ครืน!
เหนือทะเลไร้สิ้นสุดท้องฟ้ากระจ่างใสไร้เมฆบดบัง ทว่าทันใดนั้นก็ปรากฏคลื่นอัสนีฟาดลงมา!
แสงศักดิ์สิทธิ์สีทองสาดส่องลงมายังโลกหล้าคลี่คลุมพื้นที่นับแสนลี้ ประหนึ่งเทพเจ้าโบราณกำลังฟื้นคืนชีพอย่างยิ่งใหญ่
“นะ… นั่นมันอะไรกัน?”
“หรือว่าจะมีสมบัติล้ำค่าอุบัติขึ้น?”
“…”
“ไม่น่าใช่กระมัง”
“ดูเหมือนว่าจะเป็นทัณฑ์สวรรค์!”
เหล่าผู้ฝึกตนจำนวนมากถูกดึงดูดด้วยปรากฏการณ์อันน่าตกใจนี้จึงอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตะลึงงัน
บนเกาะเทพหลักแห่งตระกูลมู่ร่างในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์แหงนมองท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ แล้วพึมพำเบาๆ“ข้าก็ควรจะบรรลุสู่ความเป็นเซียนแล้ว”
กล่าวจบ มู่เสินฉวนก็ยืดกายเหินร่างขึ้นสู่เก้าชั้นฟ้า ในชั่วพริบตาก็ทะยานเข้าสู่ห้วงสมุทรสายฟ้าเตรียมเผชิญกับทัณฑ์สวรรค์ของตน!
โดยปกติแล้วผู้ฝึกตนทั่วไปที่ต้องการหลุดพ้นสู่ความเป็นเซียนส่วนใหญ่จะบ่มเพาะวิถีเต๋าจนถึงจุดสูงสุด หยั่งรู้พลังต้นกำเนิดจากนั้นจึงใช้พลังแห่งกฎเกณฑ์เพื่อนำมาซึ่งทัณฑ์แห่งสวรรค์!
จะมีเพียงชนเผ่าที่ฝึกฝนร่างกายเป็นหลักเพียงหยิบมือเท่านั้นที่จะใช้กายเนื้อแท้ๆเพื่อข้ามทัณฑ์และก้าวสู่ขอบเขตใหม่
เห็นได้ชัดว่าทัณฑ์สวรรค์ที่มู่เสินฉวนกำลังเผชิญอยู่นี้คือวิธีที่สองการบรรลุสู่ความเป็นเซียนด้วยกายเนื้อ!
ทัณฑ์เช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้เลือดเนื้อกระดูก และร่างกายแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นแม้แต่ปราณเซียนในร่างก็จะเปลี่ยนแปลงทั้งหมด
ในขณะนี้ พลังศักดิ์สิทธิ์สีทองคำค่อยๆแผ่ซ่านออกจากร่างของมู่เสินฉวน ร่างกายเปล่งประกายเจิดจ้าดุจทองคำหลอมโลหิตพลุ่งพล่านประหนึ่งมังกรสยายปีกทะยานออกจากกระหม่อม!
‘ตูม——’ ชั่วพริบตา ทัณฑ์สวรรค์ก็มาเยือน!
สายฟ้าฟาดคำรามกึกก้องไปทั่วสมุทรไร้สิ้นสุดกฎเกณฑ์แห่งวิถีต่างๆ ผสานกัน เสียงดังกัมปนาท!
แสงสีเงินอันน่าสะพรึงพาดผ่านท้องฟ้าในนั้นแฝงไว้ซึ่งพลังแห่งบัญญัติและกฎเกณฑ์ พร้อมบดขยี้ทุกสรรพชีวิตในชั่วพริบตาก็ถาโถมเข้าใส่ร่างของมู่เสินฉวน ระเบิดเสียงดังสะท้านสะเทือนโลกหล้า!
ตูม! ตูม!!!
มู่เสินฉวนยืนหยัดอยู่กลางห้วงสมุทรสายฟ้ายอมรับการชำระล้างจากทัณฑ์สวรรค์อยู่เช่นนั้น
แสงสีเงินยวงสายแล้วสายเล่าฟาดฟันลงมาแม้แต่ร่างกายของเขาที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ก็ยังปรากฏรอยโลหิตและข้อกระดูกก็ส่งเสียงดังลั่น
ทัณฑ์สวรรค์ของผู้มีกายาศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นเช่นนี้ยากลำบากกว่าผู้ฝึกตนอัจฉริยะทั่วไปจะคาดเดาได้และนี่ก็คือรากฐานแห่งความแข็งแกร่งของร่างกายชนิดนี้
ทุกครั้งจะต้องบดขยี้เลือดเนื้อและกระดูกสร้างร่างใหม่ นับเป็นการทรมานอย่างถึงที่สุด
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใดที่ร่างของมู่เสินฉวนเกือบจะถูกบดขยี้ถูกสร้างใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และส่องประกายเจิดจรัสอยู่เช่นนั้น!
พลังลมปราณแข็งแกร่งที่ทำให้โลกหล้าสั่นสะเทือนแผ่ขยายไปทั่วทั้งทะเลไร้สิ้นสุด
“คนที่เพิ่งเข้าไปในทัณฑ์อัสนีเมื่อครู่คือมู่เสินฉวน ผู้นำตระกูลมู่!”
“ปรากฏการณ์ทัณฑ์สวรรค์น่ากลัวเช่นนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นเพียงการทะลวงระดับทั่วไป!”
“เขา…นี่เขากำลังจะบรรลุสู่ความเป็นเซียนแล้วหรือ?”
ผู้คนจากยี่สิบเจ็ดถ้ำสวรรค์ เจ็ดสิบสองแดนและผู้ฝึกตนมากมายต่างตะลึงถึงที่สุด
เมื่อหนึ่งปีก่อนกายาศักดิ์สิทธิ์ถือครองอาวุธจักรพรรดิสังหารไปทั่วทุกทิศแต่ก็เป็นเพียงแค่ระดับเทพสวรรค์เท่านั้น
แต่ในวันนี้เพียงชั่วพริบตาเขาก็กำลังจะบรรลุสู่ความเป็นเซียน!
ความเร็วในการฝึกฝนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว!
หากรอจนกว่าจะก้าวเข้าสู่สามขอบเขตต้องห้ามอย่างแท้จริงเกรงว่าเขาคงจะไร้ผู้ต่อต้านในโลกหล้าแล้วจริงๆ!
“ท่านผู้นำตระกูล…ก้าวไปถึงขั้นนี้แล้วหรือ?”
ศิษย์ของตระกูลมู่หลายคนงึมงำกับตนเองในดวงตาอดไม่ได้ที่จะฉายแววเคารพเลื่อมใส
ฝีเท้าของท่านผู้นำตระกูลดูเหมือนจะรวดเร็วเช่นเคย!
รวดเร็วเสียจนพวกเขาไม่อาจไล่ตามได้ทำได้เพียงเฝ้ามองแผ่นหลังของเขาอยู่ห่างๆ เท่านั้น
ครืน!!!
เสียงคำรามกึกก้องจากท้องฟ้ายังคงดังก้องในโสตประสาท
ทัณฑ์ครั้งนี้กินเวลานานเป็นพิเศษนานกว่าทัณฑ์เอกะครั้งก่อนมากนัก และยังแตกต่างจากแสงสายฟ้าในอดีตที่แสงแต่ละสายที่ฟาดลงมาต่างแฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์และพลังอำนาจไร้ขีดจำกัด
ทั้งยังมีเหล่าภูตผีปีศาจร้ายที่บังเกิดจากอิทธิฤทธิ์แห่งสายฟ้าปรากฏร่างพญาคุนเผิงโบราณ กางปีกผงาดฟ้าเก้าหมื่นลี้เทพมารแต่ปางก่อนดาหน้าเข้าเข่นฆ่า
เสียงคำรามกึกก้องทำลายฟ้าดินมังกรสวรรค์กวัดแกว่งหาง ทลายดวงตะวัน จันทรา และดารา หงส์สวรรค์ครวญโศกทำลายล้างแคว้นแดนนับแสนแปดหมื่น!
ปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่แต่ละภาพล้วนถูกเนรมิตขึ้นจากสายฟ้ายิ่งใหญ่เกินประมาณ
แต่ถึงกระนั้นทัณฑ์สวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ก็มิอาจสังหารมู่เสินฉวนได้
ผ่านไปอีกหนึ่งก้านธูป
ครืน!!!
ห้วงสมุทรสายฟ้าคำรามกึกก้องสลายไปปล่อยแสงอร่ามหลายหมื่นสายลงมาปกคลุมร่างของมู่เสินฉวน
ผมดำของเขาสยายลงมาพลังเย็นเยียบในดวงตาดุจสายฟ้าฟาดไม่รู้ว่าเมื่อใดที่เขาเปลี่ยนไปสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์อีกครั้งร่างที่สูงโปร่งยืนหยัดอยู่ระหว่างโลกหล้า ประหนึ่งเทพปีศาจมองไปยังจักรวาลกิริยาช่างน่าประหวั่นใจยิ่ง!
นับจากนี้ไปกายเนื้อของเขาก็ก้าวเข้าสู่กึ่งเซียนอย่างสมบูรณ์พลังศักดิ์สิทธิ์สีทองก็แปรเปลี่ยนเป็นพลังเซียน!
ทั่วทั้งร่างเอ่อล้นไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์หมื่นจั้งแผ่รัศมีศักดิ์สิทธิ์หลายร้อยหลายพันสายซึ่งแต่ละสายก็มีรูปเทพสีทองนั่งขัดสมาธิอยู่ ซึ่งยากที่จะบรรยายได้
มู่เสินฉวนกำหมัดทั้งสองข้างห้วงอากาศแหลกสลายคามือ โลหิตที่ไหลเวียนทั่วร่างส่งเสียงดังสนั่นเสมือนเพียงแค่ขยับมือเท้า ก็ทำลายล้างโลกได้
ชั่วพริบตาเดียวพลังแห่งกฎเกณฑ์อันน่ากลัวก็ไหลบ่าออกมาจากร่างของเขา
ในช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาเขาได้บ่มเพาะวิถีแห่งความโกลาหลจนถึงจุดสูงสุดควบคุมพลังแห่งกฎเกณฑ์ได้ในเบื้องต้น
และเช่นเคยเขาได้ทำการผนึกพลังนี้ไว้ล่วงหน้า
มิเช่นนั้นทัณฑ์สวรรค์แห่งกายาศักดิ์สิทธิ์จะต้องถูกทำลายในชั่วพริบตายากที่จะช่วยเขาหลอมรวมร่างกายได้!
ในตอนนี้ทั้งกายเนื้อและกฎเกณฑ์ของเขาล้วนก้าวเข้าสู่ระดับกึ่งเซียนแล้ว!
ความรู้สึกถึงอำนาจไร้ผู้ใดเทียบทานพลันบังเกิดขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ เขามั่นใจว่าจัดการศัตรูทั้งหมดในโลกหล้าได้!
ในไม่ช้ามู่เสินฉวนก็รวบพลังทั้งหมดกลับคืนมา โลกหล้ากลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
ในเวลาเดียวกัน
บริเวณรอบนอกของทะเลไร้สิ้นสุดที่อยู่ห่างออกไปหลายหมื่นลี้เรือรบขนาดยักษ์ลำหนึ่งปรากฏขึ้นกลางเวหา เข้าสู่ทะเลอันกว้างใหญ่แห่งนี้
บนเรือรบเต็มไปด้วยผู้คน ธงรบปลิวไสวจารึกไว้ด้วยอักษรขนาดใหญ่สองตัว ‘เหยากวง’!
สามบรรพชนแห่งเหยากวงยืนเคียงข้างกันอยู่บนหัวเรือดวงตาเย็นเยียบ อาภรณ์โบกสะบัดตามสายลม เสียงดุจมีดกรีดดังแผ่วแผ่จิตสังหารอันน่าสะพรึง
ในครั้งนี้แดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงของพวกเขาเรียกได้ว่ายกทัพมาทั้งหมด!
ผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับถ้ำสวรรค์มาเข้าร่วมการรบทั้งหมด!
ตั้งใจที่จะสังหารตระกูลมู่ในทะเลไร้สิ้นสุดนี้ให้สิ้นซึ่งอำนาจ
เพื่อชิงอาวุธจักรพรรดิที่ไร้ผู้ใดจักเข้าใจมาให้ได้!
คล้ายจะหยั่งรู้ได้แล้วว่าฉากมหาสงครามที่จะสะเทือนถึงแคว้นใต้กำลังเปิดม่านขึ้น!
H