มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 88 ไร้ซึ่งศรัทธา

            ที่โลกเดิมของหลินเทียนนั้นตัวของเขานั้นใกล้เคียงกับคำว่าอมตะอย่างถึงที่สุด ไม่ว่ากาลเวลาจะไหลผ่านไปนานวันเพียงใดตัวของหลินเทียนนั้นก็จะไม่มีวันตาย เขาคือสิ่งมีชีวิตที่ผู้คนต่างรู้สึกอิจฉา แต่หารู้ไม่ว่าหากบุคคลซึ่งอันเป็นที่รักล้วนแล้วแต่ตกตายจนหมดสิ้น การมีชีวิตที่ยืนยาวแต่ต้องมาโดดเดี่ยวเพียงลำพังนั้นมันจะไปมีประโยชน์อันใดอีก ภาพของชายที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของหลินเทียนในยามนี้นั้นมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากเขาในอดีต

            “เจ้าช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสงสารนัก วางใจเถอะข้าจะหาทางสังหารเจ้าเอง” ชายเบื้องหน้าของหลินเทียนในยามนี้นั้นยืนแข็งทื่อดุจหินผาถึงแม้ว่าในตอนนี้นั้นกำลังมีคนที่หมายจะเอาชีวิตของตนมันกับไม่ตอบโต้หรือทำการตอบสนองใดๆทั้งสิ้นราวกับว่าตัวของมันนั้นรอคอยเวลานี้มานานแสนนานไม่ใช่ตัวของมันนั้นไม่เคยคิดที่จะปลิดชีพของตนเองแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรตัวของมันก็ทำไม่สำเร็จ ถึงแม้ว่าเลือดของมันจะแห้งเหือดหรือบดขยี้ร่างเนื้อจนแหลกเหลวไปทั้งร่างแต่เพียงแค่ไม่กี่อึดใจชีวิตของมันก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ไม่ต่างอะไรไปจากการตื่นจากฝันก็เท่านั้น

            “กร๊าก…ฮ่า ฮ่า เข้ามาได้เลยเจ้าหนูไม่ว่าเจ้าจะมีวิธีการที่โหดเหี้ยมหรือชั่วร้ายแค่ไหนจงใส่มาที่ร่างข้าได้เลยหรือเจ้าอยากที่จะควักลูกตาหรือจะคว้านไส้คว้านท้องของข้าก็ได้นะ ไม่มีความเจ็บปวดใดที่ข้าทนรับไม่ไหว มีเพียงแต่ความตายเท่านั้นที่ตัวของข้านั้นต้องการ” ในช่วงเวลานี้นั้นราวกับว่าเจ้าคนผู้นี้มันได้สติแตกไปแล้ว มันสติแตกไปอย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่หลินเทียนเกิดมาในชีวิตยังไม่เคยพบผู้ใดที่สติวิปลาสเช่นนี้มาก่อน

            ฉั่ว….หลินเทียนกระฉวก มือของตนไปที่หัวใจของชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเลือดและเนื้อของมันในยามนี้นั้นไหลอาบย้อมไปที่มือของหลินเทียนเต็มไปหมด ตึบ ตึบ ตึบ ที่ฝ่ามือของหลินเทียนในยามนี้นั้นกำลังบีบจับที่หัวใจของมันยืนภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าในยามนี้นั้นมันเป็นอะไรที่ไม่น่าชวนมองนัก ในระหว่างที่ตัวของหลินเทียนกำลังบีบจับหัวใจของชายผู้นี้นั้นในขณะเดียวกันตัวของเขากับสาปใส่อักขระที่ดำมืดไปด้วยมันค่อยๆกัดกินและซึมซับเข้าไปอย่างช้าๆ

            

            อ๊ากกกกก เลือดสดๆสีแดงดำมากมายหลั่งไหลออกมาทุกสัตว์ส่วนของร่างกายนี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่ตัวของมันนั้นได้พบเจอกับความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงก้นบึ้งของดวงวิญญาณเช่นนี้สติของมันในยามนี้นั้นพร้อมที่ดับหายไปได้ทุกเมื่อ นี่เป็นช่วงเวลาที่ตัวของมันนั้นเฝ้าฝันถึงมานานแสนนานในที่สุดความตายก็กำลังมาเยือนมันในช่วงเวลาที่ไม่นานหลังจากนี้

            ภาพอดีตของ ห่าวชวนมากมายถูกฉายเข้ามาที่ความทรงจำของหลินเทียนนี่เป็นภาพ ความทรงจำเมื่อหนึ่งแสนปีที่แล้ว คนผู้นี้นั้นเมื่อครั้งยังเยาว์เต็มเปรี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่งน้อยคนนักที่จะเป็นครู่มือกับมันได้ ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการใช้พลังเวทของคนสมัยนั้นยังไม่ลึกซึ้งเท่าปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอักขระหรือเวทมนต์ก็ต้องผ่านเวลาการค้นคว้าการทดลองด้วยกันทั้งนั้น และที่เลวทรามบัดซบมากที่สุดก็คือจับมนุษย์เป็นๆด้วยกันเองจับมาทดลอง ห่าวชวนเองก็เป็นหนึ่งในผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้น จริงอยู่ที่ตัวของมันนั้นจะเป็นยอดคนที่ฝีมือจะหาผู้ใดมาทัดเทียมแต่เหนือฟ้านั้นยังมีฟ้า การที่คิดว่าตนเองนั้นเก่งกล้าที่สุดมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากกบในกะลาที่ยังไม่เคยได้พบเห็นโลกภายนอกอย่างแท้จริง ตัวตนที่สามารถจับห่าวชวนมาทดลองได้นั้นกลับกลายเป็นตัวตนที่ผู้คนทั่วทั้งโลกต่างให้การเคารพนับถือขั้นสูงสุดไม่มีใครกล้าตั้งข้อกังขาในความสามารถและคุณงามความดีของมัน แต่ที่ไหนได้ตัวของมันนั้นกับกลายเป็นตัวตนที่ชั่วช้าที่สุดในโลกหล้ามันแอบจับมนุษย์ด้วยกันเองมาทดลองมากมายคนแล้วคนเล่าที่ต้องตกตายก็เป็นเพราะมัน ทางด้านของห่าวชวนนั้นตัวของมันถูกจับทดลองราวกับเป็นสัตว์เดรัจฉานจนค่อยๆหมดความเป็นมนุษย์อย่างช้าๆสุดท้ายแล้วตัวของมันจึงใกล้เคียงกับคำว่าการเป็นอมตะมากที่สุด ยิ่งวันเวลาไหลผ่านไปห่าวชวนก็ยิ่งที่จะมีแต่แข็งแกร่งขึ้นสุดท้ายแล้วเขาสามารถสังหารบุคคลที่ชั่วช้าเช่นนี้ได้ แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นตัวเขาเองกับถูกผู้คนทั่วทั้งโลกหมายหัว มันกลายเป็นตัวตนที่ชั่วร้ายที่สุดที่ดันไปสังหารท่านนักบุญที่มีจิตใจที่ดีงามที่สุดในโลกหล้า พวกมันทุกคนต่างโดนความโกรธเกียจเข้าครอบงำจนไม่ยอมฟังเหตุผลใดๆทั้งสิ้น

            ในช่วงเวลานี้นั้นหลินเทียนใช้ทักษะวิชามืดอะไรบางอย่างตัวของมันเองบดปล่อยอักขระมืดพร้อมทั้งดูดกลืนพลังของชายตรงหน้ามาเป็นของตนสติของห่าวชวนค่อยๆขาดหายไปอย่างช้าๆหลังจากนั้นไม่นาน ตัวของชายผู้นี้นั้นก็จากไปอย่างสงบสิ้นสุดการรอคอยไปกว่า 1 แสนปี

            

            ตู๊มมมมมมมมมม พลังของหลินเทียนในยามนี้นั้นถึงกับเพิ่มขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด และกายเป็นคนแลกในของประวัติศาสตร์ในโลกเวทมนต์ที่สามารถระเบิดพลังได้มากมายถึงขนาดนี้ในการเพิ่มระดับพลังของตัวเองในครั้งเดียวตัวของหลินเทียนในยามนี้นั้นกลายเป็น จอมเวทชั้นสูงขั้นที่ 1 พลังของหลินเทียนในยามนี้นั้นมันมากกว่าศิษย์หลักอันดับ 1 เสียอีก และไม่แน่ว่าตัวของเขาในยามนี้นั้นแข็งแกร่งยิ่งเสียกว่าอาจารย์โรงเรียนจอมเวทหลายๆคนด้วยซ้ำ วิธีการที่หลินเทียนเลือกใช้ในการเพิ่มระดับพลังของตนเองนั้นก็คือการดูดกลืนพลังชีวิตของผู้อื่น และคนผู้นั้นเป็นถึงห่าวชวนหนึ่งในตัวตนที่น่ากลัวในยุคสมัยอดีตก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไรเมื่อตัวของหลินเทียนดูดกลืนพลังของชายผู้นี้นั้นจะสามารถที่จะช่วยให้ตนเองแข็งแกร่งและทรงพลังได้มากมายถึงเพียงนี้และนี่ก็ถือว่าเป็นวิถีทางเดียวที่จะสามารถปลิดชีวิตของชายผู้นี้ได้ และตัวของชายผู้นี้นั้นก็ยินดีน้อมรับความตายแต่โดยดี

            “แท้จริงแล้วสิ่งใดคือความมืด สิ่งใดคือแสงสว่างกันแน่” ในความทรงจำที่หลินเทียนได้รับมานั้นตัวของเขาได้รู้ถึงความเป็นจริงของโลกมากมาย เบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ตัวตนที่สูงศักดิ์ตัวตนที่น่านับถือแท้จริงแล้วคนกลุ่มนี้อาจที่จะเป็นตัวตนที่ชั่วช้าบัดซบมากที่สุดแต่ตัวของพวกมันนั้นสามารถที่จะเก็บซ่อนความเลวและความชั่วร้ายของพวกมันนั้นได้แนบเนียนจนเกินไปถึงแม้ว่ากาลเวลาจะไหลผ่านมานานนับแสนปีแล้วพวกมันก็ยิ่งที่จะมีแต่ได้รับการเคารพนับถือที่มากยิ่งขึ้นและไม่แน่ว่าตัวตนของหลินเทียนในอนาคตอาจจะกลายเป็นตัวตนที่นอกรีตของผู้คนทั้งโลกก็เป็นได้ ความเชื่อความศรัทธาที่ตัวของหลินเทียนเคยมีล้วนดับสิ้นไปหมดแล้วหลังจากที่ตัวของหลินเทียนนั้นได้พบเห็นภาพจากความทรงจำเมื่อครั้งอดีตกาล