ปฐมบท
สิ่งมีชีวิตบนโลกถูกออกแบบมาให้มีผู้ล่าและผู้ถูกล่าในทุ่งหญ้าอันห่างไกลมีกลุ่มสิงโตกำลังหมอบอยู่ในพงหญ้าเพื่อรอคอยจังหวะที่จะตะครุบควายไบซันที่หลงออกมาจากฝูงเสือชีตาห์ที่กำลังวิ่งไล่ล่ากวาง หมาในกำลังแทะซากม้าลายจระเข้ลากละมั่งลงไปในน้ำ และพวกคุณก็รู้ว่านักล่าเหล่านี้ก็ถูกล่าโดยมนุษย์อีกที
เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมมนุษย์ถึงถูกจัดให้อยู่บนยอดของพีระมิดทั้ง ๆที่พวกเรานั้นทั้งอ่อนแอและไม่สามารถสู้ตัวต่อตัวกับสัตว์นักล่าอย่าสิงโตหรือช้างได้เลยในสมัยก่อนประวัติศาสตร์เมื่อหนึ่งแสนปีที่แล้ว มนุษย์ยังคงเป็ผู้ถูกล่าที่อ่อนแอต้องคอยแอบกินซากที่เหลือจากสัตว์นักล่าอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆก่อนที่ในอีกไม่กี่หมื่นปีให้หลังมนุษย์ก็วิวัฒนาการกลายมาเป็ผู้ล่าในที่สุด
ั้แ่เกิดการวิวัฒนาการของมนุษย์ก็ไม่มีใครโค่นแชมป์ของการอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารอย่างมนุษย์ได้มาตลอดหลายหมื่นปีสิ่งที่ทำให้สัตว์นักล่าตัวอื่น ๆกลัวมนุษย์ไม่ใช่เพราะรูปลักษณ์ที่ดูอ่อนปวกเปียกหรือเสียงะโที่ไม่แม้แต่จะระคายหูสิงโตเลยด้วยซ้ำแล้วอะไรที่ทำให้พวกมันกลัวมนุษย์กัน? คำตอบก็คือสมองสมองที่สามารถคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้สัตว์ทั้งหลายกลัวได้ อย่างเช่น ไฟหอกแหลม มีด และอาวุธ อะไรก็ตามที่มนุษย์สร้างขึ้นนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เราได้อยู่บนยอดพีระมิดมาจนถึงทุกวันนี้
เมื่อไม่ต้องคอยหลบซ่อนตัวจากสัตว์ร้ายและเริ่มเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคการเกษตรเมื่อประมาณหนึ่งหมื่นกว่าปีก่อนมนุษย์เริ่มลงหลักปักฐานอยู่กับที่และเมื่อเวลาใดที่มนุษย์บางกลุ่มเริ่มมีความโลภอยากจะดินแดนอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเองในตอนนั้นาก็เริ่มขึ้น มนุษย์ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะสูญเสียไปหลายชีวิตแต่ก็ไม่มีมนุษย์กลุ่มไหนถูกยกย่องให้กลายเป็ผู้ล่าแล้วถูกเลื่อนขั้นในพีระมิดให้สูงขึ้นเลยนั่นก็เพราะเราต่างก็เป็ผู้ล่าด้วยกันทั้งนั้น
แต่ถ้าวันหนึ่งมนุษย์ได้กลับไปเป็‘ผู้ถูกล่า’ อีกครั้งล่ะ? ...
“มีใครจะตอบไหมครับ ผมให้ 1 คะแนน”ชายหนุ่มภูมิฐานวัยกลางคนพูดขึ้นเมื่อบรรยายการสอนของตนเองเสร็จแล้ว
“ในยุคนี้มนุษย์คงไม่สามารถปรับตัวได้เร็วขนาดที่ว่าจะเอาตัวรอดในโลกที่เป็ผู้ถูกล่าได้ดีหนูคิดว่ามนุษย์อ่อนแอกว่าเมื่อก่อนมากค่ะ”นักศึกษาในคลาสคนหนึ่งยกมือตอบ
“ขออย่าให้มีการบ้าน อย่ามีการบ้านอย่ามีการบ้าน” ‘ณภัทร’ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งพูดเป็จังหวะอย่างกับการท่องมนตร์เขาประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันและพูดแบบนั้นอยู่ซ้ำๆ
“มี” ‘เจนนิกา’เพื่อนสาวของเขาหันมาบอกกับณภัทรซึ่งตอนนี้เขาหันไปทำตาขวางใส่เธออย่างกับว่าเธอกำลังพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด
“วันนี้ผมจะให้การบ้านทุกคนไปเขียนบทความที่สนใจเกี่ยวกับเื่การวิวัฒนาการของมนุษย์ไม่น้อยกว่าสองหน้าและตอบคำถามที่ผมพึ่งถามไปตามความคิดของนิสิตสามารถเขียนต่อท้ายบทความของพวกคุณมาได้เลย กำหนดส่งวันที่...”ณภัทรฟุบลงไปกับโต๊ะอย่างหมดอาลัยตายอยากและหันมาจ้องเจนนิกาตาเขม็ง
“ฮึ่มในเอกสารการสอนที่อาจารย์ให้มาตอนต้นเทอมบอกว่าวันนี้จะมีการบ้าน”เจนนิกากระแอมเบา ๆ ก่อนจะพูดออกมาด้วยความรู้สึกผิดถึงแม้ว่าเธอจะรู้ว่าเธอไม่ได้ผิดอะไรก็ตามเธอตบหลังณภัทรเพื่อนชายของเธอเพื่อปลอบใจเบา ๆ “งานนี้ 10 คะแนนนะ”
“ไอเจน หยุดพูดเลย”ณภัทรพูดก่อนจะฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะแล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมามองเจนนิกาอีกครั้งเพราะสังเกตเห็นว่าหน้าเธอซีดและเหงื่อไหล“แกเป็ไรหรือเปล่า”
เจนนิกาส่ายหน้าเบา ๆเธอรู้สึกไม่สบายมาั้แ่เมื่อคืนแล้วแต่ก็ยังฝืนมาเรียนเพราะวิชานี้เป็วิชาบรรยายและทำกิจกรรมเก็บคะแนนในห้องไม่มีสื่อการสอนเธอจึงจำเป็ต้องมาเรียนวิชานี้ทุกคาบ
หลังหมดคาบเรียนเจนนิกาก็รีบเก็บโทรศัพท์ที่ใช้บันทึกเสียงและบอกลาณภัทรอย่างรีบๆ เพื่อจะกลับคอนโดของเธอ
“ให้ฉันไปส่งไหม” ณภัทรถาม
“แกมีเรียนบ่ายต่อไม่ใช่เหรอ”
“แล้วไม่กินข้าวด้วยกันก่อนล่ะจะรีบไปไหน” ณภัทรถามด้วยความสงสัยปกติก่อนจะกลับบ้านเจนนิกาก็มักจะไปกินข้าวกับเขาก่อนทุกครั้ง
“ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเหมือนไข้จะขึ้นั้แ่เมื่อเช้าแล้วปวดหัวมากด้วย” เมื่อเจนนิกาพูดจบณภัทรรีบยื่นมือไปแตะหน้าผากของเจนนิกาทันทีเขาเป็ห่วงว่าเพื่อนของเขาจะไม่สบายจริง ๆ
“ตัวร้อนมากแล้วกินยาหรือยัง”
“พึ่งกินไปเมื่อกี้เดี๋ยวกลับไปนอนพักก็น่าจะหาย” ณภัทรพยักหน้า
“ขึ้นหลังฉันไหม”ณภัทรถามพลางย่อตัวไปนั่งข้างหน้าเพื่อให้เจนนิกาขึ้นมาบนหลัง
“เวอร์มาก ฉันไม่ได้เป็อะไรขนาดนั้น”เจนนิกาพูดก่อนจะจับคอเสื้อตรงต้นคอเพื่อดึงณภัทรให้ลุกขึ้นยืน
“งั้นเดี๋ยวเดินไปส่งหน้ามอ”เจนนิกาพยักหน้าก่อนที่ทั้งสองจะเดินลงจากตึกเรียนมายังหน้ามหาวิทยาลัย“นั่งแท็กซี่ไหม”
“เดี๋ยวนั่งวินไปลงรถไฟใต้ดินเอา”เจนนิกาประเมินสถานการณ์รถบนท้องถนนที่เห็นในตอนนี้ก็เห็นสมควรว่ารถไฟฟ้าใต้ดินนั้นเป็ทางที่เร็วที่สุดในตอนนี้
“พึ่งเที่ยงอยู่เลยทำไมรถติดขนาดนี้”ณภัทรเดินออกไปชะเง้อมองต้นทางของการติด แต่ก็ไม่เห็นจุดสิ้นสุดของมัน
“นั่นสิ” เจนนิกาเช็ดเหงื่อออกจากใบหน้าเนื่องจากความร้อนของอากาศและพิษไข้ทำให้อุณหภูมิในตัวของเธอนั้นสูงขึ้นจนเริ่มเพลียมากขึ้น“ถ้านั่งแท็กซี่ก็คงไม่ถึงห้องหรอกวันนี้”
“ไหวไหมเนี่ย”ณภัทรเอาหลังมือไปอังหน้าผากของเจนนิกา “ไปห้องพยาบาลก่อนไหม”
“ยังไหวอยู่” เจนนิกาพยักหน้า“เมื่อกี้พึ่งกินยา เดี๋ยวก็ออกฤทธิ์แล้ว”
“วินมาแล้ว... พี่ครับ”ณภัทรโบกมือเรียกวินมอเตอร์ไซค์ที่พึ่งเข้ามาจอดตรงทางเข้าของมหาวิทยาลัยให้เจนนิก
“พรุ่งนี้อาจจะไม่เข้าศิริพรนะฝากอัดเสียงหน่อย”
“ได้แล้วถ้าพรุ่งนี้ไม่ดีขึ้นก็โทรมาเดี๋ยวไปหา” เจนนิกาพยักหน้า
“ไปก่อนนะ” เจนนิกาบอกลาณภัทร ก่อนจะบอกสถานที่ที่เธอจะลงกับวินมอเตอร์ไซค์
หลังจากเจนนิกาไปก็มีเสียงดังเหมือนรถชนกันมาจากที่ไกลๆ จากฝั่งซ้ายของมหาวิทยาลัย ส่วนเจนนิกาไปทางฝั่งขวาณภัทรจึงไม่ได้สนใจเสียงจากอุบัติเหตุนี้มากนักเขาเดินออกไปซื้ออาหารหน้ามหาวิทยาลัยเพื่อนำไปกินบนห้องเรียนเพราะเขามีเรียนคลาสเสริมต่อ่บ่ายเป็วิชาเอกแต่คนละตัวกับเจนนิกาหลังจากที่ซื้ออะไรเสร็จเขาก็เดินเข้ามาในมหาวิทยาลัยระหว่างทางก็เห็นคนจำนวนมากวิ่งวุ่นกันเต็มทางเท้าณภัทรคิดว่าน่าจะวุ่นวายเพราะอุบัติเหตุที่เขาได้ยินเสียงดังเมื่อสักครู่แน่ ๆเขาจึงเดินต่อโดยไม่ได้สนใจใคร่รู้สักเท่าไรเพราะไม่ใช่เื่ของตัวเองจนเข้ามาถึงในมหาวิทยาลัยก็เริ่มเกิดเื่แปลก ๆ ขึ้น
“ปิดประตู!” เสียงะโดังตามหลังมา
กลุ่มคนในชุดทำงานบ้างชุดนักศึกษาบ้าง พากันวิ่งกรูเข้ามาในมหาวิทยาลัย อย่างตื่นตระหนกรถที่ขับมาจากด้านซ้ายก็พากันเลี้ยวเข้ามาในมหาวิทยาลัยกันอย่างไม่ขาดสายและดูเร่งรีบผิดปกติตอนนี้รถไม่สามารถเข้ามาในมหาวิทยาลัยได้แล้วเนื่องจากพื้นที่ลานกว้างทั้งหมดนั้นเต็มไปด้วยรถทั้งหมดคันที่ไม่สามารถขับเข้ามาข้างในได้คนในรถก็ลงมาจากรถอย่างเร่งรีบและวิ่งเข้ามาในมหาวิทยาลัยแทนเสียงคนะโให้คนภายนอกเข้ามาในมหาวิทยาลัยบวกกับเสียงร้องไห้อย่างโหยหวนดังกระหึ่มทำให้ณภัทรขนลุกชันด้วยความรู้สึกกลัวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“เกิดอะไรขึ้น”คนในมหาวิทยาลัยเริ่มแตกตื่น ประตูหน้าปิดได้สำเร็จแล้วแต่ก็เปิดเป็ทางเข้าเล็ก ๆให้คนวิ่งเข้ามา รปภ.ของมหาวิทยาลัยก็ไม่สามารถห้ามการกระทำของคนกลุ่มใหญ่นั้นได้มีคนวิ่งเข้ามาเรื่อย ๆ
“ซอมบี้ / มันกินคน / คนตายกันหมด /แล้วประตูอื่นล่ะปิดกันหรือยัง”เสียงดังมาจากทั่วทุกสารทิศทำให้ณภัทรเริ่มปะติดปะต่อเื่ทันทีเขาก็ยกมือถือขึ้นมาดูข่าวสถานการณ์ คำว่าซอมบี้ขึ้นอันดับหนึ่งของการสืบค้น
“เกิดอะไรขึ้นคะ”เสียงหญิงวัยกลางคนพูดขึ้นเสียงดังเพื่อถามกลุ่มคนที่ทยอยเข้ามาในมหาวิทยาลัย
“ข้างหน้าเกิดอุบัติเหตุค่ะ เอ่อ…”นักศึกษาคนหนึ่งพูดขึ้น แต่มีท่าทางอึกอักเหมือนไม่อยากพูดต่อ“ไม่รู้ว่าพวกคุณจะเชื่อหรือเปล่านะคะ มันมีซอมบี้กำลังไล่กัดคนอยู่ฝั่งนั้น”
เธอชี้ไปยังฝั่งซ้ายที่มีผู้คนวิ่งมาอย่างไม่ขาดสายณภัทรคิดว่านี้อาจจะเป็เื่แกล้งกันเล่นโดยมีเขาและคนในมหาวิทยาลัยบางคนถูกแกล้งอยู่แน่ ๆแต่พอดูในคำค้นหาของข่าวก็มีแต่คลิปสยองที่มีคนวิ่งกัดกันเืสาดเต็มท้องถนนไปหมด
“ตอนแรกก็คิดว่ามีรายการแกล้งกันเล่นแต่เพื่อนหนูโดนมันกัดแล้วฉีกเนื้อออกมา หนูเห็นกับตา” หญิงสาวคนหนึ่งพูดเสียงสั่นเธอร้องไห้ออกมาอย่างปวดหัวใจ
ตอนนี้ผู้คนที่วิ่งมาจากฝั่งซ้ายไม่มีแล้วเหลือแต่เพียงความเงียบจากภายนอกประตูได้ถูกล็อกด้วยแม่กุญแจขนาดใหญ่เป็ที่เรียบร้อย เสียงวิทยุของรปภ.ดังขึ้น‘ทุกประตูถูกล็อกหมดแล้ว’ เสียงตามสายในมหาวิทยาลัยดังตามมาติด ๆจากที่เคยดังเพียงบางจุดเท่านั้นตอนนี้เสียงดังกังวานไปทั่วมหาวิทยาลัยและอาจจะดังไปถึงภายนอกด้วย‘ประกาศฉุกเฉินจากนายกรัฐมนตรีตอนนี้มีโรคระบาดใหม่…กึก’ เสียงตัดไป
‘นี่ไม่ใช่การซ้อม ย้ำนี่ไม่ใช่การซ้อม ตอนนี้ขอให้ทุกคนหาที่ซ่อนที่ปลอดภัย แล้วอยู่ให้เงียบที่สุด’เสียงประกาศดังขึ้นสามครั้ง หลังจากสิ้นเสียงประกาศจากเสียงตามสายทำให้ผู้คนที่ออกันอยู่แถวหน้าประตูวิ่งกรูหาที่ซ่อนกันเป็พัลวันไม่มีใครพูดคุยกัน เสียงครางคำรามของสัตว์ดังขึ้นมาอย่างอึกทึกจากฝั่งซ้ายของมหาวิทยาลัย
ณภัทรที่กำลังวิ่งหนีก็หยุดฝีเท้าลงเพราะความกลัวว่าสิ่งนั้นจะได้ยินเสียงของเขาเขาจึงหลบอยู่ตรงหน้ารถที่จอดอยู่เพื่อรอดูสถานการณ์ภายนอก หลายคนก็ทำเช่นนั้นเสียงคำรามดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ร้านรวงหน้ามหาวิทยาลัยก็ปิดประตูลงอย่างรีบเร่งและอยู่ ๆ เสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น
“ช่วยด้วยค่ะ”เธอวิ่งมาเกาะที่ประตูและกรีดร้องอย่างหวาดกลัว รปภ.ณภัทรและคนบางส่วนรีบวิ่งไปยังประตูเพื่อเข้าไปช่วยผู้หญิงคนนั้น
แต่ไม่ทันการก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งตัวก็มีคนวิ่งเข้ามากัดที่หน้าของหญิงสาวอย่างจังแล้วกระชากเนื้อของเธอด้วยฟันจนแก้มหลุดออกมาทั้งยวงยังมีคนอื่น ๆ มาร่วมอีกด้วย ผู้หญิงคนนั้นกรีดร้องอย่างเ็ปพยายามจะวิ่งหนีก็ถูกรั้งด้วยฝูงคนนับสิบที่เข้ามารุมทึ้งกัดกินร่างกายของเธอคนที่วิ่งไปช่วยเธอเมื่อสักครู่ต้องหยุดนิ่งและค่อย ๆเดินถอยหลังออกมาให้พ้นสายตาของฝูงคนเ่าั้ แต่ก็ไม่เป็ผลพวกนอกประตูเห็นและพยายามจะเข้ามาในมหาวิทยาลัย บ้างก็ใช้ตัวกระแทกบ้างก็ใช้หัวกระแทกประตูจนเกิดาแฉกรรจ์ บ้างก็ยื่นแขนขาเข้ามา แต่ประตูก็แข็งแรงจนสามารถต้านแรงของคนกลุ่มนั้นได้เมื่อเห็นดังนั้นทุกคนที่อยู่ในที่ที่พวกมันเห็นก็วิ่งออกมาจากตรงนั้นเพื่อให้หลุดพ้นออกจากสายตาสิ่งนั้นที่คนเรียกกันว่า‘ซอมบี้’
“เจน”เมื่อณภัทรวิ่งมาถึงตึกเรียนของเขาแล้ว ก็นึกถึงเจนนิกาทันทีเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาเพื่อนของเขา รอสายอยู่นานก็ไม่มีการตอบรับจากเจนนิกา“ตอนนี้เจนคงไปถึงสถานีแล้ว”
ณภัทรเป็ห่วงเจนนิกามากเขาวิ่งไปยังทางออกอื่นเพื่อจะไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินแต่ทางออกที่ใกล้ที่สุดก็ปิดไปแล้วและยังมีซอมบี้วิ่งชุลมุนอยู่หน้าประตูด้วยณภัทรคิดโทษตัวเองเขาน่าจะรั้งเจนนิกาไว้ ไม่น่าปล่อยให้เธอกลับไปเลย
เขายังไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นณภัทรก็ได้ยินเสียงครางต่ำมาจากด้านขวาของเขาเมื่อเขาหันไปมองก็เห็นว่ามีชายคนหนึ่งกำลังยืนจังก้ามองณภัทรอยู่ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเื หนังศีรษะเปิดจนเห็นกะโหลก ปากฉีกไปจนถึงกลางแก้มขวามีแผลเหวอะหวะทั่วร่างกาย แล้วตอนนี้กำลังวิ่งมาหาเขาอย่างหิวกระหาย
ณภัทรไม่สามารถวิ่งหนีได้ตอนนี้ขาเขาแข็งเพราะความกลัวจากภาพสยดสยองตรงหน้าและจากความตายที่กำลังจะเข้ามาอย่างไม่ทันได้เตรียมใจณภัทรหลับตาลงอย่างจำใจ เขาไม่อยากเห็นความน่ากลัวตรงหน้าสิ่งที่เขานึกถึงในตอนนี้และทำให้ใจสงบลงก็คือเจนนิกา ได้แต่นึกเสียดาย ถ้ารู้มาก่อนว่าจะตายวันนี้ก็คงบอกความรู้สึกของตัวเองออกไปตั้งนานแล้ว...
ปัก!