เทียนเดินเข้าใกล้ถึงหน้าห้องของพ่อราชสีห์บัณฑร กำลังจะเดินเข้าไปก็ถูกห้ามไว้ทันที โดยชายผู้หนึ่ง
“ เจ้าพาใครเข้ามา รู้ไหมท่านพ่อกำลังพักผ่อน” ชายคนที่ห้ามเอ่ยปาก
“ พี่ใหญ่ นี่คือ หมอเทียน ท่านรักษาเก่งมาก ข้าอยากให้ท่านช่วยดูอาการท่านพ่อให้หน่อย” ราชสีห์บัณฑรรีบเอ่ย
“ เจ้าก็น่าจะรู้ ท่านหมอน้อยใหญ่ทั้งหลายก็บอกแล้วท่านพ่อหมดอายุขัยแล้ว เจ้ายังจะให้ใครก็ไม่รู้มาสร้างความลำบากให้ท่านพ่ออีกหรือ” พี่ใหญ่คนนี้เอ่ยปากขึ้น
“ พี่ใหญ่ เรื่องนี้ข้าว่าให้ท่านพ่อตัดสินใจเองเถอะ” ราชสีห์บัณฑรเอ่ยแบบไม่ไว้หน้าพี่ใหญ่อีกแล้ว
“ เฮอะ ข้าบอกว่าไม่อนุญาตก็คือไม่ เจ้ากลับไปซะ” พี่ใหญ่ไม่ยอมอย่างเดียว
เทียนรู้สึกเรื่องแบบนี้มันคุ้นๆ นะ “ นี่เจ้ากลัวว่าพ่อเจ้าจะหาย แล้วเจ้าจะไม่ได้เป็นราชาราชสีห์คนต่อไปหรือ” เทียนกล่าวตามความรู้สึก
“ นี่เจ้าพูดว่าอะไรนะ” พี่ใหญ่เริ่มโมโหแล้ว
“ เจ้านี่โง่ หรือ ว่าหูตึงกันแน่”เทียนด่ากลับแบบไม่เกรงใจ
“ นี่เจ้า..เจ้ากล้าพูดกับข้ายังนี้เชียวหรือ” พี่ใหญ่โมโหแล้ว
“ นี่ถ้าข้าไม่เห็นแก่พ่อเจ้าไม่สบายนอนพงาบอยู่บนเตียงนะ ข้าจะตีเจ้าเพื่อสั่งสอนแทนพ่อของเจ้าที่ไม่ยอมสั่งสอนลูกว่าอะไรควร อะไรไม่ควร” เทียนอัดใส่ไปอีกรอบโดยไม่สนพี่ใหญ่ของราชสีห์บัณฑร ที่ใบหน้า ใบหู กำลังแดงเป็นไฟในขณะนี้
เมื่อความโกรธ โมโห เข้าครอบเงาไปทั้งตัว พี่ใหญของราชสีห์บัณฑร ก็ไม่มีสติรับรู้ชั่วดี เลยพุ่งหมัดขวาเข้าใส่เทียนตรงๆ ออกหมัดแบบนี้มีหรือที่จะชกเทียนได้
เทียนแค่ถอยหลังออกมาก้าวเดียวแล้วใช้แขนซ้ายดึงแขนที่ชกให้เข้ามาใกล้เทียนอีก พอถูกดึงไปข้างหน้า พี่ใหญ่ก็ถลำไปข้างหน้า เทียนยกเข่าซ้ายรออยู่แล้ว
โดนเข้าที่ปลายคางของพี่ใหญ่ผู้นี้ พลั่ก ! สลบคาเข่าเทียนทันที.?
“ พี่ใหญ่” เสียงตะโกนของราชสีห์บัณฑรเสียงดังลั่น ทำให้ราชาราชสีห์ตื่นขึ้นทันที แล้วตะโกนถามมาว่า” เกิดอะไรขึ้น เจ้าเหลือง” ราชาเรียกราชสีห์บัณฑร
ราชสีห์บัณฑรรีบพยุงร่างพี่ชายพิงไว้ข้างประตูไม่ให้ราชาราชสีห์เห็น
“ ไม่มีอะไร ข้าพาท่านหมอเทียนมารักษาท่านพ่อ “ เสร็จแล้วพาเทียนเข้าไปแล้วปล่อยให้ พี่ชายใหญ่ของเขานอนสลบอยู่ข้างประตูต่อไป แล้วบอกทหารยามว่าห้ามปลุก
“ หมอเทียน ข้าไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน นี่ท่านเป็นมนุษย์หรอกหรือ” ราชาราชสีห์เห็นเทียนก็ตกใจ ที่หมอเป็นมนุษย์เข้ามาได้ยังไง
“ ใช่แล้ว ข้าเป็นศิษย์ ท่านเทพโอสถจากแดนเทพ” เทียนบอกสรรพคุณไว้ก่อน
“ ฮ้า จริงหรือ ข้าเคยได้ยินท่านเทพโอสถ จากแดนเทพ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้เจอกับศิษย์ของท่าน เชิญ เชิญ ท่านหมอนั่งลง เจ้าเหลืองรีบชงชาเร็ว” พอได้ยินชื่อของอาจารย์นี่ ราชาราชสีห์นี่เสียงเปลี่ยนเชียวนะ
“ ข้าขอทราบอาการของท่านก่อน เวลานี้ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง” เทียนเริ่มจับที่ชีพจรแล้วชวนคุยไปด้วย
“ ข้าคงจะใกล้หมดอายุขัยแล้ว ตอนนี้ทำอะไรก็ไม่มีแรง พลังในร่างก็ค่อยลดลง ตอนนี้แค่จะลุกออกจากเตียงก็แทบจะไม่ไหวแล้ว” ราชาราชสีห์เล่าสภาพตัวเองด้วยความหดหู่
“ ข้าขอทราบประวัติของท่านราชสีห์ด้วยครับ ท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับพระเถระโสภณกับพระอุตระ อย่างไรหรือครับ “ เทียนถามรายละเอียด
“ ฮ้า นี่เจ้ารู้จักท่านทั้งสองด้วยหรือ” ราชาราชสีห์กล่าวด้วยความตกใจ
“ ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอกครับ แต่ข้าเคยสัมผัสพลังของท่านทั้งสองมาแล้ว ดังนั้นพอข้าสัมผัสตัวท่านถึงเกิดความรู้สึกว่าในตัวของท่านมีพลังของทั้งสองท่านอยู่ในร่างกายอยู่” เทียนกล่าวความจริง
“ นับว่าเจ้าไม่ธรรมดาจริงๆ สมแล้วที่เป็นศิษย์ท่านเทพโอสถ ถูกต้องแล้วอันตัวข้านั้นกำเนิดจากท่านทั้งสองคนเป็นคนสร้างข้าขึ้นมาจาก เขี้ยวของเทพนรสิงห์
เมื่อราว สองพันกว่าปีก่อน ท่านพระเถระทั้งสองได้มาดินแดนแถบนี้ ท่านได้เห็นยักษ์เที่ยวจับมนุษย์มากินเป็นอาหาร ท่านก็เลยนำเขี้ยวของเทพนรสิงห์ ออกมาปลุกเสก แล้วสร้างร่างกายให้ข้าขึ้นมา แล้วสั่งให้ข้าคอยจัดการกับยักษ์ที่จับกินชาวบ้าน แถบนี้ ข้าอยู่ที่บริเวณนี้ช่วยเหลือปราบยักษ์จนหมด หลังจากนั้นข้าก็ได้บำเพ็ญเพียรอยู่บนยอดเขาแห่งนี้ไม่ไปไหน คอยเฝ้าช่วยเหลือผู้คนแถบนี้ตามที่ท่านพระเถระทั้งสองสั่งอย่างเคร่งครัด ผ่านไปราว1พันปีข้าได้พบกับท่านเทพองค์หนึ่ง ท่านเห็นแก่ความดีที่ข้าทำไว้ ท่านเลยสร้าง มิติแห่งนี้ให้ข้าอยู่ แล้วประทาน
ภรรยาที่เป็นมนุษย์ให้ข้า 1 คนทำให้ข้ามีลูกอยู่ 4 คน แล้วหลังจากนั้นท่านก็พามนุษย์มาให้ข้าปกครองดูแลอีก 3-4 ร้อยคน จนผ่านไปอีกพันปี เวลานี้บ้านเมืองข้ามีคนอาศัยอยู่เกือบ สี่พันคนแล้ว จนมาวันนี้แหละที่ข้าไร้พลัง ขึ้นมา คงจะใกล้หมดอายุขัยของข้าแล้ว “ ราชาราชสีห์เล่าประวัติโดยไม่มีปิดบัง
“ ท่านราชาราชสีห์ ท่านไม่ได้หมดอายุขัยหรอก ปกติในบรรดาสัตว์เทพทั้งหลายที่ข้ารู้จักล้วนมีพลังขั้นมหาเทพระดับสูงนั้นมีอายุอย่างน้อย 3 พันปีขึ้น ไม่ใช่แค่ 2 พันกว่าปีก็หมดอายุขัย แต่สิ่งที่ท่าบอกท่านไม่มีแรง อ่อนแรง พลังลดถอยลงนั้น
มันเป็นพลังของพระเถระทั้งสองที่ใส่มาในตัวท่านต่างหาก ดังนั้นท่านต้องปล่อยพลังของท่านทั้งสองออกไป แล้วใช้พลังในตัวของท่านมาแทนที่ แล้วทุกสิ่งก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ไม่แน่ท่านอาจจะมีพลังเพิ่มมากกว่าเก่าก็เป็นได้
เพราะเขี้ยวท่านเทพนรสิงห์ นั้นเป็นเขี้ยวของพระเจ้า ดังนั้นพลังที่ดึงออกมาจะน้อยกว่าพลังมหาเทพธรรมดาได้อย่างไร “ เทียนอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด
“ แล้วต้องอย่างไรบ้าง” ราชาราชสีห์เริ่มมองเห็นความหวัง ราชสีห์บัณฑร ก็รู้ตื่นเต้นตามไปด้วย
“ ขั้นตอนแรกข้าจะใช้ไข่มุกดูดพลังของพระเถระทั้งสองออกมา80เปอร์เซนต์ก่อน
แล้วหลังจากนั้น ข้าจะช่วยท่านฟื้นฟู พลังของเขี้ยวนรสิงห์ พอท่านเริ่มฟี้นฟูได้50เปอร์เซนต์ ท่านก็ปล่อยพลังของพระเถระทั้งสองออกมาในไข่มุกให้หมด จากนั้นท่านจะเหลือแต่พลังของท่าน แล้วข้าจะช่วยฟื้นฟูพลังให้ท่านจนครบร้อยเปอร์เซนต์”
ท่านพร้อมหรือยัง ราชาราชสีห์พยักหน้า
เทียนเริ่มเอาไข่มุกดูดพลังออกจากราชาราชสีห์ทันที ไข่มุกเริ่มดูดจนได้80%
ร่างกายท่านราชาราชสีห์เริ่มซูบผอมลง แล้วหลังจากนั้นเทียนก็ใช้พลังเทพบริสุทธ์เพื่อฟื้นฟูร่างกายของราชาราชสีห์ จนในที่สุดก็ร่างกายก็กลับมาแข็งแรงมากขึ้นพอมีพลังได้ 50% ราชาราชสีห์ก็ผลักดันพลังของพระเถระทั้งสองออกมาจากร่างกายเข้าสู่ไข่มุกดูดวิญญาน หลังจากผลักดันจนหมดแล้ว พลังของเขี้ยวราชสีห์ก็เพิ่มพลังไปจนขีดสุดของร่างกายจนผลักดัน ระดับขั้นพลังจนไปถึง ระดับพลังมหาเทพเจ้าขั้นต้นจนได้ ครืน ครืน! เสียงฟ้าคำรามต้อนรับพลังของเทพเจ้าองค์ใหม่เกิดขึ้นแล้ว ท่านมหาเทพเจ้านรสิงห์
“ ข้าต้องขอบใจเจ้ามาก หากไม่ได้เจ้า ข้าเองคงไม่รอดแน่ ท่านหมอเทียน ท่านอยากได้อะไรจากอาณาจักของข้า ท่านก็บอกมา ไม่ว่าอะไรข้าจะให้ท่านเอง” ท่านราชาราชสีห์ ตอนนี้กลายเป็น มหาเทพเจ้าไปแล้ว อีกทั้งอายุขัยก็เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เวลานี้รู้สึกยินดีกับชีวิตตนเองเป็นอย่างยิ่ง
“ ข้าไม่ต้องการสิ่งใด ข้าเป็นหมอ นี่คือหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว” เทียนรู้สึกยินดีที่สามารถช่วยชิวิตของราชาราชสีห์ได้
“ ไม่ได้ ยังไงข้าต้องตอบแทนท่าน ถ้าอย่างนั้น ท่านหมอรับสิ่งนี้ไป “ ราชาราชสีห์ให้กล่องใส่ของมาชิ้นหนึ่ง เทียนเปิดดูทันที เป็น เล็บอันหนึ่ง เทียนสงสัยในใจแต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
“ ฮ่า ฮ่า ท่านอย่างเพิ่งหัวเราะเยาะข้า นี่คือ กรงเล็บที่เคยใช้สังหารยักษ์ตนหนึ่ง
ท่านหมอเทียนเดินทางไปหลายชั้นโลก หลายมิติ ท่านอาจจะเจอปัญหาหรือศัตรูที่ยากที่จะจัดการ เล็บอันนี้จะเป็นสิ่งที่ท่านอาจคิดจะใช้เป็นสิ่งสุดท้าย
เมื่อตอนที่ข้าได้เป็นร่างอวตารครั้งแรก ข้าต้องต่อสู้กับยักษ์ตนหนึ่ง ซึ่งได้รับพรจาก ท่านพระพรหมผู้สร้างโลก มาสี่ข้อนั่นคือ
หนึ่ง มันจะไม่ตายด้วยมนุษย์ เทพ และ สัตว์
สอง มันจะไม่ตายตอนกลางวันและตอนกลางคืน
สาม มันจะไม่ตายทั้งในบ้าน และ นอกบ้าน
สี่ มันจะไม่ตายด้วยอาวุธ และ มือเปล่า
นั่นคือภารกิจแรกของข้า “ ท่านราชาหวนรำลึกถึงความหลังครั้งยังเป็นร่างอวตารครั้งแรก
“ แล้วจะกำจัดมันได้อย่างไร เล่นขอพรซะ ครอบคลุมขนาดนี้” เทียนเริ่มคิดหาวิธีกำจัดอยู่เช่นกัน แต่ยังนึกไม่ออกจริงๆ
“ข้อแรกนั้นไม่ยาก เพราะตัวข้านั้นไม่ใช่ทั้งมนุษย์ เทพ หรือว่าสัตว์
ข้อสองนั้น ข้าต้องรอเวลาตอนยามเย็น เวลาโพล้เพล้ กลางวันก็ไม่ใช่กลางคืนก็ไม่เชิง
ข้อสามนั้น ข้าต้องพยายามไล่ล่า หลอกล่อมันให้อยู่ระหว่างประตูบ้าน ไม่ในหรือนอกบ้าน แล้วล๊อคมันไว้ตรงนั้น
ข้อสี่นั้นง่ายมาก ข้าไม่ใช้อาวุธ ไม่ใช้มือเปล่า แต่ว่าข้าใช้เล็บที่ให้เจ้าไปนั้นแหละสังหารมัน “
“อ้อ เป็นเช่นนี้เอง แล้วข้าจะใช้มันได้อย่างไร” เทียนสงสัย
“ เจ้าแค่เพียงนำมันมาวางที่ฝ่ามือ แล้วปล่อยพลังเข้าไป ร่างของเจ้าจะกลายเป็นเทพนรสิงห์ สามารถใช้พลังของข้าได้ และยังปราบปีศาจที่เจ้าเล่ห์แสนกลทั้งหลายได้ด้วย” ราชาราชสีห์กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“ ของดีจริง ข้าขอรับไว้ ขอบคุณครับ” เทียนรีบคำนับให้ท่านราชาราชสีห์ทันที
“ ทหารจับมัน จับมัน มีคนทำร้ายข้า รีบจับมันเดี๋ยวนี้ “ เสียงจากองค์ชายใหญ่ที่เพิ่งตื่นจากที่โดนเข่าของเทียนจนสลบไป
“ พี่ใหญ่ ตายละลืมไปเลย” ราชสีห์บัณฑรตกใจที่พี่ชายตื่นเสียแล้ว
“ ชายใหญ่มันเป็นอะไร ร่ำร้องอยู่ได้ ใครไปทำอะไรมัน” ราชาราชสีห์ถามด้วยความสงสัย
“ นี่ไงมันอยู่นี่ ทหารจับมันเลย เสด็จพ่อไม่ต้องห่วงลูกจะจัดการมันเอง ลูกไม่ปล่อยให้มันมารบกวนเสด็จพ่ออย่างแน่นอน” องค์ชายใหญ่ยังพูดเจื้อยแจ้วจนลืมไปว่าเสด็จพ่อของเขาตอนนี้แข็งแรงจนกลายเป็นเทพเจ้าไปแล้ว
ราชาราชสีห์ยังงงกับพฤติกรรมของชายใหญ่ ทั้งยังเรียกทหารมากันเต็มไปหมด
“ หยุด นี่ชายใหญ่เจ้าจะบ้าแล้วหรือ นี่ท่านหมอเทียนผู้มีบุญคุณของพ่อ แล้วนี่เจ้าจะทำอะไร จะทำร้ายเขาหรือ ทหารเอาชายใหญ่ไปขังคุก สำนึกได้แล้วค่อยปล่อยออกมา” ราชาราชสีห์โมโหกับการกระทำของลูกชายตัวเอง
“ ท่านพ่อ ท่านหายดีแล้วหรือนี่โอ้ เป็นไปได้ยังไงกันนี่” องค์ชายกำลังส่งสัยก็มีทหารมาช่วยพยุงไปสงบสติอารมณ์ในห้องขังเป็นการชั่วคราว
“ ท่านราชาราชสีห์ ท่านปล่อยเขาเถอะ เขาแค่เป็นห่วงท่านเท่านั้นไม่มีอะไรมากหรอกอย่าถึงต้องขังกันเลย” เทียนพูดด้วยรอยยิ้ม
“ ไม่ได้ลูกคนนี้ต้องได้รับบทเรียนซะบ้าง” ราชาราชสีห์ยังโมโหไม่หาย เทียนได้แต่ยิ้มส่ายหัว แล้วขอตัวลากลับไป บ้านเสียที........