เสี่ยวเป่า ลูกรักสวรรค์พลิกชะตา

    หยาดเหงื่อท่ามกลางลมหนาว และเงาที่คลาดคลา

    ​เวลาที่ผ่านไปแต่ละวันในคฤหาสน์ตระกูลหลิน สำหรับ หลินซูหว่าน แล้ว มันไม่ใช่การอยู่อาศัย แต่คือการเอาชีวิตรอด
    ​ทุกสิ้นเดือน หลินเจิ้ง จะสั่งให้เลขาฯ จัดสรรเงินค่าเลี้ยงดูจำนวนหนึ่งให้ซูหว่านและเสี่ยวเป่า ซึ่งแม้จะไม่มากแต่ก็เพียงพอให้สองแม่ลูกได้กินอิ่มและซื้อเสื้อผ้ากันหนาว ทว่าเงินจำนวนนั้นไม่เคยตกถึงมือซูหว่านอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
    ​"นี่คือส่วนของแกเดือนนี้" แม่เลี้ยงเฉิน โยนซองเงินบางๆ ที่มีธนบัตรเพียงไม่กี่ใบลงบนพื้นหน้าห้องเก็บของ "ที่เหลือฉันหักค่าทำของเสียหายที่แกซักผ้าไม่สะอาด และค่าซ่อมแซมห้องที่พวกแกอาศัยอยู่"
    ​"แต่นี่มันไม่ถึงหนึ่งในสิบของที่พ่อให้เลยนะคะคุณแม่เลี้ยง! เสี่ยวเป่าต้องกินนม เธอต้องเข้าเรียน..." ซูหว่านพยายามแย้งด้วยเสียงที่สั่นเครือ
    ​"เรียนเหรอ? ลูกไม่มีพ่ออย่างอีเด็กนี่น่ะเหรอจะเรียน! แค่มีข้าวกินก็บุญหัวแล้ว!" หลินอวี่ ที่ยืนปัดเล็บอยู่ข้างๆ เสริมขึ้นด้วยแววตาสะใจ "ถ้าอยากได้เงินเพิ่ม ก็ไสหัวออกไปหาเองข้างนอกสิ อย่ามาเกาะตระกูลหลินกินไปวันๆ"

    ​ศักดิ์ศรีของแม่ในตลาดที่วุ่นวาย

    ​ซูหว่านไม่มีทางเลือก เธอไม่อาจปล่อยให้เสี่ยวเป่าต้องอดมื้อกินมื้อ เธอจึงต้องแอบพาเสี่ยวเป่าออกไปทำงานรับจ้างข้างนอกในตอนกลางวันที่คนในบ้านไม่อยู่
    ​ที่ตลาดสดท้ายเมืองที่พลุกพล่านและเต็มไปด้วยกลิ่นคาว ซูหว่านรับจ้างแบกหามและล้างจานในร้านบะหมี่เล็กๆ มือที่เคยเรียบเนียนบัดนี้หยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน เสี่ยวเป่าน้อยวัย 5 ขวบ นั่งยองๆ อยู่บนลังไม้เก่าๆ คอยช่วยแม่เก็บจานเล็กๆ น้อยๆ และใช้ผ้าผืนบางเช็ดเหงื่อให้แม่
    ​"แม่จ๋า เสี่ยวเป่าไม่หิวหรอกจ้ะ แม่กินซาลาเปานี่เถอะนะ" หนูน้อยยื่นซาลาเปาครึ่งลูกที่แม่แบ่งให้คืนให้ซูหว่าน ทั้งที่ท้องน้อยๆ ของเธอส่งเสียงร้องประท้วง
    ​ซูหว่านน้ำตาคลอ เธอโอบกอดลูกสาวไว้ "แม่สัญญา... สักวันเราจะออกไปจากขุมนรกนั่นให้ได้"
    ​ในตอนนั้นเอง เสี่ยวเป่าเหลือบไปเห็นแม่ค้าร้านขายผลไม้กำลังจะทำตะกร้าส้มใบใหญ่หล่นทับเท้าตัวเอง หนูน้อยนึกในใจเบาๆ 'ขอให้ตะกร้านั้นลอยกลับไปวางที่เดิมดีๆ เถอะ' พลันตะกร้าส้มก็หยุดชะงักกลางอากาศก่อนจะวางลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล แม่ค้าคนนั้นรีบหันมาขอบคุณและยื่นส้มลูกใหญ่ให้เสี่ยวเป่าหนึ่งลูกด้วยความเอ็นดู
    ​"แม่จ๋า ดูสิ! ๼๥๱๱๦์ให้ส้มเรามาด้วยแหละ" เสี่ยวเป่ายิ้มร่า พลังของเธอยังคงทำงานอย่างเงียบเชียบเพื่อประทังชีวิตของพวกเธอ

    ​เงาของประธานมู่ และจังหวะที่คลาดเคลื่อน

    ​ในวันเดียวกันนั้นเอง ณ ถนนสายหลักที่ตัดผ่านหน้าตลาด รถยนต์โรลส์-รอยซ์ สีดำสนิทคันหนึ่งแล่นผ่านอย่างช้าๆ ภายในรถคือ มู่เฉิง ประธานหนุ่มที่บัดนี้ดูสุขุมและเ๾็๲๰ากว่าเมื่อ 5 ปีก่อนมากนัก
    ​เขากำลังเดินทางไปดูทำเลที่ดินเพื่อขยายโครงการศูนย์การค้าแห่งใหม่ ซึ่งที่ดินผืนนั้นอยู่ติดกับเขตของตระกูลหลิน
    ​"หยุดรถ" มู่เฉิงสั่งเสียงเรียบ สายตาของเขาเหลือบไปเห็นร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงคนหนึ่งที่เดินจูงมือผู้หญิงท่าทางอ่อนแรงข้ามถนนไปฝั่งตลาด
    ​หัวใจของมู่เฉิงกระตุกวูบอย่างประหลาด แรงดึงดูดบางอย่างทำให้เขาเปิดประตูรถลงมาโดยไม่สนคำท้วงของเลขาฉิน เขาเดินตามเข้าไปในตลาดที่วุ่นวาย สายตาคมกริบกวาดหาแผ่นหลังของหญิงสาวที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด... แผ่นหลังที่เขาเฝ้าฝันถึงมาตลอด 5 ปี
    ​"ท่านประธานครับ! จะไปไหนครับ ทางนั้นคนเยอะมาก!" เลขาฉินวิ่งตามมา
    ​มู่เฉิงไม่ฟัง เขาเบียดตัวผ่านฝูงชนไปจนถึงหน้าทางเข้าตลาด เขาเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังหัวเราะร่าเริงอยู่ไกลๆ ใบหน้าด้านข้างของเด็กคนนั้นทำให้เขาหยุดหายใจ... 'ทำไมถึงหน้าตาเหมือนเราขนาดนี้?'
    ​แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวไปถึง ทันใดนั้นก็เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเมื่อรถบรรทุกสินค้าเสียหลักพุ่งเข้ามาขวางทางเดินพอดี ผู้คนต่างวิ่งหนีกันอลหม่าน ฝุ่นควันคลุ้งไปทั่วบริเวณ
    ​มู่เฉิงรีบปัดฝุ่นและแหวกทางออกไป แต่วันนั้น... เสี่ยวเป่า ที่รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่คุ้นเคยและอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก กลับถูกแม่ของเธอจูงมือรีบวิ่งออกไปอีกทาง เพราะซูหว่านกลัวว่าคนของตระกูลหลินจะมาเห็นเข้า
    ​"แม่จ๋า... เสี่ยวเป่าเห็นคุณลุงคนหนึ่งมองมาที่พวกเราด้วยล่ะ" หนูน้อยพูดขณะหอบหายใจ
    ​"ไม่มีอะไรหรอกลูก รีบกลับกันเถอะ เดี๋ยวคุณแม่เลี้ยงจะสงสัย"
    ​มู่เฉิงยืนอยู่กลางตลาดที่ว่างเปล่า รอยเท้าของสองแม่ลูกถูกกลบด้วยฝุ่นผง เขาหยิบเครื่องรางชิ้นหนึ่งที่เก็บได้จากพื้นขึ้นมา—มันคือปิ่นปักผมไม้ราคาถูกที่ซูหว่านทำตกไว้
    ​เขากำปิ่นนั้นแน่น ความรู้สึกโหยหาที่อธิบายไม่ได้พุ่งพล่านในอก "เลขาฉิน... สืบหาให้ทั่วตลาดนี้ ผู้หญิงที่พาเด็กผู้หญิงมาที่นี่เมื่อครู่คือใคร"
    ​เขายังไม่รู้... ว่าเขาเกือบจะได้พบกับ "แก้วตาดวงใจ" และ "ผู้หญิงในความทรงจำ" แล้ว แต่กำแพงแห่งความเข้าใจผิดและความกลัวของซูหว่านยังคงกั้นขวางพวกเขาไว้ และที่สำคัญ... หนูน้อยเสี่ยวเป่าเริ่ม "จำ" กลิ่นอายของพ่อได้แล้วในครั้งนี้!