ตื่นแต่เช้าเดินตรงไปที่ระเบียง เขามักแอบมองจากจุดนี้เสมอหญิงสาวที่ออกวิ่งทุกเช้าในชุดกางเกงขาสั้นอวดทรวดทรงน่ามอง หล่อนคุ้นตาเหลือเกิน แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปดูใกล้ๆเลยสักครั้ง
แต่แล้ววันนี้เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นรถจักรยานยนต์แล่นมาอย่างไม่ระวังเฉี่ยวชนจนหล่อนล้มลงต่อตาชายหนุ่มรีบกระโจนออกจากห้องด้วยความตกใจลงมาดูเห็นคนโดนชนนั่งพับเพียบอยู่บนถนนเลือดไหลซึมหัวเข่า
“เป็นอะไรมากไหมครับ?” เขาถามขณะช่วยประคองอีกฝ่าย
“ไม่ค่ะไม่เป็นไรมากหรอกค่ะ”
พรหมเมศร์พยายามช่วยประคองหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาและพบว่าเขาเป็นใคร ดวงตาเบิกกว้างอ้าปากค้างมองเขานิ่งเช่นเดียวกับพรหมเมศร์ที่ตกใจจนแทบทำอะไรไม่ถูก
“คุณ!”
“คุณ!”
“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน!” หล่อนรีบปฎิเสธความช่วยเหลือทันที
เขามองหญิงสาวไม่เชื่อสายตาหล่อนแอบซุ่มเหรอเนี่ย ทั้งๆ ที่ออกจะเซ็กซี่ขนาดนี้ แถมหน้าตาก็ใช่ย่อยไม่อย่างนั้นเขาจะเฝ้าดูอยู่ทุกวันอย่างนั้นหรือแล้วดูหล่อนแต่งตัวออกไปวิ่งหรือจะไปทำอะไรกันแน่ เสื้อกล้ามรัดรูป กางเกงขาสั้นอวดเรียวขาขาวเรียว แม่เจ้าประคุณจะโชว์ไปไหนกันเนี่ย
“ไม่ยุ่งก็ได้นึกว่าอยากจะแตะเหรอยัยเฉิ่ม!” ปากเขาเริ่มหาเรื่อง
“นี่!เมื่อไหร่นายจะเลิกปากปีจอสักที!” หันไปตวาดเขาหล่อนยิ่งเจ็บตัวอยู่ยังจะกวนกันอีก
แผลที่หัวค่อนข้างเจ็บทีเดียวแม้พยายามจะลุกแต่ทำได้ยากยิ่งกัดฟันทนลุกขึ้นมาเลยเซจวนเจียนล้มดีที่เขาประคองไว้แล้วช้อนร่างหล่อนไว้ในอ้อมแขนอย่างไม่ทันตั้งตัว
“คุณจะทำอะไรปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!” คนเจ็บพยายามดิ้น
“ถ้าคุณดิ้นมากไปกว่านี้ล่ะก็...มีหวังทั้งผมทั้งคุณได้ร่วงลงพื้นทั้งคู่ เพราะคุณ... หนักชะมัด! ยัยอ้วน!”พรหมเมศร์แกล้งล้อหล่อนอีกครั้ง
เขาวางร่างบางไว้บนเตียงในห้องของหล่อนเองแล้วรีบไปหายาสามัญประจำบ้านในห้องปิ่นมณีนั่งงงเขาหยิบยามาก่อนลากเก้าอี้มาให้ตนเองนั่ง ยกเรียวขามาพาดไว้บนหน้าตักปิ่นมณีทำท่าจะชักขาหนีแต่เขากลับจับไว้แน่น
“จะทำอะไร!”ร้องห้าม พยายามดึงขาหนี
“ผมจะทำแผลไงคิดว่าจะทำอะไรล่ะ!”ชายหนุ่มย้อน
สำลีชุบแอลกอฮอลล์ค่อยๆเช็ด ตามด้วยยาแดง ปิ่นมณีเบ้หน้าเพราะรู้สึกแสบ ไม่นานนักเขาวางเรียวขาลงปิ่นมณีมองบาดแผลตนเอง
“ขอบคุณ”บอกเขาเสียงห้วนอย่างไม่เต็มใจเท่าใดนัก
เขาไม่ได้สนใจคำพูดหล่อนสายตากลับกวาดมองทั่วห้อง แล้วหยุดลงบนเตียงกว้างที่มีหล่อนนั่งอยู่
“มองอะไรหมอพรหมเสร็จแล้วก็ออกไปสิ!”ดุเขาเพราะเห็นท่าทางแปลกๆ ของอีกฝ่าย
“ทำไมกลัวผมทำอะไรคุณหรือไง”
“ใครจะกลัวคุณดูไม่เหมือนผู้ชายเลยสักนิด”
“อ๋อเหรอคุณลองดูไหมล่ะว่าผมเป็นผู้ชายหรือเปล่า?”รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดพรายออกมา
เขาลุกยืนเลื่อนเก้าอี้ออกปิ่นมณีชะงักพยายามตะกายลุกหนีแต่ไม่สำเร็จเมื่อเขาไว้กว่ากระโจนพรวดเดียวร่างกายทาบทับอยู่บนหญิงสาวมือสองข้างวางทับอยู่เหนือศีรษะของอีกฝายปิ่นมณีต้องเอนหลังโดยใช้ข้อศอกดันฟูกบนเตียงไว้โดยที่มีเขาจ้องมองจากด้านบน
“อะไรคุณกลัวผมเหรอ!”
“ฉันไม่ได้กลัวฉันแค่ไม่ชอบเท่านั้น ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!”
“ผมเก่งนะคุณหมอปิ่นผมน่ะเจ๋งสุดเลยๆ ล่ะ คุณสนไหม?” ชายหนุ่มยังคงยั่วอารมณ์ยักคิ้วหลิ่วตาให้อีกฝ่าย
“คุณพูดอะไรบ้าๆคะ...คุณคิดจะทำอะไร!” ใบหน้าเรียวเริ่มซีดเผือด
“บรรยากาศเป็นใจขนาดนี้จะให้ผมทำอะไรดูสิตอนนี้ห้องนี้มีแค่เราสองคน ไหนจะเตียงนี่อีกแค่คุณนอนลงเราสองคนก็จะมีความสุขกันแล้วนะครับ” เขายิ้มยั่ว
“อย่ามาบ้านะไอ้ทุเรศ!” ตวาดแว๊ด ยกมือผลักไสเขาออกไป
“ฮ่าๆๆ” เขาผละห่าง แล้วหัวเราะลั่นออกมา
คนโดนแกล้งโมโหแทบควันออกหูสักวันหล่อนจะแกล้งให้เข็ดจนต้องน้ำตาเล็ดออกมาเลยคอยดู
“อย่าแม้แต่จะคิดเอาคืนถ้าเอาคืนผมไม่ได้ ผมจะเอาคืนคุณทั้งต้นทั้งดอกเลยนะขอบอก” รอยยิ้มทรงเสน่ห์เผยออกมาแต่หล่อนมองว่ามันเป็นยิ้มของปีศาจเสียมากกว่า
“จะไปไหนก็ไปเลยไอ้บ้า!” เจ้าของห้องเริ่มโวยวายคว้าหมอนเหวี่ยงใส่ผู้ชายปากเสียด้วยความเดือดดาล
หมับ!
เขาคว้าหมอนของหล่อนไว้แล้วแกล้งสูดกลิ่น ความจริงแล้วมันหอมแล้วก็สะอาดมากเลยทีเดียว
“โอ้โห!เหม็นชะมัดซักบ้างหรือเปล่า เป็นผู้หญิงยิงเรือสกปรกชะมัด” แสร้งบ่นเบ้หน้าเหมือนเหม็นเสียเต็มประดา
“ออกไปเลยนะไอบ้าไอ้โรคจิต!” ปิ่นมณีทั้งเหวี่ยงทั้งวีนเจนชายหนุ่มรีบพุ่งไปที่ประตูเผ่นออกมาแทบไม่ทัน
พรหมเมศร์ยืนยิ้มอยู่หน้าห้องของหล่อนเขาเพิ่งรู้สึกมีความสุขเป็นครั้งแรกในรอบหลายวันยัยป้าแว่นนี้ช่างทำให้เขารู้สึกดีได้ตลอดเวลาที่ทะเลาะกันเหลือเกิน