37.ขยับขยาย
ผลไม้ที่ขึ้นในสวนมีมากมายมันขึ้นดกมากจนหมิงเยว่คิดจะนำมาแปรรูปเป็น เฉ่าเหมยอบแห้ง แยมเฉ่าเหมยอิงเถาแช่อิ่มในน้ำเชื่อม แยมอิงเถา และหากผูเถาออกก็จะเอามาทำแยมผู้เถาและผูเถาอบแห้งหรือลูกเกดนั้นเองแต่ต้องทำเตาอบเสียก่อน
ตอนนี้ปัญหาคือบ้านหยางเก็บผลไม้ไม่ทันเพราะจำนวนผลไม้ออกเยอะมากๆไม่รู้เพราะบำรุงดินดีหรือเพราะโชคดีปลูกได้ดีกันแน่บ้านหยางคุยกันแล้วว่าอยากจะจ้างชาวบ้านในหมู่บ้านมาเก็บผลไม้จะได้มีรายได้ด้วยส่วนการซื้อทาสเพิ่มนั้นอย่างไรในภายหน้าก็ต้องซื้อเพิ่มแน่นอนเพียงแต่ตอนนี้คิดว่าไปจ้างชาวบ้านก่อนจะดีกว่า
ดังนั้นเมื่อพูดคุยกันแล้วยามเช้าหมิงฮุ่ยจึงเดินไปหาผู้ใหญ่บ้านทันทีโดยแวะเอาผลไม้ไปฝากบ้านโจวด้วยแต่เมื่อโจวต้าเป่าทราบเรื่องหาคนงานก็เลยบอกว่าจะมาช่วยด้วย
ตอนนี้บ้านลุงโจวไม่ได้ลำบากเหมือนก่อนแล้วเพราะโจวต้าเป่าโชคดีเจอสมุนไพรล้ำค่าเป็นโสมคนบนภูเขาเมื่อครั้งก่อนหน้าหนาวที่ผ่านมาและตอนนี้ก็เริ่มสร้างบ้านใหม่ขนาดกำลังดีไม่ใหญ่มากและซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อเพาะปลูกพืชผักไว้กินเองตอนนี้บ้านโจวคิดทำการค้าเช่นกันเพราะถงเหยียนนั้นมีฝีมือการทำอาการได้อร่อยบ้านโจวจึงคิดจะเปิดขายอาหารโดยเริ่มจากเปิดเป็นร้านเล็กๆกันก่อนส่วนเรื่องสูตรอาหารนั้นก็ได้มาจากการที่บ้านหยางช่วยชิมอาหารและแอบแนะนำเล็กๆน้อยๆ ให้ จึงทำให้ถงเหยียนทำอาหารออกมาได้หลากหลายมากขึ้นเลยทีเดียว
ตอนนี้หมิงฮุ่ยมาแจ้งเรื่องรับคนงานที่บ้านผู้ใหญ่โดยขอให้ผู้ใหญ่บ้านประกาศรับคนที่สนใจเข้ามาโดยให้ค่าแรงวันละ 30อีแปะต่อคนเพราะทำเพียงเก็บผลไม้เท่านั้นซึ่งก็ไม่ได้เก็บทั้งวันจ่ายเงินทุกวันหลังเสร็จงานราคานี้ถือว่าเยอะมากแล้ว อีกทั้งไม่ได้ทำงานทั้งวันเก็บผลไม้แต่ละวันก็เพียงไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น
เมื่อผู้ใหญ่บ้านจางเถาประกาศใหม่มีคนสนใจมาทำงานด้วยไม่มากเพราะคนส่วนใหญ่หางานที่ในเมืองกันได้แล้วและบางส่วนก็ต้องการขึ้นเขาล่าสัตว์มาขายมากกว่าดังนั้นคนงานที่ได้มาส่วนใหญ่จึงเป็นเด็กๆ และสตรีที่ไม่ได้ออกไปทำงานที่อื่นแต่ต้องการหาเงินช่วยเหลือครอบครัวเสียมากกว่าส่วนบุรุษก็มีบ้างแต่ไม่มาก
ผู้ใหญ่บ้านช่วยเลือกคัดคนที่สามารถทำงานได้และขยันขันแข็งไม่เกียจคร้านตั้งใจทำงานจริงๆมาได้ 35 คนมีเด็กๆ อายุไม่ถึง15 หนาวอยู่สิบกว่าคนแต่เด็กเหล่านี้นั้นดูท่าทางอยากได้งานทำจริงๆดังนั้นผู้ใหญ่บ้านจึงจะให้หมิงฮุ่ยผู้จ้างงานตัดสินใจเองว่าต้องการจะจ้างหรือไม่ส่วนที่เหลือก็เป็นสตรีและบุรุษอายุไม่มากนัก
หมิงฮุ่ยรับชาวบ้านทั้งหมดรวมถึงเด็กๆด้วยเพราะอย่างไรการเก็บผลไม้ไม่ใช่งานยากอะไรเด็กๆ ทำได้เพียงแต่ก็ต้องแจ้งให้คนงานทราบว่าผลไม้จะเก็บในยามเช้าตรู่มากๆเพื่อจะได้นำไปขายตลาดยามเช้าในเมืองจะได้สดใหม่
ดังนั้นจะต้องตื่นมาเริ่มงานให้ทันเวลาเท่านั้นและต้องระมัดระวังไม่ให้ผลไม้ช้ำยามที่เก็บ เมื่อถึงเวลาทำงานหมิงฮุ่ยมอบหมายให้พ่อบ้านอู๋เฉิน อาฮ่าว อาหง ช่วยดูและสอนชาวบ้านเก็บผลไม้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี จนเมื่อเกวียนขนผลไม้ขับออกไปเพื่อเอาไปขายในเมืองหมิงฮุ่ยก็จ่ายเงินค่าจ้างทันทีอีกทั้งยังแบ่งผลไม้ให้เอากลับไปกินคนละนิดคนละหน่อยอีกด้วยบ้านหยางไม่ได้หวงของกินเพราะผลไม้มีมากมายบ่าวในเรือนก็สามารถเก็บกินได้เช่นกันแต่บ่าวในเรือนไม่ค่อยเก็บกินกันคิดเพียงแต่อยากเก็บไว้ขายกันเสียมากกว่า
หมิงเยว่ที่อยู่ข้างกายท่านพ่อตลอดมองดูชาวบ้านรับเงินและผลไม้กลับไปกินชาวบ้านต่างขอบคุณที่ได้ผลไม้กลับไปกินด้วยแล้วเดินออกจากบ้านหยางไปหนึ่งในนั้นมีชายพิการขากะเผลกกำลังเดินไปมีเด็กผู้ชายน่าจะอายุได้ 10 หนาวค่อยจับแขนพยุงหมิงเยว่เห็นแล้วว่าคู่สองพ่อลูกนั้นดีใจมากแค่ไหน ตอนที่ท่านพ่อบอกว่าจะจ้างงานพวกเขาทำงานคงเป็นเพราะพิการชีวิตจึงลำบาก หางานในเมืองก็ยากมากขึ้นเขาล่าสัตว์ก็ไม่ค่อยสะดวก โชคดีที่ท่านพ่อให้โอกาสทำงานด้วยพวกเขาคงมีเงินซื้อของกินดีๆ บ้างเมื่อละสายตาจากพ่อลูกคู่นั้นแล้วหมิงเย่วก็หันกลับมามองท่านพ่อด้วยสวยตาชื่นชมและภูมิใจที่ท่านพ่อเป็นคนดีถึงเพียงนี้
“ไปเถิดเยว่เยว่ เมื่อยหรือไม่เดินตามพ่อตั้งแต่เช้า มาพ่อจะอุ้มเจ้าเองฮึบบ” จากนั้นร่างสูงกำยำก้มลงโอบอุ้มร่างน้อยเอาสู่อ้อมแขนแข็งแรงเดินกลับเข้าเรือนเพื่อไปกินข้าวเช้าด้วยกัน….
ทั้งห้าคนกินข้าวด้วยกันโดยปกติอาหารของเรือนใหญ่จะเป็นฟางจิงทำเอง ถึงจะมีเว่ยหลิวมาช่วยงานแต่ก็จะได้รับมอบหมายให้ทำอาหารให้บ่าวคนงานเท่านั้นส่วนของคนในเรือนใหญ่จะเป็นฟางจิงทำเองเสียมากกว่าหรือไม่ก็เยว่เยว่ที่เอาอาหารออกมาจากช่องว่างมิติกินกัน
“ตอนนี้การค้าบ้านเราดีมากขึ้น เราควรซื้อร้านดีหรือไม่ขอรับท่านพ่อ”หมิงเฟิงกล่าวขึ้นมาขณะกินขอหวานเป็นพุดดิ้งนมสดโรยหน้าด้วยผลไม้เนื้อนุ่มๆ อยู่
“อืม พ่อก็คิดว่าควรจะซื้อเพียงแต่ว่าตอนนี้ยังไม่มีร้านหรือทำเลถูกใจเลย”
“หรือเราควรไปสอบถามที่ว่าการดีหรือไม่เจ้าคะท่านพี่เผื่อจะมีคนมาบอกขายแต่เราไม่รู้ก็เป็นได้”
“ก็อาจจะมีเช่นนั้นพี่จะเข้าไปดูในเมืองเลยแล้วจะแวะไปดูที่ร้านขายของในตลาดด้วย”ตอนนี้ท่านพ่อให้บ่าวที่เรือนออกไปขายของแทนโดยตัวเขาจะเข้าไปเพียงบ้างวันเท่านั้น
“เยว่เยว่ว่าถ้าได้ที่ติดกับตลาดเช้าที่เดิมก็ดีนะเจ้าค่ะที่นั่นคนเดินเยอะและลูกค้าเก่าๆ ของเราจะได้หาเจอง่ายด้วย”
“ได้ พ่อจะลองดูแถวตลาดเช้าว่ามีที่ใดบอกขายบ้าง”
ไม่นานเกินรอเพราะผ่านไปเพียงไม่กี่วันบ้านหยางก็ได้ร้านแบบที่ต้องการเป็นอาคารสองชั้นติดกันสองหลัง เจ้าของเดิมทำการค้าไม่ดีและต้องการย้ายไปอยู่ที่เมืองอื่นจึงบอกขายอยู่ติดกับตลาดเช้า ติดถนนหลักของเมืองผู้คนสัญจรไปมามากมาย
เยว่เยว่จึงเสนอว่าให้ปรับปรุงอาคารให้สามารถเชื่อมต่อกันได้ให้กลายเป็นอาคารเดียว โดยจะตกแต่งใหม่ให้ร้านโล่งๆ โปร่งๆ ระบายอากาศได้ดี แม้จะเป็นเพียงร้านขายเฉาก๊วยน้ำเต้าหู้ขายผักสด ผลไม้สด ก็ควรจะเป็นร้านที่ดูสะอาดสบายตาเพราะเป็นการขายของกินนั้นเองอีกทั้งชั้นสองยังสามารถทำเป็นห้องทำงานและห้องพักได้หลังร้านมีพื้นที่และห้องสำหรับคนงานมานอนเฝ้าร้านได้อีกด้วย
อีกทั้งหมิงฮุ่ยพึ่งได้ไปซื้อที่ดินเพิ่มตามคำแนะนำของเยว่เยว่ไว้เพิ่มมาอีก30 หมู่เพื่อจะสร้างโรงเรือน นางจะลองปลูกผักในหน้าหนาวดูที่ดินนี้เป็นที่ดินที่ต่อจากผืนเดิม นับว่าโชคดีมากที่ได้ที่ดินผืนนี้มาเพราะก่อนนี้เป็นพื้นที่ของทางการไม่ได้ขายแต่ตอนนี้ทางการมีนโยบายให้ประชาชนมีที่ทำกินเพิ่มขึ้นและเป็นการหาเงินเข้าคลังหลวงอีกด้วยเพราะผู้ที่ครอบครองที่ดินมากก็ต้องเสียงเงินภาษีที่ดินแต่ละปีมากขึ้นไปด้วยเช่นกัน
ตอนนี้กิจการบ้านหยางกำลังขยายใหญ่ขึ้นคงต้องมีคนมาช่วยงานเพิ่ม หมิงฮุ่ยคิดว่าต้องซื้อทาสมาเพิ่มอีกทั้งต้องหาทาสที่มีฝีมือต่อสู้มาเพื่อดูแลร้านและดูแลที่บ้านส่วนชาวบ้านที่มาทำงานที่บ้านหากใครที่มีแววขยันไม่เกี่ยงงานหรือเอาเปรียบคนอื่นๆหมิงฮุ่ยก็จ้างงานต่อให้ทำประจำ แต่หากช่วงไหนไม่มีงานก็จะมีการบอกกล่าวล่วงหน้าชาวบ้านทุกคนที่มารับจ้างทำงานต่างดีใจกันมากเพราะงานที่บ้านหยางไม่หนักมากถึงต้องตื่นเช้ามากและไม่ได้มีอาหารเลี้ยงแต่พวกเขาก็มักจะได้ผลไม้กลับไปกินที่บ้านด้วยแม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็นับว่าดีมากๆเลยทีเดียว
“ท่านพ่อครั้งนี้ซื้อทาสกี่คนหรือเจ้าคะ”
“คิดว่าคงต้องซื้อหลาย 10 คนเลยอีกทั้งคนที่ต่อสู้ได้ก็ต้องซื้อมามากหน่อยพ่อคิดว่าจะให้พี่ใหญ่และน้องเล็กเจ้าฝึกการต่อสู้ไปด้วยเลยรวมถึงบ่าวชายในเรือนด้วย”
“ก็ดีเจ้าค่ะ” เยว่เยว่รับคำพร้อมครุ่นคิดว่าในช่องว่างนางมีอาวุธอะไรบ้างจำได้ว่าคุณพ่อของนางเมื่อชีวิตก่อนให้อาวุธมาด้วย ขอดูก่อน มีอันใดบ้านหว่า!!ว่าแล้วเจ้าตัวเล็กก็รีบวิ่งกลับเรือนนอนตัวเองทันที
“พี่ผิงผิงไม่ต้องตามมานะเจ้าคะ”บอกสาวใช้ส่วนตัวเสร็จก็วิ่งตื๊อจนผมก้อนกลมบนหัวสั่นด๊อกแด็กกลับเข้าเรือนนอนทันที
“เจ้าค่ะคุณหนู”ผิงผิงไม่ได้แปลกใจอันใดเพราะปกติคุณหนูมักจะชอบอยู่คนเดียวไม่ให้ใครเข้าไปกวนอยู่แล้ว
“ไหนดูสิ อืม! ธนู”
“หน้าไม้”
“โอ้วว!!! ปืน!!”
เยว่เยว่เอียงคอมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแล้วเกาแก้มก้มตนเองแกรกๆธนูกับหน้าไม้ก็พอได้ แต่ปืนนี้หากมีใครเห็นจะแตกตื่นเกินไปต้องให้ท่านพ่อมาฝึกใช้ด้วยเลยดีกว่าตัวนางเองนั้นเมื่อชีวิตก่อนฝึกใช้ทุกอย่างจนใช้เป็นหมดแล้วดังนั้นนางสามารถชี้แนะท่านพ่อ พี่ใหญ่และน้องเล็กได้โดยบอกว่าท่านเทพธิดาที่มอบช่องว่างและของต่างๆให้ได้สอนและฝึกมาให้เรียบร้อยแล้วนั้นเองแต่น้องเล็กพึ่ง 5หนาวเองยังเด็กไปคงต้องให้ฝึกร่างกายหมัดมวยไปก่อนดีกว่า….