“เถ้าแก่ถัง หากเสื้อผ้ารอบแรกที่ฉันได้มา ขายค่อนข้างดี คุณอยากจะร่วมทำกับฉันไหม ที่จริงฉันไม่ได้อยากสั่งตัดแค่ไม่กี่ร้อยตัวต่อแบบเท่านั้น ฉันยังมีแบบอื่นๆ ที่ฉันสามารถทำออกมาได้ ไม่ว่าจะเป็ฤดูไหน ฉันรับประกันว่าแบบที่ฉันทำออกมา ต้องขายได้ดีอย่างแน่นอน หากเถ้าแก่ถังอยากร่วมกับฉัน เราจำเป็ต้องมีโรงงานที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ และต้องหาผู้ลงทุนเพิ่ม ในเื่ของกำลังคนและเครื่องจักร ทีแรกฉันอยากจะทำเองเหมือนกัน แต่ฉันไม่สามารถทำเองได้เพราะฉันยังไม่มีเส้นสายการค้า เราจะไม่ขายเฉพาะในตัวอำเภอนี้อย่างแน่นอน ฉันมีความคิดสร้างสรรค์ที่จะออกแบบและเงินทุน เถ้าแก่ถังแค่หาคนลงทุนเพิ่ม และขยายโรงงานอีกสักนิด เถ้าแก่ถังสนใจไหมคะ?”
จิงจิงเกริ่นให้เถ้าแก่ถังฟัง และให้เถ้าแก่ถังเป็คนตัดสินใจเอง เธอพูดเอาไว้ก่อน ถ้าเถ้าแก่ถังคิดสนใจจริงๆ เธอก็แค่ร่วมหุ้นกันเชื่อว่ามันต้องไปได้สวยอย่างแน่นอน แต่ถ้าเถ้าแก่ถังหาหุ้นส่วนเพิ่มเติมที่จะขยายโรงงานไม่ได้ หรือไม่กล้าที่จะทำ เธอก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเธอก็ไม่ได้เดือดร้อนเหมือนกัน แค่ทำแบบเล็กๆ และขายหน้าร้านก่อนก็ได้
เถ้าแก่ถังได้ยินก็ตาลุกเล็กน้อย แต่ก็ยังลังเลไม่ได้ตอบรับทันที เขาต้องกลับไปพิจารณาก่อนเพราะการลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงไม่น้อย “ขอบคุณ คุณหลิวมากครับผมจะคิดทบทวนดูอย่างแน่นอน”
พอคุยรายละเอียดกับเถ้าแก่ถังเสร็จ จิงจิงยังสอบถามเกี่ยวกับช่างไม้ กับเถ้าแก่ถัง ซึ่งก็พอดีกับเถ้าแก่ถังที่รู้จักร้านที่ดี และราคาไม่แพงอีกด้วย จิงจิงก็มาที่ร้านช่างไม้ ที่เถ้าแก่ถังแนะนำทันที
สั่งทำราวและไม้แขวนเสื้อ และยังสั่งหุ่น ในแบบที่จิงจิง ออกแบบด้วยอีก 3 ตัว พอตกลง เวลา และราคาเสร็จ จิงจิงก็แวะเข้ามาดูหน้าร้าน ที่ได้ทำการเช่าไว้เรียบร้อยแล้ว สัญญาเช่า เ้าของร้าน้าทำสัญญา แค่ 1 ปีเท่านั้น จิงจิงไม่มีปัญหา 1ปีก็1ปี
หากเธอสอบติดมหาวิทยาลัยจริงๆ เธอต้องเดินทางไปเมืองหลวง เหลือเวลาไม่ถึงปีด้วยซ้ำ ต้องดูว่า สามารถเปิดร้านแล้วหาคนดูแลได้ไหม ภายใน1ปีนี้ เธอต้องกวาดรายได้การจากการขายเสื้อผ้ามาให้มาก เพื่อเตรียมตัวสำหรับการไปที่เมืองหลวงให้ได้เธอเกิดและเติบโตที่เมืองหลวง เธอยังอยากเห็นเมืองหลวงในยุคนี้อยู่นะ
ร้านค้านี้ไม่ได้กว้างมากแต่ก็ไม่ได้แคบเท่าไหร่ ประตูค่อนข้างกว้างพอสมควร จิงจิง จะไม่ตกแต่งหรือทำอะไรเพิ่มเติมเยอะนัก ที่ต้องทำตอนนี้คือต้องวาดภาพ หลายๆ แบบ แล้วนำมาตั้งที่หน้าร้านให้รู้ว่าเป็ร้านขายเสื้อผ้าผู้หญิง แรกๆ อยากจะไม่มีแบบเยอะนัก แต่แบบของแต่ละแบบ จะเริ่มปล่อยมาตามฤดูกาลอย่างแน่นอนเสียดายจริงๆ ที่ยังไม่สามารถทำลิขสิทธิ์เป็ของตัวเองได้ แต่ไม่เป็ไร หากขายได้ไปเรื่อยๆ ต้องทำกำไรอย่างมากเข้ามาอย่างแน่นอน หลังจากได้กุญแจร้านค้าแล้ว ก็เขียนกระดาษติดหน้าร้านง่ายๆ ว่า รับสมัครพนักงานหน้าร้าน 1 คนหาสนใจ สามารถเข้ามาสัมภาษณ์งานในอีก 3 วันเวลานี้ จากนั้นก็กลับห้อง เพื่อวาดภาพตกแต่งร้าน มันไม่ยากเลยสำหรับจิงจิง
วันรุ่งขึ้น ในตอนเย็นๆจิงจิงก็ไปที่โรงงานทันที พอเห็นแบบแล้วพอใจมาก ในเื่ของแบบและเนื้อผ้าตามความ้าของจิงจิงพอดี
“เถ้าแก่ ทำออกมาได้สวยมากเลยค่ะ” จิงจิงชม
“มันเป็แบบของคุณต่างหาก ที่ทำออกมาแล้วสวยขนาดนี้” เถ้าแก่ถังยิ้มตอบ
“งั้นเรามาเซ็นสัญญากันเถอะค่ะ” จิงจิง ทำสัญญาเสร็จก็ชำระเงินไว้ให้เถ้าแก่ถังล่วงหน้าซึ่งเงินจำนวนนี้แทบจะเป็เงินทั้งหมดของจิงจิง ที่เหลืออีกไม่เท่าไร พอจ่ายไปตัวช่างเบาซะจริง และชุดทั้งหมดจะสามารถมารับได้อีก 1 อาทิตย์ จากชุดที่ตัดราคาต่างกันตามแบบ ตกอยู่ที่ตัวละ 3-4 หยวนเท่านั้น ในความแปลกแต่สวยของเสื้อผ้าและเนื้อผ้าแบบนี้หากเทียบกับห้างสรรพสินค้าแล้ว สามารถขายต่ำกว่าห้าง ถ้าขายชุดละประมาณ 10 หยวน ก็จะได้กำไรเกินครึ่งเลยทีเดียว
ผ่านมา 3 วันตอนนี้จิงจิง วาดภาพเสร็จเรียบร้อยแล้วหลายแผ่น ไม่ว่าจะเป็ภาพป้ายหน้าร้านที่ชื่อตรงตามตัวเลย ที่ชื่อว่า “ร้านขายเสื้อผ้าผู้หญิง ผิงเหยา” ตอนนี้จิงจิงยังไม่ตั้งชื่อร้านแปลกๆ แค่เขียนร้านว่าร้านขายเสื้อผ้าจะเข้าถึงคนง่ายและบอกปากต่อปากจากสถานที่ตั้งในถนน ผิงเหยา ตอนนี้จิงจิงได้พนักงานหน้าร้านมาแล้ว ชื่อหวังจีเหยา อายุ 19 ปี ดูเป็คนขยันมาก เรียนได้ถึงชั้นมัธยมต้นก็ออกมาหางาน แรกๆ ทำงานในโรงงานเป็พนักงานชั่วคราวอยู่พักหนึ่ง แต่ตอนนี้ตกงาน ตอนเจอกันครั้งแรกเมื่อเห็นว่า จิงจิงที่เป็เด็กแต่กลับมาสัมภาษณ์งานเธอ ก็ไม่ได้มีสีหน้าดูถูกหรือสงสัยเหมือนคนอื่นๆ พอตอบคำถามก็พูดชัดเจน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี จิงจิงก็พอใจในระดับหนึ่ง
โดยให้เงินเดือน 35 หยวนรวมอาหารการกินแล้ว หากเธอทำได้ดี จิงจิงไม่ตระหนี่ที่จะเพิ่มเงินให้อย่างแน่นอนแต่ต้องดูกันไปก่อน ซึ่งในขณะนี้เงิน35หยวนไม่น้อยเลย พนักงานโรงงานก็ได้กันประมาณนี้ หรือน้อยกว่านี้ด้วยซ้ำ ตอนนี้ยังไม่เปิดร้านแต่จิงจิงก็ให้พี่จีเหยามาทำความสะอาดร้านเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ และช่วยกันติดรูปตกแต่งหน้าร้านจนเสร็จ
คิดว่า พนักงานคนเดียวยังไม่แน่ว่าจะพอ จิงจิงวางแผนไว้แล้วว่า จะหาเวลากลับบ้านก่อนสอบปลายภาคนี้ แล้วให้พี่สะใภ้รองมาทำงานดูแลร้านช่วยพี่จีเหยา พี่สะใภ้รองตอนนี้อยู่บ้านตัวคนเดียวไม่มีห่วง ไม่เหมือนพี่สะใภ้ใหญ่ที่ต้องอยู่กับพี่ใหญ่และลูกๆ หากขอพี่สะใภ้รองมาช่วยและให้เงินเดือน เธอต้องตกลงอย่างแน่นอน แต่แม่ชิงของเธอนี่สิ ต้องหาเหตุผลอธิบายสักหน่อย!!
เื่ที่พัก เธอจะต้องหาที่เช่าที่ใหม่ที่สามารถอยู่กันได้หลายคน ที่เช่าเก่านั้น เป็ห้องเล็กๆ ค่าเช่า 3 หยวนต่อเดือน ไม่สะดวกจริงๆ ถ้าหาที่ใหม่ได้ ก็จะได้รับพี่สะใภ้รองจะได้เข้ามาอยู่ด้วยได้ และต้องไม่ไกลจากร้านเท่าไหร่ด้วย
สักครู่ ราวไม้ ไม้แขวนเสื้อที่จิงจิง สั่งมาจากร้านไม้ ก็มาส่งแล้วผลงานค่อนข้างน่าพอใจมาก
“ร้านขายเสื้อผ้าผู้หญิง ผิงเหยา” ทำให้เงินในกระเป๋าของจิงจิง หมดไปเยอะพอควรแต่มันจะต้องเติมเต็มกลับมาอีกเท่าตัวอย่างแน่นอน พร้อมที่จะเปิดร้านแล้ว!!