มอนสเตอร์หมาป่า[ไวโอเล็ตวูฟ]กระโดดพุ่งเข้ามาโจมตี
‘เร็ว!…เร็วมาก’
เรเวลเบี่ยงตัวหลบคมเขี้ยวหมาป่าที่กัดเข้ามา
ไวโอเล็ตวูฟงอตัวเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นกงจักรสีม่วงพุ่งย้อนกลับมาหา แต่เรเวลกระโดดหลบ หลังจากนั้นมีกงจักรสีม่วงอีกอันพุ่งเข้ามาทางจุดอับ
“เรเวลระวัง!!”
“!?”
ลูน่าเห็นรูอันตะโกนเตือนจึงรีบผลักเรเวลล้มลง
‘ฉึก’
กงจักรสีม่วงถากไปที่แก้มของเด็กหนุ่มเล็กน้อยจนมีเลือดไหลซึมออกมา
“อึก..ขะ..ขะ..ขอบใจนะลูน่า”
“ยัง..มันยังไม่จบ”
“ทุกคนกระจายตัวออกไปก่อนค่ะ!..อย่ายืนเป็นเป้านิ่ง!”
ตอนนั้นเองมอนสเตอร์นกสีม่วง [ไวโอเล็ตเบิร์ด] กระพือพีกสลัดขนจนฟุ้งไปทั่วทั้งสนาม
ขนสีม่วงเต็มไปด้วยพิษร้ายแรง..ทำให้สมาชิกห้องSหลายคนที่สัมผัสถูกมันเริ่มมีอาการแปลกๆและเข่าทรุดลงทันที
รูอันเห็นท่าไม่ดีจึงรีบร่ายสกิลเพื่อแก้สถานการณ์ที่เริ่มวิกฤติ
‘เวทย์ลม-เรียริคออฟเพียวริไฟน์’
เสาสีเขียวรูปไม้กางเขนปักลงกลางสนามแล้วเปล่งแสงออกมา
บนตัวไม้กางเขนมีอักษรรูปตัว P สลักอยู่
ทันทีที่แสงสีเขียวสว่างจ้า..เกิดกระแสลมพัดขนนกให้ลอยกลับไปหาไวโอเล็ตเบิร์ด
มอนสเตอร์นกได้สัมผัสถูกขนตัวเอง..แต่ก็ไม่เป็นอะไรอยู่ดี
<เรียริคออฟเพียวริไฟน์> สกิลที่ทำลายต้นเหตุของสถานะผิดปกติเป็นวงกว้าง..และช่วยลบล้างสถานะผิดปกติในขอบเขตที่สายลมส่งไปถึง
สมาชิกห้องSที่สัมผัสถูกสายลมนี้ได้ถูกปลดปล่อยจากสถานะ<ติดพิษ>
รูอันชี้คฑาขึ้นแล้วร่ายสกิลสนับสนุนต่อแบบไม่รีรอ
‘เวทย์ลม-เรียริคออปสเตเคิล’
เกิดเสาไม้กางเขนสีเหลืองปักที่กลางสนามแล้วปล่อยสายลมรุนแรงออกมา โดยที่บนไม้กางเขนมีตัว O สลักอยู่
ทุกครั้งที่แสงสีเหลืองสว่างจ้าเป็นจังหวะ..ก็จะมีสายลมถูกปล่อยออกมาเรื่อยๆ
มอนสเตอร์นกและหมาป่าที่สัมผัสถูกสายลมนี้..การเคลื่อนไหวได้ถูกสายลมก่อกวนจนเคลื่อนไหวไม่สะดวกและเริ่มไร้ระเบียบ ในขณะที่พันธมิตรเมื่อสัมผัสถูกสายลมนี้กลับเคลื่อนไหวได้คล่องขึ้นอย่างน่าประหลาด
เรเวลหลบการโจมตีของไวโอเล็ตวูฟได้แบบสบายๆ
กงจักรสีม่วงหลายอันหมุนผ่านเฉียดตัวไปเรื่อยๆ
“โฮ่...มีสกิลที่แปลกเหมือนกันนะรูอัน”
เรเวลมองไปที่เสารูปไม้กางเขน2อันขณะก้มหัวหลบกงจักร
ไวโอเล็ตวูปที่งอตัวกลายเป็นกงจักรพุ่งเลยไปตัดต้นไม้ยักษ์สีม่วงจนหักโค่น
“รีบๆจัดการมันแล้วไปชั้นต่อไปเถอะน่า”
เซเลน่าตีลังกาหลบแล้วหมุนตัวกลางอากาศ
‘เวทย์ไฟ-กงจักรเพลิงสังหาร’
กงจักรสีม่วงและสีแดงปะทะกัน
‘เคร้งงงงงง…ซี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ’
กงจักรสีแดงแหลกสลายไป..ส่วนกงจักรสีม่วงก็คลายตัวกลายมาเป็นไวโอเล็ตวูฟเหมือนเดิม
“วูฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ…..วู่วววววววววววว”
มอนสเตอร์หมาป่าพุ่งเข้ามาโจมตีเซเลน่าต่อ
เซซิเลียเรียกเถาวัลย์มามัดตัวหมาป่าไว้..ส่วนเซเลน่าร่ายสกิลแล้วพุ่งเข้าไปชกหน้าหมาป่า
ทางด้านไวโอเล็ตเบิร์ดถูกลูน่าใช้ปืนยิงจนร่วงหมด
สมาชิกห้องSแต่ละคนช่วยกันรับมือกับมอนสเตอร์ตามวิธีการของแต่ละคน..ท่ามกลางการสนับสนุนของรูอัน
‘สกิลเสา2อันนี้แม้จะทำดาเมจไม่ได้..แต่ก็ช่วยสนับสนุนได้ดีเหมือนกันเลยนะเนี่ย’
เสาสีเขียวและเสาสีเหลืองเปล่งแสงแล้วปล่อยสายลมออกมาเรื่อยๆ
“ชิ..โถวเอ้ยยย…ทำไมมอนเตอร์มันเข้ามาโจมตีฉันเยอะจังฟะเนี่ยย!!!…จะแค้นอะไรกันนักหนา”
เรเวลหลบการโจมตีของไวโอเล็ตวูฟนับสิบตัวท่ามกลางเหงื่อแตกพลั่ก
มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนชั้นที่7นี้เก่งขึ้นกว่าชั้นที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด..ทั้งด้านความทนทานและความเร็วนั้นผิดกันคนละเรื่องกับชั้นที่ผ่านๆมาเลย
‘เวทย์ไฟ-คัตเตอร์สเปียร์’
กงจักรสีม่วงพุ่งปะทะกับครีบฉลามสีแดงจนครีบฉลามสีแดงแหลกละเอียด
‘ความแรงไม่พองั้นหรอ?’
เรเวลมองสกิลติดตามอัตโนมัติที่ถูกทำลายแบบง่ายดาย..แต่ครั้นจะใช้สกิลที่แรงกว่านี้…มอนสเตอร์หมาป่าก็หลบได้ทันเช่นกัน...การรับมือกับมอนสเตอร์ในชั้นนี้ด้วยตัวคนเดียวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“เห้ออ..ช่วยไม่ได้นะ..ไม่คิดว่าจะต้องใช้มันเลย”
อนุภาคแสงสีขาวบริสุทธิ์เริ่มรวบรวมที่หอกศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับเสียงระฆัง
เรเวลถีบพื้นแล้วกระโดดขึ้นไปยืนบนกิ่งไม้สีม่วง
มอนสเตอร์หมาป่าหยุดการโจมตีชั่วคราวเปลี่ยนร่างกายจากกงจักรกลับมาเป็นหมาป่าอีกครั้งแล้วหงายหน้าขึ้นมองเรเวล..เพราะงงว่ามนุษย์คนนี้จะทำอะไร
“วูฟ?”
ชาร์จ4วินาทีให้ผลอัพเกรดที่16เท่า
‘เวทย์ไฟ-ไลน์นิ่งไดรฟ์'
‘ฉัวะ..’
ทัศนวิสัยถูกแยกออกเป็น2ซีก..มอนสเตอร์ตัวแรกถูกผ่ากลางตั้งแต่หัวยันหาง..ส่วนตัวที่เหลืออีก3ตัว..ลำตัวขาดพร้อมกัน
เรเวลปรากฎตัวด้านหลังศพมอนสเตอร์ท่ามกลางอนุภาคแสงสีน้ำเงินเปล่งประกายดูลึกลับห่อหุ้มตัว
สกิล <ไลน์นิ่งไดรฟ์> อัพเกรดขึ้น16เท่า ทำให้สเตตัสความเร็วเพิ่มขึ้น 60% x16= +960%
สเตตัสกำลังเพิ่มขึ้น 20% x16= +320% และระยะเวลาใน<ไลน์นิ่งโหมด>จะเพิ่มขึ้นเป็น 10 x16 = +160 วินาที รวมทั้งผลจาก Ex สกิลที่จะคูณกำลังกับความเร็วอีก10เท่าได้เพิ่มขึ้นเป็น 10x16 =160 เท่า
“อาา..วู่ววววววววว”
มอนสเตอร์หมาป่าหอนคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว..เปลี่ยนตัวเองกลายเป็นกงจักรแล้วพุ่งเข้ามารุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ความเสียหายทางกายภาพ..โดยปกติสถานะ <ไลน์นิ่งโหมด> จะพวกเพิ่มแค่ 1144% แต่ว่าผลจากการอัพเกรดด้วยหอกแห่งปาฎิหาริย์จะเพิ่มขึ้นอีก16เท่า ทำให้ต้องบวกเพิ่มเป็น 1144% x16 = +18,340% เมื่อนำตัวเลขนี้คิดร่วมกับสเตตัสกำลังที่เพิ่มขึ้นอีก 320% x160 หรือ 3.2x160 =512 เท่า จะทำให้การโจมตีด้วยการเตะต่อยธรรมดานั้นแรงกว่าสกิล <กงจักรเพลิงสังหาร> ของเซเลน่าเสียอีก
“ย้ากกกกกกกกกกกกกก”
เรเวลใช้ขาที่หุ้มเกราะโลหะเตะเข้าไปที่กงจักรสีม่วงนั้นสุดแรงจนร่างหมาป่าคลายออกแล้วพุ่งกระเด็นไปชนต้นไม้จนหักโค่นเกือบ100ต้นในพริบตา
ร่างของมอนสเตอร์แหลกสลายไปทันที..เหลือเพียงแต่ดรอปไอเท็ม
เรเวลวิ่งล่อมอนสเตอร์ที่เหลือออกจากกลุ่มห้องตัวเอง..จนทิ้งระยะห่างได้สักพัก
ตัวเขาใช้แอเรียลบินขึ้นไปบนอากาศ
สถานะ <ไลน์นิ่งโหมด> นอกจากจะเพิ่มความเร็ว,กำลัง และความเสียหายทางกายภาพแล้ว..ยังเพิ่มค่าความเสียหายทางสกิลและเวทมนตร์ด้วย ซึ่งจะเพิ่มถึง 22% x16 = +352% (3.52เท่า) นอกจากนี้หากร่ายสกิลคำร่ายจะถูกลดทอนให้สั้นลงอีก
‘หอกดาวตก’
เกิดดาวตกสีแดงจำนวนมากพุ่งลงมาถล่มมอนสเตอร์ที่อยู่บนพื้นจนร่างกายแหลกเละไม่เหลือซาก
ในเวลา ทั้งเรเวล และพวกสมาชิกห้องSคนอื่นๆก็เคลียร์ดันเจี้ยนชั้นที่7ได้สำเร็จ
แสงสีฟ้าคล้ายแสงออโรร่าสลายไปจากตัวเรเวล เป็นตัวบ่งบอกว่าสถานะ <ไลน์นิ่งโหมด>ได้สิ้นสุดลงแล้ว
“เห้ออ..โค่นมอนสเตอร์มาตั้งขนาดนี้เลเวลยังไม่ขึ้นเลยแหะ”
‘EXP 86/1200’ (+22)
แบบนี้ถ้าอยากให้จบเร็วขึ้นคงต้องใช้สกิล <หอกแห่งปาฎิหาริย์> ผสานกับ <ไลน์นิ่งไดร์ฟ> เรื่อยๆแล้วล่ะ
เซซิเลียเดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
“นี่ค่ะ ><”
“อืม..ขอบใจนะ..”
เรเวลหยิบผ้าเช็ดหน้าที่มีกลิ่นหอมของเธอซับไปที่เหงื่อและคราบเลือดสีม่วงบนใบหน้า
‘ไม่คิดว่าสามัญชนอย่างฉันจะมีราชวงศ์มาเป็นเบ้แหะ..เอ้ย..เป็นแฟน’
“ไปชั้นถัดไปกันเถอะ..”
เด็กหนุ่มยืนผ้าเช็ดหน้าคืนให้
“อือ..”
เด็กสาวรับมันไว้ด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
ถ้าสกิล <ไลน์นิ่งไดร์ฟ> คูลดาวน์เสร็จเมื่อไหร่..จะใช้สกิล<หอกแห่งปาฎิหาริย์>ทันทีเลย
“เซซิเลีย..ในชั้นถัดไปฉันจะบุกแบบสายฟ้าแลบเลยนะ..ฉะนั้นช่วยคุ้มครองฉันด้วย”
“ได้เลยค่ะ ><”
นอกจากเซซิเลียแล้วก็มีแค่สมาชิกในกลุ่มเรเวลเท่านั้นที่เข้าใจความหมายที่เขาพูด
ใช่แล้วล่ะ..เพราะว่าฉันจะชาร์จสกิล <หอกแห่งปาฎิหาริย์> แบบเต็มพิกัดเลยไงล่ะ
#ดันเจี้ยนชั้นที่8#
ภูมิศาสตร์โดยรอบของดันเจี้ยนชั้นนี้ยังคงเป็นป่าสีม่วงเหมือนเดิม
-------------------
[กรีนวูฟX]
มอนสเตอร์: LV34
เผ่า: สัตว์ป่า
รายละเอียด:
-มอนสเตอร์หมาป่าสีเขียว
-เสียงหอนของมันทำให้ประสาทหลอน
--------------------
[มัค]
มอนสเตอร์: LV34
เผ่า: หินผา
รายละเอียด:
-มอนสเตอร์รูปร่างคล้ายก้อนโคลน(กินโคลนและดินเป็นอาหาร)
---------------------
มอนสเตอร์เมื่อเห็นผู้รุกรานก็ได้เริ่มโจมตีทันที
“เซซิเลียฝากหน่อย”
“ค่ะ”
‘เวทพืช-อาณาเขตแห่งสวนดอกไม้’
เซซิเลียร่ายสกิลสร้างสวนดอกไม้ขึ้นมาโดยที่มีเรเวลยืนอยู่ตรงกลาง ทำให้มอนสเตอร์โดยรอบไม่สามารถเข้าใกล้อาณาเขตนี้ได้
‘ถ้าจะชาร์จเต็มพิกัดคงต้องรวบรวมสมาธิมหาศาล’
เรเวลถือหอกตัวเองแล้วหลับตาลง
อนุภาคแสงสีขาวบริสุทธิ์เริ่มรวบรวมที่ตัวหอกพร้อมกับเสียงระฆังที่ดังกังวาลขึ้นเรื่อยๆ
สมาชิกห้องSคนอื่นๆเริ่มสงสัยว่าเรเวลจะทำอะไร ในขณะที่เพื่อนๆในกลุ่มของเรเวลต่างช่วยกันปกป้องเขาการโจมตีของมอนสเตอร์
สกิล<หอกแห่งปาฎิหารย์> สกิลประจำเทวทัณฑ์ที่เอนชานต์ประสิทธิภาพของทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสกิล เวทมนตร์ หรือพลังโจมตีกายภาพ จะถูกอัพเกรดตามความปรารถนาของผู้ใช้ หนึ่งในสกิลของอาร์ติเฟกซ์ระดับเทวทัณฑ์นี้นับเป็นสกิลที่แปลกและหาได้ยากยิ่ง
เมื่อระยะเวลาชาร์จครบ5นาที เสียงระฆังก็ได้หยุดลง ท่ามกลางอนุภาคแสงหนาแน่นจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ที่หอก นี่คือระยะเวลาชาร์จสูงสุดในตอนนี้ซึ่งจะให้ผลการอัพเกรดทั้งสิ้น 5x60x4 =1200 เท่า!!!
เรเวลมองไปยังหอกของตัวเอง
ถ้าหากร่ายสกิลโจมตีปกติตอนนี้คงจะระเบิดดันเจี้ยนชั้นที่8 ไม่เหลือซากแน่ๆ แถมสมาชิกในห้องรวมทั้งตัวเองก็จะโดนลูกหลงไปด้วย ซึ่งทางเลือกเดียวที่จะเอนชานต์ตอนนี้ก็คือสกิลประเภทไดร์ฟเท่านั้น
‘เวทไฟ-ไลน์นิ่งไดร์ฟ’
อนุภาคแสงสีขาวถูกดูดหายเข้าไปในตัวหอกแล้วกลายเป็นแสงออโรร่าสีน้ำเงินเข้มสว่างจ้าคลุมรอบตัวและอาวุธ นอกจากนี้ยังโปรยอนุภาคแสงสีน้ำเงินย่อยๆงดงามออกมาจากทั่วร่างกายด้วย
<ไลน์นิ่งไดร์ฟ>
-สเตตัสความเร็วเพิ่มขึ้น 60% → 72,000% (+720เท่า)
-สเตตัสกำลังเพิ่มขึ้น 20% → 24,000% (+240เท่า)
-สเตตัสกำลัง&ความเร็ว x10 เท่าจากเดิม (EX) → x12,000 เท่าจากเดิม (EX)
-ดาเมจสกิลเพิ่มขึ้น 22% → 26,400% (+264เท่า)
-ดาเมจกายภาพเพิ่มขึ้น 1144% → 1,372,800% (+13,728เท่า)
-ระยะเวลาคงอยู่ 10วินาที → 12,000วินาที (3 ชม. 20นาที)
เรเวลที่รู้สึกค่าสเตตัสตัวเองเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเกินกว่าจะจินตนาการได้เริ่มตั้งท่าเตรียมตัว
“เอาล่ะนะ”
เมื่อเขาเริ่มก้าวเท้าเบาๆสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
“เหวออออ!!!!!!!!!!!!!!…..อะไรเนี่ย!!!!!!!!!!!!!!”
เรเวลลอยพุ่งไปกระแทกมอนสเตอร์จนร่างมอนสเตอร์แหลกเละ
ทั้งความเร็วและกำลังที่พุ่งไปนั้นมหาศาลมาก..ระดับที่ทุกคนในห้องSไม่มีใครมองทัน เรเวลพุ่งไปเรื่อยๆจนไปกระแทกผนังดันเจี้ยนและทะลุเข้าไปข้างใน
“อึก…อรั๊ก..!!”
กระดูกเริ่มร้าว
แรงกระแทกได้ส่งผ่านเกราะอย่างรุนแรง
เรเวลทะลุผนังคริสตัลไปเรื่อยๆท่ามกลางพลังชีวิตที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
‘แย่แล้ว..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่..’
เรเวลมองเกจ HP บนทัศนวิสัยขวามือของตัวเองที่กำลังกระพริบสีแดงขึ้นเรื่อยๆ
HP 70,230/100,000
-18,000
HP 52,230/100,000
-17,000
HP 35,230/100,000
-16,000
HP 19,230/100,000
-15,000
HP 4,230/100,000
‘ยะ..แย่แล้ววว!!!’
เรเวลเห็นท่าไม่ดีจึงรีบยกเลิกสกิล<ไลน์นิ่งไดร์ฟ>ทันที..ทำให้รักษาชีวิตได้ทันแบบฉิวเฉียด
HP 4,230/100,000
นับว่าโชคดีอย่างมากที่ <สกิลไลน์นิ่งไดร์ฟ> ที่ถูกอัพเกรดเป็นสกิล EX นั้นสามารถยกเลิกสถานะ<ไลน์นิ่งโหมด>ได้ดั่งใจนึก มิฉะนั้นเรเวลคงได้ตายไปแล้วแน่ๆ
เรเวลค่อยๆขยับร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเลือด กระดูกทั่วร่างกายแตกหักและมีหลายส่วนที่แหลกละเอียด ดูเหมือนว่าการอัพสเตตัสด้านกำลังกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนไม่สมดุลกับสเตตัสด้านอื่นๆจะส่งผลเสียอย่างร้ายแรงเป็นอย่างมาก
‘ไม่รู้เหมือนกันว่าสเตตัสขนาดนี้มันพอๆกับเลเวลเท่าไหร่กันแน่’
โดยปกติแล้วการเพิ่มLVนั้น ไม่ได้เพิ่มแค่สเตตัสพื้นฐานทุกด้านเพียงอย่างเดียว(กำลัง,ความเร็ว,ความทนทาน,พลังชีวิต,ดาเมจ) แต่ยังเพิ่มความสามารถด้านประสาทสัมผัสด้วย เช่น ความสามารถในการมองเห็นสิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วๆได้ง่ายขึ้น,การมองเห็นในที่มืด ,ความสามารถในการฟังเสียง ฯลฯ นอกจากนี้ก็ยังมีความอึดพิเศษอีกด้วย เช่น ความจุของออกซิเจนในปอด ,ความทนต่อการอดน้ำ/อาหาร ,การทนต่อการอดนอน ฯลฯ ฉะนั้นระบบเลเวลอัพนี้จึงเปรียบเสมือนพรของเทพธิดาที่มอบให้ผู้ถือครองอาร์ติเฟกซ์อย่างแท้จริง เพราะมันคือการยกระดับในทุกด้านนั่นเอง
ซึ่งจากการอัพเกรดของสกิล <ไลน์นิ่งไดร์ฟ> เมื่อกี้นี้นั้นได้เพิ่มแค่ความเร็วกับกำลังอย่างเดียว แม้จะมหาศาลมากก็จริง แต่ถ้าความทนทาน กับ ประสาทสัมผัสยังคงเท่าเดิม ผลลัพธ์ก็จะเป็นอย่างที่เห็น
‘เกือบตายไปแล้วมั้ยล่ะ…อู้ยยยยย….เจ็บชิบ’
เพราะมีค่าความทนทานที่ไม่สูงพอ ร่างกายจึงทนรับสเตตัสกำลังที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว และเพราะมีประสาทสัมผัสไม่ดีพอ จึงไม่สามารถตามความเร็วที่เพิ่มขึ้นของตัวเองได้ทัน ส่งผลให้ควบคุมค่าสเตตัสของตัวเองที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแค่บางส่วนไม่ได้
‘นี่เราไม่ควรใช้ <หอกแห่งปาฎิหาริย์> เอนชานต์สกิลประเภทไดร์ฟมากเกินไปสินะ..’
มีทรายเล็กน้อยเริ่มรั่วออกมาจากคริสตัลด้านหลังที่เรเวลพิงอยู่ เพราะในตอนนี้ตัวเขาทะลุผนังคริสตัลลึกเข้ามาเกือบ2กิโลเมตร และหากยังคงทะลุต่อไปมากกว่านี้จนออกไปนอกฐานพีระมิดซึ่งอยู่ใต้ทะเลทราย..ก็จะถูกทรายนับหมื่นๆตันทับถมจนหายใจไม่ออกและถึงแก่ความตายในที่สุด
เรเวลพยายามขยับตัวในรูแคบๆแล้วหันหัวไปยังทางออก
ไม่รู้ว่ารูที่เจาะเข้ามาลึกขนาดนี้จะทำให้ผนังถล่มรึป่าว..ตัวเราคงต้องรีบออกไปก่อนดีกว่า
‘มานาโซน-ไฟเยอร์แอเรียล’
เรเวลบินออกไปจากรู..นอกจากนี้เขายังใช้สกิล<หอกแห่งปาฎิหาริย์> เอนชานต์กับสกิล<กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ>เพื่อเอาสถานะอมตะที่เพิ่มระยะเวลาขึ้นด้วย
ดูเหมือนว่าใช้กับสกิล<กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ>คงไม่เป็นไรสินะ…แต่ทางที่ดีไม่ควรชาร์จนานเกินไปจะดีกว่า เพราะดึงแม้สถานะอมตะจะไม่มีปัญหา แต่ท่า ‘กลาเดียร์คอมโบ’ ต้องมีปัญหาแน่ๆ
“เห้อออ..เป็นประสบการณ์เสี่ยงตายที่โง่เง่าซะจริง”
*********
#คุยกับไรท์#
ขออภัยที่ห่างหายไปนานครับ เพราะที่ผ่านมาติดปัญหาโดน ศชอ.ส่งไฟล์เอกสารข่มขู่แจ้ง 112 เลยไม่ค่อยมีเวลามาแต่งนิยายเท่าไหร่ เพราะผมกำลังยุ่งกับการทำกลุ่มไลน์เพื่อรวบรวมคนที่โดนคล้ายๆกันอยู่ครับ
ส่วนกำหนดการอัพนิยายหลังจากนี้ขอเป็นสัปดาห์ละ1ตอนไปก่อนนะครับ โดยจะอัพทุกวันอาทิตย์เวลา 10:00 น. ครับ (ช่วงนี้ไรท์ติดสอบออนไลน์ของมหาลัยด้วย)
ส่วนข้อมูลข่าวสารต่างๆเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้สามารถติดตามได้ที่เพจ facebook: Aungmoonlord Novel Writer