้สานแล้วฝังหน้าหลั่งน้ำตาเงียบๆ
ให้ตายก็ไม่มีทางชอบเฉียงจางหย่งได้เลย ราวกับเขาเป็ศัตรูมาั้แ่ชาติปางก่อน
เด็กสาวนึกถึง่อายุสิบสองปีที่ตนขวัญกล้าหนีไปให้พ้นจากที่นี่ แต่ก็ถูกเฉียงจางหย่งที่อาสากับท่านพ่อตามตัวนางกลับมาจากอีกหมู่บ้าน ตอนนั้นนางไม่ได้เห็นชายผู้มีรอยยิ้มอารมณ์ดี ท่าทางขี้เล่น แต่เขาน่ากลัวยิ่งกว่านั้น น่ากลัวจนนางไม่กล้าขัดขืน จำยอมกลับมาด้วยเงียบๆ
ทุกคนเห็นแต่ด้านที่เขาดี น่าพึ่งพา มีเพียงนางที่เห็นว่าด้านมืดของเฉียงจางหย่งน่าสะพรึงมากแค่ไหน นางไม่อยากอยู่กับความกลัวไปชั่วชีวิต…
![]()
หลังจากการหมั้นเมื่อครั้งที่เ้าสาวอายุสิบสองปีผ่านมาบัดนี้ เ้าสาวผ่านพิธีวัยปักปิ่นแล้ว ก็ได้ฤกษ์งานมงคลสมรสระหว่างตระกูลลี่กับบุตรชายโทนตระกูลเฉียง เริ่มขึ้นในวันที่ 8เดือน 9 ก่อนจะถึงวันเทศกาลฉงหยางในวันที่ 9 ทั่วหมู่บ้านซือจง คนที่เป็ญาติสนิทมิตรสหายที่รู้จักกันก็มาร่วมเป็สักขีพยาน ดื่มเลี้ยงสุรามงคล
บ้านตระกูลเฉียงในหมู่บ้านซือจงมีฐานะปานกลาง ระยะเวลาหลายปีที่เฉียงจางหย่งขยันเก็บหอมรอมริบ เขาได้สร้างเรือนหอแยกออกมาไม่ไกลจากบ้านเดิมเพื่อลงหลักปักฐานครอบครัวเขาเอง
เนื้อหมูป่า เนื้อกวางที่เก็บไว้ใช้เลี้ยงแขกในงานนั้นเต็มอิ่มหมีพีมัน ทั้งข้าวของเครื่องใช้ที่เ้าสาวต้องได้รับก็มิขาดแคลน ประทัดนับหมื่นเขาก็สรรหามาได้เพื่อจุดให้สนั่นก้องไปทั่วหมู่บ้าน การแต่งงานนี้ก็ดูจะยิ่งใหญ่เกินหน้าเกินตาหลายบ้านที่ออกเรือนเสียด้วยซ้ำ
ครอบครัวฝ่ายเ้าสาวเห็นถึงความตั้งใจที่จริงใจของว่าที่ลูกเขยจนยิ้มแก้มปริ นำเื่ความทุ่มเทของเฉียงจางหย่งเล่าให้เ้าสาวได้ฟัง ลี่อินซาบซึ้งอยู่บ้าง ด้วยไม่คิดว่าเขาจะใช้เงินมากมายเพื่องานมงคลแค่วันเดียว ที่เหมือนจะสำคัญยิ่งกว่าวันไหนในชีวิตเขา กระนั้นก็ไม่อาจเหมารวมแล้วชื่นชอบเขาได้มากกว่านั้น
หลังจากไปเคารพศาลบรรพชนของฝ่ายหญิงแล้ว ก็ถึงเวลาที่เ้าบ่าวมารับตัวเ้าสาวไปทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินที่บ้านเขา เฉียงจางหย่งในชุดเ้าบ่าวสีแดงเดินนำขบวนมาสู่ขอ พาบรรยากาศครึกครื้นกลิ่นอายมงคลมาเยือน ด้วยเสียงบรรเลงดนตรี ประทัดดังกระหึ่ม รอยยิ้มบนใบหน้าเขาวันนี้ดูมีความสุขมากกว่าทุกวัน ฝ่ายพ่อแม่เ้าสาวรับรู้ก็พากันหลบไปก่อน ตามความเชื่อที่ว่า ห้ามพบเ้าบ่าวกับขบวนสู่ขอ เดี๋ยวอนาคตจะไม่ลงรอยกันได้
ฝ่ายเ้าสาวเป็ครอบครัวใหญ่มีฐานะอยู่บ้าง ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็ ที่ให้เ้าสาวนำออกเรือนใช้หนึ่งเกวียนขนนับว่ามีหน้ามีตา ลี่อินในชุดเ้าสาวขึ้นนั่งเกี้ยวแดงผูกแพรแดงใช้สี่คนหาม เป็ที่อิจฉาของสตรีโสดที่รอชมอยู่ไม่น้อย
พ่อแม่ฝ่ายหญิงนำน้ำสะอาดสาดตามหลังเกี้ยว ให้หมายถึง บุตรสาวที่แต่งออกไปอยู่บ้านสามีแล้ว ถือเป็สมาชิกตระกูลเฉียงแล้ว เสมือนน้ำที่สาดทิ้ง
อู่อิ้งเยว่แอบเช็ดน้ำตาที่เอ่อคลอ อย่างไรก็เห็นลี่อินเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ที่ผ่านมาห้องครัวไม่เงียบเหงามีน้องสามีคอยช่วยเหลือ ยามนี้นางเป็สะใภ้ตัวคนเดียวแล้ว ต้องอยู่กับแม่สามีที่เข้มงวด จิตใจโหวงเหวงเหงาพิกล
ลี่ต้าซานก็รู้สึกไม่ต่างจากภรรยา น้องสาวที่น่าแกล้งได้ออกเรือนไปอีกคนแล้ว เขาได้แต่ภาวนาให้ผิดจากที่นางหวาดหวั่นไว้ ให้นางมีความสุขกับชีวิตหลังแต่งงาน
เด็กสาวอดทนรับน้ำหนักของมงกุญหงส์บนศีรษะจนปวดต้นคอ ตลอดเวลาต้องยืดหลังตรง เหนื่อยล้า คิดถึงครอบครัว หวาดกลัวจนร้องไห้เงียบๆ ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเ้าสาว
ถึงบ้านเขา ก็ลงจากเกี้ยวถือผ้าแพรแดงคนละข้างร่วมกับเ้าบ่าว มีแม่สื่อช่วยประคองระหว่างทางไม่ให้สะดุดล้ม เข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน ยกน้ำชาให้ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย เสร็จแล้วก็ทานขนมอี๋สีชมพูร่วมกันอีกครั้ง ก็เป็อันเสร็จพิธี
วันนี้วันมงคล สุราที่มีนั้นไม่อั้น บิดาของเ้าบ่าวชอบใจนัก เสร็จพิธีก็เตรียมเมาหัวราน้ำสมใจอยาก เฉียงจางหย่งนั้นมีเพื่อนฝูงเยอะพอสมควร เขาถูกดึงตัวไปร่วมวงดื่มสุราสังสรรค์กัน ส่วนเ้าสาวนั้นเป็หน้าที่ของแม่สื่อพาไปนั่งรอในห้องหอ
ลี่อินยังเป็เด็กสาวที่ไม่ประสีประสานักในเื่ความสัมพันธ์ชายหญิง แม้ก่อนหน้านี้พี่สะใภ้กับท่านแม่จะสอนมาบ้าง แต่ก็ไม่เท่ากับประสบการณ์จริงที่นางต้องเจอด้วยตนเอง ตอนนี้นางนั่งรอเ้าบ่าวด้วยหัวใจที่เต้นระรัว มิใช่เพราะตื่นเต้นจะได้มีสามี มันเป็ความกลัว ความรังเกียจ ขยะแขยงมากกว่า
รออยู่นานพอควร เสียงประตูห้องก็เปิดออกดังโครมแล้วก็ปิดเสียงดังเช่นกัน ราวกับผู้ที่เปิดปิดมันใช้แรงเกินปกติ อาจเป็เพราะฤทธิ์สุราที่ทำให้เ้าบ่าวยั้งแรงไว้ไม่ได้ สองเท้าของเขาดูไม่มั่นคงและหนักอึ้งจึงมีเสียงลากปนมาด้วย
ลี่อินที่ร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้ง มีน้ำตาเอ่อคลออีกครั้ง ร่างเล็กสั่นเทาดุจใบไม้ต้องลม จะว่าอากาศหนาวก็มิใช่ ดูเหมือนจะขวัญผวาท่าทางของเ้าบ่าวน่าจะถูกต้อง
เฉียงจางหย่งสั่นศีรษะที่มึนงงก่อนจะคว้านมือหาคันชั่งเปิดผ้าคลุมหน้าสีแดงของเ้าสาว แสงเทียนสีนวลในห้องหอให้บรรยากาศอบอุ่นอ่อนหวาน หัวใจที่ว่างเปล่าเดียวดายของชายหนุ่มเหมือนได้รับการเติมเต็ม เพียงได้เห็นเ้าสาวตัวน้อยของเขานั่งรออยู่ตรงนั้น
นางเป็ของเพียงชิ้นเดียว ที่ทำให้เขารู้สึกมีอำนาจและตัวตน สิทธิ์ความเป็เ้าข้าวเ้าของพลุ่นพล่านอยู่ในร่างเขา สายตาที่พร่ามัวพลันแจ่มชัด ดวงหน้ามนขาวเนียนราวกับหยกมันแพะ ดวงตาคู่นั้นกลมโตดำขาวตัดกันชัดเจนมีประกาย จมูกเชิดรั้น ริมฝีปากเล็กๆ สีแดงสดราวกับผลท้อสุกที่เชื้อเชิญให้ลองชิม สองแก้มนวลซับสีเืฝาดธรรมชาติ โดยรวมกลายเป็ความงามเพริศแพร้วที่หาไม่ได้อีกแล้วจากสตรีในหมู่บ้าน
นางเป็ของเขา ที่พวกบุรุษในหมู่บ้านหมายปองต้องอิจฉา
มันควรจะไปได้ดีแล้ว หากไม่มีคราบน้ำตาที่สะท้อนแสงเทียนมาระคายสายตาเขา จู่ๆ โทสะอันไร้รูปร่างก็ก่อตัวขยายใหญ่อย่างรวดเร็วกลายเป็ความเกรี้ยวกราด ใบหน้าชายหนุ่มเปลี่ยนเป็ดุร้ายในพริบตา
“วันมงคล เ้าร้องไห้ทำไม!” เฉียงจางหย่งมีเสียงทุ้มหนาเอ่ยแต่ละครั้งจึงฟังดูมีอำนาจ ยิ่งขึ้นเสียง ก็ราวกับมีอสุนีบาตฟาดลงมา ลี่อินใจนสะดุ้ง สองไหล่ถูกมือใหญ่บีบไว้แน่น
“ข้าเกลียดเ้า” แม้จะโกรธการกระทำของเขา คำพูดที่ควรจะโมโหโทโสกลับเปล่งออกมาได้แ่เบาจนน่าอนาถ
เกลียด? เขาใช้เงินเก็บไปมากมายเพื่องานมงคลที่นางจะดีใจว่า น่าอิจฉาที่สุดในหมู่บ้าน นางกลับมาใช้คำว่าเกลียดกับเขา ซึ่งเป็คำที่อัปมงคลในวันดีๆ
ความทุ่มเทอันเปี่ยมล้มด้วยความจริงใจถูกซัดพังทลายอย่างไร้เยื่อใย เฉียงจางหย่งไม่ใช่คนที่ทนกับการดูถูกดูแคลนนี้ได้ ฝ่ามือจึงสะบัดไปที่ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตานั้นเต็มแรง จนเด็กสาวล้มฟุบลง มงกุญหงส์หนักอึ้งร่วงหล่นพร้อมกับที่เส้นผมดำขลับยาวสลวยทิ้งตัวลงมาดุจม่านน้ำ ขับเน้นร่างแน่งน้อยให้ดูบอบบางน่าสงสาร
ผิวหน้าแสบร้อนผ่าวไปหมด ปรากฏรอยฝ่ามือใหญ่ชัด และริมฝีปากที่ห่อเืเพราะถูกฟันมากระทบ ลี่อินยิ่งสะอื้นไห้หนัก คับแค้นชิงชังจนส่งสัญญาณไปยังสองมือให้กำหมัดแน่น
“เ้าร้องไห้ทำไม!” เฉียงจางหย่งที่ดื่มสุราเข้าไปเยอะพอสมควร ยังมีแรงเหลือเฟือที่จะจัดการสตรีไม่รักดีให้รู้คุณค่าสิ่งที่เขาทำเพื่อนาง มือใหญ่ตามขยุ้มเส้นผมนางแล้วกระชากจนลี่อินหงายหลังตาม ทั้งร่างกระแทกเข้ามาในอ้อมแขนเขา คราวนี้น้ำตาที่ไหลเกิดจากความเจ็บล้วนๆ
“เกลียดเดรัจฉานเช่นเ้าอย่างไรเล่า!” นางเป็ลูกคนเล็กที่ได้รับการตามใจจนดื้อรั้น มากทิฐิ ถูกบิดามารดาเลี้ยงถนอม ทำผิดก็เพียงดุด่า มิเคยลงไม้ลงมือเลยสักครั้ง เ้าสัตว์เฉียงจางหย่งเป็แค่คนนอก แต่งงานกันก็วันแรก กล้าดีอย่างไรมาใช้กำลังเข้าหักหาญกันเช่นนี้ ให้ตายนางก็ไม่ค้นพบความรู้สึกดีให้มันได้เลย
สิ่งที่มันทุ่มเทหรือ ก็เพื่อหน้าตาของมันทั้งนั้นที่อยากโอ้อวด
“เ้ายังไม่รู้จักข้าดีพอจริงๆ สาวน้อย จะได้รู้ก็วันนี้ว่า ข้ากำราบม้าพยศให้เชื่องได้เช่นไร” เฉียงจางหย่งเน้นด้วยน้ำเสียงเ็าไร้ไมตรีทำให้เด็กสาวสะท้านหวั่นไหว
ผมที่ถูกรั้งจนตึงเจ็บบังคับให้นางแหงนหน้าสบตากับดวงตาปีศาจคู่นั้นที่เหี้ยมเกรียมกระหายด้วยความเผด็จการ ราวกับว่าวันนี้ถ้าไม่มีคำตอบที่น่าพึงพอใจจากปากนาง ก็จะได้ลิ้มรสการกำราบอันโเี้จนนางต้องร้องขอชีวิตแทบไม่ทัน
“ถุย” ลี่อินถ่มน้ำลายใส่ดวงหน้าที่แสนชิงชัง เกินจะทนจนต้องผิดวิสัยอันเรียบร้อยมีมารยาทตลอดที่ผ่านมาของตน ให้ตายไปข้าง นางก็ไม่มีวันยอมพูดว่า ร้องไห้ด้วยความดีใจที่แต่งงานกับคนอย่างมัน!
เส้นความอดทนสุดท้ายขาดผึงได้ง่ายในพริบตาเมื่อร่างกายมีฤทธิ์สุราเร่งเร้า ความรักถนอมยามปกติหายไปเสมือนไม่เคยมีในความรู้สึกเขา เมื่อถูกสตรีกระทำหยามเกียรติ ซึ่งนางต้องอยู่ใต้อำนาจสามีเท่านั้น
สิ่งที่ลี่อินได้รับหลังจากนั้น ทั้งมือทั้งเท้าจากบุรุษร่างสูงใหญ่ราวหมีดำที่กระทำต่อร่างกายนางอย่างไม่ยั้งแรงและไมตรี เสียงข้าวของในห้องหอดังโครมคราม แต่ไม่มีเสียงกรีดร้องของสตรีให้ได้ยินสักแอะ นางอดทนอดกลั้นกว่าร่างเล็กบอบบางของตนหลายเท่าตัว เจ็บกระอักเจียนตายก็ไม่มีทางร้องให้สัตว์ร้ายมันสมใจ
“จางหย่ง จางหย่งอย่าทำร้ายนาง!” ประตูห้องถูกตีจนสั่นะเื เสียงมารดาของเฉียงจางหย่งเต็มไปด้วยความร้อนรนปนสะอื้นไห้ นางได้ยินเสียงดังไปถึงบ้านจึงรีบวิ่งมาช่วยบรรเทาสถานการณ์
อย่างไรนางก็ไม่อยากให้ลูกสะใภ้ต้องมีชะตาเช่นเดียวกับนาง บุตรชายคนนี้เขาไม่ได้เลวร้ายเช่นบิดา แม้จะมีปัญหาในวัยเด็กจนเสพติดความรุนแรงมา ก็เฉพาะ่ที่สุราเข้าปากและได้รับฟังเื่ที่กระทบจิตใจ
นางพอจะรู้อยู่บ้างว่า ที่ลี่อินไม่ชอบเขาเพราะถูกแกล้งมาตลอด บุตรชายนางก็แสดงอย่างอ่อนโยนกับสตรีไม่เก่ง เพราะเขาไม่เคยเห็นจากบิดาที่กระทำกับมารดา วันนี้นางเหนื่อยล้าเกินไป จึงไม่ได้มาสั่งเตือนเด็กสาวไว้ว่า ให้ลดทิฐิลง เพื่อหลีกเลี่ยง
“ถ้าแม่ไม่กลับบ้านไปดีๆ ข้าจะให้พ่อจัดการ” เฉียงจางหย่งตะคอกผ่านประตูจนนางเฉียงผู้เป็มารดาใ นางปล่อยโฮด้วยความสงสารลูกสะใภ้ จำต้องหันหลังปิดหูปิดตากลับบ้าน เพราะความหวาดกลัวว่า สามีจะมาจัดการจริงๆ
ที่ผ่านมาพอบุตรชายโตพอ มีกำลังเหนือกว่า สามีนางก็ไม่กล้าใช้ความรุนแรงกับนางอีกเลย เพราะจะถูกเฉียงจางหย่งซ้อมกลับปางตาย เขาจึงมีอำนาจมากในบ้าน พูดคำไหนย่อมเป็คำนั้น นางจึงกลัวแม้จะเป็แค่คำขู่ก็ตาม
ดี! ซ้อมนางให้ตายไปเลย เ็ปเพื่อแลกกับอิสรภาพชั่วนิรันดร์
คิดเช่นนี้ ลี่อินก็มีกำลังใจมากขึ้น ความเ็ปไม่น่ากลัวเท่ากับความทุกข์ทรมานในการมีชีวิตอยู่กับเฉียงจางหย่ง
“เกือบจะเลยฤกษ์เข้าหอแล้ว” ความคิดนาง แม้แต่คนโง่ก็ยังดูออก นับประสาอะไรกับคนฉลาดเช่นเขา เฉียงจางหย่งประกบมือแล้วดัดตามข้อนิ้วคลายความปวดเมื่อยจนส่งเสียงกร๊อบๆ ให้ลี่อินขวัญผวาเล่น
เขาใช้มือเดียวที่เปี่ยมด้วยกำลังมหาศาลหิ้วคอเสื้อเด็กสาวให้ลอยขึ้นเหนือพื้นแล้วโยนไปบนเตียงที่มีฟูกรองรับ ลี่อินที่บอบช้ำไปทั้งตัว นอนกุมท้องที่จุกแน่น ไม่มีเรี่ยวแรงจะหนีไปไหนได้อีก
เฉียงจางหย่งถอดชุดเ้าบ่าวโยนทิ้งลงพื้น อวดร่างใหญ่ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรงเรียงตัวในลายเส้นคมชัดสวยงาม เนื่องจากการทำงานหนัก ล่าสัตว์อยู่เสมอ
แววตาชายหนุ่มเร่าร้อนดุจกองเพลิง บัดนี้แม้มิทันได้เห็นร่างเปลือยของนาง เขาก็มีอารมณ์ด้านร่างกายเต็มที่ เพราะความเพลี่ยงพล้ำของนางที่มากระตุ้น
ลี่อินเบือนหน้าหนีภาพนั้น แต่สายตาก็กวาดเห็นทั้งหมดแล้ว ในใจสั่นสะท้านไม่น้อย สรีระทางร่างกายของเขากับนางต่างกันลิบลับ นางที่อายุยังน้อย ยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ต้องมาแบกรับความรุนแรงจากการร่วมรัก คงจะมีชีวิตเหมือนตายทั้งเป็
น้ำตาเหมือนมหาสมุทรที่ไม่มีวันเหือดแห้ง ยังไหลรินได้ไม่รู้จบเมื่อความรู้สึกของนางที่อัดไว้แน่นแทบจะะเิระบายออกมาผ่านการร้องไห้ เสียงเสื้อผ้าถูกฉีกขาดดังบาดหู อากาศเย็นแตะผิวให้หนาวสะท้านไปทั้งตัว
เรือนร่างเล็กของสตรีวัยกำดัดอวดโฉมต่อหน้าสายตาหมาป่าที่กำลังหิวกระหาย แม้จะมีรอยแดงช้ำอยู่หลายแห่งบนผิวขาวเนียนลออก็ไม่ได้ทำให้ความน่าหลงใหลลดลงแม้แต่นิดเดียว ซ้ำยังมีอานุภาพร้ายกาจ เร่งให้หมาป่าอยากจะลิ้มลอง
ไม่มีการอารัมบทให้อ่อนหวาน เฉียงจางหย่งที่ถูกความเดือดดาล กามารมณ์ครอบงำไม่คิดอยากถนอมนางสักนิด คำพูดน่าชังก่อนหน้านี้ของลี่อิน ทำให้เขารีบกระชับบทรัก ครวญครางอย่างสุขสมในร่างนุ่มละมุนให้เต็มอิ่มสาแก่ใจ มองความเ็ปบนใบหน้านาง ที่อยากจะร้องก็ยังกล้าท้าทายข่มกลั้นไว้ต่อหน้าเขา
เดรัจฉาน ข้าเกลียดเ้า เกลียดๆ ไปตายลงนรกซะ!
ลี่อินจำประโยคนี้ได้ขึ้นใจและท่องมันซ้ำๆ ให้ตนทนผ่าน่เวลาอันเลวร้ายไปให้ได้
![]()
ร่างกายของเด็กสาวถูกเคี่ยวกรำนานจนรุ่งสาง จนนางปวดร้าวไปหมดไม่สามารถขยับตัวลงจากเตียงนอนได้เลย ส่วนเฉียงจางหย่งที่ไม่หลับไม่นอนทั้งคืนกำราบม้าพยศ ยังสดชื่นแจ่มใสออกไปขายเนื้อได้ต่อด้วยใบหน้าที่ยิ้มอิ่มเอม นางเฉียงที่ตื่นแต่เช้าเตรียมยาและข้าวของไปดูแลลูกสะใภ้แล้วพร่ำขอโทษทั้งน้ำตา
“ท่านแม่ ข้า้ายาคุมกำเนิด หาให้ข้าจะได้หรือไม่” ลี่อินตัดสินใจแล้วว่าจะไม่มีลูกกับเ้าเดรัจฉานจางหย่งเด็ดขาด ลูกของนางจะได้ไม่ต้องเกิดมาถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ชังเช่นนาง ไม่ต้องมีพ่อที่นิสัยเลวทรามให้เป็มลทินชีวิต
นางเฉียงอึ้งไปเล็กน้อย เห็นสิ่งที่ลูกสะใภ้ได้รับแล้วก็ยอมรับปากจะหายามาให้ และพูดเกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่ายปรับตัวใหม่ “เกลียดชังก็เก็บไว้ในใจเถอะ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว ข้าเคยเป็เช่นเ้า ดื้อรั้นจนถึงที่สุดก็หามีประโยชน์อันใดไม่ จำยอมด้วยรักตัวกลัวตายนั้นดีที่สุด”
“ข้าจะพยายาม จะพยายาม…” ลี่อินสะอื้นไห้ได้เรียนรู้ด้วยตนเองแล้วว่า ใช้ไม้แข็งรับมันแสนสาหัสแค่ไหน เป็การปรับตัวที่ยากในชีวิต แต่นางก็ไม่อยากเจ็บปางตายเช่นนี้อีก เ้าเดรัจฉานจางหย่งต้องทรมานนางไปอีกนาน มิสู้รักตัวเอง ลดทิฐิลง
“เด็กดี” นางเฉียงดึงลูกสะใภ้มากอดปลอบ ยังดีที่เด็กคนนี้ไม่แข้งข้อเกินไป ฉลาดรู้อ่อนก็มีชีวิตที่ดีได้ เฉียงจางหย่งก็มิได้ใจร้ายขนาดนั้น
หลังจากที่นอนพักมาทั้งวัน ตอนเย็นลี่อินก็ฝืนร่างกายที่ระบมเดินอย่างเชื่องช้าไปช่วยงานในครัวกับแม่สามี แม้จะได้ทำงานแบ่งเบาเล็กๆ น้อยๆ แต่ได้พูดคุยกับนางเฉียง ความคิดอารมณ์ก็ไม่ฟุ้งซ่านตรอมตรมเกินไป
เฉียงจางหย่งจูงลาเข้าคอก ลากเกวียนไว้ในโรงเก็บของแล้วก็ขนเนื้อลงไปเก็บในห้องแช่แข็งใต้ดินที่เขาทำไว้ โดยปกติเขาจะไปเจาะน้ำแข็งเก็บไว้ั้แ่เดือนสิบสอง เพื่อใช้แช่เนื้อให้สดใน่ฤดูร้อน ห้องแช่แข็งนี้เขาได้ความรู้มาจากคนนอกพื้นที่่ที่ศึกษาดูการแล่เนื้อจากพ่อค้าต่างเมือง
ห้องแช่แข็งปูด้วยฟาง แล้วคลุมวัสดุป้องกันความร้อน เช่น รำข้าว ใบไม้เสร็จแล้วก็ปิดห้องรอจนฤดูร้อน นอกจากนั้นยังมีลังน้ำแข็งที่ทำจากไม้แดงป้องกันความร้อนภายนอกและช่วยรักษาอุณหภูมิได้ดี ใช้เก็บอาหารบำรุงของมารดา ส่วนพวกเนื้อต่างๆ ที่เขาหามาได้ก็บรรจุไว้อีกลังแยกเป็สัดส่วนชัดเจน หากนำมาปะปนจะติดกลิ่นสาบแล้วจะใช้ไม่ได้
เฉียงจางหย่งยกมือขึ้นเช็ดหยดเหงื่อ เขาสวมเสื้อแขนกุดอวดกล้ามแขนล่ำสันที่พร่างพรมด้วยหยาดเหงื่อ ทั้งตัวเขามีกลิ่นเหงื่อ กลิ่นเนื้อตีกัน กระนั้นก็มิได้ใส่ใจ เดินไปยังเรือนด้านหน้าที่พ่อแม่อยู่ ได้ยินเสียงพ่อฮัมเพลงอารมณ์ดี ก้าวเข้าไปในบ้านก็เห็นพ่อนั่งกอดไหเหล้ายิ้มกับมวลอากาศ ส่วนในห้องครัว แม่กับลี่อินช่วยกันจัดสำรับอาหารขึ้นโต๊ะ
ชายหนุ่มเหมือนถูกแช่แข็งอยู่ตรงนั้น ดวงหน้าเล็กที่เคยสะสวยสะดุดตาบัดนี้เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวที่ตัดกับผิวขาวอย่างน่ากลัว กระนั้นยามที่นางอมยิ้มน้อยๆ บรรยากาศรอบข้างก็ดูดีขึ้นขับเน้นความน่าทะนุถนอมให้คนเห็นต้องสงสารจับใจ
ลี่อินยังเคลื่อนไหวไม่สะดวก จึงเชื่องช้าผิดหูผิดตาเพราะ่ล่างที่ถูกทารุณจนปวดระบม ทว่าร่างเล็กๆ นั้นดูเข้มแข็ง แม้จะเจ็บจนขมวดคิ้วก็เพียงครู่แล้วช่วยนางเฉียงต่อ เป็ภาพที่ทำร้ายความรู้สึกเฉียงจางหย่งอย่างร้ายกาจ เขากลืนก้อนแข็งลงคอ ความรู้สึกผิด ระอายใจประดังประเดเข้ามา ท่าทางที่แข็งกร้าวดุดันจึงอ่อนลงหลายส่วน
“วันนี้พวกเรามาชิมอาหารฝีมือลี่อินกัน” นางเฉียงบอกเป็นัยว่า อาหารบนโต๊ะทั้งหมดล้วนมาจากฝีมือของลี่อิน ซึ่งมีผักกาดดองที่นางนำมาตอนออกเรือน เป็สูตรของทางฝั่งบ้านมารดา และยังมีผัดหมูสามรส น้ำแกงกระดูกหมูอ่อน
อาหารร้อนหอมกรุ่นยังไม่ยั่วให้น้ำลายสอเท่ากับบอกว่าเป็ฝีมือของภรรยา เฉียงจางหย่งสีหน้าดีขึ้นตั้งอกตั้งใจกินทุกอย่างให้หมดเกลี้ยงด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย ราวกับพบอาหารชั้นเลิศที่สุดให้นางดีใจ
แต่ลี่อินหรือจะมีอาการเช่นนั้น นางนั่งทานเงียบๆ กิริยาเรียบร้อยนุ่มนวลดุจสตรีชั้นสูงที่ได้รับการอบรมมาอย่างดีต่างกับชายหนุ่มที่ทานมูมมามเสียงดัง พลันให้เกิดข้อแตกต่างที่ดูแคลนเขาทางอ้อม ความยินดีในคราแรกจึงค่อยๆ ลดลง
นางเฉียงเห็นภาพนั้นแล้วได้แต่ถอนหายใจ นางกับสามีไร้การศึกษาจึงสั่นสอนลูกออกมาได้ไม่ดี ในขณะที่ทางบ้านตระกูลลี่ ภรรยาลี่ซ่งเป็สตรีมาจากเมืองหลวงมีการศึกษาความรู้และมารยาท บุตรทั้งสามที่ออกมาจึงเป็ประชากรที่มีคุณภาพในสถานที่ป่าเถื่อน
หยกล้ำค่าต้องมาเปื้อนโคลนตม ก็มิแปลกที่สาวเ้าจะไม่ชอบใจ
พอทานอาหารเสร็จ ลี่อินก็จะช่วยเก็บไปล้าง เฉียงจางหย่งเห็นเช่นนั้นรีบรั้งไว้ด้วยท่าที แล้วเก็บถ้วยชามไปล้างเสียเอง เฉียงมู่หยวนที่นั่งกอดไหเหล้าอยู่บนตั่งถ่มน้ำลาย หัวเราะเยาะลูกชายที่ถนอมชายกระโปรงเมีย ให้ระคายใจสมเพสเวทนา แล้วเริ่มด่ากราด “หน้าที่เมีย เดี๋ยวเถอะ มันจะเหิมเกริมไม่เห็นหัว ไม่ใส่กระโปรงเมียด้วยล่ะ ได้ขายหน้ากันทั้งบ้าน”
นางเฉียงถูแขนลูกสะใภ้เบาๆ ปลอบโยนนางที่ต้องมาฟังคนขี้เมาพูดจาเหลวไหล ในขณะที่เฉียงจางหย่งโยนถ้วยในมือ แล้วเดินอาดๆ เข้าไป เงื้อเท้าสูง ไม่ลังเลที่จะถีบไหล่เฉียงมู่หยวน จนล้มหน้าคว่ำพื้นลงจากตั่ง แล้วชี้นิ้วสั่งเสียงเข้มเด็ดขาด
“อยากมีเหล้ากิน ก็อย่ายุ่งเื่ครอบครัวข้า”
ลี่อินเห็นภาพนั้นแล้วอึ้งงัน ในครอบครัวนาง บุตรหรือจะกล้าทำร้ายบิดา แม้จะเอาแต่ใจเพียงใดยังมีขอบเขต ครอบครัวนี้ทำสิ่งที่ตรงข้ามราวฟ้ากับเหว และดูจะเป็เื่ปกติจนน่ากลัว
“เ้ากลับไปพักที่ห้องเถอะ” นางเฉียงไม่อยากให้ลูกสะใภ้เห็นภาพน่าขายหน้า รีบดันตัวลี่อินให้ออกทางประตูหลัง นางเข้าใจดีว่า อีกฝ่ายยากจะทำใจให้ชินเื่แบบนี้
ลี่อินถือตะเกียงนำทาง เดินฝ่าความมืดผ่านสวนผัก เล้าไก่ คอกหมูกลับเรือนหลังแล้วอาบน้ำผลัดเสื้อผ้า ก่อนจะเตรียมน้ำร้อนไว้ในห้องอาบน้ำให้เฉียงจางหย่งเสร็จก็จัดเตรียมที่นอนหมอนมุ้งให้เรียบร้อย
ภาพคืนเข้าหอพลันหวนเข้ามาให้สะท้านกลัว คิดแล้วก็ซ้ำความชิงชังให้เข้มข้น แทบไม่อยากจะหยิบคันฉ่องขึ้นมาดูสภาพหน้าตนเองเลย และนางก็จะไม่ทายาให้รอยจางหายเร็วๆ ด้วย จะเก็บไว้สำหรับวันกลับเยี่ยมบ้านเ้าสาวในอีกเจ็ดวันให้หลัง ท่านพ่อจะได้รู้ว่า ผลักลูกสาวมาเป็กระสอบทรายให้คนชั่วมันซ้อมเล่นยามเบื่อ
เสียงเปิดปิดประตูดังขึ้นแล้วเงียบลง ตามด้วยเสียงอาบน้ำแบบลวกๆ จากห้องอาบน้ำ ทุกย่างก้าวของมัจจุราชที่มาทางห้องนอนเหมือนแรงกดดันในทรวงอกนาง ลี่อินกลั้นหายใจ มือคว้านหากล่องเข็มด้ายและเสื้อผ้ามาเย็บสอยฆ่าเวลาระหว่างรอ
เฉียงจางหย่งกอดอกพิงชั้นวางของ รอยยิ้มนุ่มเกิดจากความสุขที่ได้มองภรรยาตัวน้อยนั่งรอ ทำงานในมืออย่างขะมักเขม้นเพื่อหลบหน้าเขา ร่างสูงใหญ่เคลื่อนไหวไปนั่งใกล้ กลิ่นหอมอ่อนจางสะอาดโชยมาจากตัวเขาที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ลี่อินใจเต้นตึกตักไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดีเมื่อถูกจ้องมองนานเข้า
“นอนเถอะ” เสียงทุ้มแข็งกระด้างพยายามนุ่มนวล เขาให้นางวางงานในมือแล้วเข้าไปนอนฝั่งด้านใน เพราะตอนเช้า เขาตื่นก่อนหลายชั่วยาม สะดวกที่จะลุกขึ้นโดยไม่รบกวนการนอนของนาง
ลี่อินนอนตัวแข็งทื่อ ให้ตายก็ยากจะหลับตาได้เมื่อร่างเขาเบียดเข้ามาใกล้แล้วสวมกอดแน่น คราแรกนางเผลอลืมตัวจึงขัดขืนแข็งกร้าว ลำแขนนั้นยิ่งเพิ่มแรงบีบจนนางต้องปล่อยให้ตัวอ่อน จำนนอยู่ในอ้อมอกอุ่นนั้นพลางก่นด่าในใจไปถึงโคตรเหง้าของเขา
“เ้าอยากได้ของอะไรเพิ่มหรือไม่ พรุ่งนี้ข้าจะหยุดขายของไปเป็เพื่อนเ้าเลือกซื้อ” ริมฝีปากพร้อมลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ใกล้ริมหูให้เด็กสาวจั๊กจี้คันยุบยิบ เฉียงจางหย่งไม่มีคำขอโทษ แต่อยากไถ่โทษเื่เมื่อคืน จึงเอาอกเอาใจจะพาไปเที่ยวซื้อของ ซึ่งเป็สิ่งที่สตรีชอบมากที่สุด
ลี่อินปิดปากเงียบเป็กลยุทธิ์โต้ตอบแบบใหม่ ซึ่งนางยังไม่เหนือชั้นเท่าเฉียงจางหย่งที่หาวิธีหยอกเย้าแกล้งจนนางยอมเปิดปากพูด
มือใหม่สอดเข้าไปในเสื้อนางแล้วเกาะกุมก้อนนิ่มน้อยๆ ของนางแน่น เคล้นคลึงราวกับกำลังนวดแป้งหมี่ไปตรงจุดที่ยังช้ำอีก ทำให้เด็กสาวเจ็บจนหดกายหนีไปอีกด้านแต่ก็ถูกพันธนาการไว้แน่น นางถูกรังแกด้วยความหยาบคายเช่นนี้จนน้ำตาปริ่มขอบตา
“ไม่” ลี่อินกัดฟันตอบ
“เด็กดี ข้าจะพาเ้าไปเอง” เฉียงจางหย่งกลั้วหัวเราะในลำคอ ม้าที่หยิ่งพยศเขาชอบใจนัก เมื่อนางยอมพูด เขาก็ปล่อยมือแล้วกอดนางไว้ เกยคางบนไหล่บางพลางหลับตาลง ผ่อนคลายความเมื่อยล้าในร่างกายไปกับห้วงนิทรา
เด็กสาวนอนหลั่งน้ำตา ไม่เข้าใจว่าเป็เวรกรรมใดที่ต้องทนอยู่กับเดรัจฉานตนนี้
![]()
หลังจากแต่งงานเจ็ดวัน เฉียงจางหย่งก็พานางกลับไปเยี่ยมครอบครัว รอยฟกช้ำยังดีที่มีสีเข้ม ให้ทุกคนตื่นใ แม้เ้าเดรัจฉานจะหาข้ออ้างมากลบเกลื่อน บิดาก็ยังมีสีหน้าเคร่งเครียดเรียกตัวเขาไปตักเตือน เขาก็ทำหน้าสำนึกผิด ขอโทษขอโพยจนบิดาใจอ่อนยอมเชื่อ มีแต่นางที่เห็นธาตุแท้เสแสร้ง
หลังจากนั้นเฉียงจางหย่งที่เก็บความไม่พอใจไว้เต็มเปี่ยมก็กลับมาทรมานนางในห้องนอนต่อ เพิ่มรอยฟกช้ำให้ใช้เวลาหายอีกหลายวัน ทั้งทำให้นางลุกจากเตียงไม่ไหวถึงสามวัน เด็กสาวก่นด่าสาปแช่งจนคอแหบคอแห้ง ร้องไห้จนตาอักเสบ เ้าเดรัจฉานเพียงยิ้มมุมปากเยาะเย้ย แล้วลากพาไปหาหมอ…
การแต่งงานเป็แค่จุดเริ่มต้นเวรกรรมในรูปแบบของสามีภรรยา ลี่อินกว่าจะเรียนรู้การปรับตัวให้เข้ากับครอบครัววิปริต ก็ใช้เวลาอยู่นานหลายเดือน นางกลายเป็มนุษย์กระสอบทรายที่ทนมือทนเท้ายิ่งกว่านางเฉียง ด้วยยังสลัดความหยิ่งพยศ ทิฐิไม่ได้เสียที
เวลาผ่านเลยไป เด็กสาวเติบโตเป็โฉมสะคราญอายุสิบเก้าปีที่ถูกยกให้เป็บุปผาอันดับหนึ่งของหมู่บ้านซือจง ความหึงหวงของสามีขายเนื้อก็น่ากลัวขึ้นทุกวัน จนนางมีโอกาสได้ออกจากบ้านเฉพาะ่เทศกาลที่ต้องมีเขาอยู่ด้วยเท่านั้น
ไม่ว่าจะกี่วัน กี่เดือน กี่ปี ลี่อินไม่เคยเลยที่จะรู้สึกรักสามี นางเคยเกลียดชังเขาแค่ไหนก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นจนตัวเลขเยอะหาที่สิ้นสุดไม่เจอ แล้วก็ถึง่เปลี่ยนแปลงที่จะพลิกชะตายอดพธูผู้นี้ครั้งใหญ่
เมื่อมารดาของนางได้รับการติดต่อจากญาติที่อยู่ในเมืองหลวงไกลหลายพันลี้ เป็คุณชายจากตระกูลผู้ดีที่จะมาเปิดสำนักศึกษาแห่งแรกในหมู่บ้านซือจง ให้เด็กๆ ได้เรียนหนังสือ เขาส่งคนจำนวนหนึ่งมาก่อสร้างสถานที่อยู่หลายเดือน เพื่อที่มาถึงแล้วจะได้เปิดการสอนทันที
มารดามาตามตัวลี่อินให้ไปต้อนรับคุณชายหวัง ขณะที่เฉียงจางหย่งไปล่าสัตว์ในเขตูเาอีกหลายวันกว่าจะกลับ นั่นเป็ครั้งแรกที่นางได้พานพบบุรุษผู้งามสง่ามีรัศมีเปล่งปลั่งขนาดที่ทำให้หญิงสาวน้อยใหญ่ในหมู่บ้านแห่กันมาดูตัวเขาด้วยความตื่นตาตื่นใจ
โฉมงามกับบุรุษหล่อเหลาเป็ของคู่กัน แม้คุณชายหวังจะรูปร่างผอมบางไปหน่อยผิดกับบุรุษในหมู่บ้าน ทว่าอากัปกิริยาที่นุ่มนวล วาจาไพเราะน่าฟัง การกระทำที่ใส่ใจอ่อนโยนของเขาได้่ชิงหัวใจหญิงสาวไปเงียบๆ นางไม่กล้าคาดหวังด้วยแต่งงานแล้ว แต่ก็ปรารถนาจะได้เฝ้ามองเขาห่างๆ เช่นนี้ก็มีความสุข
หลังจากทำงานบ้านเสร็จ ลี่อินที่รู้หนังสือไม่น้อยก็มาช่วยหวังหานโจวสอนหนังสือเด็กๆ นางค้นพบ่เวลาที่มีความสุขในชีวิตเป็ครั้งแรก แทบจะลืมไปว่า มีเ้าเดรัจฉานเป็สามี และดูเหมือนอีกฝ่ายก็พอมีใจให้นาง ด้วยสายตาที่มองมาพิเศษหวานล้ำ กระนั้นก็ไม่เคยเกินขอบเขตด้วยรู้ดีว่า นางมีสามีแล้ว
หญิงสาวลุ่มหลงกับความสุขนั้นจนลืมไปว่าถึงเวลาที่เฉียงจางหย่งกลับมาบ้าน ชายหนุ่มที่ขนสัตว์มาเป็คันรถ สั่งให้คนงานที่จ้างมาขนเข้าห้องแช่เย็น ส่วนเขาก็ยิ้มแก้มปริกวาดสายตามองหาเงาร่างงาม ตั้งใจจะให้นางประหลาดใจ ด้วยระหว่างทางซื้อของที่นางน่าจะชอบ ติดไม้ติดมือมาด้วย
“นางออกไปซื้อของในตลาดน่ะ เ้ากลับมาเหนื่อยๆ ก็ไปอาบน้ำ นอนพักก่อนจะดีกว่า” นางเฉียงที่เก็บผักกาดอยู่เงยหน้าขึ้นมองลูกชายที่มาถามหาภรรยา ซึ่งนางรู้อยู่เต็มอกว่า ลี่อินไปช่วยหนุ่มหล่อจากเมืองหลวงสอนหนังสือเด็กๆ จึงไม่อยากให้เกิดการหึงหวงจนบ้านแตกอีก
“ท่านให้นางออกไปคนเดียวได้ยังไง หากใครหน้ามืดตามัวฉุดเมียข้าจะทำอย่างไร” เฉียงจางหย่งลูบคางมีอาการกระวนกระวายห่วงหญิงสาว นางหน้าตาสะสวยเกินไป ทรวงทรงก็เย้ายวนล่อตาล่อใจบุรุษเพศ ยิ่งคนในหมู่บ้านนิสัยอัธพาลป่าเถื่อนไม่น้อย พวกมันไม่สนใจหรอกว่าจะลูกจะเมียใคร ถ้าถูกใจถึงขั้นวางแผนฉุดไปข่มเหงก็มีมาแล้ว
“ใครจะกล้าฉุดเมียเ้า ก็คงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง” ในหมู่บ้านนี้มีใครบ้างไม่รู้ข่าวลือหนาหูถึงความบ้าดีเดือดของเฉียงจางหย่ง รวมถึงอาการหึงหวนขั้นหนักที่ว่าปรายหางตามองลี่อินก็โดนต่อยเบ้าตาช้ำแล้ว
“ข้าจะไปเดินหา…”
“แทนที่จะช่วยแม่เก็บผักกาดแปลงนี้ให้หมดก่อน เ้าห่วงเมียมากกว่าแม่แก่ๆ คนนี้แล้วหรือ”
“ท่านมีอะไรปิดบังข้า” เฉียงจางหย่งเท้าสะเอว ความเยียบเย็นแผ่มาจากร่างสูง ดวงตาคมจ้องมารดาหมายจะมองให้ทะลุถึงสิ่งที่อำพรางไว้
“ท่านแม่” เสียงหวานของลี่อินดังขึ้นมาได้จังหวะก่อนที่นางเฉียงจะแสดงพิรุธมากกว่านี้ นางมองสองแม่ลูกสลับกันด้วยความสงสัย ในมือถือตะกร้าที่ซื้อผลไม้มาเต็ม
“ข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่า ถ้าจะออกไปข้างนอกให้มีคนไปเป็เพื่อน”
“ข้าไม่ใช่เด็กเสียหน่อยต้องมีผู้ปกครอง” ลี่อินตวัดเสียงห้วน มองตาขวาง เดินเข้าไปนั่งยองๆ จะช่วยเก็บผักกาดนางเฉียง แต่ถูกไล่ให้ไปทำงานอื่น จึงลุกขึ้นเดินไปทางเรือน ไม่สนใจคนร่างสูงที่ยืนหน้านิ่งผิดแผกจากทุกครั้ง
เฉียงจางหย่งที่แบกอารมณ์คุกรุ่นก้าวตามไปติดๆ ถึงในเรือน แล้วลงดาลประตูห้องดังแกร๊กจนลี่อินหันมองด้วยความใ ไม่ทันจะได้ตั้งตัวก็ถูกมือใหญ่คว้าแขนเล็กไว้แน่น เขาโน้มใบหน้าที่เต็มไปด้วยตอหนวดครึมๆ ใกล้ลำคอนาง ปลายจมูกบานเพราะหายใจฟุดฟิดแรงๆ สูดหากลิ่นผิดปกติที่ติดตามนางมา
ลี่อินถูกดมซุกไซ้ไปทั้งตัว เหมือนเห็นสุนัขที่ตามหาของแล้วให้ระแวงระวัง ร่างอรชรเกร็งเครียดพยายามจะผละห่างก็ถูกผลักเสียกระเด็นก่อน
“กลิ่นหอมนี้มาจากบุรุษผู้ดีในเมืองหลวงแน่ เ้าไปหาใครมา” นางคิดว่าจะหลอกตบตาเขาได้เหรอ ลืมไปแล้วกระมังว่าสามีเป็นักล่าเนื้อในป่า เขาเชี่ยวชาญในการหลบหลีกและดมกลิ่นสัตว์ จมูกจึงต้องไวเป็พิเศษ นางเดินผ่านตลาดพบเจอสิ่งใด ใกล้ผู้คนแบบไหน กลิ่นเ่าั้ย่อมติดตัวมา
แต่กลิ่นนี้ไม่มีทางที่คนในหมู่บ้านซือจงจะมีได้ เขาเคยได้กลิ่นจากพวกบุรุษที่กระเดียดไปทางสตรีในเมืองหลวง และจำได้แม่นยำเพราะเกลียดมันยิ่งนัก
หากถือทิฐิก็เท่ากับยั่วยุให้เฉียงจางหย่งโกรธจนลงไม้ลงมืออีกแน่ ถ้ามีรอยช้ำตามใบหน้า คุณชายหวังต้องสงสัย นางไม่อยากให้เขารู้ว่าตนเป็กระสอบทราบให้เ้าเดรัจฉานนี้ ลี่อินยิ้มขำ แสร้งหาเื่มากลบเกลื่อน
“ก็จิ่นกวางน่ะสิ นางอยากพาลูกไปเรียนหนังสือกับอาจารย์ที่มาเปิดสำนักศึกษาในหมู่บ้าน จึงคะยั้นคะยอให้ข้าไปเป็เพื่อน”
เฉียงจางหย่งอ่อนท่าทีลง เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “อย่าได้โกหกข้า”
“ข้าบอกตามจริงไปแล้ว ไม่เชื่อก็เื่ของเ้า” หญิงสาวแสร้งหันหลังเชื่องช้า ให้เขาได้ทันเห็นแววตาตัดพ้อน้อยใจ กระนั้นยังคงนิสัยอวดดีดื้อรั้นไว้ไม่ให้เป็พิรุธ
หากไม่สุดทนจริง หรือมีฤทธิ์สุรามาเร่งตัดขาด เฉียงจางหย่งก็พออดกลั้นที่จะไม่บันดาลโทสะได้ ยิ่งนางใช้จริตมาแง่งอนก็แทบจะละลายความแข็งกร้าวให้อ่อนยวบเป็ขี้ผึ้งรนไฟ ชายหนุ่มสวมกอดร่างอรชรจากด้านหลัง หยิบกล่องไม้หุ้มผ้ากำมะยี่ที่ซ่อนไว้ถือตรงหน้านางแล้วเปิดออก
เผยปิ่นปักผมสีทองที่ประดับรูปดอกท้อสีชมพูโดดเด่นล้อมรอบหยก หินโมรา อัญมณีร้อยสร้อยห้อยระย้าไข่มุกเม็ดงามล้ำค่า ที่มาพร้อมต่างหูเข้าคู่รูปดอกท้อเช่นกัน ทั้งหมดนี้เขาใช้เงินจ่ายถึงหนึ่งร้อยตำลึงทองซื้อมาให้นาง ด้วยเครื่องประดับที่มีนั้นไร้รสนิยมเกินไปและเก่าไม่คู่ควรกับโฉมงามอีก
สามสี่ปีที่ผ่านมา เขาขยับขยายจากแผงลอยเป็ร้านค้าขนาดใหญ่ได้สำเร็จ ทำให้เนื้อในร้านมีคุณภาพ ราคาเที่ยงธรรม แบ่งสัดปันส่วนให้ลูกค้าเลือกได้สะดวก ขายดิบขายดีจนเปิดได้อีกสาขา ตอนนี้เขากำลังหาลู่ทางไปยังเมืองอื่น จะเป็เ้าใหญ่ที่ส่งเนื้อหลากหลายออกไปตามสถานที่ต่างๆ
ในเขตพื้นที่บ้านก็สร้างห้องแช่เย็นเพิ่มและจ้างคนมาดูแล บ้านทั้งสองหลังก็ซ่อมแซมใหม่ขยายพื้นที่ให้ดูมีฐานะมากขึ้น เขาเพียงคนเดียวที่แบกคนในครอบครัวให้สูงขึ้น สุขสบายในทุกๆ ปี ทุกอย่างที่ทำได้เพราะนางคนเดียว เขาไม่อยากให้นางลำบาก อยากให้นางภาคภูมิใจ แม้มันจะไม่เคยมีในใจนางเลยก็ตาม
เื่ลงไม้ลงมือตบตี หากไม่ร้ายแรงหรือสุดทน ก็ถือว่า น้อยลงมากจากคราแรกที่แต่งงานกัน อาจเพราะลี่อินรู้จักปรับตัวหลีกเลี่ยงได้มากขึ้นกระมัง
ทว่าชายหนุ่มไม่รู้ตัวเลยว่า เขามองข้ามสิ่งสำคัญ คือ เขาหวงลี่อินมากเกินไป จนจู้จี้จุกจิกไปเสียทุกเื่ ห่วงจนนางแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้ จำกัดอิสระชีวิตนางจนเหมือนนกน้อยในกรงทอง
เครื่องประดับนี้งดงามมากจนดวงตานางเป็ประกายชื่นชม ช่างพอเหมาะให้นางได้แต่งตัวสวยๆ เพื่อที่หวังหานโจวจะได้ยล แต่พอความคิดนี้ดังออกมาแล้วก็ให้รู้สึกผิดกับผู้ให้อยู่บ้าง
“ข้าได้ยินว่ามีหมอยาที่เก่งมากอีกหมู่บ้าน พวกเราไปด้วยกันดีหรือไม่” เฉียงจางหย่งจับไหล่นางแล้วหมุนให้กลับมาเผชิญหน้ากัน “เ้าจะได้มีลูกเสียที”
ที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้ละเลยเื่บนเตียงแม้แต่วันเดียว หากไม่ติด่นางเป็ระดู จะว่าด้านร่างกายเขาก็ไม่น่ามีอะไรผิดปกติ เพราะดูแข็งแรงดีแทบไม่เจ็บไข้ได้ป่วย หรือปัญหาจะอยู่ที่นางก็ไม่แน่ชัด ลี่อินไม่ชอบไปหาหมอ เขาก็ไม่อยากบังคับ คิดว่าเดี๋ยวสักวันนางก็ตั้งครรภ์เอง
แต่นี่มาคิดดูก็นานเกินไปแล้ว ควรจะไปหาหมอยาเก่งๆ สักที
ดูจากสีหน้าเขาที่สงสัยว่าปัญญาจะอยู่ที่ร่างกายนาง ลี่อินก็แอบเบนปาก จนบัดนี้เขาก็ยังไม่เคยรู้ว่านางดื่มยาคุมกำเนิดทุกวัน ด้านในแห้งฝ่อใช้การไม่ได้แล้วกระมัง นั่นเป็เื่ดีสำหรับนาง อีกอย่างเขาไม่เคยคิดโทษตัวเองบ้างเหรอที่ทุบตีนางบ่อยจะเป็เหตุ
“หรือเ้า…จะรับอนุสักคนเข้ามา” ตอนนี้ฐานะที่บ้านก็พอเลี้ยงภรรยาได้ถึงสองคน ลี่อินลองหยั่งเชิงเสนอดู
เฉียงจางหย่งหน้าขรึมทันควัน นี่นางเห็นเขาเป็คนเช่นไร พอภรรยาไม่สามารถมีลูกได้ก็หาหญิงอื่นมาแทน นางไม่รู้หรือว่า…ใครก็มาแบ่งความโปรดปรานจากสามีนางไปไม่ได้ หรือแท้แล้วนางดีใจแทบบ้าที่มีคนมาดึงตัวเขาไปไกลๆ
“แค่เอาใจเ้าคนเดียว ข้าก็ปวดเอวแทบทุกวันจะแย่อยู่แล้ว” คำพูดนี้หยาบโลนแฝงนัยแทะโลมนางโดยตรง แม้นางไม่เคยหน้าแดงเขินอาย แต่ถ้าได้ทำให้นางเบิกตาโตๆ ขยับกายหนีก็เพียงพอให้เขาพอใจแล้ว
ยิ่งนานวัน ลุ่มหลงสตรีผู้นี้จนไม่อยากเข้าไปสุขสมในกายสตรีใดได้อีกแล้ว
พูดประโยคที่นำสู่ไฟราคะแล้ว ลี่อินก็รู้ชะตาล่วงหน้าว่าไม่พ้นถูกจับกินไปทั้งตัวอีก แม้ใจไม่รักชอบ แต่ร่างกายที่ผูกพันเคยชินกับััของเขาก็ตอบสนองนำไปก่อนแล้ว
ยามนั้นนางไม่กล้าคิดถึงหน้าบุรุษที่ชื่นชอบให้มาแปดเปื้อนไปพร้อมกัน
![]()
การที่แอบรักใครสักคน โดยที่ตนมีเ้าของแล้ว เป็ความผิดที่รวมความทุกข์มากล้น ลี่อินพยายามหาข้ออ้างไปหาหวังหานโจวด้วยความระมัดระวังรอบคอบที่สุด หลีกให้พ้นสายตาเฉียงจางหย่ง ขอเพียงได้เห็นหน้าเขา นางก็ดีใจมากแล้ว ฝั่งหวังหานโจวเองก็ปรารถนาเรียบง่ายเช่นนาง ความรักที่ไม่ได้มีแต่จะเพิ่มพูนความคิดถึงโหยหาให้ใจร้อนรุ่มอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
เฉียงจางหย่งที่แสร้งปิดหูปิดตา แท้แล้วก็แอบสะกดรอยตามนางไปทุกครั้งด้วยความสงสัยปนระแวง ได้เห็นภาพบาดตาแสลงใจ ประทุต่อมหึงหวงให้เดือดหนัก รอเวลาชำระความในคราวเดียว ไม่ได้กระโตกกระตากแหวกหญ้าให้งูตื่น
่บ่ายๆ ที่อากาศมีลมเย็นพัดกำลังดี ลี่อินนั่งเย็บเสื้อตัวใหม่อยู่ข้างหน้าต่าง ทอดสายตามองไปข้างนอกที่ไม่มีทัศนียภาพงดงามอะไรเลยนอกจาก ต้นหญ้าและกำแพงเก่าๆ แล้วอมยิ้มน้อยๆ ท่าทางเขินอายคล้ายสาวแรกรุ่นที่ได้คำหวานจากบุรุษที่ชอบ โดยภาพทั้งหมดก็ตกอยู่ในสายตาหมาป่าที่จ้องจะล่าเหยื่อ
เฉียงจางหย่งเ็ปที่ยอกอก อดขบคิดซ้ำๆ ไม่ได้ว่าตนผิดพลาดสิ่งใดไป
เขาก็เป็ตัวเขาอยู่เสมอต้นเสมอปลาย เปลี่ยนจากความอยากแกล้งเป็ความชอบ และความรู้สึกลึกล้ำ หากนางไม่ดื้อแพ่งใช้ถ้อยคำทำร้ายจิตใจ เขาไม่อยากทำร้ายนางสักนิดเดียว หรือนางชอบบุรุษสะโอดสะองเช่นนั้น ตัวหอม พูดจาหวานหู
ดูเหมือนคนที่ใส่หน้ากากไร้ความจริงใจสิ้นดี ให้ตาย เขาก็ไม่เลียนแบบใครเพื่อความพึงพอใจนางเด็ดขาด
“มีอะไรหรือ” ลี่อินรู้สึกถูกจ้องมอง จึงพบว่าเป็เฉียงจางหย่งยืนนิ่งหน้านิ่วคิ้วขมวดก็พานให้ใจคอไม่ดี
“ข้าใจดีเกินไป จนเ้าเหิมเกริมสินะ ถึงไม่เห็นหัวข้าเลย”
“เ้าพูดเื่อะไร…”
ปึก
ไม่ทันที่ลี่อินจะพูดจบประโยค ห่อยาที่นางแอบซ่อนไว้ก็ถูกปาใส่หน้าอกร่วงลงบนตักของนาง หญิงสาวหน้าเหวอไปสักพัก เข้าใจสิ่งที่เขาพูดแจ่มชัด
ที่แท้ก็ห่อยาคุมกำเนิด หลายปีเพิ่งจะค้นพบวันนี้
เฉียงจางหย่งสบถหยาบคายอย่างหัวเสีย เมื่อสิ่งที่เขาไว้ใจนาง ถูกทำลายลง จะว่าโกรธเคืองก็ใช่ แต่มีความผิดหวัง เสียใจน้อยใจอยู่มากยิ่งกว่า จนจุกแน่นไปหมด เขาแทบไม่สามารถหาคำใดมาได้เลยในเวลานี้ นอกจากคำนี้ที่ท่วมท้นความรู้สึกนับร้อย
มือที่ขยำห่อยาแน่นสั่นสะท้าน น้ำตาที่ปริ่มขอบตามิอาจกลบแววตาเข้มแข็งที่ยอมรับอย่างเด็ดเดี่ยว โดยไม่ต้องมีคำพูดเจ็บๆ มาตอกกลับสักประโยค เฉียงจางหย่งก็รับรู้ได้จนกระอักโลหิตอยู่ในอกแล้ว
นางเกลียดชังเขา ถึงขนาดไม่อยากให้กำเนิดเืเนื้อเชื้อไขเขา ใจร้ายจริงๆ
“เ้า…ไม่เคย…ไม่เคยเลยสักครั้ง ที่จะรู้สึก…รู้สึกกับข้า”
“ไม่จริงหรอกนะที่ใครต่อใครบอกว่า แต่งอยู่ด้วยกันไปจะรักกันเอง สำหรับข้า ไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติไหน ก็ไม่รู้สึก…กับเ้า” ลี่อินตวัดสายตาเ็ามองสามีที่ไม่เคยยั้งแรงปรานีในการทุบตีนางยามที่เขาโกรธเกรี้ยว แม้หลังจากนั้นเขาจะชดใช้ความผิดด้วยการเอาอกเอาใจมากแค่ไหน มันก็ไม่เคยบรรเทาในสิ่งที่เขาทำไว้ได้เลย ฉะนั้นแล้ว นางรักเขาไม่ได้จริงๆ
สายตานางราวกับคมหอกคมดาบที่ทะลวงหัวใจอย่างเืเย็น เฉียงจางหย่งเม้มปากแน่นเป็เส้นตรง พยักหน้าช้าๆ คล้ายจะเข้าใจทุกสิ่งหมดแล้ว ไม่ว่าเขาจะดีหรือเลว เหมือนเอาแก้มร้อนๆ ไปแปะก้อนเย็นๆ [1] ก็ไม่มีอะไรแตกต่างในความรู้สึกนาง
การเปิดอกคุยกันอย่างจริงจังครั้งนี้ เหมือนผลักคนทั้งคู่ให้ยิ่งห่างไกลกันบนเส้นทางขนาน หลังจากวันนั้น เฉียงจางหย่งก็ตั้งหน้าตั้งตาให้กับการค้าเนื้อของเขามากกว่าเดิม เป็การเว้น่ให้ลี่อินได้หายใจได้สะดวก
เมื่อเขาเ็าไม่พูดมาก ไม่มองหน้า นางก็ดีใจจนสีหน้าอิ่มเอมขัดั์ตาเขามากขึ้นทุกที กระนั้นก็ไม่เคยละเว้นเื่บนเตียงที่เขาจะใช้นางเป็สิ่งของระบาย ลี่อินก็รู้หน้าที่รับผิดชอบส่วนนั้น นางยังคงกินยาคุมกำเนิดต่อไป ไม่ปรารถนาอุ้มชูเืเนื้อเชื้อไขเขา
ส่วนหวังหานโจวที่สืบรู้ความระหองระแหงระหว่างนางกับเฉียงจางหย่ง ก็ได้ทีใช้โอกาสนี้แอบส่งบทกวีบอกความในใจให้นางได้รับรู้เสมอ แม้นางจะไม่เคยเขียนตอบกลับเขาสักครั้ง แต่จะได้รับกระดาษพับดอกท้อมาแทน ซึ่งเขาเคยเห็นปานสีชมพูรูปดอกท้อเล็กๆ น่ารักที่ลำคอด้านหน้าของนาง จึงยินดีที่นางตอบรับไมตรีทางใจ
เฉียงจางหย่งเสมือนหมาป่าที่ซุ่มรอเหยื่อ ประสบการณ์ในชีวิตสอนให้คนมุทะลุในอดีตใจเย็นมากขึ้นเมื่อจะทำการสิ่งใด เ้าหนุ่มหน้าหล่ออ้อนแอ้นราวสตรีจากเมืองหลวง หน้าด้านหน้าทนมาเกี้ยวพาภรรยาเขา มันก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว
เขาถึงขนาดละเลยมากขึ้น ลี่อินยิ่งได้โอกาสพบปะกับหวังหานโจวในสำนักศึกษา แม้นางจะชอบเขามากแค่ไหน อย่างไรก็มีขอบเขตของศีลธรรมขวางกั้นอยู่
“หนีไปกับข้าเถอะ” จนกระทั่งวันที่หวังหานโจวทนรอไม่ไหวอีกต่อไป และเขาก็ต้องกลับบ้านเมืองหลวง ในวันที่ลี่อินเดินทางมาส่งเขาที่ปากทางท่าเรือ จึงอยากจะเกลี้ยกล่อมนาง
“แต่งกับไก่ก็ต้องอยู่กับไก่ มิอาจเป็อื่นแม้ใจข้าจะชื่นชอบท่านก็ตาม ฝ่ายครอบครัวท่านก็คงจะรับไม่ได้ที่ข้าเป็หญิงแต่งงานมาแล้ว ข้าไม่อยากทำให้ท่านแปดเปื้อนถูกตราหน้าว่า ชู้ พวกเราแค่มีวาสนาได้พบ ข้าก็พอใจแล้วจริงๆ …ท่านกลับเมืองหลวงไปเถอะ”
สตรีที่ดีควรมีสามีเดียว นางหักห้ามใจไม่ให้หลงใหลไปกับความรักจนไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ได้แต่ภาวนาให้ชาติหน้ามีจริง แล้วนางกับเขาได้มีวาสนาสมรสด้วยกัน
หวังหานโจวเสียใจจนออกอาการทางสีหน้า เขาปรารถนาอยากแต่งนางเป็ภรรยา จนลืมนึกถึงปัจจัยรอบข้างในสังคมที่จะบีบคั้นคนทั้งสองให้อยู่ด้วยกันลำบาก มือเรียวสวยของเขาทำท่าทางคล้ายกำลังเอื้อมจับปอยผมนุ่มของลี่อินมาจรดริมฝีปากจุมพิตแ่เบาเพื่อเป็การอำลา
ลี่อินหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายกับความอ่อนโยนนั้น นางหันมองซ้ายขวาว่ามีคนเห็นหรือไม่ แต่เพิ่งจะเช้าตรู่ จึงยังไม่มีใครผ่านมา คนทั้งคู่แลกเปลี่ยนสายตาหวานซึ้ง ใครจะรู้ว่าจังหวะนั้นจะมีเสียงแผดคำรามมาจากเฉียงจางหย่งได้
ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา เฉียงจางหย่งที่ลอบติตตามมาเห็นภาพแสลงเข้า ก็ชักมีดสั้นที่คมกริบออกมาจากปลอกหนังข้างเอว พุ่งเข้าไปยังหวังหานโจวด้วยสีหน้าดำทมึน
ทักษะการต่อสู้ของเขาไม่เป็สองรองใครอยู่แล้วในหมู่บ้าน แตกต่างจากบัณฑิตอย่างหวังหานโจวที่จับหนังสือไม่เคยแตะอาวุธ จึงวิ่งหลบหนีหน้าซีดเผือด สุดท้ายก็ไม่พ้นถูกคมมีดที่เต็มไปด้วยแรงโทสะของเฉียงจางหย่ง จวงแทงเข้าที่ลำตัวหลายแผลจนถึงแก่ความตาย
“เ้าทำอะไร!” ลี่อินตกตะลึงจนลิ้นแข็ง พูดไม่ออกไปชั่วขณะก่อนจะได้สติแล้วผวาเข้าไปห้ามเฉียงจางหย่งที่ยังคงกระหน่ำใช้มีดแทงบนร่างไร้ลมหายใจของหวังหานโจนระบายความเกรี้ยวกราดเท่าไรก็ดูเหมือนจะไม่พอ โลหิตสีแดงฉานพุ่งกระเซ็นเปรอะเปื้อนทั้งหน้าและลำตัวของชายหนุ่มให้ดูราวกับปีศาจในร่างมนุษย์ จิตใจเขาได้ถูกความชั่วร้ายครอบงำไปหมดสิ้น ไม่มีสติมองสิ่งใดให้ชัดแจ้ง
จนร่างนั้นและแทะไม่มีส่วนดี ใบหน้าหวังหานโจวถูกมีดละเลงจนไม่เหลือสภาพเดิม เฉียงจางหย่งเห็นแล้วแหงนหน้าหัวเราะลั่นด้วยความสาแก่ใจ ส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องที่ติดตามมามาจัดการศพ
“เอาไปทิ้งในเขตหมาป่าฝั่งเหนือ” เฉียงจางหย่งสั่งเสียงเย็น โยนถุงเงินหนักอึ้งให้พวกลูกน้อง แล้วก็หันมามองลี่อินที่เอามือปิดปากยืนตัวแข็งทื่อ ตาไม่กะพริบมีน้ำตาไหลลงอาบแก้มเป็สาย มองหวังหานโจวแน่นิ่ง นางเสียใจจนลืมสิ้นความกลัว ไม่คิดว่าเพียงพริบตาเดียว เหตุการณ์น่าสลดจะเกิดขึ้นได้
เฉียงจางหย่งยกยิ้มเหยียดมุมปาก แววตาเขาอำมหิตเืเย็นจนไม่เหลือเค้าความรู้สึกของมนุษย์ได้อีก คว้าข้อมือลี่อินแล้วลากให้นางกลับบ้านในเส้นทางปลอดคน ระหว่างนั้นไม่มีสิ่งใดที่จะเอ่ยต่อกัน
หญิงสาวเหมือนคนที่ไร้ิญญาเดินไปตามการจูง หลุบตามองมือเปื้อนเืของเขาที่จับข้อมือนางจนแปดเปื้อนไปด้วย กลิ่นคาวลอยอวลไม่จาง ความขยะแขยงชิงชังมากเกินกว่าจะรับไหวจนต้องสำรอกออกมา
![]()
นรกเกิดขึ้นได้ เมื่อปีศาจมันกัดกินความเป็มนุษย์ในใจ
นางเฉียงนั่งร้องห่มร้องไห้ปานจะขาดใจ ยกมือขึ้นอุดหูแล้วส่ายหน้า ไม่อยากฟังไม่อยากรับรู้สิ่งใด เมื่อบุตรชายฆ่าคุณชายหวังแล้วอำพรางศพ วันที่เขากลับมา โลหิตที่ชุ่มโชกไปทั้งร่างนั้นทำให้นางตระหนักรู้ว่าได้สูญเสียบุตรชายไปแล้ว มีปีศาจเข้ามาสิงสู่แทน ถึงได้ทำเื่โหดร้ายลงไป ส่วนลี่อินที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาว่ามีใจให้ชายอื่น เหมือนคิดจะหนีตามกันไป ไม่มีคำถามใดๆ จากปากเขา ชายหนุ่มก็พิพากษาไปแล้วว่านางมีความผิดร้ายแรงที่ไม่น่าให้อภัย
หรือแท้แล้วเขาตั้งใจให้เป็แบบนี้เพื่อที่จะลงโทษนางได้แบบไม่รู้สึกผิด
เจ็ดวันเจ็ดคืนที่เฉียงจางหย่งดื่มสุราจนเมามายกับบิดา เขาจงใจเหลวแหลกถึงที่สุด นำความโกรธแค้นไปลงกับผู้เป็ต้นเหตุอย่างไร้ความปรานี ที่เคยรักถนอมก็เหมือนจะไม่มีอีกแล้ว
“ลี่อินอดทนไว้นะ ข้าจะหาทางไปบอกให้ครอบครัวเ้ารู้” นางเฉียงกลั้นสะอื้น กระซิบอยู่ด้านนอกประตูห้อง นางพยายามจะออกไปข้างนอกแต่ถูกเฉียงจางหย่งดักไว้อย่างรู้ทันเสียทุกครั้ง แต่ไม่ว่าอย่างไร นางจะไม่ยอมให้ลูกสะใภ้ต้องตกนรกทั้งเป็อยู่เช่นนี้แน่
ลี่อินที่นอนคว่ำ ใบหน้าแนบอยู่บนเตียงทำได้เพียงกลืนน้ำลายฝืดลงคอ หยดน้ำตาที่ไหลรินช้าๆ จากดวงตาที่บวมนูนช้ำ บริเวณตาขาวช้ำเืทั้งสองข้าง จมูกมีคราบเืที่แห้งกรัง ริมฝีปากแตกแห้งระแหง ดวงหน้างามที่เคยฉายโฉมเหลือแค่ชื่อในอดีต บัดนี้มีรอยฟกช้ำดำเขียวเต็มไปหมดไม่ชวนน่ามอง
ดวงตาคู่สวยไร้ประกายมองเส้นผมดำขลับนุ่มสลวยที่ถูกตัดทิ้งอยู่บนพื้น ในใจครุ่นคิดนับร้อยนับพันครั้ง ความสิ้นหวังดำดิ่งลงเกินกว่าจะหวนคืน นี่เป็ความทุกข์ทรมานที่เคี่ยวกร่ำอย่างโเี้ ความเสียใจ ความหวาดกลัว ความเกลียด ไหลรวมเป็กระแสธารอันเชี่ยวกราด นางไม่เคยตัดสินใจผิดที่ไม่รักเ้าเดรัจฉานผู้นี้
หญิงสาวฝืนร่างกายที่บอบช้ำสาหัสให้ลุกขึ้น คว้าผ้าแพรมัดเป็ปมโยนขึ้นไปเหนือคานไม้ให้เกี่ยวพันมั่นคง นางลากเก้าอี้มาช้าๆ แล้วไปยืนอยู่บนนั้น ผูกบ่วงที่จะพานางพ้นจากที่นี่
อยู่ต่อไปก็ไม่มีความหมายอีกแล้ว
ลี่อินไม่ลังเลที่จากปลิดชีพตน เมื่อความตายคือ อิสระ ความสุขสูงสุดในชีวิตของนางแล้ว ให้คนชั่วมันอยู่เดี่ยวดายไปชั่วชีวิต ช่างสาแก่ใจนัก
ริมฝีปากบางแย้มยิ้มอย่างงดงามที่สุดเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนที่เท้าจะห้อยอยู่กลางอากาศ ดิ้นรนกับความทรมานที่จะพรากลมหายใจเพียงชั่วครู่ สองแขนเรียวเล็กทิ้งลงข้างตัวอย่างหมดแรง
เสียงของหนักล้มดังก้อง ไร้เสียงตอบรับใดๆ นางเฉียงรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมา มีลางสังหรณ์แวบเข้าในใจ “ลี่อิน เ้า…ตอบข้าหน่อย”
หญิงวัยกลางคนเดินกระวนกระวายไปมาอยู่ด้านหน้าห้อง ไม่กล้าพังประตูเข้าไป จนกระทั่งเฉียงจางหย่งมาเห็นพอดี สีหน้าเ็าตั้งคำถามกับมารดา นางเฉียงหวาดกลัวสายตาของบุตรชายจนก้มหน้า รีบปลีกตัวออกไป
เฉียงจางหย่งเดินซวนเซ ฤทธิ์สุราทำให้ทั้งหน้าถึงลำคอแดงก่ำ เขาพยายามไขกุญแจที่คล้องอยู่ด้านหน้าแล้วเปิดออกกว้าง สิ่งแรกที่คะนึงถึงคือ ลี่อิน เขาหวังว่า นางจะนอนอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ตรงนั้นรอเขา
ทว่าภาพที่ผิดคาดทำให้ชายหนุ่มสร่างเมาในทันที เมื่อร่างของภรรยาห้อยอยู่กลางห้องโดยบ่วงผ้าแพรที่รัดคอนางจนขาดอากาศหายใจ ่ขณะนั้นทั้งร่างเขาสั่นเทา รีบผวาเข้าไปนำตัวนางลงมา
“ลี่อิน” เฉียงจางหย่งเสียงสั่นแหบแห้ง ตบหน้านางเบาๆ เลื่อนมือจับชีพจรที่ข้อมือนางด้วยหัวใจที่สั่นทะท้านแรง พบว่า นางเสียชีวิตแล้ว บัดนั้นโลกทั้งใบเหมือนถล่มลงตรงหน้าเขา ชายหนุ่มเบิกตากว้าง เขย่าร่างนางพร้อมกับเรียกชื่อซ้ำๆ ที่ดังขึ้นทุกที หัวใจโหวงเหวงถลำเข้าสู่ความเศร้าเสียใจ เขาแทบจะคุมสติไม่อยู่ เมื่อตระหนักว่าหลังจากนี้จะไม่มีนางอยู่อีกแล้ว
“ลี่อิน!” ชายหนุ่มแผดคำราม ราวกับเสียงสัตว์ป่าที่ได้รับความเสียใจอย่างสาหัส เขาตระกองกอดร่างที่อ่อนปวกเปียกนั้นไว้ ไออุ่นยังหลงเหลืออยู่บ่งบอกว่า นางเพิ่งจากเขาไปไม่นาน
นางเฉียงที่ไม่ทันถึงประตูเรือน ได้ยินเข้าก็รีบวิ่งมาดู นางใจนยกมือปิดปาก แข้งขาอ่อนแรงทรุดลงกับพื้น สลับมองบุตรชายที่ร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลปนกัน เป็ครั้งแรกในชีวิตที่นางเห็นเขาในสภาพอับจนหนทางเช่นนี้
“เ้าคิดว่าจะหนีข้าด้วยวิธีนี้ได้หรือ” เฉียงจางหย่งที่เสียใจจนความโกรธประทุขึ้นมาเบียดแทน ใบหน้าบิดเบี้ยวน่ากลัว เขาใช้มือบีบคางนาง ตะคอกเค้นถามราวกับนางมีชีวิตรับฟังอยู่อย่างไรอย่างนั้น “ข้าอยากรู้นักว่า ใจเ้าจะเป็สีดำแค่ไหน”
“จางหย่ง!” นางเฉียงได้ฟังแล้วตัวสั่นงันงก ร้องปรามบุตรชาย
“ท่านหุบปากแล้วไปให้พ้นหน้าข้าซะ ข้าจะจัดการนาง ที่ไม่รักดี” เฉียงจางหย่งตวาดพลางชักมีดสั้นประจำกายออกมา คมของมันตัดผ่านเนื้อหนังมังสาได้อย่างง่ายดาย เขาไม่ลังเลที่จะควักเอาก้อนหัวใจที่อยู่ใต้กระดูกหน้าอกของนางขึ้นมาดูว่าเป็สีอะไร นางเฉียงเห็นเขากระทำต่อร่างลี่อินแล้วไม่อาจทนดูได้ วิ่งออกไปอีกครั้ง
ก้อนเนื้อที่เรียกว่า หัวใจของหญิงสาวมีขนาดเท่ากำปั้นชุ่มโลหิตกลิ่นคาวคลุ้งอยู่บนฝ่ามือใหญ่ ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วลูบไล้แ่เบาอย่างทะนุถนอมราวกับเห็นเป็ใบหน้านาง ขณะที่ดวงตาคมยังมีน้ำใสๆ ไหลลงมาเรื่อย ภายใต้รอยยิ้มเลื่อนลอย เผยซึ่งความเศร้าเ็ปเกินจะรับไหวได้สะบั้นสติของเขาไปทีละนิด “หัวใจเ้ายังเป็ของข้า”
เฉียงจางหย่งจับจอบขุดดินให้มีความลึกท่วมศีรษะเขา แล้วก็อุ้มร่างลี่อินลงไป ปิ่นดอกท้อและต่างหูที่เขาเคยซื้อให้เป็ของขวัญก็ประดับให้นาง ในมือที่วางประสานตรงหน้าอกก็ให้สอดดอกกล้วยไม้ที่นางชอบ
ชายหนุ่มมองหน้าภรรยาเป็ครั้งสุดท้าย มือที่วางบนศีรษะนางสั่นไม่หยุด ยากจะตัดใจ แค่คิดว่าต่อไป นางกับเขามิอาจได้นอนร่วมเรียงเคียงหมอนกันอีก จะไม่มีร่างนุ่มละมุนให้กอด ไม่มีกลิ่นหอมจางจากกายนางให้เขาสูดดม ไม่ได้ฟังเสียง ไม่ได้มองใบหน้า รอยยิ้ม สีหน้ายามขุ่นเคือง อีกมากมายเกี่ยวกับตัวนาง
ระยะเวลาที่อยู่ร่วมกันหลั่งไหลเข้ามาเป็ฉาก เสียงสะอื้นของเขายิ่งปวดร้าวเจียนจะขาดใจตายเสียตรงนั้น ต้องฝืนลุกขึ้นโกยดินฝังกลบร่างนางไว้ มือที่จับจอบถูกลิดรอนเรี่ยวแรงลงไปทุกที กว่าจะฝังร่างนางเสร็จ เฉียงจางหย่งก็ทรุดลง
คืนนั้น เขานอนตระกองกอดกองดิน อยู่เป็เพื่อนนางจนรุ่งสาง
![]()
ชีวิตที่ไม่มีลี่อิน เฉียงจางหย่งมีแรงลุกขึ้นไปทำงานตามเดิมได้ เพราะหัวใจของนางที่ถูกเก็บไว้ในลังน้ำแข็งห้องแช่เปรียบเสมือนตัวแทนว่า นางยังอยู่กับเขา
แต่ละวัน เฉียงจางหย่งเหมือนศพที่เดินได้ เขาไม่เคยยิ้มหัวเราะ หรือพูดเกินความจำเป็กับใคร เพื่องฝูงก็ห่างหายไปเรื่อยๆ เขากลายเป็คนเก็บตัว เมื่อกลับถึงบ้านสิ่งแรกที่เขาทำคือไปนำลังแช่หัวใจลี่อินมาไว้ที่ห้อง แล้วถึงจะกินข้าว อาบน้ำ หลับไปพร้อมกับลังแช่หัวใจที่วางอยู่ข้างตัว บางทีก็พูดคุย ยิ้ม หัวเราะอยู่กับนาง ดูเป็่เวลาที่มีความสุขในจินตนาการว่ามี ลี่อิน
ผ่านนานไป ครอบครัวนางมาเยี่ยมไถ่ถาม เฉียงจางหย่งก็ไม่อนุญาตให้พบ ทั้งยังไล่ไม่ไยดี พฤติกรรมของเขา ผู้เป็มารดารับรู้และเ็ปไปพร้อมกัน ทำได้เพียงให้กำลังใจเขาในทุกๆ วัน ทำเหมือนว่า ลี่อินมีชีวิตอยู่ เหมือนเขา จะได้ไม่รู้สึกแปลกแยก
ฤดูกาลวนเวียนมาซ้ำๆ เนิ่นนานเท่าไรไม่อาจรับรู้ บิดาของเฉียงจางหย่งก็ป่วยเสียชีวิต ตามด้วยนางเฉียง ทั้งบ้านกว้างใหญ่ก็ไม่เหลือใครให้เขาอีก
เฉียงจางหย่งในวัยกลางคน มีเส้นผมขาวเกือบครึ่งศีรษะ หนวดเคราสากพะรุงพะรัง ทำให้เขาดูทรุดโทรมเกินวัยไปมาก เหมือนตาเฒ่าที่กำลังนั่งรำลึกความหลังในโลกก่อนเข้าสู่ทางน้ำพุเหลือง
คืนที่แสงจันทร์สาดส่อง เขานั่งดื่มสุราอยู่ใกล้หลุมฝังศพภรรยา ในมือขวาโอบกอดก้อนเนื้อเล็กที่สีคล้ำไปหน่อย แต่ยังไม่เน่าส่งกลิ่นเหม็น ด้วยการรักษาอย่างดีตลอดหลายปี ยังคงสภาพเดิมได้ไม่เปลี่ยนแปลงมาก
ในชีวิตเขา นางเป็สิ่งล้ำค่า ที่เขาไม่เคยถนอมอย่างแท้จริง เขาก็เกลียดชังตนไม่น้อยกว่านาง ที่ไม่อาจควบคุมอารมณ์ความรู้สึกสักครั้ง ทำร้ายนางได้เืเย็น ที่ผ่านมาเขาได้รับบทลงโทษแล้วกับการที่หายใจอยู่โดยไม่มีนาง
เฉียงจางหย่งลงไปนอนหลุมข้างๆ ที่ขุดไว้สำหรับฝังตนเอง เขากอดหัวใจนางแนบอก แย้มยิ้มที่คล้ายจะร้องไห้ ดวงตาแดงก่ำมองไปบนท้องฟ้าคิดถึงใบหน้างามเพียงหนึ่งที่ยังแจ่มชัดในความทรงจำ
ข้ากำลังจะหลุดพ้นจากความลำพังในโลกที่ไม่มีเ้าแล้ว…ลี่อิน
(จบ.)
ติดตามต่อในภพชาติหน้า
[1] เอาแก้มร้อนๆ ไปแปะก้อนเย็นๆ หมายถึง กระตือรือร้นเอาใจ ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายเ็าไม่สนใจ