สองพี่น้องพากันเดินตรงไปยังเรือนกระจกที่อยู่ข้างบ้าน ซึ่งคุณอดิศร พ่อของเขาสร้างเอาไว้เพาะพันธุ์ไม้ที่้า และต้นบุญเองก็ชอบที่จะเข้ามาอยู่ดูการเติบโตของไม้ใบไม้ดอกหายากในนี้ ชายหนุ่มเข้ามาจัดหมวดหมู่ของต้นไม้แบ่งออกเป็กลุ่ม ๆ จำพวกว่านก็กลุ่มหนึ่ง กล้วยไม้ก็กลุ่มหนึ่ง กระบองเพชรก็กลุ่มหนึ่ง และยังมีพันธุ์ไม้ใบต่าง ๆ อีกมาก
“ไอ้เล็ก อยู่ไหนวะ ไอ้เล็ก..ไอ้เล็ก” ต้นน้ำส่งเสียงเรียกน้องชายั้แ่มายังไม่เข้ามาในเรือนกระจก
“อยู่นี่ครับพี่รอง เสียงมาก่อนตัวเลย มีอะไรหรือเปล่าครับพี่” ต้นบุญส่งเสียงตอบกลับพี่ชายคนรอง ในขณะที่ยังยกกระถางต้นไม้ย้ายที่อยู่
“มีสิ ก็แกไปทำอะไรไว้ล่ะ แล้วแถมไม่ยอมรับโทรศัพท์แม่อีกนะ แม่โทรหาแกไม่ติดก็เลยโทรมาปลุกฉันแต่เช้าเลยเนี่ย” เป็ต้นกล้าที่ตอบกลับน้องชายคนเล็ก ที่ยังคงทำท่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ผมไปทำอะไรครับ?” ต้นบุญเงยหน้าจากต้นไม้ขึ้นมามองหน้าพี่ทั้งสองของตนด้วยความสงสัย ยังคงไม่เข้าใจว่าพูดถึงเื่อะไรอยู่
“แหม ไอ้เล็ก ไอ้เ้าบ่าวหมาด ๆ แกแต่งงานทั้งที ทำไมถึงไม่บอกใครมั่งวะ ต้องให้พวกฉันมารู้เองจากหน้าหนังสือพิมพ์เนี่ยนะ” ต้นน้ำพูดจบก็ส่งหนังสือพิมพ์ในมือให้กับน้องชาย
“ฮ้า!!! ถึงกับลงหนังสือพิมพ์เลยเหรอครับเนี่ย?” ต้นบุญอุทานเสียงหลงเมื่อได้ยินที่พี่ชายของตนพูด ถอดถุงมือมารับหนังสือพิมพ์มาเปิดอ่านหน้าที่พับเอาไว้
“เื่มันเป็ยังไงกันแน่ไอ้เล็ก ไหนเล่ามาซิ” ต้นกล้ากอดอกยืนรอฟังเื่ราวจากน้องชาย
“ก็เมื่อวานผมไปงานแต่งเฟิร์น แต่ว่าเ้าบ่าวของเขาเบี้ยว ไม่มาเข้าพิธีครับ” ต้นบุญบอกพี่ชายทั้งสองคน
“แกก็เลยรับเป็เ้าบ่าวแก้ขัดให้เขาอย่างนั้นเหรอ?” ต้นน้ำต่อให้ อย่างพอจะเดาเื่ออก
“........” น้องชายคนเล็กพยักหน้ารับ หมดคำใด ๆ จะเอื้อนเอ่ย ไม่คิดว่าจะกลายเป็เื่ใหญ่ขนาดนี้ ทั้งที่เมื่อวานเขาเองก็ย้ำกับเพื่อนสาวแล้ว ว่าจะต้องไม่เป็ข่าว
“ไอ้เล็กเอ๊ย...แกนี่มันใจดีเกินไปละ ก่อนอื่นแกโทรไปอธิบายให้แม่กับพ่อฟังก่อนเลย ป่านนี้นั่งไม่ติด จนขับรถกลับกรุงเทพฯ แล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้” ต้นกล้าถึงกับส่ายหน้า บอกน้องชายในสิ่งที่ต้องทำเป็อันดับแรก
ต้นบุญหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงของตนขึ้นมา ปรากฏว่าแบตเตอร์รี่หมด
“แบตฯ หมดอ่ะพี่ ขอยืมโทรศัพท์หน่อยสิครับ” น้องชายคนเล็กเอ่ยเสียงอ่อย บอกพี่ทั้งสองคน และก็เป็ต้นกล้าที่จัดการวิดีโอคอลหาคุณทัศนีย์ แล้วส่งให้ต้นบุญพูด ราวกับ้าให้สารภาพบาป
“สวัสดีครั...” ต้นบุญเอ่ยทักแม่ของตนยังไม่ทันจบประโยค คุณทัศนีย์ก็เอ่ยถามเข้าเื่ด้วยความร้อนใจ
(ตาเล็ก มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็ข่าวอย่างนั้นได้ลูก)
“แฟนเฟิร์นเขาเบี้ยวงานแต่งครับแม่ เฟิร์นก็เลยมาขอให้เล็กช่วยเป็เ้าบ่าวให้ แบบว่าแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน เพราะตอนนั้นแขกมากันเต็มงานเลยครับ”
(โธ่เอ๊ย! ตาเล็ก แม่รู้ว่าแกทนเห็นเพื่อนเดือดร้อนไม่ได้ แต่ว่าเื่นี้แม่ว่ามันเกินไปหน่อยนะลูก ยิ่งกลายเป็ข่าวอย่างนี้ด้วย แกรู้หรือเปล่าว่าั้แ่เช้านี่ แม่ต้องรับสายคุณป้าคุณน้าของแกกี่สายแล้ว ที่โทรมาเพราะเื่นี้น่ะ)
“เล็กขอโทษครับแม่ ที่ทำให้แม่ต้องเดือดร้อนไปด้วย”
(แค่นี้มันไม่เท่าไหร่หรอกเล็ก แต่เล็กคิดบ้างหรือเปล่าลูก ว่ามันจะมีผลกับธุรกิจของเล็ก มีผลกับอนาคตของเล็กยังไงบ้าง?)
“ตอนนั้นเล็กสงสารเฟิร์น ก็เลยคิดแค่ว่าจะช่วย แต่ก็ไม่มีปัญหาอื่นหรอกครับแม่ เล็กไม่ได้มีใครที่ไหนให้ต้องไปเคลียร์นี่ครับ และก็ไม่ได้คิดจะมีอยู่แล้วด้วย ส่วนเื่ธุรกิจก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะส่วนใหญ่เล็กก็ดิวกับต่างประเทศ เขาไม่ได้มาสนใจหรอกครับ”
(ทางเราไม่มีปัญหา แล้วทางเขาล่ะ จะมีปัญหาหรือเปล่า)
“ไม่มีหรอกครับแม่ เฟิร์นบอกเองว่า จบงานก็จบเื่ครับ”
(มันไม่น่าจะง่ายอย่างนั้นนะ แม่อยากให้เล็กคิดเผื่อไว้ด้วย อย่ามองโลกในแง่ดีเกินไปนัก แม่ไม่อยากเห็นแกมาตายเพราะความใจดีของตัวเอง ใจดีช่วยเหลือคนอื่นได้ แต่อย่าให้กลับมาเดือดร้อนตัวเองนะลูก)
“ครับแม่ แม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ)
ระหว่างที่น้องชายคุยกับแม่อยู่นั้น พี่ชายทั้งสองคนก็หันมาถกกัน ว่าควรจะทำยังไงกับเื่ที่เกิดขึ้น
“เป็ข่าวไปทั่วอย่างนี้ จะเอายังไงดีวะไอ้รอง แกช่วยคิดหน่อยซิ ถนัดไม่ใช่หรือไง แก้ปัญหาเื่สาว ๆ เนี่ย” ต้นกล้าเอ่ยถามความคิดของต้นน้ำ
“หึหึ ใครบอกพี่ใหญ่กัน ผมถนัดแก้ผ้าสาว ๆ ต่างหาก ไม่ใช่แก้ปัญหา” ต้นน้ำยังคงหน้าเป็ ตอบกลับพี่ชายของตน อย่างไม่คิดจะเดือดร้อนอะไร ทว่าต้นกล้าไม่เล่นด้วย ตอบกลับหน้านิ่ง
“ไอ้รอง ฉันซีเรียส”
“พี่จะไปซีเรียสทำไมกัน ไม่ใช่เื่ของพี่เสียหน่อย เดี๋ยวไอ้เล็กมันก็จัดการของมันเองนั่นแหละ อาจจะดีเสียอีก เพราะถ้ารอมันแต่งเอง ชาตินี้ไม่รู้ว่าพี่จะมีน้องสะใภ้หรือเปล่าสิ”
“ถ้ามันไม่มีปัญหาอื่นตามมาก็แล้วไป ฉันกลัวแต่ว่าจะต้องตามแก้ปัญหากันไม่จบสิ้นน่ะสิ อะไรที่มันเริ่มต้นด้วยความไม่ปกติ ฉันก็ไม่คิดว่าต่อไปมันจะปกติได้หรอกนะ”
“คิดมากน่ะพี่ พี่ต้องเชื่อมั่นในตัวไอ้เล็กมันหน่อย ผมว่ามันจัดการได้” ต้นน้ำพูดพร้อมกับตีแขนพี่ชายตัวเองเบา ๆ พยายามบอกไม่ให้คิดมาก
ต้นบุญคุยโทรศัพท์กับคุณทัศนีย์เสร็จ ก็เดินถือโทรศัพท์มาส่งให้เ้าของ
“แม่ว่ายังไงบ้างวะ?” พี่ชายคนโตได้จังหวะเอ่ยถามน้องชายที่ส่งโทรศัพท์คืนมา
“ก็เตือนให้ระวังปัญญาที่จะตามมาครับ”
“นั่นน่ะสิ แล้วถ้ามีปัญหาเกิดตามมาแกจะทำยังไงวะ” ต้นกล้าเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“บอกไม่ได้หรอกพี่ เพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะมีปัญหาอะไร รู้แต่ว่าปัญหาอะไรเกิดขึ้น ก็แก้ปัญหานั้นไป แค่นั้นละครับ”
“เออ คิดง่ายดี ฉันคงคิดมากไปเองสินะ ถ้าอย่างนั้นก็ไปกินข้าวกันได้แล้ว” พี่ใหญ่ของบ้านบอก พร้อมกับเดินนำออกจากเรือนต้นไม้ไป โดยน้องชายสองคนเดินตามไปติด ๆ