ตอนที่ 4 - ความบังเอิญเพียง 1 %
ตอนที่ 4 - ความบังเอิญเพียง 1 %...เสียงเหมือนมีใครบางคนทะเลาะกันอยู่."เฮ้ย ! ทำอะไรกันหนะ ?" เราตะโกนไปแบบใจดีสู้เสือ.เพี๊ยะ !! โคร่ม !!!.."มินอา !" พอเข้าไปใกล้เสียงกลับเป็นมินอาที่โดนรุมอยู่ ซอลมีรีบเข้าไปหามินอาที่โดนตบหน้าหันนั่งกองอยู่กับพื้น."นี่พวกเธอทำอะไร ทำไมต้องถึงขนาดลงไม้ลงมือกันด้วย?แบบนี้มันรุมกันนี่หว่า"."แกเป็นใคร อย่ามายุ่งหน่อยเลยหน่า"เสียงเด็กหัวโจก หน้าตาดูร้าย เหมือนจะเป็นหัวหน้าแก๊ง ถามเราแบบกวนๆ ."ฉันน่ะเหรอ ก็แค่คนที่อยู่ในท็อป 10 อีกคนยังไงเล่า และก็เป็นหัวหน้าห้อง 1 ด้วย พวกเธอมาทำอะไรเพื่อนชั้นมิทราบ"."อยู่กันคนละห้องมาอย่ามาแส่หาเรื่องเลยหนะ หลบไป"อีเจ๊หัวโจกดูจะไม่ยอมง่ายๆ .หนอยๆ !!! ไม่รู้ซะแล้วว่าชั้นนั้นก็สู้คน ไม่เคยยอมใครนะเฟ่ย ! ! ! ..ซอลมีพยายามนึกท่าสู้ ที่เคยดูในกังฟูแพนด้ามาใช้ "กว่าชีวิตจะผ่านมาถึงตอนนี้ ชั้นก็ดูมาสามภาคแล้วนะเฟ่ย อย่าคิดว่าจะหมู ย๊ากกกกก".แต่....."ด่ะๆ ... เดี่ยว ... เดี๋ยววววววโธ่วโว้ย... ไอ้พวกเกรียนสมองทึบ".ซอลมีพยายามสู้เต็มที่ แต่โดนแก๊งสามเจ๊รุมจับล็อกมือ แล้วผลักเข้าไปกองรวมกับ มินอา ..ปั้ง ! เสียงปิดประตูดังสนั่นหวั่นไหว ต่อด้วยเสียงล็อกกลอนอย่างไว."อยู่กันในนั้นมืดๆ ไปก่อนละกัน คิดได้เมื่อไหร่แล้วบอกนะ ฮ่าๆ" เสียงอีเจ๊หัวโจกกับพวกพ้องตะโกนรอดประตูเข้ามา เยาะเย้ย.แล้วสองคนก็โดนขังอยู่ในห้องในสุดของห้องสมุด.."ไม่ต้องห่วงหรอกมินอา มุกตื้นๆ อย่างกับการ์ตูนตาหวานแค่นี้จะไปกลัวอะไร เรามีมือถือ..." .ซอลมีตกใจทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ !."แย่ละมือถือวางไว้บนโต๊ะนี่หว่า !!! แล้วมือถือเธอล่ะ"เราหันไปมองมินอาด้วยความหวังสุดท้าย."ของเราเมื่อกี้โดนกระแทกดับ ยังเปิดเครื่องไม่ติดเลย"มินอาพูดพร้อมดูมือถือหน้าจอแตกของตัวเอง."อืมมม เอางี้ใจเย็นไม่มีใครตายเพราะโดนขังอยู่ในห้องสมุดหรอกหน่า ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องมีเจ้าหน้าที่มาเปิด"เราพยายามปลอดใจมินอา แต่ก็ทำใจดีสู้เสือปลอบใจตัวเองด้วยนิดหน่อย ."แต่วันนี้เป็นวันศุกร์นะ ! กว่าลุงเจ้าหน้าที่จะมาเปิดห้องอีกทีก็วันจันทร์"มินอาตอบมาเสียงสั่นๆ ."โอ้วววววว ม่ายนะ นี่ฉันจะต้องโดนขังถึง 3 วัน 2 คืนจริง ๆ หรือเนี่ย !".ปึ้งๆๆ ! ! ! ซอลมีเริ่มทุบประตู โวยวาย ! .."ตั้งสติสิ คิดสิคิด โอ้ยยยยยคิดไม่ออกกกกกถ้าปวดฉี่จะทำยังไง ฉี่ยังไม่เท่าไหร่ แล้วถ้าปวดอึล่ะ แง๊งงงงงงง"."พอคุณลุงมาเปิดประตูวันจันทร์ กลิ่นอึก็จะโชยออกไปที่หน้าประตู ทุกคนต้องโผล่เข้ามาอย่างล้นหลาม ทีนี้ต้องมีคลิปพวกเราสองคน สองสาวจอมอึแห่งห้องสมุดแน่เลย ม่ายยยยนะ ม่ายยยย....................... ย".ซอลมีเริ่มคร่ำครวนสติหลุดในสิ่งที่ยังไม่เกิด..ซอลมีๆ ใจเย็นๆมินอาเขย่าไหล่ซอลมีที่เหมือนสติหลุดไปซะละ~.ซอลมี ! โป๊กกกก ! มินอาเอาหัวกระแทกหน้าผากเข้าอย่างจัง เพราะเห็นซอลมีไม่ได้สติซักที .ติ๋ง ! ติ๋ง ! ... ."เฮ้ยเลือด ! เลือด !"..เลือดมาปัญญาเกิด ซอลมีเอามือเช็ดเลือดกำเดาตัวเอง ในตาดูได้สติเหมือนตื่นรู้ฉับพลัน ก็เริ่มลุกไปสำรวจทางหนีทันที."มีหน้าต่างตรงนั้นหนิ ไหนลองปีนดูซิ ข้างล่างสูงกี่... ชั้น...โอ้วโน่ว สูงขนาดนีปีนลงไปไม่ไดัแน่ๆ งั้นเอาไงดี เฮ้ย ! มีคนเล่นบาสอยู่สนามโน้นไกลๆ".ซอลมีและมินอา พยายามตะโกนโหวกเหวกจนเสียงแหบเสียงแห้ง แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะสนามบาสอยู่ไกลเกินไป และเวลานี้เป็นช่วงเย็น คนก็ทยอยกลับบ้านกันเกือบหมดละ."ขอพักสักแป๊บนะเธอ เสียงฉันไม่ไหวละ"ทั้งคู่นั่งหันหลังให้หน้าต่าง พิงกำแพงกะว่าขอพักเหนื่อยสักหน่อย."ขอโทษนะซอลมี" มินอาเอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิด."บ้าหน่าไม่ได้ความผิดของเธอซักหน่อย มันความผิดของอีเจ๊พวกนั้นต่างหาก ถ้าจำไม่ผิดพวกเขาเป็นรุ่นพี่เราหนิ แต่โดนเรียนซ้ำชั้นใช่ไหม?".อืม... เราก็ไม่แน่ใจว่าโดนซ้ำชั้นเรื่องอะไรนะ.โอ้ยจะมีเรื่องอะไร รายงานยังไม่ทำเองเลย จะเอาที่ไหนไปเรียนต่อ แล้วดูใส่เสื้อซ้อนเสื้อยื้ดข้างใน แต่ปลดกระดุมเสื้อนักเรียนข้างนอก ใครมันเป็นคนคิดเทรนนี้วะ เสี่ยวชิบ ! ."ฉันว่านะเทรนนี้น่าจะมีที่มา เขาอาจจะอ้วนขึ้นจนติดกระดุมไม่ได้ก็ได้นะ เลยใส่ทับเสื้อยื้ดแล้วปลดกระดุมเอา" มินอาตอบแบบวิเคราะห์เหตุผลหน้าตาจริงจัง .อุ๊บ ! ~ ฮ่าๆๆ เกือบสำลักน้ำลายแหนะ มินอา เธอนี่ก็ช่างตอบสมกับเป็นเด็กเนิ๊ตเนอะ ก็คิดได้ ! .อ่าวจริง ! นี่เราคิดว่าเขามีปัญหาเรื่องติดกระดุมไม่ได้มาตลอดเลยนะ ."อ่อ แล้วพวกที่ไม่ใส่เสื้อเข้าในกระโปรง คือพวกที่อ้วนจนยัดเสื้อเข้ากระโปรงไม่ลงใช่ไหม?"."ใช่เลย เธอเริ่มคิดเหมือนกันแล้วใช่มะ"มินอาพูดพร้อมขยับแว่น ทำหน้ามีเล่ห์เหลี่ยม ◇. "ฮ่าๆๆ ฉันล่ะยอมเธอจริงๆ เอาหน่าคิดแง่นี้ก็ดีเหมือนกัน การมองโลกของฉันต่อพวกเขา คงเปลี่ยนไปตลอดกาล"..ทั้งคู่คุยกันอย่างสนุกสนานซักพัก พอหายเหนื่อยก็ลุกขึ้นหาทางออกอีกรอบ .."มาจ้า ซอลมีกลับมาแล้น พร้อมเอนเนอจี้เต็มหลอด ฮึดขึ้นสู้กันอีกรอบซะหน่อยจะเป็นไร พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน ต้องมีใครซักคนเห็นบ้างล่ะ"."ไหนดูซิว่าพวกเรามีอะไรในตัวกันบ้าง ฉันก็ไม่ค่อยชอบพกอะไรซะด้วย ในห้องนี้ก็มีแต่หนังสือ กับสมุด จะทำยังไงดีน้อ" ."ซอลมี ! ฉันมีไอนี่ล่ะแต่ไม่รู้จะเวิกไหม"มินอาหยิบกระจกอันเล็กจิ๋วที่พกในกระเป๋ากระโปรงขึ้นมาให้ ."เฮ้ย ! เก๋... ไหนลองๆ วิชาลูกเสือเนตรนารีขั้นพื้นฐาน"พวกเราพยายามหามุมกระจก มาสะท้อนแสงตอนเย็นที่เหลืออยู่น้อยนิด ."ตรงนี้แดดไม่แรงเลยแฮะ พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินเต็มที่ละ ไหนลองเขยิบไปอีกฝั่ง เออตรงนี้ได้ละๆ".แสงแดดสะท้อนไปโดนหน้าคนที่กำลังวิ่งอยู่พอดี ."ช่วยด้วย ! พวกเราติดอยู่บนนี้ ! ช่วยบอกลุงหน้าตึกให้เอากุญแจมาเปิดให้ที" ทั้งคู่พยายามตะโกนบอกอย่างสุดเสียงอีกครั้ง แต่นี่คงเป็นความหวังสุดท้าย เพราะระยะห่างค่อนข้างไกล ไม่แน่ใจว่าเขาจะเข้าใจไหม ."นายนั่นหล่ะได้ยินมั้ย ทางนี้ๆๆ เสียงจะไม่มีแล้ววว".แล้วแสงสุดท้ายก็หมดลง."เฮ้ออออ เขาจะได้ยินไหมนะ เหมือนจะเดินมาทางตึกเรา แต่ถ้านานกว่านี้เขาคงแค่เดินผ่านไปล่ะมั้ง" ซอลมีคิดไปปลงไป."เอาหน่า นอนค้างที่นี่ซัก 2 คืนจะเป็นไรไป อย่างน้อยสุดก็มีเพื่อนไว้เล่าเรื่องผี เฮ้ย ! เล่าเรื่องสนุกก่อนนอนละกันหน่า" มินอาหยอกกลับ."เออนั่นสินะ น้อยสุดก็ไม่ได้อยู่คนเดียวเนอะ"เราดีใจที่มินอาดูสดใสขึ้นละ..กึกกักๆ ."เอะมีเสียงดังมาจากประตู ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว บรรยากาศรำไร.หรือว่าผี ! มาเร็วกว่าแสง?" .ทั้งสองสาวทำหน้าเลิกลั่ก กอดกันขนลุกเกรียว แต่พอซอลมีตั้งสติได้ ก็คิดว่าไม่น่าใช่.บ้าสิเธอ คุณลุงต้องมาเปิดประตูให้แน่เลยซอลมีรีบพุ่งตัวไปที่ประตูด้วยความดีใจ มีมินอาวิ่งตามไปติดๆ .ขอบคุณนะคะคุณลุง พวกหนูจะไม่ลืมพระคุณลุงเล....ยังไม่ทันพูดจบ ด้วยความที่รีบร้อน บวกกับดีใจม้ากมากซอลมีจึงสะดุด พร้อมกับจังหวะประตูเปิดออก ภาพที่เห็นแวปแรก ซอลมีนึกว่าจะเป็นคุณลุงเฝ้าตึกข้างล่าง .แต่กับเป็น... เฮ้ย??? !!! .....โปรติดตามตอนต่อไป >>..........☆ จากใจผู้เขียน ☆ อ่ะแฮ่มๆ คิดว่าจะเป็นใครกันน้อออ โหวดมาๆ และถ้าอยากเม้ามอยหอยสังข์ ก็มาเม้นไว้รัวๆ เลยน้า เห็นแล้วจะมารีบตอบอย่างไวจ้า ♡ @เดวิลมิกกี้