หลังจากที่ธาวินกับแพรววนิตลุกออกไปแล้ว จิรายุก็หันมามองรุ้งลาวัณย์ด้วยสายตาห่วงใย
“คุณเป็อะไรมั้ย”
“ไม่เป็ไรค่ะ เรากลับกันเถอะ” เธอลุกเดินออกจากร้านอาหาร
จิรายุเดินตามเธอไปขึ้นรถตู้พร้อมคนขับของบริษัทเพื่อกลับออฟฟิศด้วยกัน ตลอดทางเขามองเธอนั่งนิ่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง
ปกติทั้งคู่จะทะเลาะกันบ่อยเพราะเขาหมั่นไส้ที่เธอตามติดเพื่อนเขาแจจนน่ารำคาญ แต่ดีหน่อยที่เพื่อนเขาเอาแต่ทำงานจนไม่สนใจอย่างอื่นเลย ตอนนี้ถึงเขาจะอยากสมน้ำหน้าแต่ก็ทำไม่ลง เธอดูเศร้าจนเขาคิดว่าเธออาจจะไม่ได้เข้าหาธาวินเพราะฐานะแต่อาจจะชอบเพื่อนเขาจริง ๆ ก็ได้ บางทีถ้ากลับถึงบ้านอาจจะไปนั่งร้องไห้ฟูมฟายคนเดียว แต่ถึงเธอจะร้องไห้มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้ว จิรายุเลิกคิดฟุ้งซ่านแล้วเลือกที่จะนอนหลับไปตลอดทาง
เมื่อรถตู้มาส่งถึงหน้าออฟฟิศก็เป็เวลาบ่ายสองแล้ว เขาอาสาขับรถไปส่งเธอที่บ้านเพราะรู้ว่าหญิงสาวไม่มีรถยนต์ส่วนตัว
เกิดความเงียบน่าอึดอัดระหว่างทั้งคู่ในรถ จิรายุจึงพยายามชวนคุย
“ผมขอเปิดเพลงนะครับ คุณรุ้งชอบฟังเพลงแนวไหนครับ” เขาหวังจะใช้เสียงเพลงกลบความเงียบ
“ฟังได้ทุกแนวค่ะ”
เขาเลือกเพลย์ลิสต์ที่เปิดฟังเป็ประจำ เมื่อเพลงเศร้าที่มีเนื้อหาอกหักดังขึ้นจิรายุจึงรีบเปลี่ยนเพลง แต่เพลงอื่นเนื้อหาก็ไม่ต่างกัน เขาชอบฟังเพลงช้า ๆ ความหมายดี ทั้งเพลย์ลิสต์จึงเต็มไปด้วยเพลงเศร้า
“เอ่อ ผมว่าปิดเพลงดีกว่า เดี๋ยวไม่มีสมาธิขับรถ”
“คุณจงใจเยาะเย้ยรุ้งใช่มั้ยคะ” รุ้งลาวัณย์มองค้อน เพราะตามนิสัยแล้วเขาชอบหาเื่เธอ
“เปล่านะ ผมจะไปรู้ล่วงหน้าได้ไงว่าคุณจะมาด้วย”
“งั้นรุ้งลงก็ได้”
“อีกไม่ถึงสามร้อยเมตรก็จะถึงอยู่แล้ว ไว้ค่อยลงหน้าบ้านสิคุณ”
“ว้าย!”
จิรายุเหยียบเบรกกะทันหันจนเธอแทบหัวทิ่ม
“ไม่เป็ไรใช่มั้ย” เขารีบหันมองคนข้างตัว
“ไหนบอกว่าจะจอดให้ลงหน้าบ้านไงคะ เปลี่ยนใจแล้วเหรอ” เธอหันไปโวยวาย
ร่างสูงไม่ตอบแต่เปิดประตูรถเดินออกไปทันที ก่อนจะกลับมาพร้อมกับลูกแมวสีส้มในมือ
“เกือบทับแหนะ เราพาน้องไปหาหมอกันเถอะ คุณอุ้มไว้นะ” เขาส่งแมวให้เธอถือ
รุ้งลาวัณย์จำใจรับมาก่อนจะวางไว้บนตัก ลูกแมวน้อยตัวผอมแห้งขนาดเท่าฝ่ามือคลานเตาะแตะหานมแม่ เธอจึงใช้นิ้วลูบตัวมันเบา ๆ ด้วยความสงสาร
“แล้วทีนี้เราจะทำยังไงกันดีคะ”
“เดี๋ยวผมลงไปหาดูว่ามีแม่แมวอยู่แถวนี้รึเปล่า คุณรอในนี้ก่อนนะ” จิรายุเปิดประตูรถลงไปเดินสำรวจดูแถวข้างทางประมาณสิบนาทีก็ไม่เจอจึงตัดสินใจกลับขึ้นรถ
“เจอมั้ยคะ”
“ผมว่าเราคงต้องหาบ้านให้มันแล้วแหละ”
“คุณเป็คนเก็บได้ งั้นเอาไปเลี้ยงเลยค่ะ” เธอยื่นให้เขา
“บ้านผมเลี้ยงหมาตัวใหญ่สามตัว อาจจะไม่ปลอดภัยเท่าไหร่” น้ำเสียงของเขาเป็กังวล
“อืม งั้นรุ้งเอาไปเลี้ยงก็ได้ค่ะ แต่รุ้งไม่เคยเลี้ยงแมวมาก่อน ต้องทำยังไงดี”
“งั้นอันดับแรก เราไปซื้อพวกของใช้จำเป็ก่อนละกัน”
จิรายุเปลี่ยนเส้นทางไปซูเปอร์มาร์เก็ตแทน ทั้งคู่ซื้อนมแพะและกระบะทรายจำนวนหนึ่งแล้วพาแมวกลับบ้านของรุ้งลาวัณย์
“เดี๋ยวอาทิตย์หน้าผมจะมาพาแมวไปหาหมอนะครับ แต่ถ้ามีอะไรก็ส่งไลน์มาหาผมได้ตลอด” เขาไม่อยากทิ้งความรับผิดชอบให้เธอคนเดียว
“ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ” เธอบอกก่อนลงจากรถแล้วเดินเข้าบ้านไป
หลังจากนั้นทุกวันจิรายุก็ส่งไลน์มาหาเธอให้อัปเดตเื่แมว บางทีเธอก็ส่งรูปหรือคลิปให้เขาดูจนกลายเป็กิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งของเธอไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อครบหนึ่งอาทิตย์จิรายุก็ขับรถมารับเธอที่บ้านในตอนเย็น
รุ้งลาวัณย์เริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ในรถกับเขาเพราะปกติทั้งคู่ไม่ค่อยพูดดีต่อกันเท่าไหร่ อาทิตย์ที่ผ่านมาเพิ่งเริ่มคุยกันเหมือนเพื่อนแต่เฉพาะทางข้อความ พอมาเจอตัวจริงกันแล้วต่างฝ่ายต่างก็รู้สึกแปลก ๆ
“คุณตั้งชื่อแมวว่าอะไรเหรอครับ” จิรายุเป็ฝ่ายชวนคุยก่อน
“ลืมไปเลยค่ะ ต้องมีชื่อสินะ”
“งั้นชื่อเจอาร์ดีมั้ยครับ”
“มาจากอะไรเหรอคะ”
“ชื่อย่อภาษาอังกฤษของเราสองคนไงครับ เอ่อ ถ้าคุณรุ้งไม่ชอบงั้นเปลี่ยนเป็ชื่ออื่นก็ได้” เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาทำเหมือนตั้งชื่อลูก คนตัวโตก็เริ่มเขิน
“งั้นเอาชื่อเจอาร์ละกันค่ะ น่ารักดี” เธอมัวแต่เล่นกับแมวจนไม่ได้สังเกตสีหน้าคนข้างตัว
หลังจากตรวจร่างกายและฉีดวัคซีนที่คลินิกเสร็จ ชายหนุ่มจึงพาเธอกลับมาส่งที่บ้าน
“คุณยุอยากเข้ามาเล่นกับเจอาร์ในบ้านมั้ยคะ” รุ้งลาวัณย์เอ่ยชวน
“ได้เหรอครับ”
“ได้สิคะ คุณดูจะชอบน้องมาก ๆ ไม่งั้นคงไม่ทักมาถามทุกวัน”
“ผมขอโทษที่รบกวนนะครับ” ที่จริงเขาอยากชวนเธอคุยต่างหากแต่ใช้แมวมาเป็ข้ออ้าง
“ไม่รบกวนเลยค่ะ ยังไงคุณก็เป็คนช่วยชีวิตน้องเหมือนกัน” เธอยิ้มให้เขา
“งั้นผมขออนุญาตอยู่เล่นกับแมวสักพักแล้วค่อยกลับนะครับ” เขารู้สึกลิงโลดในใจ
ทั้งคู่นั่งเล่นด้วยกันที่ห้องรับแขกก่อนที่แม่ของรุ้งลาวัณย์จะชวนชายหนุ่มกินข้าวเย็นด้วยกัน เขาจึงรีบตอบตกลงโดยไม่คิด
ระหว่างกินข้าวพ่อกับแม่ของหญิงสาวก็ชวนแขกคุยเพื่อทำความรู้จัก จนดูออกว่าจิรายุกำลังจีบลูกสาวพวกเขาอยู่ จึงเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้คุยกันตามลำพังหลังมื้ออาหาร
เขาอยู่ให้อาหารแมวเสร็จก็ขอตัวกลับทันทีเพราะเกรงใจเ้าของบ้าน
“ถ้าคุณรุ้งไม่ว่าอะไรพรุ่งนี้หลังเลิกงานผมขอมาส่งและมาเล่นกับแมวอีกได้มั้ยครับ” เขาเอ่ยขอขณะที่เธอเดินมาส่งที่รถ
“เดี๋ยวรุ้งส่งรูปให้ก็ได้ค่ะ จะได้ไม่ต้องลำบากมาส่ง”
“งั้นผมขอพูดตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมนะครับ ผมขอจีบคุณรุ้งได้มั้ยครับ” เขาคิดว่าถ้าไม่บอกตรง ๆ แบบนี้เธออาจจะยังเข้าใจผิดว่าเขาสนใจแต่แมวก็ได้
“คุณยุไม่ชอบรุ้งไม่ใช่เหรอคะ” เธอเบิกตากว้างอย่างไม่คาดคิด
“ผมไม่เคยไม่ชอบคุณรุ้งครับ ขอโทษที่เคยพูดจาเสียมารยาทนะครับ”
“แล้วทำไมชอบหาเื่กันล่ะคะ”
“ผมแค่ไม่พอใจที่เห็นผู้หญิงที่สนใจไปชอบคนอื่น คุณรุ้งจะลองเปิดใจให้โอกาสผมได้มั้ยครับ”
“เอ่อ ก็ได้ค่ะ” เธอยิ้มอย่างขัดเขินเมื่อเห็นสายตาจริงใจของเขา ในเมื่อเขากล้าขอมาขนาดนี้เธอก็กล้าเปิดใจ
“ขอบคุณครับ งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะครับ” จิรายุยิ้มแก้มแทบปริก่อนจะขึ้นรถ
รุ้งลาวัณย์ยืนส่งจนมองไม่เห็นรถของเขา แล้วเดินเข้าบ้านไป
ขนาดอาบน้ำเสร็จจนเตรียมตัวนอนแล้วเธอยังแทบไม่เชื่อหูตัวเองกับคำสารภาพกะทันหันของเขาอยู่เลย มิน่า่นี้เขาดูแปลกไปจากปกติ เธอก็นึกว่าเป็เพราะเขาสงสารที่เธอเพิ่งอกหักจากธาวินเลยมาทำดีด้วยซะอีก ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะสนใจเธอเลยด้วยซ้ำ
รุ้งลาวัณย์เปิดไลน์ก็เห็นข้อความฝันดีส่งมาจากคนที่เธอกำลังคิดถึง ก่อนจะยิ้มดีใจแล้วส่งสติ๊กเกอร์ตอบกลับไป สงสัยเขาจะจีบเธอจริง ๆ เธอไม่ได้หูฝาดไปเอง