ผู้สร้างสัญญาณสื่อสารดับลงเหลือเพียงความมืดบนจอควบคุม และเสียงเตือนที่ยังคงดังเป็จังหวะสม่ำเสมอไม่มีใครในห้องพูดอะไรออกมา ราวกับทุกคนยังคงติดอยู่กับคำพูดสุดท้าย าาที่แท้จริงของั์ทศกัณฐ์ยืนแน่นิ่ง ดวงตาของเขายังคงจับจ้องจอภาพว่างเปล่า สีดาหันมองเขาอย่างเงียบงันเธอไม่เคยเห็นสีหน้าแบบนั้นมาก่อน ไม่ใช่ความกลัวแต่เป็ความหนักอึ้งที่ลึกยิ่งกว่า “ติดตามยานลำนั้น” ทศกัณฐ์พูดในที่สุดน้ำเสียงของเขากลับมาเย็นและมั่นคงเหมือนเดิม “อย่าให้มันหายไปจากเรดาร์”“รับทราบครับ” เ้าหน้าที่ตอบทันที ภาพจากกล้องวงแหวนปรากฏขึ้นอีกครั้งยานลำเล็กยังคงลอยนิ่งอยู่นอกวงแหวนพลังงาน ราวกับมันไม่หวาดกลัวระบบป้องกันใด ๆ“เขาบอกว่า…เขาเป็คนสร้างคุณ” สีดาพูดเบา ๆ ทศกัณฐ์ไม่ตอบทันทีความทรงจำบางอย่างขยับอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ห้องทดลองสีขาวแสงที่เจิดจ้าเกินกว่าจะลืม และเสียงหนึ่งที่เรียกเขาเป็ครั้งแรก เขากำมือแน่น“ผู้ชายคนนั้นควรตายไปแล้ว” เขาพูดช้าๆ “แต่เขายังมีชีวิตอยู่” สีดาตอบ“และเขามาเพื่อเตือนเรา” ทันใดนั้น เสียงเตือนแหลมสูงก็ดังขึ้นอีกครั้ง“ตรวจพบความผันผวนของสนามพลังงาน!” เ้าหน้าที่ะโ ภาพบนจอเปลี่ยนไปวงแหวนพลังงานชั้นนอกเกิดระลอกคลื่น เหมือนผิวน้ำที่ถูกแตะจากอีกด้านหนึ่งไม่ใช่การโจมตี แต่เหมือน…การตอบสนอง
“ระดับพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องครับ!”ทศกัณฐ์ก้าวเข้าไปใกล้จอ “เพิ่มความเสถียรของวงแหวน และเตรียมหน่วยป้องกันทั้งหมด”“ครับ!” ในอีกด้านหนึ่งของนคร หนุมานยืนอยู่บนหอคอยสังเกตการณ์ดวงตาของเขาหรี่ลงเมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นะเืในอากาศพลังงานบางอย่างกำลังเคลื่อนไหว ไม่ใช่จากภายใน แต่จากภายนอก เขายิ้มเล็กน้อย“ในที่สุดก็เริ่มแล้วสินะ” ร่างของเขาสั่นไหว และในเสี้ยววินาทีขนสีขาวเงินก็ปกคลุมร่างกาย กล้ามเนื้อขยายตัว ดวงตาเรืองแสงร่างวานรนักรบปรากฏขึ้นแทนที่ร่างมนุษย์ จากนั้นเขาก็ะโหายไปในความมืด
กลับมาที่ห้องควบคุมยานลำเล็กเริ่มเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อเข้าใกล้วงแหวน“มันกำลังเข้ามาครับ!” เ้าหน้าที่พูด “ถ้ามันเข้าใกล้มากกว่านี้ระบบจะยิงอัตโนมัติ” สีดามองทศกัณฐ์ เธอรู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้สำคัญเพียงใดถ้าชายคนนั้นพูดความจริง เขาอาจเป็คนเดียวที่รู้ว่าภัยที่กำลังมาถึงคืออะไร ทศกัณฐ์นิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดว่า “เปิดทางให้มันเข้ามา” เ้าหน้าที่ชะงัก “แต่ท่าน...” เขาหยุดตัวเอง“แต่คุณอาจตกอยู่ในอันตราย” “ผมจะรับผิดชอบเอง” ทศกัณฐ์ตอบเสียงเรียบไม่มีความลังเล วงแหวนพลังงานเปิดออกเป็ช่องแคบยานลำเล็กเคลื่อนผ่านเข้ามาอย่างช้าๆ ราวกับมันรู้ว่าประตูจะเปิดให้มันไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงรายงานก็ดังขึ้น“ยานลำนั้นเทียบท่าที่ท่าเทียบหมายเลขเจ็ดแล้วครับ” ทศกัณฐ์หันหลัง“ผมจะไปพบเขาเอง” “ฉันจะไปด้วย” สีดาพูดทันที เขามองเธอครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า“อยู่ใกล้ผมไว้นะ” ทั้งสองเดินออกจากห้องควบคุม โดยไม่มีใครรู้ว่าในความมืดระหว่างดวงดาว มีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวมันไม่มีรูปร่างเหมือนสิ่งมีชีวิตใดที่เคยมีอยู่ แต่มันมีจิตสำนึกและมันเพิ่งััได้ถึงสัญญาณที่มันตามหามานาน สัญญาณของทศกัณฐ์และมันกำลังมุ่งหน้ามายังลงกา
ณ ท่าเทียบหมายเลขเจ็ดแสงสีขาวของไฟนำทางทอดยาวไปตามพื้นโลหะ ยานลำเล็กที่ไม่มีสัญลักษณ์ใดๆจอดนิ่งอยู่กลางลาน ราวกับเป็เพียงเศษซากที่ลอยมาตามความว่างเปล่าแต่ไม่มีใครในหน่วยรักษาความปลอดภัยกล้าประมาทปืนพลังงานทุกกระบอกถูกยกขึ้นเล็งไปยังประตูยานที่ยังคงปิดสนิทเสียงฝีเท้าดังสะท้อนเป็จังหวะสม่ำเสมอเมื่อทศกัณฐ์เดินเข้ามาในลานสีดาเดินอยู่ข้างเขาอย่างเงียบงัน ทหารทุกนายลดอาวุธลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพ“สถานะ” ทศกัณฐ์ถาม “ไม่พบการปล่อยพลังงานอาวุธครับ แต่มีสัญญาณชีพหนึ่ง”ผู้บังคับหน่วยตอบ “เขาไม่ได้พยายามหลบหนี” ทศกัณฐ์พยักหน้า “เปิดประตูยาน” ทหารสองนายก้าวเข้าไปเชื่อมต่อระบบปลดล็อกภายนอก เสียงกลไกดังขึ้นช้าๆ ก่อนที่ประตูจะเลื่อนออกเผยให้เห็นความมืดภายใน และจากความมืดนั้น ร่างหนึ่งก้าวออกมาชายชราที่ปรากฏบนจอควบคุม ใบหน้าของเขาซีดลงกว่าเดิมรอยแผลเป็พาดผ่านดวงตาซ้ายที่เรืองแสงจางๆ เขาเดินช้าๆ แต่มั่นคงจนกระทั่งหยุดอยู่ห่างจากทศกัณฐ์เพียงไม่กี่ก้าว ทั้งสองจ้องกันโดยไม่มีคำพูดเวลาหลายปีเหมือนถูกย่นลงเหลือเพียงลมหายใจเดียว “คุณยังมีชีวิตอยู่”ทศกัณฐ์พูดในที่สุด ชายชรายิ้มเล็กน้อย “และเ้าก็ยังคงแข็งแกร่ง…เหมือนที่ข้าคาดไว้”สีดาขมวดคิ้ว “คุณเป็ใครกันแน่” ดวงตาของชายชราหันมาหาเธอแววตานั้นไม่ใช่ของคนธรรมดา “ข้าคือคนที่ให้ชีวิตเขา” ความเงียบตกลงมาอย่างหนักทหารบางนายมองหน้ากันอย่างไม่แน่ใจ ทศกัณฐ์ก้าวเข้าไปอีกก้าว“คุณไม่มีสิทธิ์เรียกตัวเองแบบนั้น” ชายชราหัวเราะเบาๆ ก่อนจะไอออกมาเืสีเข้มไหลออกจากมุมปาก “บางที…ข้าก็ไม่มีสิทธิ์จริงๆ” เขาเงยหน้าขึ้น
“แต่ความจริงไม่เปลี่ยนเพราะคำปฏิเสธ”หนุมานลงจอดบนพื้นโลหะด้านหลังอย่างเงียบงัน ทหารทุกนายที่เห็นหนุมานก็พร้อมใจกันเล็งปืนไปยังเขาแต่ถูกทศกัณฐ์ห้ามเอาไว้“เค้าไม่มีเจตนาร้าย” ทศกัณฐ์พูดจบทหารทุกนายก็ลดปืนลงทันที ทางด้านหนุมานเขาก็กลับคืนสู่ร่างมนุษย์ดวงตาคมจับจ้องชายชราโดยไม่ละสายตา “ผมจำคุณได้” หนุมานพูดช้าๆ“คุณคือหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ของโครงการนั้น” ชายชราหันไปมองเขา และยิ้มจางๆ“หนุมาน…ต้นแบบหน่วยแปลงสภาพรุ่นแรก เ้าก็ยังอยู่” หนุมานไม่ตอบ ทำเพียงแค่ยืนอยู่ในความเงียบ
“พูดสิ่งที่คุณ้าจะพูดมา”ทศกัณฐ์กล่าว “คุณบอกว่ามีบางสิ่งกำลังจะมา” ชายชราสูดลมหายใจลึก “ก่อนที่ข้าจะหายไปยานของข้าถูกดึงเข้าไปในรอยแยก” เขาหยุดครู่หนึ่ง เหมือนกำลังรวบรวมแรง“ที่นั่น…ไม่มีเวลา ไม่มีแสง มีเพียงสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรมีอยู่”สีดารู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง ชายชราพูดต่อ“พวกมันรู้จักเ้า” ชายชรามองตรงมาที่ทศกัณฐ์“ไม่ใช่ในฐานะศัตรู…แต่ในฐานะสิ่งที่หลบหนี” ทศกัณฐ์นิ่ง “หมายความว่าอะไร”ชายชรายกมือขึ้นสั่นเล็กน้อย “โครงการที่สร้างเ้า…ไม่ได้ใช้เพียงแค่เทคโนโลยีของมนุษย์”ลมหายใจของทุกคนหยุดชั่วขณะ “เราพบสัญญาณจากอีกมิติหนึ่ง และเราได้ดึงเอามันมาและใช้มันเป็ต้นแบบ”เขากล่าวต่อ “เราคิดว่าเราควบคุมมันได้” หนุมานขมวดคิ้วและพูดขึ้น “แต่พวกคุณคิดผิด” ชายชราพยักหน้า“พวกมันไม่เคยหยุดมองกลับมา” ทันใดนั้น ไฟในท่าเทียบสั่นไหวเสียงเตือนดังขึ้นอีกครั้ง “ตรวจพบคลื่นพลังงานผิดปกติภายนอกวงแหวน!”เสียงจากระบบประกาศดังขึ้น สีดาหันไปมองทศกัณฐ์ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวลชายชรากระซิบเบาๆ “มันพบเ้าแล้ว” ความเงียบตกลงมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบของความไม่รู้ หากเป็ความเงียบก่อนพายุจะมาถึง