บทที่ 5 : สมบัติลับหลังกำแพงและการลาจากตลอดกาล
รัตติกาลมาเยือนหมู่บ้านสกุลจ้าว
เสียงกรนสนั่นหวั่นไหวของแม่เฒ่าจ้าวและลุงใหญ่ดังประสานกันราวกับเสียงฟ้าร้อง แข่งกับเสียงจิ้งหรีดเรไรด้านนอก เป็สัญญาณบอกว่าทุกคนในเรือนหลักหลับสนิทแล้ว... หรืออาจจะแค่เมาอาหารมื้อใหญ่ที่กินเข้าไปจนพุงกาง
ในความมืดสลัวของห้องเก็บฟืน สองแม่ลูกกำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ
หลินซือสะพายห่อผ้าเก่าๆ ที่ภายในมีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุด สมุดบัญชีครัวเรือนเล่มเล็ก (ที่นางแอบหยิบติดมาเผื่อจำเป็) และมีดทำครัวเล่มหนึ่งเพื่อป้องกันตัว หัวใจของนางเต้นแรงจนแทบจะทะลุอก มือไม้สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"อาหนิง... เราจะทำจริงๆ หรือลูก?" นางกระซิบถามเสียงสั่น พลางมองลูกสาวตัวน้อยที่ยืนกอดอกด้วยท่าทางสุขุมผิดวัย
อาหนิงในวัยเกือบสองขวบพยักหน้าหนักแน่น แววตาคมกริบสะท้อนแสงจันทร์
"ทำ! ถ้าไม่ทำ... พรุ่งนี้แม่ก็โดนขาย หนูโดนทิ้ง เราต้องไปเอา 'ค่าแรง' ของพ่อคืนมา"
นางจูงมือแม่ (หรือจริงๆ คือแม่จูงนาง) ย่องออกจากห้องเก็บฟืน ฝีเท้าของหลินซือแ่เบาเหมือนแมวขโมย แต่ในใจกลับหนักอึ้งเหมือนแบกูเา
อาหนิงชี้มือป้อมๆ ไปยังเป้าหมาย... ผนังด้านหลังห้องนอนของแม่เฒ่าจ้าว
ตรงนั้นเป็มุมอับสายตาที่มีพุ่มไม้รกทึบบังอยู่ ถ้าไม่สังเกตดีๆ จะไม่มีทางเห็นเลยว่ามีอิฐก้อนหนึ่งที่มีสีแตกต่างจากเพื่อน และร่องปูนรอบๆ ดูร่วนซุยผิดปกติ
"ตรงนั้นจ้ะแม่..." อาหนิงกระซิบ "ขุดเลย"
หลินซือกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ นางหยิบช้อนโลหะแข็งๆ ที่เตรียมมา ค่อยๆ แซะร่องปูนรอบอิฐก้อนนั้น มือของนางสั่นระริก
แกรก... แกรก...
เสียงขูดขีดเบาๆ ดังขึ้นในความเงียบ หลินซือสะดุ้งทุกครั้งที่ได้ยินเสียงลมพัดใบไม้ไหว นางกลัวเหลือเกินว่าแม่เฒ่าจ้าวจะตื่นขึ้นมาเจอ
"แม่จ๋า... เร็วๆ..." อาหนิงเร่งยิกๆ ในใจนางลุ้นจนตัวโก่ง
ยายแก่นั่นหลับลึกอย่างกับหมูตายซาก ไม่ตื่นง่ายๆ หรอกน่า! งัดสิแม่! งัดแรงๆ!
กึก!
ในที่สุด อิฐก้อนนั้นก็ขยับ หลินซือออกแรงดึงมันออกมา เผยให้เห็นช่องว่างกลวงโบ๋ด้านใน
และในช่องว่างนั้น... มีกล่องไม้ใบเล็กๆ ซ่อนอยู่
หลินซือดึงกล่องไม้ออกมาด้วยมือสั่นเทา นางค่อยๆ เปิดฝาออก...
แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบวัตถุภายในกล่อง ประกายสีเงินวาววับทำเอาหลินซือตาพร่า
ก้อนเงิน!
ก้อนเงินแท้ๆ หลายก้อน วางเรียงรายกันอยู่อย่างเป็ระเบียบ พร้อมกับกำไลทองวงเล็กๆ อีกหนึ่งวง รวมมูลค่าแล้วน่าจะมากพอให้คนธรรมดาใช้ชีวิตสุขสบายไปได้หลายปี!
"คุณพระช่วย..." หลินซือยกมือปิดปาก น้ำตาไหลพราก "นี่มัน... เงินของพี่สามจริงๆ หรือ?"
อาหนิงมองดูสมบัติด้วยความพึงพอใจ
หึ! เงินของพ่อรึ? ฝันไปเถอะ! นี่มันเงินที่ยัยเฒ่าจ้าวเม้มมาจากกองกลาง เงินค่าชดเชยตายของพ่อ เงินสินสอดของอาหญิงที่ถูกบังคับแต่งงาน และเงินที่โกงค่าแรงแม่มาตลอดหลายปีต่างหาก!
แต่เอาเถอะ... เพื่อความสบายใจของแม่ โกหกหน่อยจะเป็ไรไป
"ใช่จ้ะแม่..." อาหนิงทำตาใสซื่อ "พ่อมาเข้าฝันบอกหนู... บอกให้แม่เอาไป... เอาไปตั้งตัว..."
หลินซือกอดกล่องไม้แน่น ร้องไห้เงียบๆ ด้วยความซาบซึ้ง "พี่สาม... พี่ไม่เคยทิ้งเราจริงๆ ขอบคุณ... ขอบคุณนะเ้าคะ"
อาหนิงตบไหล่แม่เบาๆ อย่างให้กำลังใจ
เอาน่าแม่... คิดซะว่าเราแค่ 'ทวงคืน' ส่วนแบ่งมรดกที่ควรจะเป็ของเรามาตั้งนานแล้วก็แล้วกัน ยัยแก่นั่นมีเงินซ่อนไว้อีกตั้งหลายที่ หายไปแค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก (แต่น่าจะอกแตกตาย)
"ไปกันเถอะแม่" อาหนิงดึงชายเสื้อแม่ "ก่อนที่ปีศาจหมูจะตื่น"
หลินซือพยักหน้า นางเก็บกล่องไม้ลงในห่อผ้าอย่างมิดชิด แล้วอุ้มอาหนิงขึ้นแนบอก กระชับผ้าคลุมไหล่ให้แน่น
"ไปลูก... เราไปจากที่นี่กัน"
สองแม่ลูกค่อยๆ ย่องผ่านลานบ้าน มุ่งหน้าสู่ประตูรั้วเก่าๆ
แต่ทว่า... อุปสรรคด่านสุดท้ายก็ปรากฏตัวขึ้น
โฮ่ง!
เสียงเห่ากระโชกของ 'เ้าดำ' หมาเฝ้าบ้านตัวดุ ดังขึ้นทำลายความเงียบสงบ!
หลินซือสะดุ้งสุดตัว ขาแข็งทื่อด้วยความใ
"ซวยแล้ว..." นางอุทานหน้าซีด
ไฟในห้องแม่เฒ่าจ้าวสว่างวาบขึ้นทันที!
"ใครน่ะ! ใครอยู่หน้าบ้าน!" เสียงตวาดของลุงใหญ่ดังลอดออกมา
อาหนิงสบถในใจ ไอ้หมาบ้า! อุตส่าห์แบ่งซาลาเปาให้กินเมื่อวาน เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!
นางรู้ว่าไม่มีเวลาแล้ว ถ้าถูกจับได้ตอนนี้คือจบเห่!
"แม่! วิ่ง!" อาหนิงะโสั่ง
หลินซือได้สติ นางรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ผลักประตูรั้วเปิดออก แล้วออกตัววิ่งฝ่าความมืดออกไปอย่างไม่คิดชีวิต
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของลุงใหญ่ดังไล่หลังมาติดๆ
"เฮ้ย! ขโมย! หยุดนะเว้ย!"
สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมา ราวกับ์้าจะช่วยกลบเสียงฝีเท้า หรือไม่ก็ซ้ำเติมให้การหลบหนียากลำบากขึ้น
หลินซือกอดลูกแน่น วิ่งลัดเลาะเข้าไปในป่าไผ่ข้างหมู่บ้าน หนามกิ่งไผ่เกี่ยวเสื้อผ้าและข่วนิัจนแสบ แต่นางไม่สนใจ นางวิ่ง... วิ่ง... และวิ่ง
อาหนิงโผล่หน้าออกมาจากอกแม่ มองกลับไปที่บ้านหลังนั้น
แสงไฟจากตะเกียงค่อยๆ ไกลออกไป เสียงเห่าของเ้าดำจางหายไปกับสายลม
นางมองเห็นเงาลางๆ ของบ้านสกุลจ้าวที่นางเกลียดแสนเกลียด
บ้านที่นางต้องทนทุกข์มาเกือบสองปี
บ้านที่สอนให้นางรู้ว่ามนุษย์นั้นใจดำได้แค่ไหน
อาหนิงชูนิ้วกลางป้อมๆ ส่งให้บ้านหลังนั้นในความมืด
ลาก่อนนะ... นรกบนดิน
ข้าขอสาบาน... วันใดที่ข้ากลับมาที่นี่อีกครั้ง ข้าจะไม่มาในฐานะ 'ผู้วิ่งหนี'
แต่ข้าจะมาในฐานะ 'ผู้ยิ่งใหญ่' ที่จะมาซื้อที่ดินของพวกเ้ามาทำเล้าหมู!
"แฮ่ก... แฮ่ก..."
หลินซือวิ่งมาจนถึงศาลเ้าร้างท้ายหมู่บ้าน นางทรุดตัวลงนั่งพักด้วยความหมดแรง ลมหายใจหอบถี่
"พ้น... พ้นแล้วใช่ไหมลูก..."
อาหนิงใช้แขนเสื้อเช็ดหน้าแม่ที่เปียกปนเปไปด้วยเหงื่อและน้ำฝน
"พ้นแล้วจ้ะแม่... เราปลอดภัยแล้ว"
หลินซือมองฝ่าความมืดออกไป เบื้องหน้าคือเส้นทางยาวไกลสู่ต่างเมือง เส้นทางที่นางไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง
"แล้วเราจะไปไหนกันดี..." นางถามอย่างเคว้งคว้าง
อาหนิงยิ้มบางๆ มือข้างหนึ่งกุมถุงเงินในห่อผ้า อีกข้างกุมมือแม่ไว้แน่น
"ไปบ้านตากับยายกันเถอะแม่... กลับไปหาคนที่รักเรา"
หลินซือนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เมื่อถึงบ้านเดิมของตน ก่อนจะพยักหน้าทั้งน้ำตา "ใช่... กลับบ้าน... กลับบ้านเรากันเถอะ"
ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกหนักขึ้น สองร่างเล็กๆ ประคองกันเดินมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก
ทิ้งอดีตอันขมขื่นไว้เื้ั และก้าวเดินไปสู่อนาคตที่ยังมองไม่เห็น... แต่อย่างน้อย มันก็เป็อนาคตที่พวกนางเลือกเอง
และที่สำคัญ... ตอนนี้พวกนาง 'รวย' แล้ว (ในระดับชาวบ้าน)!
อาหนิงลูบห่อผ้าที่มีเงินก้อนโตอยู่ข้างใน แล้วยิ้มกริ่ม
มีทุนแล้ว... ต่อไปก็เหลือแค่หาทำเลทองสินะ
รอก่อนเถอะโลกกว้าง! เทพธิดาอาหนิงคนนี้จะไปป่วนให้เงินสะพัดเลยคอยดู!