“พวกนั้นไม่คิดจะไปทำอย่างอื่นนอกจากโทรหาฉันเลยหรือยังไงกัน โรคจิตชะมัด” รสาพูดขึ้นอย่างนั้น
“พวกนั้นส่งข้อความอะไรมา” ภาวินพูดขึ้นเมื่อเห็นมีข้อความเข้าหลายข้อความ
“ป้าแก่ส่งข้อความแสดงความเป็ห่วงเป็ใยมา ถ้าเห็นข้อความแล้วให้รีบโทรกลับ” รสาพูดสรุปข้อความที่อ่านก่อนจะเบ้ปากใส่ “บอกว่าให้ฉันโทรกลับ แต่ยังโทรจิกไม่หยุดเลย ทีตอนส่งไปเที่ยวต่างประเทศไม่เห็นจะโทรกลับมาราวกับกลัวฉันจะหายไปอย่างนี้บ้างเลย”
“เธอส่งน้าจินดากับน้าชัยไปเฝ้าลูกถึงอิตาลี คงไม่ส่งไปเฉย ๆ หรอกใช่ไหม” ภาวินถามขึ้นอย่างนั้น รสาที่บ่นออกมาเลยเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าก่อนจะยิ้มแห้งออกมา
“ฉันเบื่อเลยอยากไปเที่ยวน่ะ” รสาบอกก่อนจะรีบพูดขึ้นต่อเมื่อเห็นชายหนุ่มหรี่ตามอง “ถ้าป้าแก่ไปกับฉัน ฉันก็ไม่สนุก พอดีฉันรู้มาว่านายต้องไปสัมมนาที่ภูเก็ต ฉันก็เลยไปนอนกินลมชมวิวอยู่ทะเลภูเก็ตน่ะ”
“รสาแอบตามผมไปอย่างนั้นเหรอ”
“ฉันไม่ได้ตามดูนายหรอกนะ แค่ฉันไม่รู้จะไปไหน พอรู้ว่านายไปภูเก็ต ฉันก็เลยคิดว่าน่าจะไปเที่ยวภูเก็ตบ้างก็แค่นั้น ฉันก็นอนเล่นมองท้องฟ้า มองน้ำทะเล พอเบื่อก็กลับบ้าน” ภาวินได้ยินอย่างนั้นก็ถอนหายใจออกมา
“คราวหลังถ้าอยากไปก็บอกผมดี ๆ ก็ได้ ไปคนเดียวอย่างนั้นมันอันตราย รสายิ่งมองอะไรไม่ค่อยชัดอยู่ด้วย ผมเป็ห่วง” ภาวินพูดอย่างนั้น รสาที่กำลังจะบอกว่าถึงแม้ตัวเองตาไม่ดี แต่หูดีมากก็ต้องเก็บคำพูดของตัวเองกลืนลงคอไปกับคำว่าเป็ห่วงของคนตรงหน้า
“เรากลับมาเื่ข้อความที่ถูกส่งมาเถอะ” ภาวินดึงกลับเข้าเื่เดิมแต่รสากลับยื่นโทรศัพท์มาให้
“นายอยากรู้ก็อ่านเองเถอะ พวกนั้นส่งข้อความพวกนี้มา ฉันอ่านจนเบื่อแล้ว” ภาวินรับโทรศัพท์จากมือบางมาแล้วโอบไหล่ของรสามากอดเอาไว้
“นายนี่มือไวชะมัดเลยลม เดี๋ยวก็จับ เดี๋ยวก็กอด” รสาบ่นขึ้นอย่างนั้น แต่ภาวินก็หัวเราะออกมาก่อนก้มลงหอมคนขี้บ่นหนึ่งที
“ผมก็พึ่งรู้ตัวเองเหมือนกันว่าเป็คนอย่างนี้ พอได้อยู่ใกล้แล้วไม่อยากห่างเลย” ภาวินพูดอย่างนั้น รสาก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมากับการหยอดไปเรื่อยของชายหนุ่ม
“อยากอ่านที่พวกนั้นส่งมาก็อ่านไปเลย ฉันเลี่ยนนายจนจะอ้วกอยู่แล้ว ลม” รสาพูดจบชายหนุ่มก็หัวเราะออกมาแล้วซบหัวตัวเองลงบนหัวเล็กของหญิงสาว ส่วนมือก็เลื่อนข้อความอ่านไปเรื่อย ๆ
“น้าจินดาบอกว่ารีบติดต่อกลับด่วน อาของรสาโกรธที่รสาหายไปมาก” รสาเพียงแค่ปรายตาไปมองข้อความที่ภาวินอ่านให้ฟังก่อนจะพยักหน้า
“พูดกับนายแล้วมาพูดกับฉันไม่ตรงกันเลยใช่ไหม แต่บางครั้งพูดกับนายตอนเริ่มบทสนทนาอย่าง จบอีกอย่างก็บ่อยไป แล้วก็คงไม่มีใครคิดว่าฉันจะยื่นโทรศัพท์ให้นายอ่านอย่างนี้ด้วย พวกนั้นเลยไม่ทันได้ระวัง” รสาเพียงพูดขึ้นราวกับพูดเื่ดินฟ้าอากาศ
“ผมแค่รู้สึกผิดหวัง”
“นายแค่ไว้ใจน้าจินดาจนไม่สังเกตอะไรก็แค่นั้น ฉันขอโทษที่ส่งน้าจินดาไปหานาย”
“ไม่ใช่ความผิดของรสาหรอก ผมแค่ผิดหวังนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากมาย ก็แค่คิดว่าน้าจินดาไม่น่าจะเป็คนแบบนี้ก็เท่านั้น”
“นายอยากอ่านต่ออีกไหม ถ้านายอ่านข้อความของหนอนชาเขียว ความรู้สึกนายอาจจะมองเขาไม่เหมือนเดิมอีกเลยก็ได้” รสาถามขึ้นพร้อมกับวางมือลงบนโทรศัพท์ของตัวเองที่อยู่ในมือของภาวิน ชายหนุ่มยิ้มออกมาก่อนจะเอามือบางออก
“รสา โลกข้างนอกไม่มีใครไม่แสดงละครอยู่หรอกนะ ทุกคนต่างมีเื่ที่ปิดซ่อนเอาไว้ทั้งนั้น ผมคิดว่าผมวางตัวได้ดีพอเมื่อผมเจอหน้าคนที่เกลียด รสารู้ไหม รสาน่ะผมแค่เรียกร้องความสนใจ ไม่ได้เกลียดอะไรจริง ๆ หรอก แต่ผมเกลียดเมียกับลูกของหนอนชาเขียวมาก ทำตัวหน้าไหว้หลังหลอกต่อหน้าต่อตาเลยด้วยซ้ำ แล้วผมก็มีหลายเื่ที่ไม่ชอบใจกับคำสั่งของหนอนชาเขียว แต่ผมโตพอที่จะรู้ว่าความสงบจะระงับไม่ให้เกิดเื่วุ่นวายได้”
“นายมันเก็บกดไม่มีเพื่อนพูดด้วยแน่”
“เพื่อนน่ะมี แต่ถ้าเพื่อนรู้กลัวคนอื่นจะรู้ด้วยน่ะสิ”
“อยากอ่านก็ตามใจ ฉันเตือนนายแล้วนะ ลม” รสาบอกอย่างนั้นก็รับรู้ถึงแรงกอดจากคนที่โอบไหล่ตัวเองแน่นขึ้น มือบางก็วางไปบนขาของชายหนุ่มก่อนจะตบเบา ๆ ว่าเธอยังอยู่ตรงนี้
ภาวินยิ่งอ่านข้อความที่ถูกส่งมา มันเหมือนมีมือมาบีบหัวใจของเขาให้กระตุกแรง ๆ หลายครั้ง ข้อความที่ถูกส่งมาส่วนใหญ่มักมีการกล่าวอ้างไปถึงเขาว่ากำลังทำอะไรอยู่ แล้วบอกสิ่งที่ตัวเอง้า ที่ผ่านมาเขาเป็เหมือนตัวประกันชั้นดีที่ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
“หนอนชาเขียวมันเอาผมมาขู่รสาตลอดอย่างนี้เลยเหรอ”
“ฉันเป็คนไม่มีอะไรจะเสียหรอกนะลม แต่นายไม่เหมือนกัน”
“รสารู้ไหมว่าผมโกรธมาก” ภาวินพูดออกมาพร้อมกับดวงตาที่แดงก่ำขึ้นมาด้วยความโกรธ “ผมโกรธที่รสาไม่ยอมบอกอะไรผม โกรธที่พวกนั้นมาทำเื่เลว ๆ กับรสา ผมโกรธจนอยากจะไปฆ่าพวกมันตอนนี้ด้วยซ้ำ”
“ลมใจเย็น ๆ เถอะ โกรธไปก็ทำอะไรไม่ได้” รสาพูดขึ้นพร้อมกับลูบขาชายหนุ่มเบา ๆ ให้คนที่หน้าแดงขึ้นตอนนี้คลายอารมณ์โกรธลง ภาวินหันมามองหญิงสาวนิ่ง
“ถ้ารสาบอกว่ารสาไม่มีอะไรจะเสีย ผมก็ไม่มีอะไรจะเสียเหมือนกัน” ภาวินพูด
“ลม นายยังมีอนาคตอีกไกล” รสาบอกอย่างนั้น แต่ภาวินก็ส่ายหน้า
“หลังจากนี้ผมจะคิดเหมือนโจร รสารู้ไหมว่าโจรเขาคิดอะไร” ภาวินถามอย่างนั้น แต่รสาก็ส่ายหน้า ชายหนุ่มก็ยกยิ้มขึ้น “คนพวกนั้นเขาไม่คิดอะไรเลย เขาไม่กลัวว่าเขาจะสูญเสียอะไร ถ้าเราคิดแบบนั้นเราก็จะได้เปรียบ เพราะอะไรรู้ไหม”
“เพราะพวกนั้นจะไม่ยอมเสียอะไรแม้สักอย่างเดียว” รสาพูดขึ้นเมื่อคิดตามสิ่งที่ชายหนุ่มบอก
“อีกสามเดือนหนอนชาเขียวจะเกษียณ แล้วจะลงเลือกตั้งที่คาดว่าจะเลือกตั้งต้นปีหน้า ่เวลานี้คือเวลาทองของเราแล้วนะรสา”
“นายดูแค้นพวกนั้นยิ่งกว่าฉันซะอีก”
“รสาอาจจะโตมาโดยที่แม่สอนมาว่า ถ้าตัวเองอยากจะรอดห้ามแสดงความรู้สึกอะไรออกมา แต่ผมทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ผมได้มีชีวิตรอด แต่สิ่งที่เรามีเหมือนกันคือเราไม่มีอะไรเลยรสา เพราะผมไม่มีอะไร ผมเลยไม่มีอะไรต้องกลัว”
“นายทำให้ความคิดที่ฉันจะเอาคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ ของฉันดูเป็เด็กเล่นขายของไปเลย”
“รสาจะทำอะไร” ภาวินถามขึ้นอย่างนั้น รสาก็ยิ้มออกมาแห้ง ๆ
“ฉันคิดว่าจะเดินออกจากบ้านมาเฉย ๆ แล้วย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้สักสามสี่ปีแล้วค่อยโผล่หน้าไปที่บ้านนั้นสักครั้ง แต่ฉันก็ต้องรีบทำงานที่รับไว้ให้เสร็จก่อน”
“แล้วมันเอาคืนยังไง ผมไม่เห็นจะเข้าใจ”
“พวกนั้นอยากได้เงินของฉัน ยิ่งใกล้เลือกตั้งมันยิ่งต้องใช้เงิน และฉันก็รวยพอให้พวกนั้นขูดรีด แต่ที่บ้านหลังนั้นไม่มีอะไรสักอย่างหรอก มีแต่ของตกแต่งเก่า ๆ พวกนั้นก็คงไม่เอาไปขายให้เสียหน้าหรอก ตู้เซฟที่พวกนั้นจ้องตาเป็มัน แต่ฉันก็ไม่คิดจะเปิด เพราะฉันรู้ว่าในนั้นมันก็แค่วางดักโจรเฉย ๆ เอกสารราชการฉันก็เก็บไว้ที่นี่ บัตรประชาชน โทรศัพท์ฉันก็พกติดตัวตลอด เงินทองก็เก็บในธนาคาร ถ้าฉันหายไปมีทางเดียวที่พวกนั้นจะได้มรดกของฉันก็คือต้องรอให้ครบห้าปีแล้วถึงจะยื่นให้ฉันเป็บุคคลสูญหาย และถ้าฉันเดินออกมาจากบ้านเฉย ๆ พวกนั้นก็ยื่นว่าฉันเป็บุคคลสูญหายถ้าฉันหายไปสองปีไม่ได้ เพราะไม่เข้าเกณฑ์ที่ฉันไปรบหรือทำา ยานพาหนะสูญหาย หรือแม้แต่มีภยันตรายเกิดขึ้น ถ้าฉันหายไปตอนนี้พวกนั้นเลยแทบบ้าอย่างที่เราเห็นยังไงล่ะ”
“รสาพกบัตรประชาชนติดตัวตลอดอย่างนั้นเหรอ” ภาวินถามขึ้นพร้อมกับหรี่ตามอง หญิงสาวเลยพยักหน้า
“ฉันไม่วางใจจะเอาอะไรไว้ในบ้านนั้นทั้งนั้น”
“แล้วทำไมตอนไปคลินิก รสาถึงไม่บอกผมว่ามีบัตรประชาชน”
“นายไม่ถามฉันนี่ แล้วยังจัดการเองหมดทุกอย่างอีก แล้วจะให้ฉันทำยังไง” รสาแย้งขึ้นก่อนจะมองชายหนุ่มนิ่ง “ตอนนั้นฉันน่าจะรู้ได้แล้วว่านายโกหกเก่ง คนอะไรแต่งเื่เป็ไฟเลย”
“ผมแค่พูดไม่หมด ผมแค่เล่าเท่าที่คิดว่ามีประโยชน์” ภาวินพูดอย่างนั้น แต่รสากลับส่ายหน้า
“เล่าซะเป็คนละเื่เลยนะ”
“รสาก็ไม่ได้แย้งอะไรขึ้นมานี่ ถ้าจะหาคนผิด ก็ถือว่าเป็การกระทำผิดร่วมกันนะ อยากจะเอาเื่หรือเปล่า” ภาวินพูดแต่รสากลับมองหน้าคนพูดอย่างนึกทึ่ง
“นายชักจะเ้าเล่ห์เกินไปแล้วนะ แก้ต่างให้ตัวเองเก่งเหลือเกิน นายน่าจะไปเป็ทนายมากกว่ามาเป็ผู้พิพากษานะลม” รสาพูดอย่างนั้น แต่ภาวินกลับยักไหล่
-------------------------------------
สามารถเข้าไปพูดคุยกันได้ใน เพจ เมื่อรัก หรือทวิตเตอร์ เมื่อรัก กันได้นะคะ
กดติดตามหรือกดถูกใจเพื่อเป็กำลังในการลงนิยายของรักกันได้นะคะ