The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่109 บุกดันเจี้ยน13 (มุ่งหน้าสู่ชั้นที่10)

              มอนสเตอร์หมาป่า[ไวโอเล็ตวูฟ]กระโดดพุ่งเข้ามาโจมตี

              ‘เร็ว!…เร็วมาก’

              เรเวลเบี่ยงตัวหลบคมเขี้ยวหมาป่าที่กัดเข้ามา

              ไวโอเล็ตวูฟงอตัวเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นกงจักรสีม่วงพุ่งย้อนกลับมาหา แต่เรเวลกระโดดหลบ หลังจากนั้นมีกงจักรสีม่วงอีกอันพุ่งเข้ามาทางจุดอับ

              “เรเวลระวัง!!”

              “!?”

              ลูน่าเห็นรูอันตะโกนเตือนจึงรีบผลักเรเวลล้มลง

              ‘ฉึก’

              กงจักรสีม่วงถากไปที่แก้มของเด็กหนุ่มเล็กน้อยจนมีเลือดไหลซึมออกมา 

              “อึก..ขะ..ขะ..ขอบใจนะลูน่า”

              “ยัง..มันยังไม่จบ”

              “ทุกคนกระจายตัวออกไปก่อนค่ะ!..อย่ายืนเป็นเป้านิ่ง!”

              ตอนนั้นเองมอนสเตอร์นกสีม่วง [ไวโอเล็ตเบิร์ด] กระพือพีกสลัดขนจนฟุ้งไปทั่วทั้งสนาม

              ขนสีม่วงเต็มไปด้วยพิษร้ายแรง..ทำให้สมาชิกห้องSหลายคนที่สัมผัสถูกมันเริ่มมีอาการแปลกๆและเข่าทรุดลงทันที

              รูอันเห็นท่าไม่ดีจึงรีบร่ายสกิลเพื่อแก้สถานการณ์ที่เริ่มวิกฤติ

              ‘เวทย์ลม-เรียริคออฟเพียวริไฟน์’

              เสาสีเขียวรูปไม้กางเขนปักลงกลางสนามแล้วเปล่งแสงออกมา

              บนตัวไม้กางเขนมีอักษรรูปตัว P สลักอยู่

              ทันทีที่แสงสีเขียวสว่างจ้า..เกิดกระแสลมพัดขนนกให้ลอยกลับไปหาไวโอเล็ตเบิร์ด

              มอนสเตอร์นกได้สัมผัสถูกขนตัวเอง..แต่ก็ไม่เป็นอะไรอยู่ดี

              <เรียริคออฟเพียวริไฟน์> สกิลที่ทำลายต้นเหตุของสถานะผิดปกติเป็นวงกว้าง..และช่วยลบล้างสถานะผิดปกติในขอบเขตที่สายลมส่งไปถึง

              สมาชิกห้องSที่สัมผัสถูกสายลมนี้ได้ถูกปลดปล่อยจากสถานะ<ติดพิษ>

              รูอันชี้คฑาขึ้นแล้วร่ายสกิลสนับสนุนต่อแบบไม่รีรอ

             ‘เวทย์ลม-เรียริคออปสเตเคิล’

              เกิดเสาไม้กางเขนสีเหลืองปักที่กลางสนามแล้วปล่อยสายลมรุนแรงออกมา โดยที่บนไม้กางเขนมีตัว O สลักอยู่

              ทุกครั้งที่แสงสีเหลืองสว่างจ้าเป็นจังหวะ..ก็จะมีสายลมถูกปล่อยออกมาเรื่อยๆ

              มอนสเตอร์นกและหมาป่าที่สัมผัสถูกสายลมนี้..การเคลื่อนไหวได้ถูกสายลมก่อกวนจนเคลื่อนไหวไม่สะดวกและเริ่มไร้ระเบียบ  ในขณะที่พันธมิตรเมื่อสัมผัสถูกสายลมนี้กลับเคลื่อนไหวได้คล่องขึ้นอย่างน่าประหลาด

              เรเวลหลบการโจมตีของไวโอเล็ตวูฟได้แบบสบายๆ

              กงจักรสีม่วงหลายอันหมุนผ่านเฉียดตัวไปเรื่อยๆ          

              “โฮ่...มีสกิลที่แปลกเหมือนกันนะรูอัน”

              เรเวลมองไปที่เสารูปไม้กางเขน2อันขณะก้มหัวหลบกงจักร 

              ไวโอเล็ตวูปที่งอตัวกลายเป็นกงจักรพุ่งเลยไปตัดต้นไม้ยักษ์สีม่วงจนหักโค่น

              “รีบๆจัดการมันแล้วไปชั้นต่อไปเถอะน่า”

              เซเลน่าตีลังกาหลบแล้วหมุนตัวกลางอากาศ

              ‘เวทย์ไฟ-กงจักรเพลิงสังหาร’

              กงจักรสีม่วงและสีแดงปะทะกัน

             ‘เคร้งงงงงง…ซี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ’

              กงจักรสีแดงแหลกสลายไป..ส่วนกงจักรสีม่วงก็คลายตัวกลายมาเป็นไวโอเล็ตวูฟเหมือนเดิม

              “วูฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ…..วู่วววววววววววว”

              มอนสเตอร์หมาป่าพุ่งเข้ามาโจมตีเซเลน่าต่อ

              เซซิเลียเรียกเถาวัลย์มามัดตัวหมาป่าไว้..ส่วนเซเลน่าร่ายสกิลแล้วพุ่งเข้าไปชกหน้าหมาป่า

              ทางด้านไวโอเล็ตเบิร์ดถูกลูน่าใช้ปืนยิงจนร่วงหมด

              สมาชิกห้องSแต่ละคนช่วยกันรับมือกับมอนสเตอร์ตามวิธีการของแต่ละคน..ท่ามกลางการสนับสนุนของรูอัน

              ‘สกิลเสา2อันนี้แม้จะทำดาเมจไม่ได้..แต่ก็ช่วยสนับสนุนได้ดีเหมือนกันเลยนะเนี่ย’

              เสาสีเขียวและเสาสีเหลืองเปล่งแสงแล้วปล่อยสายลมออกมาเรื่อยๆ

              “ชิ..โถวเอ้ยยย…ทำไมมอนเตอร์มันเข้ามาโจมตีฉันเยอะจังฟะเนี่ยย!!!…จะแค้นอะไรกันนักหนา”

              เรเวลหลบการโจมตีของไวโอเล็ตวูฟนับสิบตัวท่ามกลางเหงื่อแตกพลั่ก

              มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนชั้นที่7นี้เก่งขึ้นกว่าชั้นที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด..ทั้งด้านความทนทานและความเร็วนั้นผิดกันคนละเรื่องกับชั้นที่ผ่านๆมาเลย

              ‘เวทย์ไฟ-คัตเตอร์สเปียร์’

              กงจักรสีม่วงพุ่งปะทะกับครีบฉลามสีแดงจนครีบฉลามสีแดงแหลกละเอียด

              ‘ความแรงไม่พองั้นหรอ?’

              เรเวลมองสกิลติดตามอัตโนมัติที่ถูกทำลายแบบง่ายดาย..แต่ครั้นจะใช้สกิลที่แรงกว่านี้…มอนสเตอร์หมาป่าก็หลบได้ทันเช่นกัน...การรับมือกับมอนสเตอร์ในชั้นนี้ด้วยตัวคนเดียวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

              “เห้ออ..ช่วยไม่ได้นะ..ไม่คิดว่าจะต้องใช้มันเลย”

              อนุภาคแสงสีขาวบริสุทธิ์เริ่มรวบรวมที่หอกศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับเสียงระฆัง

              เรเวลถีบพื้นแล้วกระโดดขึ้นไปยืนบนกิ่งไม้สีม่วง

              มอนสเตอร์หมาป่าหยุดการโจมตีชั่วคราวเปลี่ยนร่างกายจากกงจักรกลับมาเป็นหมาป่าอีกครั้งแล้วหงายหน้าขึ้นมองเรเวล..เพราะงงว่ามนุษย์คนนี้จะทำอะไร

              “วูฟ?”

              ชาร์จ4วินาทีให้ผลอัพเกรดที่16เท่า

              ‘เวทย์ไฟ-ไลน์นิ่งไดรฟ์'

              ‘ฉัวะ..’

              ทัศนวิสัยถูกแยกออกเป็น2ซีก..มอนสเตอร์ตัวแรกถูกผ่ากลางตั้งแต่หัวยันหาง..ส่วนตัวที่เหลืออีก3ตัว..ลำตัวขาดพร้อมกัน

              เรเวลปรากฎตัวด้านหลังศพมอนสเตอร์ท่ามกลางอนุภาคแสงสีน้ำเงินเปล่งประกายดูลึกลับห่อหุ้มตัว

              สกิล <ไลน์นิ่งไดรฟ์> อัพเกรดขึ้น16เท่า ทำให้สเตตัสความเร็วเพิ่มขึ้น 60% x16= +960% 

              สเตตัสกำลังเพิ่มขึ้น 20% x16= +320% และระยะเวลาใน<ไลน์นิ่งโหมด>จะเพิ่มขึ้นเป็น 10 x16 = +160 วินาที รวมทั้งผลจาก Ex สกิลที่จะคูณกำลังกับความเร็วอีก10เท่าได้เพิ่มขึ้นเป็น 10x16 =160 เท่า

             “อาา..วู่ววววววววว”

              มอนสเตอร์หมาป่าหอนคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว..เปลี่ยนตัวเองกลายเป็นกงจักรแล้วพุ่งเข้ามารุนแรงยิ่งกว่าเดิม

              ความเสียหายทางกายภาพ..โดยปกติสถานะ <ไลน์นิ่งโหมด> จะพวกเพิ่มแค่ 1144% แต่ว่าผลจากการอัพเกรดด้วยหอกแห่งปาฎิหาริย์จะเพิ่มขึ้นอีก16เท่า ทำให้ต้องบวกเพิ่มเป็น 1144% x16 = +18,340% เมื่อนำตัวเลขนี้คิดร่วมกับสเตตัสกำลังที่เพิ่มขึ้นอีก 320% x160 หรือ 3.2x160 =512 เท่า จะทำให้การโจมตีด้วยการเตะต่อยธรรมดานั้นแรงกว่าสกิล <กงจักรเพลิงสังหาร> ของเซเลน่าเสียอีก

              “ย้ากกกกกกกกกกกกกก”

              เรเวลใช้ขาที่หุ้มเกราะโลหะเตะเข้าไปที่กงจักรสีม่วงนั้นสุดแรงจนร่างหมาป่าคลายออกแล้วพุ่งกระเด็นไปชนต้นไม้จนหักโค่นเกือบ100ต้นในพริบตา

              ร่างของมอนสเตอร์แหลกสลายไปทันที..เหลือเพียงแต่ดรอปไอเท็ม

              เรเวลวิ่งล่อมอนสเตอร์ที่เหลือออกจากกลุ่มห้องตัวเอง..จนทิ้งระยะห่างได้สักพัก

              ตัวเขาใช้แอเรียลบินขึ้นไปบนอากาศ

              สถานะ <ไลน์นิ่งโหมด> นอกจากจะเพิ่มความเร็ว,กำลัง และความเสียหายทางกายภาพแล้ว..ยังเพิ่มค่าความเสียหายทางสกิลและเวทมนตร์ด้วย ซึ่งจะเพิ่มถึง 22% x16 = +352% (3.52เท่า) นอกจากนี้หากร่ายสกิลคำร่ายจะถูกลดทอนให้สั้นลงอีก

              ‘หอกดาวตก’

              เกิดดาวตกสีแดงจำนวนมากพุ่งลงมาถล่มมอนสเตอร์ที่อยู่บนพื้นจนร่างกายแหลกเละไม่เหลือซาก

              ในเวลา  ทั้งเรเวล และพวกสมาชิกห้องSคนอื่นๆก็เคลียร์ดันเจี้ยนชั้นที่7ได้สำเร็จ

              แสงสีฟ้าคล้ายแสงออโรร่าสลายไปจากตัวเรเวล เป็นตัวบ่งบอกว่าสถานะ <ไลน์นิ่งโหมด>ได้สิ้นสุดลงแล้ว

              “เห้ออ..โค่นมอนสเตอร์มาตั้งขนาดนี้เลเวลยังไม่ขึ้นเลยแหะ”

              ‘EXP 86/1200’ (+22)

              แบบนี้ถ้าอยากให้จบเร็วขึ้นคงต้องใช้สกิล <หอกแห่งปาฎิหาริย์> ผสานกับ <ไลน์นิ่งไดร์ฟ> เรื่อยๆแล้วล่ะ 

              เซซิเลียเดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าให้

              “นี่ค่ะ ><”

              “อืม..ขอบใจนะ..”

              เรเวลหยิบผ้าเช็ดหน้าที่มีกลิ่นหอมของเธอซับไปที่เหงื่อและคราบเลือดสีม่วงบนใบหน้า

              ‘ไม่คิดว่าสามัญชนอย่างฉันจะมีราชวงศ์มาเป็นเบ้แหะ..เอ้ย..เป็นแฟน’

              “ไปชั้นถัดไปกันเถอะ..”

              เด็กหนุ่มยืนผ้าเช็ดหน้าคืนให้

              “อือ..”

              เด็กสาวรับมันไว้ด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ

              ถ้าสกิล <ไลน์นิ่งไดร์ฟ> คูลดาวน์เสร็จเมื่อไหร่..จะใช้สกิล<หอกแห่งปาฎิหาริย์>ทันทีเลย

              “เซซิเลีย..ในชั้นถัดไปฉันจะบุกแบบสายฟ้าแลบเลยนะ..ฉะนั้นช่วยคุ้มครองฉันด้วย”

              “ได้เลยค่ะ ><”

              นอกจากเซซิเลียแล้วก็มีแค่สมาชิกในกลุ่มเรเวลเท่านั้นที่เข้าใจความหมายที่เขาพูด 

              ใช่แล้วล่ะ..เพราะว่าฉันจะชาร์จสกิล <หอกแห่งปาฎิหาริย์> แบบเต็มพิกัดเลยไงล่ะ

              #ดันเจี้ยนชั้นที่8#

              ภูมิศาสตร์โดยรอบของดันเจี้ยนชั้นนี้ยังคงเป็นป่าสีม่วงเหมือนเดิม 

              -------------------

              [กรีนวูฟX]

              มอนสเตอร์: LV34

              เผ่า: สัตว์ป่า

              รายละเอียด:

              -มอนสเตอร์หมาป่าสีเขียว 

              -เสียงหอนของมันทำให้ประสาทหลอน

              --------------------

              [มัค]

              มอนสเตอร์: LV34

              เผ่า: หินผา

              รายละเอียด: 

              -มอนสเตอร์รูปร่างคล้ายก้อนโคลน(กินโคลนและดินเป็นอาหาร)

              ---------------------

              มอนสเตอร์เมื่อเห็นผู้รุกรานก็ได้เริ่มโจมตีทันที

              “เซซิเลียฝากหน่อย”

              “ค่ะ”

              ‘เวทพืช-อาณาเขตแห่งสวนดอกไม้’

              เซซิเลียร่ายสกิลสร้างสวนดอกไม้ขึ้นมาโดยที่มีเรเวลยืนอยู่ตรงกลาง ทำให้มอนสเตอร์โดยรอบไม่สามารถเข้าใกล้อาณาเขตนี้ได้

              ‘ถ้าจะชาร์จเต็มพิกัดคงต้องรวบรวมสมาธิมหาศาล’

              เรเวลถือหอกตัวเองแล้วหลับตาลง

              อนุภาคแสงสีขาวบริสุทธิ์เริ่มรวบรวมที่ตัวหอกพร้อมกับเสียงระฆังที่ดังกังวาลขึ้นเรื่อยๆ

              สมาชิกห้องSคนอื่นๆเริ่มสงสัยว่าเรเวลจะทำอะไร ในขณะที่เพื่อนๆในกลุ่มของเรเวลต่างช่วยกันปกป้องเขาการโจมตีของมอนสเตอร์

              สกิล<หอกแห่งปาฎิหารย์> สกิลประจำเทวทัณฑ์ที่เอนชานต์ประสิทธิภาพของทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสกิล เวทมนตร์ หรือพลังโจมตีกายภาพ จะถูกอัพเกรดตามความปรารถนาของผู้ใช้ หนึ่งในสกิลของอาร์ติเฟกซ์ระดับเทวทัณฑ์นี้นับเป็นสกิลที่แปลกและหาได้ยากยิ่ง

              เมื่อระยะเวลาชาร์จครบ5นาที เสียงระฆังก็ได้หยุดลง ท่ามกลางอนุภาคแสงหนาแน่นจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ที่หอก นี่คือระยะเวลาชาร์จสูงสุดในตอนนี้ซึ่งจะให้ผลการอัพเกรดทั้งสิ้น 5x60x4 =1200 เท่า!!!       

              เรเวลมองไปยังหอกของตัวเอง

              ถ้าหากร่ายสกิลโจมตีปกติตอนนี้คงจะระเบิดดันเจี้ยนชั้นที่8 ไม่เหลือซากแน่ๆ แถมสมาชิกในห้องรวมทั้งตัวเองก็จะโดนลูกหลงไปด้วย ซึ่งทางเลือกเดียวที่จะเอนชานต์ตอนนี้ก็คือสกิลประเภทไดร์ฟเท่านั้น

              ‘เวทไฟ-ไลน์นิ่งไดร์ฟ’

              อนุภาคแสงสีขาวถูกดูดหายเข้าไปในตัวหอกแล้วกลายเป็นแสงออโรร่าสีน้ำเงินเข้มสว่างจ้าคลุมรอบตัวและอาวุธ นอกจากนี้ยังโปรยอนุภาคแสงสีน้ำเงินย่อยๆงดงามออกมาจากทั่วร่างกายด้วย     

    <ไลน์นิ่งไดร์ฟ>

    -สเตตัสความเร็วเพิ่มขึ้น 60% → 72,000% (+720เท่า)

    -สเตตัสกำลังเพิ่มขึ้น 20% → 24,000% (+240เท่า)

    -สเตตัสกำลัง&ความเร็ว x10 เท่าจากเดิม (EX) → x12,000 เท่าจากเดิม (EX)

    -ดาเมจสกิลเพิ่มขึ้น 22% → 26,400% (+264เท่า)

    -ดาเมจกายภาพเพิ่มขึ้น 1144% → 1,372,800% (+13,728เท่า)

    -ระยะเวลาคงอยู่ 10วินาที → 12,000วินาที (3 ชม. 20นาที)

              เรเวลที่รู้สึกค่าสเตตัสตัวเองเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเกินกว่าจะจินตนาการได้เริ่มตั้งท่าเตรียมตัว

              “เอาล่ะนะ”

              เมื่อเขาเริ่มก้าวเท้าเบาๆสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

              “เหวออออ!!!!!!!!!!!!!!…..อะไรเนี่ย!!!!!!!!!!!!!!” 

              เรเวลลอยพุ่งไปกระแทกมอนสเตอร์จนร่างมอนสเตอร์แหลกเละ

              ทั้งความเร็วและกำลังที่พุ่งไปนั้นมหาศาลมาก..ระดับที่ทุกคนในห้องSไม่มีใครมองทัน เรเวลพุ่งไปเรื่อยๆจนไปกระแทกผนังดันเจี้ยนและทะลุเข้าไปข้างใน

              “อึก…อรั๊ก..!!”

              กระดูกเริ่มร้าว

              แรงกระแทกได้ส่งผ่านเกราะอย่างรุนแรง

              เรเวลทะลุผนังคริสตัลไปเรื่อยๆท่ามกลางพลังชีวิตที่ลดลงอย่างรวดเร็ว

              ‘แย่แล้ว..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่..’

              เรเวลมองเกจ HP บนทัศนวิสัยขวามือของตัวเองที่กำลังกระพริบสีแดงขึ้นเรื่อยๆ

              HP 70,230/100,000

              -18,000

              HP 52,230/100,000

              -17,000

              HP 35,230/100,000

              -16,000

              HP 19,230/100,000  

              -15,000

              HP 4,230/100,000 

              ‘ยะ..แย่แล้ววว!!!’

              เรเวลเห็นท่าไม่ดีจึงรีบยกเลิกสกิล<ไลน์นิ่งไดร์ฟ>ทันที..ทำให้รักษาชีวิตได้ทันแบบฉิวเฉียด

              HP 4,230/100,000 

              นับว่าโชคดีอย่างมากที่ <สกิลไลน์นิ่งไดร์ฟ> ที่ถูกอัพเกรดเป็นสกิล EX นั้นสามารถยกเลิกสถานะ<ไลน์นิ่งโหมด>ได้ดั่งใจนึก มิฉะนั้นเรเวลคงได้ตายไปแล้วแน่ๆ

              เรเวลค่อยๆขยับร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเลือด กระดูกทั่วร่างกายแตกหักและมีหลายส่วนที่แหลกละเอียด ดูเหมือนว่าการอัพสเตตัสด้านกำลังกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนไม่สมดุลกับสเตตัสด้านอื่นๆจะส่งผลเสียอย่างร้ายแรงเป็นอย่างมาก

              ‘ไม่รู้เหมือนกันว่าสเตตัสขนาดนี้มันพอๆกับเลเวลเท่าไหร่กันแน่’        

              โดยปกติแล้วการเพิ่มLVนั้น ไม่ได้เพิ่มแค่สเตตัสพื้นฐานทุกด้านเพียงอย่างเดียว(กำลัง,ความเร็ว,ความทนทาน,พลังชีวิต,ดาเมจ) แต่ยังเพิ่มความสามารถด้านประสาทสัมผัสด้วย เช่น ความสามารถในการมองเห็นสิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วๆได้ง่ายขึ้น,การมองเห็นในที่มืด ,ความสามารถในการฟังเสียง ฯลฯ นอกจากนี้ก็ยังมีความอึดพิเศษอีกด้วย เช่น ความจุของออกซิเจนในปอด ,ความทนต่อการอดน้ำ/อาหาร ,การทนต่อการอดนอน ฯลฯ  ฉะนั้นระบบเลเวลอัพนี้จึงเปรียบเสมือนพรของเทพธิดาที่มอบให้ผู้ถือครองอาร์ติเฟกซ์อย่างแท้จริง เพราะมันคือการยกระดับในทุกด้านนั่นเอง

              ซึ่งจากการอัพเกรดของสกิล <ไลน์นิ่งไดร์ฟ> เมื่อกี้นี้นั้นได้เพิ่มแค่ความเร็วกับกำลังอย่างเดียว แม้จะมหาศาลมากก็จริง แต่ถ้าความทนทาน กับ ประสาทสัมผัสยังคงเท่าเดิม ผลลัพธ์ก็จะเป็นอย่างที่เห็น

              ‘เกือบตายไปแล้วมั้ยล่ะ…อู้ยยยยย….เจ็บชิบ’

              เพราะมีค่าความทนทานที่ไม่สูงพอ ร่างกายจึงทนรับสเตตัสกำลังที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว และเพราะมีประสาทสัมผัสไม่ดีพอ จึงไม่สามารถตามความเร็วที่เพิ่มขึ้นของตัวเองได้ทัน ส่งผลให้ควบคุมค่าสเตตัสของตัวเองที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแค่บางส่วนไม่ได้

              ‘นี่เราไม่ควรใช้ <หอกแห่งปาฎิหาริย์> เอนชานต์สกิลประเภทไดร์ฟมากเกินไปสินะ..’

              มีทรายเล็กน้อยเริ่มรั่วออกมาจากคริสตัลด้านหลังที่เรเวลพิงอยู่ เพราะในตอนนี้ตัวเขาทะลุผนังคริสตัลลึกเข้ามาเกือบ2กิโลเมตร และหากยังคงทะลุต่อไปมากกว่านี้จนออกไปนอกฐานพีระมิดซึ่งอยู่ใต้ทะเลทราย..ก็จะถูกทรายนับหมื่นๆตันทับถมจนหายใจไม่ออกและถึงแก่ความตายในที่สุด

              เรเวลพยายามขยับตัวในรูแคบๆแล้วหันหัวไปยังทางออก

              ไม่รู้ว่ารูที่เจาะเข้ามาลึกขนาดนี้จะทำให้ผนังถล่มรึป่าว..ตัวเราคงต้องรีบออกไปก่อนดีกว่า

              ‘มานาโซน-ไฟเยอร์แอเรียล’

              เรเวลบินออกไปจากรู..นอกจากนี้เขายังใช้สกิล<หอกแห่งปาฎิหาริย์> เอนชานต์กับสกิล<กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ>เพื่อเอาสถานะอมตะที่เพิ่มระยะเวลาขึ้นด้วย

              ดูเหมือนว่าใช้กับสกิล<กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ>คงไม่เป็นไรสินะ…แต่ทางที่ดีไม่ควรชาร์จนานเกินไปจะดีกว่า เพราะดึงแม้สถานะอมตะจะไม่มีปัญหา แต่ท่า ‘กลาเดียร์คอมโบ’ ต้องมีปัญหาแน่ๆ 

              “เห้อออ..เป็นประสบการณ์เสี่ยงตายที่โง่เง่าซะจริง”  

              *********

             #คุยกับไรท์#

              ขออภัยที่ห่างหายไปนานครับ เพราะที่ผ่านมาติดปัญหาโดน ศชอ.ส่งไฟล์เอกสารข่มขู่แจ้ง 112 เลยไม่ค่อยมีเวลามาแต่งนิยายเท่าไหร่ เพราะผมกำลังยุ่งกับการทำกลุ่มไลน์เพื่อรวบรวมคนที่โดนคล้ายๆกันอยู่ครับ

              ส่วนกำหนดการอัพนิยายหลังจากนี้ขอเป็นสัปดาห์ละ1ตอนไปก่อนนะครับ โดยจะอัพทุกวันอาทิตย์เวลา 10:00 น. ครับ (ช่วงนี้ไรท์ติดสอบออนไลน์ของมหาลัยด้วย)

              ส่วนข้อมูลข่าวสารต่างๆเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้สามารถติดตามได้ที่เพจ facebook: Aungmoonlord Novel Writer

     

               

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036