เช้าตรู่ของวันถัดมาอากาศนอกผ้าห่มหนาวเยือกเข้าไปถึงกระดูก หิมะคงจะตกในอีกไม่ช้านี้หยางเสียลุกขึ้นนั่งก่อนจะบิดตัวอย่างเกียจคร้านการฝึกเมื่อวานเล่นเอาเนื้อตัวปวดระบมไปหมดนางเหลียวไปมองบนแท่นบรรทมก็เห็นเพียงความว่างเปล่าท่านแม่ทัพตื่นบรรทมก่อนนางอีกแล้วเห็นเช่นนั้นนางก็รีบดีดตัวลุกจากฟูกนอนและเดินไปสำรวจบนโต๊ะตัวเล็กข้างหีบใส่ผ้าเมื่อเห็นหินรูปนกสีเขียวที่นางถวายให้พระองค์เมื่อหลายวันก่อนทับอยู่บนกระดาษแผ่นเล็กที่ปรากฏเพียงคำสั้นๆเขียนด้วยลายพระหัตถ์ หญิงสาวก็รีบดึงกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านทันที
ธารน้ำตกบนเขา
หยางเสียรีบจัดการธุระส่วนตัวที่ห้องสรงก่อนจะวิ่งตื๋อออกจากกระโจมเมื่อลมหนาววูบแรกของวันปะทะเข้าเต็มหน้า หญิงสาวก็รู้สึกเหมือนความเย็นเยียบนั้นกัดผ่านทะลุผิวหนังไปจนทำให้ต้องผงะไปนิดหนึ่งแต่ด้วยความที่นางอยากจะรู้ว่าท่านแม่ทัพใหญ่ตื่นบรรทมไปที่น้ำตกทำไมแต่เช้าหยางเสียจึงเพียงกระชับเสื้อผ้าให้แนบกับร่างกายก่อนจะออกวิ่งเหยาะๆไปตลอดทางเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อและอบอุ่นร่างกาย แม้เจิ้งถงอากาศหนาวแต่แค่นี้ยังเทียบกับความเลวร้ายของสภาพอากาศในความทรงจำที่ซร่วงซานบ้านเกิดนางไม่ได้เลย
ดูเถิดเจิ้งถง เจ้าทำได้เพียงทำให้ลมหายใจข้าเป็นไอเท่านั้นรึแม้หิมะสักปุยก็ยังไม่มีจะอวดข้าเลย หยางเสียอมยิ้มกับตัวเอง
หยางเสียเดินลัดเลาะมาจนถึงธารน้ำตกที่ถึงตอนนี้ก็ยังไหลซู่ทิ้งเสียงซ่าสนั่นไปทั่วบริเวณพระอาทิตย์ดวงโตกำลังเคลื่อนตัวขึ้นสูงเข้าสลายไอหมอกหนาวที่คลี่ตัวปกคลุมทั่วบริเวณป่ามาทั้งคืนแสงตะวันสาดทะลุช่องว่างระหว่างต้นไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นอยู่รายล้อมน้ำตกนั้นตกกระทบบนละอองน้ำที่กระเซ็นเป็นฝอยลอยตัวอย่างอิสระอยู่ในอากาศจนเกิดประกายวิบวับราวอัญมณีเม็ดเล็กเม็ดน้อย หญิงสาวมองภาพสวยงามราวอยู่ในสวนสวรรค์นั้นอย่างประทับใจ
ผ่านไปหลายอึดใจ หยางเสียหันไปเห็นไม้ป่าออกดอกสวยสีสดทำให้นางคิดถึงสวนดอกไม้ที่บ้านน้อยหลังหอฮวาหงขึ้นมาหญิงสาวเหลียวซ้ายแลขวาเพื่อให้แน่ใจว่าท่านแม่ทัพไม่ได้ทรงอยู่แถวนี้ก่อนก้มลงสูดกลิ่นหอมจากกลีบบางนั้น แม้หยางเสียคิดว่าการกระทำของตนปลอดจากสายตาของผู้เป็นนายแต่แท้จริงแล้วทุกอากัปกิริยาของหญิงสาวอยู่ในสายพระเนตรขององค์ชายฝานจิ้งทั้งสิ้นพระองค์ทอดพระเนตรอยู่ชั่วครู่ก่อนจะทรงขยับพระวรกายเข้าหลบหลังก้อนหินใหญ่ที่อยู่ด้านบนของน้ำตก
“ท่านแม่ทัพ... ท่านแม่ทัพขอรับ” หยางเสียหยัดกายขึ้นจากดอกไม้พลางเปล่งเสียงเรียกหาแม่ทัพใหญ่นางยืนรออยู่ครู่หนึ่ง เมื่อไม่มีเสียงตอบนางก็มองเลยขึ้นไปยังโขดหินด้านบน
พระองค์อาจจะอยู่ข้างบนเลยไม่ได้ยินเพราะเสียงน้ำกลบกระมัง...
หยางเสียเดาเรื่อยเปื่อยแต่ในเมื่ออยู่ข้างล่างก็หาพระองค์ไม่เจอ ไหนๆมาแล้วก็ลองขึ้นไปหาดูด้านบนเสียหน่อยแล้วกัน คิดได้ดังนั้นหญิงสาวจึงค่อยๆไต่ขึ้นไปตามโขดหิน ระหว่างกำลังปีนอยู่นั้นก็เห็นดอกไม้เล็กๆ ที่มีสีเหลืองสดขึ้นแซมอยู่ตามซอกหินนางเห็นว่าดูน่ารักดีจึงยื่นมือออกไปหมายจะเด็ดเก็บไปเป็นที่ระลึก
“หยางเสียระวัง!” จู่ๆ เสียงอันคุ้นเคยก็ตวาดก้องจนหยางเสียชะงักมือนางกวาดตามองบริเวณที่นางอยู่อย่างรวดเร็วเพื่อหาสิ่งที่เสียงนั้นสั่งให้ระวังจนสายตาปะเข้ากับงูตัวหนึ่งซึ่งมีสีกลมกลืนกับก้อนหินบริเวณนั้นกำลังชูหัวส่งเสียงขู่ฟ่อพร้อมจะฉกเข้าที่มือของนางหญิงสาวผงะออกด้วยความตกใจและรีบชักมือที่เกาะหินไว้ออกอย่างรวดเร็วจนลืมไปว่าตัวเองกำลังปีนอยู่บนโขดหินสูงชันเมื่อไร้ที่เกาะยึดก็เสียหลักหงายหลังกว่านางจะรู้ตัวว่ากำลังจะตกสู่สายน้ำเบื้องล่าง ก็สายเกินจะไขว่คว้าหาที่จับแล้ว
เมื่อองค์ชายฝานจิ้งทอดพระเนตรเห็นร่างบางเสียหลักหงายหลังก่อนจะร่วงลงสายน้ำที่เย็นเยียบจนเกิดเสียงดังตูมใหญ่พระวรกายสูงก็กระโจนดิ่งลงสู่ผืนน้ำตามหญิงสาวไปทันที พระหัตถ์ใหญ่แหวกน้ำไปมาก่อนจะคว้าร่างนางไว้ได้พระพาหาแข็งแกร่งของพระองค์ดึงร่างหยางเสียไว้แนบพระอุระกว้างก่อนจะทรงใช้พระบาทเตะน้ำเร็วๆเพื่อดันทั้งคู่ขึ้นสู่ผิวน้ำ
แม้โผล่พ้นผิวน้ำมาแล้วพระองค์ก็ยังทรงจับร่างของนางไว้ หยางเสียสำลักน้ำไอติดๆ กัน
“เจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่” พระองค์ตรัสถามสลับหายพระทัยถี่พลางทอดพระเนตรใบหน้าขาวซีดของอีกฝ่าย
หยางเสียส่ายหน้าพร้อมกับกะพริบตาถี่ๆเพื่อไล่หยดน้ำ สองมือของนางเกาะพระอังสาของแม่ทัพใหญ่ไว้แน่น
“โดนมันฉกหรือไม่”พระองค์ตรัสถามซ้ำด้วยพระทัยที่ห่วงใยยิ่ง
เมื่อหยางเสียตั้งสติได้แล้วก็รู้ว่านางไม่ได้โดนงูฉกและที่ร่วงลงมาเมื่อครู่นี้แม้จะทำให้นางกลัวแทบแย่แต่ก็ไม่ได้บาดเจ็บที่ตรงไหนภาพเบื้องหน้าในเวลานี้มีแต่ท่านแม่ทัพที่ทรงถามนางอย่างร้อนรน
“ข้าไม่เป็นอะไร...พระองค์ทรงกระโดดลงมาทำไมขอรับน้ำเย็นขนาดนี้” หยางเสียกัดฟันสู้ความหนาวพูดปากคอสั่นองค์ชายฝานจิ้งทอดพระเนตรดังนั้นก็อดที่จะทรงดึงร่างน้อยเข้ามากอดไม่ได้
“เจ้าจะจมน้ำ...”
หญิงสาวเอียงหัวนิดๆ“ทหารทุกคนต้องว่ายน้ำได้นี่ขอรับ” นางตอบอย่างซื่อๆทั้งที่ฟันยังกระทบกันกึกกักอยู่เช่นนั้นท่านแม่ทัพน่าจะทรงทราบคุณสมบัติของทหารต้าฉางดีอยู่แล้วมิใช่หรือ
องค์ชายฝานจิ้งทรงฟังดังนั้นแล้วก็คลายอ้อมพระพาหาออกตอนที่ทรงเห็นงูตัวนั้นทำท่าจะฉกกัดหยางเสีย ดวงหทัยแทบกระโจนออกมานอกอุระวินาทีที่ร่างของนางร่วงหล่นสู่สายน้ำเบื้องล่างนั้นในห้วงพระดำริไม่หลงเหลือสิ่งใดนอกจากการตามไปช่วยชีวิตนาง
“ข้า...ห่วง”
หยางเสียนึกไม่ถึงว่าท่านแม่ทัพจะทรงห่วงใยนางจนทรงยอมเสี่ยงพระวรกายกระโดดลงน้ำที่เย็นจัดขนาดนี้ได้ครั้นพอนึกขึ้นได้ว่ามือตัวเองยังเกาะพระอังสาของพระองค์อยู่จึงรีบปล่อยมือและขยับร่างถอยห่างโดยเร็วหากมีใครมาพบทั้งสองกำลังตระกองกอดกันอยู่เช่นนี้คงจะเป็นการเสื่อมเสียพระเกียรติเป็นแน่
“เดี๋ยวจะทรงประชวร รีบขึ้นจากน้ำเถอะขอรับ”หยางเสียพูดขึ้นขณะผละตัวออกจากพระองค์แม้น้ำจะเย็นบาดผิว หนาวเข้าจับขั้วหัวใจทว่าความร้อนจากอุ้งหัตถ์ที่แผ่นหลัง นางรู้สึกถึงสัมผัสนั้นได้ดี
องค์ชายฝานจิ้งทรงปล่อยให้ร่างน้อยลอยตัวถอยห่างออกไปด้วยความรู้สึกเสียดายเป็นห่วงและหวงแหนในตัวนาง ทรงปรารถนาจะได้อยู่ใกล้ชิดนางนานกว่านี้อีกสักนิด
“งู...” พระสุรเสียงของแม่ทัพใหญ่แห่งต้าฉางดังขึ้นเบาๆจากด้านหลังของหยางเสียที่เพิ่งหันหลังให้พระองค์ขณะกำลังพุ้ยน้ำจะเข้าหาฝั่ง
หยางเสียสะดุ้ง ยังมีงูอีกหรือนี่!
การป้องกันตัวจากงูน้ำนั้นยากกว่างูบกเสียอีกทั้งงูน้ำก็ว่ายน้ำเร็วนัก แข้งขานางแข็งขนาดนี้จะว่ายหนีทันหรือ อารามตกใจบวกกับสัญชาตญานของผู้หญิงหยางเสียจึงรีบว่ายลอยตัวกลับไปหาท่านแม่ทัพที่ให้ความคุ้มครองนางมาตลอดพระโอษฐ์ขององค์ชายฝานจิ้งลอบแย้มสรวลอย่างพอพระทัย
“มันไปโน่นแล้ว...เจ้ากลัวรึ” ทรงถามอย่างขันๆพร้อมส่งสายพระเนตรพราวระยับให้กับหยางเสียที่ตอนนี้หน้าเริ่มแดงระเรื่อขึ้นด้วยความเก้อเขินเพราะหนนี้นางเป็นฝ่ายเบียดตัวเข้าสู่อ้อมพระพาหาของพระองค์เอง
“ไม่ขอรับ”หญิงสาวรีบหลบพระเนตรก่อนว่ายออกห่าง นางขึ้นฝั่งด้วยสภาพตัวสั่นงันงกชุดเครื่องแบบทหารที่ปรกติหลวมโคร่งนั้น เวลานี้ลู่แนบติดผิวเผยให้เห็นส่วนสัดภายใต้เนื้อผ้าชัดเจน องค์ชายฝานจิ้งทรงไพล่นึกไปถึงตอนที่นางร่วมฝึกซ้อมท่ามกลางสายฝนที่ค่ายจินเฉิงก่านพระองค์ไม่ทรงอยากให้ชายอื่นใดได้เห็นนางในสภาพนี้อีกจึงทรงถอดฉลองพระองค์ตัวนอกออกบิดจนหมาดน้ำก่อนจะคลุมลงยังร่างหยางเสีย
“คลุมไว้ประเดี๋ยวไม่สบายขึ้นมา...ข้าขี้เกียจรักษา”พระองค์กลับไปตรัสด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเช่นเดิมก่อนจะทรงจัดแจงห่อตัวนางจนมิดชิด เมื่อทรงเห็นว่านางดูเรียบร้อยดีแล้วก็พระดำเนินกลับที่ประทับตามติดด้วยเจ้าของร่างน้อยที่เดินไปจามไปด้วยตลอดทาง
เมื่อกลับถึงกระโจม องค์ชายฝานจิ้งก็สั่งให้หยางเสียเข้าไปผลัดเสื้อผ้าก่อนหญิงสาวออกจากห้องสรงด้วยผมที่ยังเปียกชุ่มนางยังไม่ได้เช็ดผมเพราะไม่อยากให้พระองค์ทรงรอนานแต่เมื่อออกมาแล้วก็พบว่าท่านแม่ทัพทรงผลัดเปลี่ยนฉลองพระองค์ได้รวดเร็วกว่านางเสียอีก
“ชาอุ่นๆ จะได้ไม่เป็นหวัด” ทรงยื่นถ้วยชาให้นางหยางเสียกล่าวขอบคุณก่อนรับชามาจิบความอุ่นจากชาในถ้วยที่ล่วงผ่านลำคอไปดูเหมือนจะนำความอบอุ่นไปสู่ส่วนอื่นๆของร่างกายด้วย
“เฮ้อ...รู้สึกดีขึ้นเลยขอรับ” หยางเสียเงยหน้าขึ้นยิ้มกว้างให้กับพระกรุณาขององค์ชายฝานจิ้ง
แม่ทัพใหญ่แห่งเจิ้งถงแย้มพระโอษฐ์เพียงนิดก่อนก้าวพระบาทเข้าหาหญิงสาว หยางเสียที่กำลังจะจรดริมฝีปากกับถ้วยชาก็เงยหน้าขึ้นมองพระองค์ ยังไม่ทันที่นางจะถามอะไรผ้าผืนหนึ่งก็คลุมลงบนผมนางเสียก่อน
องค์ชายฝานจิ้งทรงซับเบาๆ ที่เรือนผมของหญิงสาวเมื่อพบกับสายตางงงันที่จ้องผ่านดวงตากลมโตของหยางเสียพระองค์จึงได้ทรงหยุดการกระทำดังกล่าวในทันทีด้วยเกรงว่าจะก่อให้เกิดความสงสัยขึ้นในใจสาวน้อย
“ผมนี่ก็ต้องเช็ดให้แห้งด้วย” พระองค์รับสั่งราวกับนางเป็นเด็กเล็กๆที่ไม่ค่อยรู้ความ
หยางเสียรู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้า หลายวันมานี้นางรู้สึกว่าท่านแม่ทัพทรงใส่พระทัยในความเป็นไปของตัวนางมากขึ้นหรือว่านางเผลอไปทำอะไรให้ทรงหนักพระทัยอีก
ข้านี่ช่างเป็นบ่าวที่ไม่ได้เรื่องได้ราวเอาเสียเลย...หยางเสียคิดอย่างกังวล
แม้ท่านแม่ทัพจะทรงถอยห่างออกไปแล้วแต่ไอความอบอุ่นจากพระหัตถ์เหมือนยังติดอยู่บนเรือนผมของนางก่อนจะค่อยๆซึมซาบลงสู่หัวใจดวงน้อย หญิงสาวจับผ้าขยี้เช็ดผมตัวเอง ยิ้มคนเดียวอย่างมีความสุขหยางเสียค่อยๆ ลอบหันไปมองว่าตอนนี้ท่านแม่ทัพทรงทำอะไรอยู่หากต้องสะดุ้งจนต้องรีบหันหน้ากลับ เพราะนางหันไปสบเข้ากับพระเนตรคมที่กำลังจ้องนางอยู่ราวกับจะมองนางให้ทะลุ