สกายโร้ด เกมโลกเสมือนพลิกชะตาเทพเกม (天行)

    เล่มที่ 2 บทที่ 59 ข้อตกลงสกปรก


    ณ ขณะนี้คนกลุ่มหนึ่งค่อยๆรุกคืบไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ป้อมปราการหินก็ถูกกวาดล้างไปทีละป้อม และในทุกครั้งที่ต้องการเคลียร์แต่ละป้อมนั้นก็ต้องจัดการเคลียร์มอนสเตอร์ที่อยู่รอบ ๆให้หมดเสียก่อน ฉะนั้นจึงต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมงถึงจะบรรลุภารกิจ  จากนั้นเราก็เดินทางมุ่งหน้ากลับไปที่ค่าย NPC แต่ในขณะนั้นสีหน้ากลับดูไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่นัก  เนื่องจากอัตราการดรอปนั้นต่ำจนน่าสงสาร ถึงขนาดที่ว่าพวกเราฆ่ามอนสเตอร์ไปจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีไอเทมดรอปออกมาเลยสักชิ้นเดียว

    “เห็นชัดๆเลยว่ามอนสเตอร์ที่เราฆ่าไปมันเป็นระดับทอง แต่ทำไมมันถึงรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะดรอปอุปกรณ์ระดับทองออกมาเลยล่ะ?” หวังจินไห่ดูเหมือนจะพูดไม่ออก

    ผมจึงพูดขึ้นว่า “หากได้ตรวจสอบอัตราการดรอปสักหน่อยก็รู้แล้วล่ะว่าโอกาสที่มอนสเตอร์ระดับทองโดยทั่วไปจะดรอปอุปกรณ์ระดับทองออกมาคือ 1 ใน 10000 เราต้องฆ่ามอนสเตอร์ 10000 ตัวถึงจะดรอปได้อุปกรณ์ระดับทอง 1 ชิ้น ฉันเดาว่าตอนนี้พวกเรายังฆ่ามอนสเตอร์ไม่ถึง 500 ตัวด้วยซ้ำ ฉะนั้นไม่ต้องรีบร้อนไป ไม่แน่ว่าบางทีภารกิจต่อไปอาจจะได้รางวัลเป็นอุปกรณ์ก็ได้”

    “จะใช่อย่างนั้นเหรอ?”

    “ใช่ นายเชื่อเถอะ ส่วนฉันเชื่อมันอยู่แล้ว”

    “ให้ตายเถอะ...”

    ......

    ไม่นานหลังจากนั้นพวกเราก็กลับมาถึงค่าย หม่าเหมิงยังคงยืนอยู่กลางค่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉยและน่าเกรงขามอยู่ในที กระทั่งเมื่อเห็นพวกเราเขาก็ดูเหมือนจะแปลกใจเล็กน้อย ก่อนที่ใบหน้าที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนนั้นจะประดับด้วยรอยยิ้ม “ข้านึกไม่ถึงเลยว่าพวกเจ้าจะรอดชีวิตกลับมาได้ มันทำให้ข้าโล่งใจยิ่งนัก มาเถิด เหล่านักผจญภัยหนุ่มสาวเอย นี่คือรางวัลของพวกเจ้า ขอให้เกียรติแห่งจักรวรรดิคงอยู่กับพวกเจ้า!”

    “ดิ้ง ~!”

    แจ้งเตือนจากระบบ : ขอแสดงความยินดีคุณทำภารกิจ【ปราบกบฏ บทที่ 2 : พิชิตป้อมปราการชายแดน】(ระดับ B ★)สำเร็จ! ได้รับรางวัลค่าประสบการณ์ +120000 เหรียญทอง +20 ค่าชื่อเสียง+80!


    ได้รางวัลเหมือนเดิมอีกแล้วไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษเลยสักนิด แต่แค่มีค่าประสบการณ์ให้ก็ดีมากแล้ว โดยในตอนนี้ผมอยู่ที่เลเวล 40 และมีค่าประสบการณ์อีก 57% หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจต่อเนื่องในวันนี้ก็คงจะสามารถอัพเป็นเลเวล 41 ได้

    หลังจากแจกรางวัลให้เรียบร้อย หม่าเหมิงก็เริ่มแคะขี้มูกด้วยท่าทางที่ไม่สนใจพวกเราเลย

    “ใต้เท้า?”

    ผมที่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยจึงเอ่ยถามว่า “ไม่มีภารกิจเหลือให้พวกเราทำแล้วเหรอ? “

    “ข้านายพลผู้นี้เป็นกังวลว่าพวกเจ้าจะไปตายในสนามรบเสียน่ะสิ” ขณะนั้นสายตาของหม่าเหมิงที่ยังมีความสงสารอยู่จึงกล่าวขึ้นว่า “นักผจญภัยที่แข็งแกร่งดั่งเช่นพวกเจ้ามีน้อยเหลือเกิน ข้าต้องการเก็บคนหนุ่มสาวไฟแรงเช่นนี้ไว้เพื่อจักรวรรดิ ในอนาคต”

    “ใต้เท้าไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราหรอก พวกเรามีชีวิตอยู่และสบายดี” ซูซีหรานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

    ตอนนั้นเองที่สายตาของหม่าเหมิงแอบมองไปยังคอเสื้อคลุมจิตวิญญาณของซูซีหรานที่เผยให้เห็นยอดเขาสูงอันน่าภาคภูมิใจที่เบียดกันแน่นจนแทบจะทะลักออกมา จนทำเอาคนทั้งคนแทบจะเดือดพล่านคุมอาการเอาไว้ไม่อยู่ จากนั้นเขาจึงพูดขึ้นว่า “ก็ได้ เห็นแก่สิ่งที่ “ยอดเยี่ยม” ของเจ้านะ ข้าจะมอบภารกิจให้อีกครา นอกจากนั้นครานี้รางวัลก็จะมากยิ่งขึ้นอีกด้วย! “

    ซูซีหรานมีเส้นสีดำปูดขึ้นบนใบหน้า ทุกวันนี้ NPC ก็ยังคงไม่น่าเชื่อถือเช่นเดิม

    “ดิ้งง!”
     
    แจ้งเตือนจากระบบ : คุณได้รับภารกิจ【ปราบกบฏ บทที่ 3 : ตัดหัว สังหารผู้นำกองทัพกบฏคนเถื่อน ถูเหล่ย】(ภารกิจระดับ B ★★)!



    เนื้อหาภารกิจ: เข้าสู่ป้อมปราการกองทัพกบฏคนเถื่อน เพื่อค้นหาตัวผู้นำทัพกบฏถูเหล่ย แล้วทำการสังหารเขา จากนั้นนำศีรษะของถูเหล่ยกลับมายังค่ายส่งมอบให้กับนายพลหม่าเหมิง เมื่อนั้นคุณจะได้รางวัลตอบแทนมากมาย!

    ……

    ภารกิจสองดาว แถมยังเป็นภารกิจตัดหัวอีกต่างหาก

    ผมขมวดคิ้วเข้าหากันทันที เห็นได้ชัดเลยว่าภารกิจนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย การจะฆ่าบอสได้ต้องอาศัยความจริงใจและสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเท่านั้น

    หลังจากนั้นสิบนาทีต่อมา กลุ่มของพวกเราจึงกลับมาด้านหน้าป้อมปราการศิลาเพลิงอีกครั้ง ซึ่งบริเวณทางเดินของป้อมปราการมีทหารคนเถื่อนเดินขวักไขว่ไปมาอย่างหนาแน่น คาดคะเนจากสายตาคงจะมีอย่างน้อย 500 กว่าคนได้และพวกเราสามารถเคลียร์ได้ทีละน้อยเท่านั้น จนใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงถึงจะสามารถจัดการกับมอนสเตอร์จำนวนมากนี้หมดไม่มีเหลือ   จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่พื้นที่ค่ายทหารเก่าของป้อมปราการศิลาเพลิง เพียงไม่กี่อึดใจป้อมปราการขนาดใหญ่ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า ทว่าข้างในนั้นไม่มีคนเถื่อนอยู่เลย มีเพียงแค่หญิงสาวคนเถื่อนไม่กี่คนที่แสดงอาการกระมิดกระเมี้ยนเทียวไปเทียวมาเท่านั้น และทั่วทั้งตัวพวกเธอก็เต็มไปด้วยขนสีดำอ่อนพร้อมทั้งสวมใส่เครื่องแต่งกายของมนุษย์ผู้หญิง ฉะนั้นขนอกสีแดงเพลิงจึงโผล่แลบออกมาตรงหน้าอก บวกกับสองเต้าที่อวบใหญ่หนักอึ้ง มันจึงให้ความรู้สึกเหมือนเบอร์เกอร์ชิ้นยักษ์ที่มีใบผักคั่นกลางเลยทีเดียว

    หลินเฉอก็มองอย่างตกตะลึง “ว้าวว ในที่สุดฉันก็ได้เห็นหน้าอกที่ใหญ่กว่าของพี่ซีหรานแล้ว...... “

    “ป๊าบบ!”

    ซูซีหรานยกมือขึ้นตบเข้าที่หลังหัวของเขาในทันทีด้วยใบหน้าที่เย็นชาราวกับน้ำแข็ง “อย่ามาพูดเหลวไหล ไม่อย่างนั้นบอสติงจะทุบตีนายแน่”

    “ใช่”
    ผมพยักหน้า “เสี่ยวเฉอสายตานายเป็นอะไรไปแล้ว มองยังไงผิวของซีหรานก็ชนะผู้หญิงคนเถื่อนเหล่านี้ขาดลอย อีกอย่างนะ…… พวกเธอโกยหน้าอกเหอะถึงได้ดูมๆแบบนั้น แต่ของซีหรานไม่ใช่”

    ใบหน้างามของซูซีหรานแดงก่ำ เธออดไม่ได้ที่จะชกกำปั้นน้อยมาที่ไหล่ของผมเบา ๆ พร้อมกับดวงตาคู่สวยที่หรี่มองอย่างขุ่นขวาง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “เฮ้ๆ นายนะสังเกตละเอียดเกินไปแล้วนะ!”



    ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า “การสังเกตอย่างละเอียด มันเป็นทัศนคติในการดำรงชีวิตของฉันเลยนะ และในตอนแรกเธอยังเคยบอกว่าชื่นชมฉันเพราะเรื่องนี้อยู่เลย ไหนเคยบอกรายละเอียดเป็นตัวกำหนดความคลาสสิก ผู้ชายที่มีความละเอียดอ่อนถึงจะน่าชื่นชมที่สุด ใช่ไหมล่ะ?”

    “แหม แถจนสีข้างถลอกเชียวนะ”

    ซูซีหรานหันมองป้อมปราการหินอีกครั้งและพูดขึ้นว่า “คนที่สามารถทำให้หญิงสาวคนเถื่อนรับใช้ได้จะต้องเป็นแม่ทัพ หากไม่มีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงล่ะก็ ถูเหล่ยก็คงจะอยู่ข้างในนี้ พวกเราเตรียมพร้อมฆ่าบอสได้แล้ว ฉันไม่รู้ว่าจะเป็นบอสระดับทองหรือเปล่า?”

    “ไม่น่าจะใช่”

    ผมส่ายศีรษะ “เยว่เหิงขี้เหนียวจะตาย คงจะไม่ปล่อยบอสระดับทองออกมาเร็วๆ นี้หรอก อีกอย่างมันก็เป็นแค่ภารกิจของระบบ แถมความยากภารกิจก็แค่ระดับ B สองดาวเท่านั้น ฉะนั้นความหวังที่จะเจอบอสระดับทองนั้นมีน้อยมาก”

    “ยังไงก็ตามเถอะ พวกเราลุย”

    “ลุยย!”

    ผมควบลาป่านำอยู่ข้างหน้า อาศัยความเป็นโล่เนื้อของตัวเอง ก่อนจะยกโล่ทองคำขึ้นมาเตรียมพร้อม แล้วก้าวเข้าไปในป้อมปราการหินอย่างระมัดระวัง ครู่ต่อมา “หญิงรับใช้” คนเถื่อนหลายคนก็กรีดร้องเสียงแหลมราวกับเจอผีทันทีเมื่อเห็นพวกเรา พวกเธอที่ตกใจกลัวจนหน้าซีดตัวสั่นนั้นจึงรวมตัวเบียดเสียดกันอยู่ข้างๆที่นั่งหินกลางห้องอย่างฉับไว และบนที่นั่งนั้นก็มีคนเถื่อนร่างกำยำคนหนึ่งเดาว่าคงจะสูงอย่างน้อย 2.5 เมตรนั่งอยู่ นอกจากนั้นทั่วทั้งตัวก็ห่อหุ้มด้วยชุดเกราะ อีกทั้งในมือก็ถือขวานรบอยู่ข้างตัว และขณะนั้นเองเขาที่มองมาด้วยสายตาดูถูกจึงพูดขึ้นว่า “เหล่าที่รักตัวน้อยอย่าตื่นตกใจไปเลย ข้าคนนี้จะจัดการพวกมนุษย์ที่มารนหาที่ตายเหล่านี้เอง!”

    วินาทีนั้นทุกคนต่างรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย มันเป็นเพียงบอสระดับเงินเลเวล 43 ไม่ใช่ระดับทอง

    “ฟิ้วว——”

    เมื่อเห็นว่าที่นี่ไม่มีคนเถื่อนสายต่อสู้คนอื่นแล้ว ผมจึงเปิดใช้สกิลทหารม้าเหล็กพุ่งชนล็อคเป้าหมายที่ถูเหล่ย ช่วงเวลาที่มันติดสถานะมึนงง ก็ทำการระเบิดห้าคอมโบออกมาในพริบตา จากนั้นผมจึงรีบถอยหลังออกมา และขณะที่ดึงดูดค่าความเกลียดชังไว้อย่างแน่นหนานั้นผมก็กินยารวบรวมลมปราณไปด้วย เพียงชั่วพริบตาต่อมาที่ยกดาบยาวจ้วงแทงไปข้างหน้า ลำแสงของดาบก็กลายเป็นแท่งน้ำแข็งพุ่งออกไปกว่าสิบหลาเจาะทะลวงร่างของบอสอย่างต่อเนื่อง

    “เจ้ารนหาที่ตายเสียแล้ว!”

    ทันใดนั้นเองถูเหล่ยก็กระโดดขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับขวานรบที่ฟาดลงมากระแทกเข้ากับการป้องกันของผมอย่างหนักหน่วงจนเกิดระเบิดเสียงกัมปนาทราวกับภูเขาทั้งลูกถล่มลงมาอย่างฉับพลัน

    “712!”

    พลังโจมตีรุนแรงมาก นี่ขนาดใช้การป้องกันแล้วยังสร้างความเสียหายขนาดนี้ หากไม่มีการป้องกันมีหวังความเสียหายคงทะลุเกิน 1500 แต้มอย่างแน่นอน ทว่าในขณะที่ร่างกายต้องแรงกระแทกมหาศาลจนทั้งตัวสั่นสะเทือน ผมก็ยังสามารถรับมือกับมันได้ แม้แต่ก้าวเดียวก็ไม่มีถอย จากนั้นกระทั่งเมื่อเริ่มร่ายรำดาบพิรุณดาราจู่โจมเข้าใส่ พายุสงครามก็ได้ถูกกระตุ้นขึ้น ก่อนที่พายุหมุนจะโหมกระหน่ำเข้าใส่อย่างรุนแรง จนเหล่าหญิงรับใช้คนเถื่อนที่ตกใจกลัวจึงพากันไปหลบตัวสั่นอยู่หลังม้านั่งหินกันหมด

    ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเราในตอนนี้ การฆ่าบอสระดับเงินก็เป็นเพียงเรื่องที่ง่ายดาย อีกทั้งเมื่อการรักษาจากซูซีหรานตกลงมาบนร่างของผมแล้ว ก็ดูเหมือนว่าอะไรๆก็ดูง่ายไปหมดอย่างไม่น่าเชื่อ ทว่าสำหรับบอส กลับเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยที่จะตีผมให้เลือดต่ำกว่า 50% ฉะนั้นจึงปลอดภัยมาก จากนั้นประมาณสามนาทีต่อมา ถูเหล่ยก็ส่งเสียงร้องครวญครางออกมาอย่างน่าสังเวช ก่อนจะล้มพับลงไปพร้อมกับลมหายใจที่ดับวูบ!

    จนท้ายที่สุดบอสระดับเงินก็กลายเป็นค่าประสบการณ์เกือบ 15% และในเวลาเดียวกันก็ดรอปอุปกรณ์ระดับเงินออกมาอีกหลายชิ้น!

    ซูซีหรานจึงก้าวไปข้างหน้าแล้วหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาดูทีละชิ้น ก่อนที่รอยยิ้มเล็กๆจะผุดขึ้นบนใบหน้างาม “สนับเข่าเพิ่มเอฟเฟกต์ในการรักษา 10% ฉันเอาเอง อันนี้... เกราะข้อมือระดับเงิน ช่วยเพิ่มพลังโจมตี 3% บอสติงนายอยากได้ไหม?”

    “ไม่ล่ะ ฉันมีชุดอุปกรณ์ยูนิคอร์นอยู่แล้ว เอาให้จางเหว่ยเถอะ”

    “อื้ม แล้วยังมีขวานระดับเงินด้วยนะ ใครใช้ได้บ้าง?”

    “มันเป็นอาวุธทั่วไป พวกสายนักรบใช้ได้หมด แต่ไม่มีโบนัสความเชี่ยวชาญด้านอาวุธ เธอเก็บไว้ก่อนเถอะ กลับเมืองเมื่อไหร่ค่อยนำไปขาย อาวุธระดับเงินตอนนี้ก็น่าจะขายได้ซักพันสองพันนี้แหละ แต่อีกไม่กี่วันมันก็ไม่ค่อยมีค่าอะไรละ”

    “โอเค”

    ......

    ดาบฟาดฟันสะบั้นศีรษะของถูเหล่ย  จากนั้นผมจึงถือมันไว้ในมือแล้วกลับไปหาหม่าเหมิง และเมื่อเขาเห็นศีรษะของถูเหล่ยก็ตกใจราวกับเห็นผี ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงสั่นว่า “นึกไม่ถึงว่าพวกเจ้าจะทำได้จริงๆ...  ดูเหมือนว่าในอนาคตจะมีผู้สืบทอดให้จักรวรรดิเซี่ยของข้ายิ่งใหญ่ต่อไปแล้ว ข้ารู้สึกยินดียิ่งนัก มาเถิด นี่คือรางวัลของพวกเจ้า!”

    “ดิ้ง ~!”

    แจ้งเตือนจากระบบ : ขอแสดงความยินดีคุณทำภารกิจ【ปราบกบฏ บทที่ 3 : ตัดหัว สังหารผู้นำกองทัพกบฏคนเถื่อน ถูเหล่ย】(ภารกิจระดับ B ★★)สำเร็จ! ได้รับรางวัลค่าประสบการณ์ +180000 เหรียญทอง +40 ค่าชื่อเสียง+120!

    เมื่อเหลือบมอง ตอนนี้ค่าชื่อเสียงของผมทั้งหมดมี 485 แต้ม เพียงแค่ทำภารกิจระดับสูงอีกหนึ่งภารกิจก็สามารถอัพเกรดฉายาได้แล้ว เวลานี้คาดหวังเป็นอย่างมาก ผมตั้งหน้าตั้งตารอมันมากกว่าที่จะอัพเป็นเลเวล 41 ด้วยซ้ำ

    จากนั้นหม่าเหมิงก็กลับไปนั่งอีกครั้ง ทั้งยังทำท่าทางเหมือนแกล้งตายอีก ทำเอาผมพูดไม่ออกจึงหันไปพูดกับซูซีหรานว่า “ซีหราน โปรยเสน่ห์สาวงามสักหน่อยสิ คงไม่มีทางอื่นแล้ว ไอ่บ้านี้ไม่ติดกับฉันเลย ……”

    ซูซีหรานกัดริมฝีปากสวยเล็กน้อย “ฉันมาที่ทีมเทียนเสวี่ยนก็เพื่อไม่ให้ถูกใครควบคุมอีก แต่ตอนนี้นายกำลังจะบงการฉันงั้นเหรอ……”

    “ขอเพียงแค่เธอยอมทำ……ฉันรับปากว่าจะใช้เงินส่วนตัวซื้อชุดสวย ๆ ให้เธอ” ผมเอ่ยสัญญา

    “ว้าว... จริงเหรอ?” ใบหน้าของเธอพลันดูมีความสุขทันที

    “จริงสิ”

    “โอเค ดีล!”

    ใบหน้าของเธอดูตื่นตัวขึ้นมาทันที ส่วนหลินเฉอนั้นดูพูดไม่ออกไปเลย “ทำไมรู้สึกว่าข้อตกลงที่สกปรกบางอย่างสำเร็จแล้วนะ...”

    ในเวลานั้นนี้ ซูซีหรานจึงเยื้องย่างพาเรือนร่างที่น่าภาคภูมิใจภายใต้เสื้อคลุมสีขาวครีมไปข้างหน้า พร้อมกับใบหน้าอันงดงามที่ประดับด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร คนทั้งคนจึงดูงามสง่าราวกับนางฟ้าเทพธิดามาจากสรวงสวรรค์ก็มิปาน วินาทีนี้เธอช่างมีเสน่ห์เย้ายวนชวนมองจริงๆ จนทำให้ผู้คนต่างอยากจะพุ่งเข้าไปชิดใกล้ จากนั้นโดยไม่รีรอเธอจึงเข้าจู่โจมนายพล NPC ด้วยรอยยิ้มนั้นทันที ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ใต้เท้าหม่าเหมิง ตอนที่ฉันอยู่เมืองจิ่นโจวได้ยินชื่อเสียงของท่านด้วยนะ เหล่าผู้คนต่างพูดกันว่าท่านเป็นหนึ่งในอัศวินที่ยอดเยี่ยมที่สุดในจักรวรรดิเลยทีเดียว ตอนนี้พวกเราอุตส่าห์มาที่นี่โดยเฉพาะ ท่านไม่อยากให้ภารกิจอื่นกับพวกเราแล้วจริงๆเหรอ?”

    หม่าเหมิงถึงกับซวนเซหงายหลังจากที่นั่งล้มลงไปนอนกับพื้น ทหารรักษาการณ์ที่อยู่ด้านข้างจึงรีบถามขึ้นว่า “ท่านใต้เท้า เป็นอะไรหรือไม่ขอรับ?”

    “ไม่เป็นไร ไม่ต้องช่วยข้า”

    ขณะที่ดวงตาคู่นั้นของหม่าเหมิงจ้องมองซูซีหรานจึงได้เอ่ยขึ้นว่า “นักผจญภัยผู้กล้าหาญคนนี้ ข้ารับปากคำขอของเจ้า มาเถิด ข้าจะมอบภารกิจที่แสนยากของป้อมปราการให้กับพวกเจ้า”

    “ดิ้ง ~!”

    แจ้งเตือนจากระบบ : คุณได้รับภารกิจ【ปราบกบฏ บทที่ 4 : กวาดล้าง, สังหารคนเถื่อนในป้อมปราการศิลาเพลิงทั้งหมด】(ภารกิจระดับ B ★★★)!

    เนื้อหาภารกิจ: เข้าสู่ป้อมปราการกองทัพกบฏคนเถื่อน และสังหารทุกคนให้หมดสิ้น เพื่อให้เหล่านักรบแห่งเมืองจิ่นโจวที่ประจำการในป้อมปราการศิลาเพลิงสามารถกลับบ้านไปกอดภรรยาของพวกเขาได้!

    ……

    ทันทีนั้นผมถึงกับตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ตั้งแต่เล่นเกมมาไม่เคยเห็นภารกิจที่ตรงไปตรงมาขนาดนี้มาก่อนเลย นึกไม่ถึงเลยว่าจะให้พวกเรากวาดล้างทั้งป้อมปราการศิลาเพลิงเลยจริงเหรอ? และคาดไม่ถึงเลยว่ามันจะเป็นภารกิจระดับสามดาว

    “นี่มันภารกิจใช้แรงงานชัดๆ”

    หลินเฉอพูดต่อว่า “ในป้อมปราการศิลาเพลิงมีมอนกว่า 5000 ตัว พวกเราต้องฆ่าพวกมันให้หมดงั้นเหรอ...”

    “ไม่เป็นไร ถือว่าเก็บเลเวลไปด้วยเลย ลุยกันเถอะ!”

    “อื้ม”

    เห็นได้ชัดว่า หากบทสุดท้ายนี้ยังคงเป็นภารกิจตัดหัว แล้วบอสระดับทองยังไม่ออกมามันก็คงจะยังไงอยู่ จึงไม่มีทางอื่น ฉะนั้นระบบที่งกจนทะเลเรียกพี่นี้จึงส่งภารกิจกวาดล้างมอนสเตอร์มาให้แทน

    คล้ายกับเรื่องสกายโร้ด เกมโลกเสมือนพลิกชะตาเทพเกม (天行) ที่คุณอ่าน