ตอนที่ 33 โรงประมูล
ทันทีที่มังกรทมิฬบินเหนือนภาที่สูงจนมั่นใจว่าจะไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นมัน กาติรัสพลันเก็บมันเข้าดินแดนอนันตกาลทันที อาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมังกรทมิฬไปอีกสักพักใหญ่ๆ ใบหน้ายกยิ้มอย่างเริงร่านอกจากจะได้ความคุ้มครองจากเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ทั้งแปดแล้ว เขายังได้เงินมาอีกสองร้อยเหรียญอหังการ เป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก มากพอจะทำให้สุขสบายไปทั้งชาติ ทว่า เส้นทางของผู้แข็งแกร่งกลับไม่เป็นเช่นนั้น เงินตราต่างจำเป็นต้องใช้ในการก้าวไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และสิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดคือ ทั้งโลกต้นกำเนิดใช้เงินตราเดียวกัน ภายในเหรียญเหล่านั้นต่างสลักไปด้วยรูปของเหล่าเก้าเทพบรรพกาลซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วทั้งโลก
แม้มังกรทมิฬจะจากไปหากแต่กาติรัสกระโดดลงมาก่อนแล้ว หน้ากากทมิฬปกปิดกลิ่นอายได้อย่างดีเยี่ยม ท่ามกลางทะเลทรายสีทองอร่ามที่มีเมืองศักดิ์สิทธิ์ตั้งตระหง่าน เด็กหนุ่มสามารถเดินเข้าสู่ตัวเมืองอย่างง่ายดายไม่จำเป็นต้องผ่านยามเฝ้าประตูเลย ประตูทางเข้าไม่ได้มีทางเดียวอีกแล้ว มันมีอยู่ทั่วทุกทิศทางตั้งแต่การพังทลายลงของม่านป้องกันทั่วทั้งเมืองต่างเข้าสู่ความโกลาหล
"จวนจะค่ำแล้วสินะ" กาติรัสกล่าวพลางเดินตรงไปยังพื้นที่ที่คึกคักที่สุด
ผู้คนบนพื้นถนนล้วนพบเจอกับเหตุการณ์ที่ราวกับเทพนิยายในขณะที่ผู้คนในบ้านเรือนนั่นไม่รับรู้สิ่งใดเลย พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นแม้ผืนนภาจะแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดหรือกระแสลมอันรุนแรงประหนึ่งพายุจะซัดสาดโหมกระหน่ำเข้าตัวเมือง พวกเขาก็ไม่รับรู้ถึงมันเลยสักนิดเนื่องจากตัวอาคารของเมืองศักดิ์สิทธิ์ทำมาจากหินที่ดีพอสมควร มันยังช่วยเก็บเสียงจากภายนอกได้ดีอีกด้วย ถึงแม้มันจะไม่แข็งแรงเท่าหินสัตชีวะก็ตามแต่ก็นับเป็นที่นิยมของทั่วมหาแผ่นดิน
จุดมุ่งหมายของกาติรัสเป็นที่เด่นชัดภาพเบื้องหน้าเป็นอาคารขนาดย่อมๆมันใหญ่ราวกับสิบบ้านเรือน ปรากฏป้ายที่มีตัวอักษรขนาดใหญ่เท่าตึกหนึ่งชั้น "โรงประมูลแดนศักดิ์สิทธิ์" โรงประมูลล้วนต่างเป็นที่จับจ้องตาของบุคคลระดับสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงประมูลแดนศักดิ์สิทธิ์ สิ่งของชั้นนำระดับสูงหรือของหายากล้วนต่างมากองกันอยู่ ณ โรงประมูลแห่งนี้ ทั่วทั้งเมืองศักดิ์สิทธิ์มีเพียงแค่ที่เดียวเท่านั้น
เดซี่ยังคงนั่งอยู่บนบ่ากาติรัสพลางชม้ายตามองบริเวณโดยรอบก่อนกล่าวขึ้น "นายท่านยังต้องการสิ่งใดอีกหรือเจ้าคะ"
"ความน่าเกรงขามของราชอาณาจักรอันเดด"
เดซี่เผยยิ้มน้อยๆให้ เธอพอคาดเดาได้แล้วว่านายท่านของตนจะกระทำการอะไร
สองเท้าก้าวเข้าผ่านบานประตูภายในปรากฏเป็นกำแพงสีทองคำสลับส้มทอดยาวเป็นทางเดินไปสู่อีกบานประตูหนึ่ง สองบุรุษร่างสมส่วนที่ดูราวกับมาเพื่อต้อนรับแขก ใบหน้าพอใช้ได้ ผิวขาวด้วยกันทั้งคู่กระทั่งส่วนสูงก็ไม่ต่างกันมากนัก ผ้าอาภรณ์สีเขียวอ่อนสลับเข้มทอดยาวตั้งแต่ต้นคอจรดเท้า พวกมันดูคล้ายคลึงกันมากจะแตกต่างก็ตรงคิ้วเข้มกับคิ้วบาง บุรุษคิ้วบางพลันเอ่ยขึ้นด้วยความสุภาพ "ไม่ทราบว่านายท่านเป็นคนจากตระกูลใดหรือขอรับ ข้าไม่เคยพบเห็นท่านมาก่อนเลย"
กาติรัสล้วนสวมเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหราทั้งสิ้น เป็นชุดที่ได้มาจากพระราชวังของวินเทอร์เฟียถึงมันจะมาจากสี่ราชอาณาจักรหากแต่วินเทอร์เฟียเป็นข้อยกเว้น ชุดของมันต่างหรูหราทันสมัยตามมหาแผ่นดินและสี่แดนเทพมนุษย์ก่อนกาติรัสจะกล่าวเอ่ย "ข้ามาจากตระกูลอันเดลัส"
ตระกูลอันเดลัส??! เป็นตระกูลใดกัน?
"ท่านไม่ต้องกลัวว่าข้าจะมาป่วนการประมูลหรอก ข้ามีเงินแน่นอน" กาติรัสกล่าวพลางหยิบหนึ่งเหรียญอหังการออกมา
!!!!!
ดวงตาเบิกโพลนปานทะลักถลน ความสุขุมของผู้ดูแลประตูพังทลายหมดสิ้นบุรุษเพศทั้งสองแทบจะกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน "หนึ่งเหรียญอหังการ!!!" มันไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลย มันมากพอจะทำให้สุขสบายไปทั้งชาติ!!
บุรุษเพศทั้งสองพลันเปิดทางก่อนกล่าวอย่างพร้อมเพีรยง "ชะ...เชิญขอรับนายน้อย นะ นี่ หมายเลขของท่านขอรับ"
กาติรัสไม่กล่าวตอบเขาพลันรับหมายเลขมา หมายเลขที่ 8923 หลังประตูบานนั้นมีผู้คนเกือบหมื่นเลยหรือ? เด็กหนุ่มพลันมุ่งตรงสู่ประตูอีกบานทันทีเบื้องหลังประตูบานนั่น ต่างเป็นสถานที่โปรดปรานของเหล่าผู้คน
แอ๊ดดดด
ประตูถูกเปิดออกพลันเสียงโห่ร้องที่ดังกระหึ่ม เฮฮฮฮฮฮฮ ราวกับออกศึกสงครามปรากฏเป็นห้องโถงสะอาดสะอ้านขนาดใหญ่ ของประดับไม่มากไม่น้อยจนเกินไป กล่าวได้ว่าคนในห้องโถงยามนี้มีไม่ต่ำกว่าพันคนหรืออาจมากได้ถึงหนึ่งหมื่นคน กาติรัสก้าวเดินออกไปเบื้องหน้าจนพบผู้คนจำนวนมากและระเบียงไม้ทอดยาว เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตรงนี้เป็นชั้นที่สองทันทีที่เปรยมองชั้นล่าง โซนที่นั่งถูกแบ่งออกอย่างชัดเจนมีเก้าอี้นับสิบที่นั่งที่ตั้งอยู่หน้าสุดของเวทีประมูล มันทิ้งระยะห่างจากเก้าอี้แถวสองอยู่มากโขราวกับแสดงให้เห็นถึงชนชั้นที่ต่างกันสุดขั้วและสิ่งที่สังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดคือเวทีประมูล มันไม่ได้ใหญ่โตมากนักเป็นเวทีคล้ายคลึงกับเวทีระบำดาบ ปรากฏเป็นหญิงสาวแสนสวยอายุราวยี่สิบกว่าปีเห็นได้ชัดเลยว่าเธอเป็นผู้ดำเนินการในงานพิธี
พิธีการจัดประมูลยังไม่ทันได้เริ่มเรื่องแต่เสียงโห่ร้องดีใจกลับดังกระหึ่มเป็นระยะๆ เนื่องจากหญิงสาวเป็นผู้กระตุ้นให้เกิดขึ้นนั่นเอง "สวัสดีค่ะทุกท่าน" การทักทายเป็นไปดั่งมืออาชีพ เสียงตอบรับที่ได้กลับมานับว่าเป็นการตอบรับที่ดี "ข้าชื่ออู๋เหมิงนะคะ วันนี้มีหน้าที่มาเป็นผู้ดำเนินการในงานพิธี แน่นอนว่า...! สิ่งที่ทุกคนรอคอยที่สุดคือการฉลองครบรอบของ "โรงประมูลแดนศักดิ์สิทธิ์" เป็นระยะเวลาร้อยปี!!"
สิ้นเสียงอู๋เหมิงเสียงตอบกลับยิ่งดังกระหึ่มยิ่งกว่าเก่า กาติรัสไม่แปลกใจเลยสักนิดที่พวกเขาจะไม่ได้ยินเสียงภายนอกเลย ห้องโถงนี้ช่างครึกครื้นกันดีจริงๆ ก่อนอู๋เหมิงจะกล่าวต่อ "ตามคำสัญญาที่โรงประมูลเรามีให้พวกท่าน ของในวันนี้ต่างเป็นสินค้าหายากระดับสูง!! ต้องขอขอบคุณทั้งหกจักรวรรดิที่ให้ความร่วมมือในการจัดงานฉลองครบรอบของโรงประมูลเรานะคะ อีกห้านาทีพวกเราจะเริ่มการประมูล!!"
ตามคำกล่าวสินค้าในวันนี้ต่างเป็นสินค้าหายากระดับสูง เป็นสิ่งล่อตาล่อใจของพวกเหล่าสามตระกูลใหญ่แน่แท้อยู่แล้ว
"เห็นว่าพวกสามตระกูลใหญ่เข้าร่วมการประมูลครั้งนี้ด้วย"
"ฮ่าฮ่าฮ่า แน่อยู่แล้ววันนี้วันครบรอบร้อยปีเชียวนา"
"จะว่าก็ว่าเฮอะ หากเจ้าปล่อยผ่านของบางอย่างได้ก็ปล่อยให้พวกเขาไปเถอะ"
สามตระกูลใหญ่แห่งเมืองศักดิ์สิทธิ์ย่อมเป็นที่เข้าใจโดยทั่วกันว่าพวกมันมีศักดินาเทียบเท่ากับสามตระกูลใหญ่ของมหาแผ่นดิน!! อำนาจในมือไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย หนึ่งอำนาจของตระกูลใหญ่เทียบเท่าได้กับสองจักรวรรดิมัดรวมกัน เป็นบารมีที่ทุกคนต่างกลัวเกรงและให้ความเคารพ กาติรัสต่างได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น
ได้อย่างชัดเจนถึงกระนั้นเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องหวาดกลัวพวกมัน
ห้องโถงที่อึกทึกครึกโครมพลันเงียบสงัดลงในเสี้ยววินาที ปรากฏเป็นชายชราร่างสูงใหญ่ราวสามเมตรจำนวนสามคนเดินลงมาจากชั้นสองพร้อมกับจำนวนคนอีกเจ็ดที่เดินตามหลังกันมาติดๆ เหล่าผู้คนต่างเปิดทางให้อย่างไม่มีข้อกังขา บรรยากาศรอบตัวของพวกเขาช่างแตกต่างจากผู้อื่นอย่างสิ้นเชิงราวกับผู้สูงศักดิ์ ชายชราทั้งสามต่างอยู่ในระดับหัวหน้าของตระกูลและพวกเขาคือสามตระกูลใหญ่!! เหล่าบุคคลที่ตามหลังพวกเขามาต่างเป็นรุ่นเยาว์ที่มีฐานะในระดับอัจฉริยะ การเติบโตของพวกเขาไม่ใช่เรื่องน่าตลก เป็นความรวดเร็วที่ไม่อาจดูถูก เด็กทั้งเจ็ดคนต่างเป็นมังกรในหมู่คน
บุคคลจากสามตระกูลใหญ่เริ่มเดินตรงไปยังเก้าอี้สิบตัวหน้าสุด พวกเขามิได้นั่งติดกันเว้นแต่จะตระกูลเดียวกัน ได้แก่ ตระกูลชิงหวน ตระกูลเสียว ตระกูลมู๋ รุ่นเยาว์ผู้มาจากตระกูลชิงหวนมาเพียงหนึ่ง ตระกูลเสียวมาถึงสาม ตระกูลมู๋ก็มาถึงสาม ก่อนเสียงชายชราเฒ่าตระกูลเสียวจะเอ่ยเยาะเย้ย "ฮ่าฮ่าฮ่า อะไรกันนี่อัจฉริยะเยี่ยงนายน้อยชิงหวนป่ายมิได้มาหรอกหรือ?"
ราวกับเสียงของผู้นำตระกูลเสียวจะทำให้เรื่องมันเกิดน่าสนใจมากขึ้น ผู้นำตระกูลมู๋พลันร่วมวงด้วยทันที "ฮ่าฮ่าฮ่า ท่านก็รู้นี่ว่านายน้อยชิงหวนป่ายเพิ่งพ่ายให้กับพวกบ้านนอกทำให้ต้องพักฟื้นร่างกายไป น่าเสียดายนะทั้งที่งานนี้ร้อยปีจะมีสักหนแท้ๆ" น้ำเสียงเย้ยหยันปนสะใจ
ผู้นำตระกูลชิงหวนที่ได้แต่ข่มอารมณ์ของตนเอาไว้ มันรู้อยู่แก่ใจว่าลูกชายตนไม่ได้โง่หรืออ่อนแอแต่นับเป็นมังกรในหมู่มังกรเสียด้วยซ้ำ ต่อให้ถูกสามอัจฉริยะรุมโจมตีก็ไม่อาจได้เปรียบเสียเปรียบ มันกลับพ่ายให้บางสิ่งบางอย่างในเขตที่อ่อนแอที่สุด!! นอกจากเฮนโรวแล้วก็นึกภาพไม่ออกเลยว่าจะมีใครทำให้อัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ของแดนศักดิ์สิทธิ์บาดเจ็บปางตายได้ ทว่า นับว่าผู้นำตระกูลชิงหวนเก็บอารมณ์ได้ดีทีเดียวก่อนเขาจะเอ่ยขึ้น "ป่ายเอ๋อมิใช่เด็กอ่อนแอ จะว่าก็ว่าเถอะ พวกท่านคงไม่มีเงินพอจะมาประมูลแข่งกับข้าหรอกกระมัง"
"เจ้ากล้าดูถูกข้าได้เช่นไรคอยดูเสียเถอะ ตระกูลชิงหวนจะมิได้สิ่งของกลับไปแม้แต่ชิ้นเดียว"
"โฮ่ๆ จะเป็นถึงเช่นนั้นเลยหรือ?" ผู้นำตระกูลชิงหวนพลันหัวเราะอย่างมีเลิศนัย เขาแทบจะนำเงินในคลังออกมาจนหมดตระกูลมีหรือที่ความมั่นใจของเขาจะไม่พุ่งทะยานสูง
การสนทนาของเหล่าผู้ใหญ่ดำเนินต่อไปตามประสาคนแก่ก่อนเหล่านายน้อยแห่งสามตระกูลใหญ่จะเริ่มประชันวาจากัน "ท่านพี่ชิงหวนปิ๋ง ดูเหมือนท่านจะไม่ได้แข็งแกร่งขึ้นจากเก่าเท่าไหร่นักนะ" ผู้เปิดประเด็นคือบุตรีจากตระกูลเสียวนาม เสียวหลิน เธอเป็นคู่ปรับตลอดกาลกับชิงหวนปิ๋ง
"ฮ่าๆๆ ถึงเจ้าจะกล่าวเช่นนั้นแต่เลเวลก็ตามข้าไม่น้อยเลยนะ" ชิงหวนปิ๋งแสดงใบหน้าเย้ยหยันอย่างที่สุดถึงแม้ภายในใจจะรู้สึกเจ็บแปลบก็ตาม
เด็กหนุ่มจากตระกูลมู๋พลันเอ่ยขึ้นในทันทีที่พบเธอ เด็กสาวจากตระกูลชิงหวน "แม่นางปิ๋ง" ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างที่สุดราวกับกำลังมีความรักก่อนจะเอ่ยต่อ "ข้าแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว ครานี้แม่นางจะมาเป็นของข้าได้หรือยัง" ในยุคสมัยเช่นนี้การเกี้ยวพาราสีต่างพบได้บ่อยครั้งไม่มีความเขินอายในสิ่งที่กระทำ
"ข้าบอกแล้วไงว่ามีเลเวลถึง 1,500 เมื่อไหร่ค่อยมาสนใจในตัวข้า!!!"
การประชันวาจาล้วนดำเนินต่อไปก่อนเสียงที่ทุกผู้คนต่างรอคอยจะดังขึ้นอีกครั้ง "เหล่าสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีขณะนี้ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ขอทำการเปิดพิธีการประมูลครบรอบร้อยปีของแดนศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่บัดนี้!!" ไม่มีเจ้าภาพไม่มีตัวแทนหรือประธานพิธี มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของโรงประมูลนี้อยู่แล้ว ผู้ที่จะทำทั้งการดำเนินงานและการเปิดงานมีเพียงผู้เดียวเท่านั้น!!
เฮฮฮฮฮฮฮ
เสียงเฮพลันดังสนั่นกึกก้องทั่วทั้งห้องโถงไม่ว่าจะกวาดมองไปทางไหน ใบหน้าของพวกเขาต่างเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ทุกคนในที่แห่งนี้ต่างดูสนุกไปกับมันและแน่นอน พวกเขาต่างเป็นคนที่มีฐานะทั้งสิ้น กาติรัสกวาดตามองอย่างชื่นชมบรรยากาศที่ดูเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตแบบนี้หาได้ไม่ง่ายนัก มันทำให้เขานึกถึงช่วงเวลาที่กำลังจะไปออกรบอย่างไรอย่างนั้น
"เอาละนะคะ" อู๋เหมิงเริ่มจะร่ายท่าทางราวกับกำลังนับถอยหลัง "สาม" ทันทีที่เสียงเอ่ยขึ้นทุกผู้คนต่างกล่าวขานไปกับเธอ "สอง" "หนึ่ง"
เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
เสียงโห่ร้องคราวนี้ดังกว่าครั้งไหนๆ มันเป็นธรรมเนียมมารยาทหากเขาขอเสียงทุกคนต่างจะให้เสียงโห่ร้องดีใจด้วยความยินดีก่อนอู๋เหมิงจะดำเนินพิธีในทันที "เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าโรงประมูลแดนศักดิ์สิทธิ์เราเปิดมานานถึง 100ปี!! เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเริ่มการประมูลที่ชิ้นแรกกันเลยค่ะ!" สิ้นเสียงพิธีกรสาวแสนสวย
เวทีประมูลที่มีแท่นตั้งของเพียงหนึ่งพลันปรากฏขวดแก้วนับสิบขวดภายในขวดนั้นมีเม็ดสีเหลืองกลม ในสามลมหายใจที่ของชิ้นแรกถูกเปิดออกมาดวงตาของผู้คนต่างเบิกโพลงด้วยความตื่นเต้นแค่ของชิ้นแรกก็นำของล้ำค่าสุดๆออกมาซะแล้ว นึกไม่ออกเลยว่าสิ่งของหลังจากนี้จะทำให้ตื่นเต้นเร้าใจได้ขนาดไหน
ขวดแก้วสิบขวดบนแท่นประมูลล้วนเป็น โอสถประสบการณ์!! มันอาจจะหาได้ง่ายตามตลาดทั่วไป ทว่า หากมันมาอยู่ในโรงประมูลเมื่อไหร่ละก็มันไม่ใช่ของเด็กเล่นแน่นอนก่อนอู๋เหมิงจะเริ่มอธิบายคุณประโยชน์ "สิ่งนี้เป็นโอสถประสบการณ์จากราชาโอสถค่ะ เป็นสิ่งของที่ได้รับมาจากสี่แดนเทพมนุษย์ มันช่วยเพิ่มค่าประสบการณ์สูงขึ้นถึง 5เท่าตัวเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงต่อเม็ด สิบขวดร้อยเม็ด!! ขอเปิดประมูลที่ 1เหรียญเงินค่ะ!!"
5เท่าตัว!!!!! ถ้อยคำที่จี้ใจสุดที่สุด หากพวกเขากินมันเข้าไปจะสามารถพัฒนาได้รวดเร็วกว่าผู้อื่นถึง 5เท่าตัว!! 1 เลเวลของคนปกติจะเท่ากับ 5เลเวลของผู้กินโอสถประสบการณ์ขวดนี้!!
"ทางเราขอแนะนำให้เก็บเงินไว้บ้างนะคะ ของที่ดีกว่านี้ยังมีอีกเยอะนะคะ"
"ข้าให้ 4เหรียญเงิน!!"
"ข้าให้ 9เหรียญเงิน!!"
การประมูลราคาต่างพุ่งขึ้นอย่างมหาโหดก่อนพวกตระกูลใหญ่จะเคลื่อนไหว ตระกูลชิงหวนพลันเอ่ยขึ้น "10เหรียญทอง"
"15เหรียญทอง" ตระกูลเสียวก็ไม่ยอมเช่นกัน
"20เหรียญทอง" ตระกูลมู๋พลันเข้าร่วมด้วยอีกคนถึงแม้มันจะมีอยู่เยอะแล้วก็ตามหากแต่นำไปให้คนในตระกูลได้เพิ่มความแข็งแกร่ง ยังนับว่าคุ้มนอกจากจะได้สินค้ายังได้ทั้งหน้าตาให้กับตระกูล
กาติรัสพลันถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับการเล่นของเด็กไม่มีผิด เป็นถึงสามตระกูลใหญ่พวกมันช่างงกกันเสียจริง ก่อนเด็กหนุ่มจะเอ่ยขึ้นมาอย่างเบื่อหน่าย "หนึ่งเหรียญ..."
...สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:5,284 พลังกาย:134,289 พลังเวทย์:733,891 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ