ตอนที่ 52
ศึกสังหารราชา·ดาบโลหิตมายาสมุทร
เมื่อได้ช่วยเหลือหลิงเซียนคลายปมในใจ เฉินหมิงก็ละสายตากลับไปยังสนามรบระดับราชาอีกครั้ง เขาสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าการฆ่าม่อเทียนหรือฮวาหยางจะสามารถทำให้เขาสำเร็จภารกิจเลื่อนขั้นได้หรือไม่ ขอเพียงสำเร็จภารกิจเลื่อนขั้นได้ เขาก็จะมีพลังขอบเขตเพิ่มพูนสูงเกินกว่าระดับของขุนพลปีศาจ
หากพลังขอบเขตของเขาเข้าถึงระดับของขุนพลปีศาจ โอกาสที่จะเอาชนะราชาปีศาจราชสีห์ก็จะมีมากขึ้น ถึงอย่างไรราชาปีศาจราชสีห์ก็มิใช่ฮวาหยาง หรือม่อเทียน แต่เขาเป็นถึงผู้ที่ดำรงอยู่ในระดับจ้าวราชาปีศาจ!
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เฉินหมิงจึงล้วงกระบี่ปราณเล่มหนึ่งออกมาจากภายในแหวนเก็บวัตถุ กุมไว้ในมือแน่น โจมตีเข้าใส่ม่อเทียน
ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำเห็นเฉินหมิงที่เข้าสู่วงล้อมสนามรบ ก็บังเกิดความไม่รื่นรมย์ขึ้น ไม่ง่ายเลยที่จะมีโอกาสสู้แบบหนึ่งปะทะสอง อีกทั้งตนยังมีโอกาสที่จะชนะ เหตุใดจึงไม่ให้ตนได้สู้อย่างสาแก่ใจสักหน่อย : “น้องหวูเต้า เจ้าคอยดูอยู่ด้านข้างก่อน พี่ใหญ่จะปลิดชีพเด็กน้อยทั้งสองนี้เอง!”
เฉินหมิงกล่าว : “ฮวาหยางเป็นพันธมิตรกับหุบเขาพรางอากาศ คาดว่าศึกการต่อสู้ระหว่างขุนพลปีศาจคงจะเปิดฉากขึ้นแล้ว อีกทั้งราชาปีศาจตนอื่นก็คงจะรอให้สงครามในครั้งนี้สิ้นสุดเช่นกัน ไม่แน่ว่าอาจจะเริ่มเปิดศึกกันแล้ว พี่พยัคฆ์ดำ ท่านน่าจะเข้าใจถึงพลังอำนาจของราชาปีศาจราชสีห์ว่ามีมากมายถึงเพียงใด!”
เมื่อราชาปีศาจพยัคฆ์ดำได้ยินเฉินหมิงกล่าวมาเช่นนี้ ก็เข้าใจในความหมายของเฉินหมิง พร้อมกล่าวขึ้นด้วยความเสียใจ : “ข้าสู้เพลินไปหน่อย จนเกือบลืมเรื่องสำคัญไปแล้ว พวกเราสองร่วมแรงร่วมใจกันจัดการกับเด็กน้อยทั้งสองนี้ จากนั้นก็รีบไปเข้าร่วมกับศึกหุบเขาพรางอากาศกัน!”
ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำลงมืออีกครั้ง ทุกการลงมือของเขาล้วนแต่ดุดัน แต่ละกระบวนท่าหมายที่จะเอาชีวิตของฮวาหยาง
เฉินหมิงสู้กับม่อเทียนอย่างสุดกำลัง แต่ละกระบวนท่าล้วนแต่ต้องการสังหารอีกฝ่าย เพลงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ถูกกระตุ้นใช้ออก ส่วนม่อเทียนที่ถูกควบคุมเอาไว้ด้วยค่ายกล ทุกครั้งที่รับกระบวนท่าของเฉินหมิง ในปากจะมีเลือดกระอักออกมา ทั่วร่างมีบาดแผลอยู่เต็มไปหมด!
เฉินหมิงชูกระบี่หันเข้าหาดวงดาราบนท้องนภา จ้าววิถีใต้หล้า!
ในเวลานี้เพียงกระบี่เดียวของเฉินหมิง แฝงเอาไว้ด้วยคลื่นลมพายุแห่งเพลิงไฟ พลังจ้าววิถีใต้หล้าถือเป็นเพลงกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดของเฉินหมิง
ในยามปกติ เมื่อเฉินหมิงกระตุ้นกระบวนท่านี้ ม่อเทียนหาได้ไม่ใส่ใจไม่ แต่ว่าบัดนี้เขารู้สึกว่าชะตาของตนได้ถึงฆาต ดวงตาของม่อเทียนค่อยๆแดงซ่านขึ้น :“เป็นเจ้าที่กดดันข้า ในเมื่อเจ้าไม่ยอมปล่อยให้ข้ามีชีวิตรอด เช่นนั้นทุกคนก็มาตายไปพร้อมกันเถอะ!”
ม่อเทียนกระชับดาบในมือขวา มือซ้ายลูบไปที่คมดาบ พร้อมกับขยับมือไปตามสันคมดาบ โลหิตไหลรินหยดลงสู่ด้านบนตัวดาบโลหิตมายาสมุทร เลือดของม่อเทียนได้ชโลมไปที่ดาบโลหิตมายาสมุทร กลิ่นอายมารสีดำแต่ละขุมแผ่กระจายออกมา! : “พวกเจ้าคิดหรือว่านี่คือสภาวะที่แข็งแกร่งที่สุดของดาบโลหิตมายาสมุทรงั้นหรือ ? ฮ่าฮ่าฮ่า กลับหาใช่ไม่ ผนึกของดาบโลหิตมายาสมุทร จงเปิด!”
ขณะเดียวกัน ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำและฮวาหยางต่างหันไปมองม่อเทียน ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำกล่าว : “แย่แล้ว นี่เป็นกลิ่นอายมาร!”
ถึงแม้ฮวาหยางจะสนิทกับม่อเทียน แต่ก็คิดไม่ถึงว่า ดาบด้ามนี้ จะเป็นดาบมารเล่มหนึ่ง!
ทว่าตอนนี้ สิ่งเหล่านั้นล้วนแต่ไม่สลักสำคัญ สามารถที่จะมีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้จึงถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่า!
ฮวาหยางหัวเราะแล้วกล่าว : “ฮ่าฮ่าฮ่า ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์ รับความตายซะเถอะ!”
ดวงตาของม่อเทียนแดงก่ำทั้งสองข้าง กลิ่นอายมารขุมหนึ่งที่อยู่บนร่างเข้ารวมอยู่กันบนร่างกายของเขาอีกชั้น กลิ่นอายมารลอยขึ้นเป็นเกลียว คล้ายกับราชามารมาจุติ!
ดาบโลหิตมายาสมุทรถูกเสียบคาอยู่บนพื้น ที่ด้านบนพื้นดิน ยังมีบรรยากาศสีดำสายหนึ่งแผ่กระจายออกมา แปรเปลี่ยนกลายเป็นดินแดนมาร
เฉินหมิงรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง ดาบโลหิตมายาสมุทรด้ามนี้ยอมรับตัวเขาไปแล้ว แต่ม่อเทียนยังคลายผนึกของดาบมารด้ามนี้ นั่นมิใช่ว่าเป็นการส่งมอบเทพศาสตราให้กับตัวเขาหรอกหรือ?
เฉินหมิงยื่นมือออกมา ตวาดดังก้อง : “ดาบโลหิตมายาสมุทร มา!”
ม่อเทียนสัมผัสได้ว่า ดาบโลหิตมายาสมุทรในมือของตนคล้ายกับว่าจะหลุดลอยออก เพื่อไปอยู่ภายในมือของเฉินหมิง ม่อเทียนทราบถึงคุณสมบัติของดาบเล่มนี้ดี มันยอมรับแต่เพียงความชั่วร้ายที่อยู่บนโลกใบนี้ ผู้ที่ทรงอำนาจที่สุด โดยเฉพาะคนที่มีดวงชะตาเพชฌฆาตเท่านั้น จึงสามารถทำให้มันยอมศิโรราบ ม่อเทียนมองไปทางเฉินหมิง แล้วกล่าวขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด : “นี่เป็นไปไม่ได้ เหตุใดดาบโลหิตมายาสมุทรถึงยอมรับเจ้า!”
เฉินหมิงหัวเราะออกมา แล้วกล่าว : “ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เรื่องที่ทำไม่ได้ มิใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่เป็นเพราะข้ายังไม่ได้ลงมือทำต่างหาก”
ม่อเทียนยิ้มอย่างขมขื่นแล้วกล่าว : “ข้าต้องลำบากลำบนถึงสามร้อยปีกว่าจะทำให้ดาบด้ามนี้ยอมสยบ แต่มันก็ยังไม่ยอมศิโรราบให้แก่ข้า แต่ว่าเจ้า มันเพียงแค่เห็นเจ้าเพียงแวบเดียว ก็ถึงกับยอมศิโรราบอยู่แทบเท้าเจ้าแล้ว”
“แต่นี่หาได้มีอะไรสำคัญไม่ ข้าขอเพียงคลายผนึกออกเท่านั้น ดาบเล่มนี้ ก็จะไม่หลุดออกจากการควบคุมของข้า ขอเพียงข้าฆ่าเจ้าได้ จึงจะสามารถทำให้ดาบเล่มนี้เข้าใจได้ว่า ผู้ใดจึงเป็นผู้ที่ดาบควรยอมศิโรราบให้อย่างแท้จริง!”
ม่อเทียนแกว่งดาบ เมฆวายุลอยคลุ้ง ที่ด้านบนผืนฟ้า นอกเหนือจากค่ายกลจตุลักษณ์ ยังได้ปกคลุมไว้ด้วยหมอกดำอยู่เป็นชั้น ประกายเลือดสายหนึ่งพุ่งมาจากดาบโลหิตมายาสมุทร!
กลิ่นอายมารนับไม่ถ้วนแผ่กระจายออกมา ทำให้ทุกสรรพสิ่งปนเปื้อนไปด้วยกลิ่นอายมารสีดำ!
ผู้ฝึกตนที่ชมดูอยู่รอบข้างต่างพากันตกตะลึง : “กลิ่นอายมาร นี่เป็นดาบมารด้ามหนึ่ง!”
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าสำนักม่อจะใช้ดาบเล่มนี้ ถึงอย่างไรก็เป็นดาบมารด้ามหนึ่งอยู่ดี!”
“เล่าลือกันว่าอาวุธศาสตราระดับนี้ ล้วนแต่มีนิสัยเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะดาบมาร หากว่ามันไม่ยอมรับ แล้วยังแข็งขืนที่จะใช้ ก็มีแต่จะต้องถูกดาบมารกลืนกินแทน!”
“กลืนกินแทน หรือก็คือศาสตราพิโรธที่ถูกกว่าวไว้ในตำนาน!”
“แม้จะต้องถูกกลืนกินแทน อย่างมากก็ทำให้เจ้าสำนักม่อได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ด้วยพลังทำลายของดาบมาร เกรงว่าราชาปีศาจทั้งสองท่านคงจะรับไว้ไม่ไหว!”
ในขณะนี้แววตาของราชาปีศาจพยัคฆ์ดำเผยความร้อนรนออกมา คิดที่จะไปหยุดยั้งดาบมารของม่อเทียน ทว่าฮวาหยางในตอนนี้ก็ได้ยิ้มขึ้นแล้วกล่าว :“ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำ เจ้าไม่ใช่อยากจะฆ่าข้านักหรอกหรือ? มาเถอะ!”
ถึงแม้ว่าฮวาหยางจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของราชาปีศาจพยัคฆ์ดำ แต่ในขณะนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องต้านทานราชาปีศาจพยัคฆ์ดำเอาไว้ให้ได้!
ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำซัดพลองจนฮวาหยางต้องล่าถอย จากนั้นจึงกระแทกพลองเข้าใส่ฮวาหยางจนกระอักเลือดออกมาจากปาก : “ไสหัวไป!”
ง่ามมือทั้งสองข้างของฮวาหยางฉีกขาด แต่ถึงอย่างไรเขาย่อมไม่ปล่อยให้ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำไปได้ : “ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำ หยุดเลยนะ การต่อสู้ระหว่าง พวกเรายังไม่จบเลยนะ!”
พริบตานั้นสถานการณ์การต่อสู้แปรเปลี่ยนพลิกผัน ผู้ฝึกตนที่ชมดูอยู่โดยรอบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง : “การต่อสู้นี้ ช่างโหดร้ายอย่างถึงที่สุด!”
“ไม่ทราบว่าราชาปีศาจยาหวูเต้าจะเป็นอย่างไรบ้าง หากว่าข้าเป็นเขา ในเวลาเช่นนี้ข้าคงหนีไปแล้ว!”
ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำทุบตีจนฮวาหยางเลือดไหลออกจากปากไม่หยุด แต่ฮวาหยางคล้ายกับมารคลั่งก็มิปาน เขารั้งราชาปีศาจพยัคฆ์ดำอย่างเอาเป็นเอาตาย จนไม่อาจที่จะสลัดหลุดไปได้แม้เพียงระยะเวลาหนึ่ง!
ม่อเทียนฟันออกไปหนึ่งดาบ ประกายดาบสีแดงเลือดสายหนึ่งแผ่กระจายไปถึงห้าจั้ง คล้ายกับสามารถแยกผืนพสุธาได้
เฉินหมิงกวัดแกว่งกระบี่ โอนถ่ายพลังแห่งค่ายกลเสริมเข้าไปในตัวกระบี่ของเขาเอง แต่ว่าก็ยังคงถูกการโจมตีนี้ทำให้ล่าถอยไปสิบก้าว!
ทันใดนั้นม่อเทียนก็คำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด ที่ด้านบนดาบโลหิตมายาสมุทร กลิ่นอายมารสีดำแต่ละสายดูดกลืนเลือดของเขาเป็นอาหาร นั่นก็คือการต่อต้านของดาบโลหิตมายาสมุทรที่มีต่อเขา!
ม่อเทียนยิ้มแล้วกล่าว : “ข้าย่อมไม่อาจที่จะควบคุมสภาวะเช่นนี้ของดาบโลหิตมายาสมุทรได้นานจนเกินไป แต่เพื่อที่จะฆ่าเจ้า เวลาแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ข้าจะใช้ดาบที่แข็งแกร่งที่สุด แปดพันเลือดสมุทร!”
ภายใต้ดาบนี้เพียงดาบเดียว กระแสเลือดแผ่สาดไปทุกสารทิศ บริเวณโดยรอบสิบจั้ง ล้วนแต่มีฝนเลือดสาดลงมา ม่อเทียนที่กระตุ้นแปดพันเลือดสมุทร กลับหาได้มีพลังอยู่ในระดับเดียวกับม่อหวินไม่!
เฉินหมิงสะบัดกระบี่ จ้าววิถีใต้หล้าคือพลังที่เขาใช้ออกมาได้แข็งแกร่งที่สุด ดาบกระบี่เข้าปะทะ ดาบโลหิตมายาสมุทรฟันอยู่บนเนื้อกระบี่ปราณ ฟันจนกระบี่ปราณเกิดรอยบิ่นขึ้นมาหนึ่งแผล หากมิใช่เพราะมีค่ายกลจตุลักษณ์คอยสะกดพลังเอาไว้ เกรงว่ากระบี่ปราณในมือคงกลายเป็นชิ้นๆไปแล้ว!
ดาบโลหิตมายาสมุทรกดทับเข้ามาที่บนหัวไหล่ของเฉินหมิง เขาคายเลือดในปากออกมากระจุกใหญ่ และได้บาดแผลเพิ่ม ทั้งยังเป็นบาดแผลลึก!
ม่อเทียนกุมดาบโลหิตมายาสมุทรเข้ากดทับไปที่หัวไหล่ของเฉินหมิง พร้อมกับเดินไปด้านหน้า เฉินหมิงทุ่มเทพลังทั้งหมดเข้าต้านทาน พื้นดินที่ใต้ฝ่าเท้าถูกขุดออกไปเป็นหลุมทางสายหนึ่ง ม่อเทียนผลักเฉินหมิงออกไปไกลหลายสิบจั้ง จนแผ่นหลังของเฉินหมิงกระแทกชนเข้ากับใต้หน้าผาศิลา ทำให้ผาศิลาเกิดรอยแตกร้าวขึ้น
ม่อเทียนยิ้มแล้วกล่าว : “เจ้าไม่มีทางให้ถอยอีกต่อไปแล้ว”
เฉินหมิงเงยหน้าขึ้น หัวเราะแล้วกล่าว : “ข้าจำเป็นต้องถอยด้วยงั้นหรือ ? ”
ม่อเทียนหันมองไปยังนิ้วมือทางด้านซ้ายของเฉินหมิง : “นั่นมัน กลิ่นอายของเคล็ดเซียน.......”
.
.
.
.