กิจกรรมดำเนินไปถึงครึ่ง พี่ติณณ์ตามมาติดๆ นั่งหอบ เหงื่อย้อยอยู่ข้างๆ ฉัน
“รีบขนาดนั้นเลยหรอ”
“อื้ม กลัวมาไม่ทัน เดียร์น่าจะน้อยใจน่ะ”
ฉันยิ้มกลับ ส่ายหน้าเบาๆ เดียร์น่ากำลังทำการแสดง ร้องเพลงประสานเสียงอยู่บนเวที ยกมือบ๊ายบายส่งให้ดะด๊าของเธออย่างตื่นเต้น จนถึงใจสำคัญของพิธีในวันนี้
“ขอเชิญคุณแม่ทุกท่าน ขึ้นเวที นั่งตามจุดที่เ้าหน้าที่แจ้งไว้ด้วยค่ะ”
“เขมขึ้นนะ”
“ห้ะ !!!!”
ฉันหันขวับมองเขาด้วยความใ ว่าพูดจริงหรือแค่แกล้ง ฉันจะขึ้นเวทีไปทำไมล่ะ นั่นเขาให้แม่กับลูกขึ้นไปพลอดรักกันนะ
“พี่เป็พ่อ เขมเป็แม่ไม่ใช่หรอ”
“พะ พี่ติณณ์ แต่เขม…”
“หืม?”
“เขมไม่ใช่…”
“ตอนนี้ใช่แล้ว”
เขาพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แววตาอบอุ่นอย่างเช่นตอนที่เรายังรักกันดี เขาล้วงมือเข้ากระเป๋าอกเสื้อเชิ๊ต กล่องกำมะหยี่สีแดง เปิดออกมาเป็แหวนเพชรเม็ดเล็กๆ สไตล์เรียบหรู และมันดูคล้ายกันกับที่เขาใส่อยู่
แหวนวงเล็กถูกสวมที่นิ้วมือข้างซ้าย เขายิ้มให้ฉันอีกครั้ง ฉันน้ำตาคลอ ลุกลี้ลุกลน จะกรี้ดก็ไม่ได้ จะร้องไห้ก็กลัวเครื่องสำอางค์เลอะ หันมองเดียร์น่า เธอก็ยืนรอฉันให้จูงมือขึ้นเวทีอยู่
“ฮึก.. บ้าที่สุดเลย”
ฉันยิ้มทั้งน้ำตา เงยหน้าขึ้นเพื่อไม่ให้มันไหล รับมือเล็กๆ ของเด็กจูงไปยังจุดมาร์คที่ทางคุณครูจัดไว้ให้บรรดาแม่ๆ
สายตานับร้อยกำลังมองพวกเรา ฉันนั่งลงที่เก้าอี้กลางเวที เดียร์น่ารับพวงมาลัยจากคุณครู มานั่งคุกเข่าตรงหน้า แม่เด็กคนอื่นๆ รับไหว้กอดลูกกันไปหมดแล้ว มีแต่ฉันที่นั่งทำหน้าตื่นตูมอยู่คนเดียว
“เดียร์น่าชอบมะม๊าน้าเขมนะคะ อยากให้มะม๊าน้าเขมอยู่กับเดียร์น่าและดะด๊าไปนานๆ”
เด็กเล็กเอ่ยความในใจออกมาด้วยหน้าตาใสซื่อ ฉันกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ทรุดตัวลงกับพื้นรับอ้อมกอดของเธอ เสียงปรบมือจากคณะผู้ปกครองและคุณครูดังก้องทั่วทิศ ฉันตื้นตันใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน มันมีความสุขจนอธิบายไม่ออก มีเพียงทุ่งดอกไม้และผีเสื้อนับพันบินอยู่ในใจอยู่เท่านั้น
กิจกรรมเรียกน้ำตาผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เดียร์น่าดูมีความาสุขเป็พิเศษ เธอวิ่งวุ่น วนหน้าวนหลัง จนพ่อเธอต้องอุ้ม มืออีกข้างของเขาคว้ามือฉันพาจูงเดินไปด้วย ภาพที่อบอุ่นของครอบครัวกำลังถูกบันทึกลงในใจใบหน้าสวยยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามความรู้สึกไม่อยู่
เราพากันกลับบ้าน หลังกินอาหารมื้อค่ำ พี่ติณณ์ไปส่งเดียร์น่าเข้านอน ส่วนฉันแยกตัวไปพักผ่อน
ก็อกๆ
แกร้ก
ฉันเปิดประตูรับแขก เขายืนยิ้มกริ่มในชุดคลุมอาบน้ำเปิดแผงอกโชว์ก้อนกล้ามขาวๆ มองฉันตาแวววาว หยาดเยิ้ม
“พี่ติณณ์มีอะไรรึเปล่า” ฉันแกล้งตีหน้าซื่อถาม
“ห้องนี้มันไม่เก็บเสียงนะ”
“หืม? เขมทำอะไรดังระ.. ว้าย! อุ๊ป พี่ติณณ์”
ฉันร้องเสียงหลง เพราะเ้าตัวบุกมาอุ้มฉันขึ้นพาดบ่าเป็กระสอบมันเทศเดินดิ่งไปทางห้องของเขา
“ทำเป็เล่นตัว”
“นี่ เดี่ยวเดียร์น่าก็ตื่นหรอก”
“หลับไปแล้ว เดียร์น่าเป็เด็กหลับลึก ไม่ต้องห่วง”
“ไม่ได้หมายถึงแบบนี้ซะหน่อย แล้วจะอุ้มเขมไปไหน”
“เอา”
พอถึงในห้อง เขาวางฉันลง จ้องมองด้วยสายตาหวานๆ ดั่งเด็กน้อยที่ร้องขอลูกอม ฉันเลยแกล้งทำเป็เล่นตัวต่อ
“เมื่อวานก็หนักจนเขมขาสั่น วันนี้จะเอาอีกแล้วหรอ”
“ไหนว่ากระจอก” เขายักคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง กวนบาทาฉัน
“ปากดีไปงั้นแหละ”
ฉันยกแขนคล้องขอเขาไว้ ลิ้นอุ่นๆสอดเข้าอย่างรวดเร็ว และไล่ต้อนภายในโพลงน้ำหวาน ดั่งผีเสื้อสองตัวกำลังหยอกเย้ากัน เขาถอดชุดคลุมออกโชว์ลำั์ ปลายหยักสีชมพูที่มีน้ำเมือกไหลเคลือบหัวเอาไว้
“อ้าขา .. แล้วครางชื่อพี่”