หลังเลิกงาน
“่นี้งานที่ร้านยุ้งมากเลยใช่ไหมอ้อ”
กวินถามขึ้นขณะที่ตาของเขาจ้องมองไปที่ถนน พร้อมกับบังคับพวงมาลัยไปด้วย มีเขาคอยไปรับไปส่งฉันที่ทำงานแบบนี้มันก็ดีอยู่หรอก แต่เขาจะเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า
“ค่ะ ลูกค้าเริ่มเยอะขึ้นเลยต้องขยายพื้นที่ที่ร้าน แถมยังต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มด้วย”
“ไม่รองเปิดรับสมัครพนักงานพาทไทม์ดูละครับ จะได้ช่วยลดภาระต้นทุนของร้าน”
“อ้อติดประกาศเรียบร้อยแล้วค่ะ พรุ่งนี้สัมภาษ 2 คน”
“ยังไงก็อย่าหักโหมมากเกินไป ผมเป็ห่วง”
กวินเอื้อมมือมาลูบผมของฉันอย่างปลอบโยน ท่าทีของเขา่นี้ทำให้ฉันรู้สึกสบายใจและอบอุ่นหัวใจเป็ที่สุด อยากให้ความสุขนี้อยู่กับฉันตลอดไปนานแสนนาน ไม่อยากให้หายไปเลยจริงๆ
“รับทราบค่ะคุณสามี” ฉันยิ้มร่าอย่างมีความสุข กวินเองก็ยิ้มอย่างมีความสุขเช่นกัน
เช้าวันถัดมา
“ผู้จัดการค่ะ เด็กที่จะมาสัมภาษงานมาถึงแล้วค่ะ ฉันให้พวกเขารอที่ห้องประชุมนะคะ” นาบีเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับถือเอกสารอยู่ในมือ
“ขอบใจจ๊ะ เดี่ยวฉันไป”
ฉันเดินออกจากเค้าเตอร์หน้าร้านตรงไปยังห้องประชุมที่อยู่ด้านหลังร้านซึ้งเป็โซนเฉพาะพนักงานหรือบุคคลที่ได้รับอนุญาติเท่านั้นถึงเข้ามาได้
ภายในห้องประชุม ทันทีที่ฉันเปิดประตูเด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาสองคนกำลังนั่งรออยู่ที่เก้าอี้เรียบร้อยแล้ว พวกเขามองฉันตาไม่กระพริบคงเพราะกำลังตื่นเต้นที่จะได้ทำงาน
“พวกเธอสองคนเชิญแนะนำตัวเองหน่อย" ฉันนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม พร้อมกับบอกให้พวกเขาเริ่มแนะนำตัว
“ผมขอเริ่มก่อนนะครับ ผมชื่อบุริมครับ เป็นักศึกษามอตรงข้ามครับ ตอนนี้เรียนอยู่คณะศิลป์กรรมปีสุดท้ายแล้ว ฝากตัวด้วยนะครับ”
เด็กหนุ่มผมทอง บุคลิกร่าเริงพูดเก่งสมวัย เหมาะกับตำแหน่งเด็กเสริฟและบริการ ส่วนอีกคนดูนิ่งๆ แต่หน้าตาน่ารักเหมือนจะเป็ลูกครึ่ง บุคลิกสะอาดสะอ้าน
“ส่วนผมชื่อชาอึนครับ เป็นักศึกษามอตรงข้ามเหมือนกัน ผมเป็เพื่อนกับหมอนี้ครับ ฝากตัวด้วยครับ” ชาอึนชี้ไปที่เด็กผู้ชายที่อยู่ข้างๆ ก็นะ ก็พอดูออกว่าสองคนนี้เป็เพื่อนกันดูจากประวัติที่ส่งมาสมัครงานแล้วละ
“แล้วมาทำงานพาทไทม์ขออนุญาติผู้ปกครองแล้วใช่ไหม”
“เรียบร้อยแล้วครับ!!" บุริมตอบเสียงดังฟังชัด ทำเอาฉันสะดุ้งเพราะใเสียงของเขา เด็กหนุ่มนี้พลังเหลือล้นจริงๆ
“ไม่ต้องพูดเสียงดังขนาดนั้นก็ได้ใหมดเลย” ฉันเอ่ย
“ขอโทษแทนเ้าบื้อนี้ด้วยครับผู้จัดการ” ชาอึนพูดพร้อมกับก้มศรีษะลงเล็กน้อย ช่างเป็เด็กที่รู้ความดีจริงๆ
“เอาละช่างเถอะ งั้นพรุ่งนี้ก็มาเริ่มงานหลังเลิกเรียนนะ ชาอึนทำงานอยู่ที่บาร์คอยช่วยฉันรับออเดอร์และจัดออเดอร์ให้ลูกค้า ส่วนบุริมนำออเดอร์ไปเสริฟและคอยให้บริการลูกค้าที่เข้ามาในร้านก็แล้วกันนะ”
“ครับ/ครับ!”
เช้าวันต่อมา
“โอโห! พอน้องสองคนใส่ยูนิฟอร์มของร้านเราแล้ว หล่อมากเลยนะคะเนี่ย”
เสียงเหล่าสาวๆ ส่งเสียงดังเจี้ยวจ้าวมาจากห้องพักพนักงาน ฉันที่พึ่งมาถึงร้านก็อดสงสัยไม่ได้ จึงเคาะประตู ก่อนจะเปิดเข้าไปดูว่าข้างในกำลังทำอะไรกัน
“อ๊ะ! ผู้จัดการสวัสดีค่ะ" ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป พอเด็กๆ ในร้านพากันเห็นว่าเป็ฉันทุกคนก็กล่าวต้อนรับฉันในทันที
“สวัสดีจ๊ะ ทำอะไรกันอยู่เหรอ?”
“นาบีนำชุดประจำร้านมาให้ชาอึนกับบุริมใส่ดูน่ะค่ะ พอเขาสองคนใส่ยูนิฟอร์มของร้านเราแล้ว ดูดีมาก ๆ เลย สาว ๆ จะต้องแน่นร้านเราแน่ ๆ เลยค่ะผู้จัดการ”
ฉันกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็เห็นเด็กหนุ่มสองคนที่ยืนสูงเด่นอยู่ตรงกลางห้องกำลังพากันหน้าแดงที่ถูกสาวๆ ห้อมล้อม ชุดยูนิฟอร์มของร้านเราก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่ที่พิเศษคงจะเพราะสองคนนั้นหน้าตาดีมากกว่า
“หล่อดีนะ ดูดีมากเลยทีเดียว”
ฉันเอ่ยชมเด็กหนุ่มสองคนไปตรงๆ ตามภาพที่เห็น ทำให้พวกเขาหลุดยิ้มออกมาอย่างดีใจ ยิ่งเด็กสองคนนี้ยิ้มสาวๆ ในร้านยิ่งพากันกรี๊ดกร๊าดเข้าไปใหญ่
“เอาหละพอแล้วกลับไปทำงานกันได้แล้ว” ฉันดุพวกเธอเบาๆ ทำให้ตอนนี้ภายในห้องเหลือแค่ฉันกับเด็กหนุ่มสองคน
“ขอบคุณครับผู้จัดการ” ชาอึนเอ่ยขอบคุณอย่างสุภาพ
“ไม่เป็ไรเอาหละ ได้เวลาเริ่มงานแล้ว"
“ครับ/ครับ”
ฉันเดินนำเด็กสองคนออกมาที่หน้าร้าน วันนี้เป็วันหยุด พวกเขาเลยสามารถมาทำงานแบบเต็มวันได้ ฉันเลยถือโอกาสนี้สอนงานพวกเขาในทีเดียว
วันนั้นทั้งวันฉันง้วนอยู่กับการสอนงานชาอึนและคอยดูบุริมไปด้วย แถมวันนี้ลูกค้าที่ร้านก็เยอะเอามากๆ ทั้งที่วันนี้เป็วันหยุดแท้ๆ
“ผู้จัดการให้ผมช่วยถือนะครับ”
ชาอึนเดินเข้ามาช่วยฉันถือถาดเค้กอย่างระมัดระวัง แต่เพราะฉันเองที่ไม่ระวังเดินสะดุดกับระดับของพื้นจนเกือบจะล้ม โชคดีที่ชาอึนเข้ามาคว้าเอวของฉันเอาไว้ได้ทัน ทำให้ตอนนี้กลายเป็ว่าฉันกำลังถูกเขากอดจากข้างหน้าโดยที่มือทั้งสองข้างของฉันยังถือเค้กเอาไว้อยู่
“เป็อะไรไหมครับ าเ็ไหม”
ชาอึนถามขึ้นโดยที่ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากเอวของฉัน ใกล้เกินไปแล้ว เด็กนี้โตไวจริงๆ อายุน้อยกว่าฉันหลายปีแท้ๆ แต่กลับสูงกว่าฉันที่สูงถึง 167 ได้ไงกัน
“ฉันไม่เป็ไร ขอบใจนะ”
ชาอึนค่อยๆ ปล่อยมือออกจากฉันอย่างระมัดระวัง ก่อนจะ เอื่อมมือมาถือถาดเค้กให้กับฉันแทน
“ผมจัดการให้ครับ” พูดจบเขาก็จัดการนำเค้กไปจัดวางที่ตู้โชว์อย่างรู้งาน
“เมื่อกี้ฉันเห็นนะคะผู้จัดการ” ขณะที่ฉันกำลังมองชาอึนทำงาน จู่ๆ ก็มีเสียงนึงดังมาจากทางด้านหลังซึ่งก็คือ ‘นาบี’ พนักงานสาว มือขวาคนสนิทของฉันเอง
“เห็นอะไรพูดให้ดีๆ นะ” ฉันแกล้งทำเป็เสียงเข็มขึ้นเล็กน้อย ไม่รู้ยัยนี้คิดอะไรเพ้อเจ้อขึ้นมาหรือเปล่า
“ก็เห็นว่าชาอึนกับคุณกำลัง….”
“นั้นมันอุบัติเหตุยะ”
“แต่ฉันดูออกนะคะพี่ ว่าน้องเขาชอบพี่หน่ะ”
“พูดไปเรื่อยนะเรา รีบกลับไปทำงานเลย”
“ระวังนะพี่ จะโดนเด็กตกไปง่ายๆ น่ะ น้องเขายิ่งน่ารักสะด้วย” พูดจบนาบีก็รีบวิ่งแจ้นหนีไปก่อน ฉันเลยไม่ทันได้จับตัวยัยนั้นมาทำโทษที่คิดอะไรเพ้อเจ้อ
“พี่นาบีเขาวิ่งหนีอะไรเหรอครับ” ชาอึนเดินเข้ามาถามอย่างสงสัย หน้าตาใสซื่อขนาดนี้ฉันจะไปคิดอะไรกับเด็กคนนี้ได้ไงกัน
“ไม่มีอะไรหรอก บ้าบอตามประสาของยัยนั้นอะแหละ ไปทำงานเถอะ”
“ครับ” ชาอึนรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะหันหลังกลับไปต้อนรับลูกค้าที่หน้าเค้าเตอร์ต่อ