ตอนที่ 119 ท้องฟ้า ก้อนเมฆ อวกาศ
ตอนที่ 119 “…นัย” เสียงเรียกข้างหูเบาๆจนแทบไม่ได้ยินดนัยในตอนนี้นั้นกำลังฟุบหน้าหลับอยู่กับโต๊ะทำงานของเขาตอนนั้นเองเสียงเรียกก็ดังขึ้นอีกครั้ง “หมอนดนัยคะ !!” พรึ่บ !! ดนัยลืมตาตื่นทันทีเขาหันซ้ายหันขวาก่อนจะเห็นว่าเป็นหมอมาสึมินั่นเอง ซึ่งหมอมาสึมินั้นชื่อเต็มของเธอก็คือโองาตะ มาสึมิ (ไรท์ : บทน้อยเขียนให้แกหน่อย) “อ้าวหมอมาสึมิเองเหรอครับนี่ผมเผลอหลับไปเหรอครับเนี่ย” ดนัยพูด “ก็ใช่น่ะสิคะตอนแรกเห็นหลับเพลินๆเลยไม่อยากจะปลุกแต่นี่ใกล้ได้เวลาผ่าตัดแล้วนะคะอีกยี่สิบนาทีเองหมอดนัยต้องเข้าผ่าตัดกับฉันด้วยสิไปเตรียมตัวได้แล้วค่ะ” มาสึมิพูด “อ๊ะนี่จะแปดโมงแล้วเหรอครับเนี่ย !!” ดนัยอุทานออกมาหลังจากต้มบะหมี่สำเร็จรูปกินกับฮิคาริเสร็จเขาก็คิดว่าจะงีบสักหน่อยแต่ไปๆมาๆดันหลับยาวเสียได้ก็นะตั้งแต่เมื่อวานแทบไม่ได้พักผ่อนเลยนี่นา “ค่ะจะแปดโมงแล้วฉันเองก็จะไปเตรียมตัวเหมือนกันเจอที่ห้องผ่าตัดที่ 2 นะคะจำได้มั้ยคะเนี่ยว่าเรามีผ่าตัดอะไร” มาสึมิถาม “จำได้สิครับเราต้องผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นซึ่งเคสนี้เป็นเคสที่หมอนรองกระดูกแตกออกมากดทับเส้นประสาทซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุทำให้คนไข้มีอาการอัมพาตครึ่งท่อนจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อรักษา” ดนัยตอบซึ่งคนไข้คนนี้เป็นคนงานก่อสร้างก่อนหน้านี้เขาประสบอุบัติเหตเสาเหล็กล้มลงมาทับหลังนั่นจึงทำให้หมอนรองกระดูกที่ประสาทสันหลังของเขาแตกออกมาทับเส้นประสาทจนกลายเป็นอัมพาตนั่นเอง “ดีค่ะที่ยังจำได้ถ้าอย่างนั้นเจอกันที่ห้องผ่าตัดค่ะ” มาสึมิบอกก่อนจะเดินออกจากห้องไปเพื่อไปเตรียมตัว ส่วนทางดนัยเองนั้นก็รีบลุกขึ้นและไปห้องแต่งตัวเพื่อเปลี่ยนชุดผ่าตัดเช่นกัน ห้องผ่าตัดหมายเลข 2 ฟืด !! ฟืด !! ฟืด !! เสียงเครื่องช่วยหายใจดังเป็นจังหวะบ่งบอกว่าสถานการณ์ภายในห้องยังคงปกติ “เอาล่ะสำเร็จเห็นกระดูกไขสันหลังแล้วเรามาจัดการเอาหมอนรองกระดูกออกกันเถอะค่ะ” มาสึมิพูดกับดนัยที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยให้เธอ “ครับ” ดนัยพยักหน้าพร้อมทั้งแสดงฝีมือผู้ช่วยอย่างเต็มที่ หมอมาสึมิอายุมากกว่าเราแค่ 4 ปีแต่ฝีมือกับอยู่ในระดับแถวหน้าของวงการกระดูกและข้อของญี่ปุ่นเลยทีเดียวที่ผ่านมาไม่ค่อยเจอเคสยากเกี่ยวกับกระดูกและข้อเท่าไหร่ทำให้หมอมาสึมิไม่ค่อยได้แสดงฝีมือมากนักแต่สำหรับเคสนี้เป็นเคสที่ยากเอาเรื่องเพราะหมอนรองกระดูกมันแตกออกมาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทำให้หมอมาสึมิได้แสดงฝีมือเต็มที่เป็นบุญของเราสินะที่ได้มาเป็นผู้ช่วยหมอมาสึมิแบบนี้ ดนัยคิดในใจพลางจ้องมองการผ่าตัดของมาสึมิตาไม่กระพริบ “แบบนี้นี่เองใช้มีดกรีดไปที่ด้านข้างเพื่อเพิ่มแรงดันให้เศษกระดูกโผล่ออกมาโดยไม่ต้องกรีดไปตรงๆ” ดนัยพูดออกมาเบาๆเมื่อเห็นมาสึมิใช้มีดกรีดไปที่ผนังแนวกล้ามเนื้อด้านข้าง “หือว่าอะไรนะคะ” มาสึมิที่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการผ่าตัดจึงไม่ทันได้ฟังแต่เหมือนเธอจะได้ยินดนัยพูดอะไรบางอย่างจึงถามเขา “อ๊ะเปล่าครับไม่มีอะไรผมแค่พูดกับตัวเอง” ดนัยบอกก่อนจะตั้งใจดูการผ่าตัดของมาสึมิต่อไปเงียบๆ มาสึมิค่อยๆผ่าตัดเอาเศษหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาทออกทีละชิ้นอย่างนุ่มนวลแต่ทว่าในความนุ่มนวลนั้นก็มีความเร็วอันน่าเหลือเชื่อซ่อนอยู่ จากผลการเอ็กซ์เรย์ก่อนการผ่าตัดพบเศษหมอนรองกระดูกที่แตกออกมามากถึง 87 ชิ้นจากการคำนวณคงใช้เวลาไม่ต่ำกว่าห้าชั่วโมงถึงจะจัดการเศษหมอนรองกระดูกพวกนี้หมด เวลาการผ่าตัดค่อยๆไหลไปจนกระทั่งผ่านไปสองชั่วโมงมาสึมิก็สามารถเอาเศษหมอนรองกระดูกที่แตกออกมาพวกนี้ออกมาได้มากเกินกว่าครึ่งแล้ว “ชิ้นที่ 49 !!” มาสึมิใช้คีมคีบเศษหมอนรองกระดูกออกมาจากเส้นประสาทพยาบาลที่ทำหน้าที่อยู่ข้างๆยื่นถาดออกไปรอรับเศษหมอนรองกระดูก แกร๊ก !! มาสึมิหย่อยเศษหมอนรองกระดูกลงในถาดก่อนจะลงมือจัดการกับเศษหมอนรองกระดูกชิ้นต่อไป “ชิ้นต่อไปดูเหมือนจะอยู่หลังกระดูกสันหลังนะคะหมอดนัยตรงจุดนี้จะยากหน่อยเพราะจากจุดนี้ฉันมองไม่เห็นหมอดนัยต้องทำหน้าที่เป็นตาให้ฉันแทนนะคะ” มาสึมิบอก “ทราบแล้วครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะทำหน้าที่เป็นดวงตาให้มาสึมิแทน ดนัยทำหน้าที่เป็นดวงตาให้มาสึมิได้อย่างดีเยี่ยมใช้เวลาเพียงสิบกว่านาทีก็ผ่าตัดเอาเศษชิ้นส่วนหมอนรองกระดูกชิ้นที่ 50 ออกมาได้สำเร็จ สามชั่วโมงต่อมา “การผ่าตัดเสร็จสิ้นขอบคุณทุกคนมากนะคะ” มาสึมิถอดถุงมือออกและทิ้งลงไปในถังขยะก่อนจะขอบคุณทุกคนในห้อง “ค่ะหมอ/ครับหมอ !!” พยาบาลในห้องผ่าตัดยิ้มออกมาส่วนดนัยนั้นไม่ได้พูดอะไรเพราะกำลังดูนาฬิกาที่ติดอยู่ภายในห้องอยู่ ไม่ถึงห้าชั่วโมงฝีมือหมอมาสึมินี่สุดยอดเลย ดนัยคิดในใจมาสึมิที่เห็นดนัยกำลังเหม่ออยู่ก็เดินเข้ามา “เหม่ออะไรอยู่คะหมอดนัยการผ่าตัดเสร็จสิ้นแล้วนะคะ” มาสึมิพูด “อ๊ะเปล่าครับไม่มีอะไรถ้าอย่างนั้นไปกันเถอะครับ” ดนัยบอก “ค่ะเดี๋ยวฉันเองก็ต้องรีบไปแจ้งผลการผ่าตัดแล้วก็เขียนรายงานด้วยนี่ก็บ่ายแล้วเดี๋ยวต้องรีบไปกินข้าวอีกตอนบ่ายสามโมงฉันมีอีกการผ่าตัดนึง” มาสึมิบอก “เหนื่อยหน่อยนะครับผมเองก็ต้องเข้าผ่าตัดกับหมอมิโฮะตอนสามโมงครึ่ง” ดนับพูด “ถ้าอย่างนั้นสู้ๆนะคะหมอดนัยว่าแต่เวลาผ่าตัดกับหมอดนัยนี่รู้สึกเหมือนเวลามันผ่านไปไวเลยค่ะแถมการผ่าตัดก็ไม่สะดุดเลยด้วยทั้งที่หมอดนัยพึ่งจะทำงานได้ปีเดียวเองแท้ๆแต่เก่งฝีมือนี่ยอดเยี่ยมเลยนะคะ” มาสึมิบอกเธอนั้นค่อนข้างชอบผ่าตัดโดยมีดนัยเป็นผู้ช่วยเพราะดนัยนั้นฝีมือดีและก็รอบคอบทำให้การผ่าตัดนั้นทำได้ง่ายและไม่มีสะดุดเลย “นั่นเป็นเพราะหมอมาสึมิเก่งต่างหากล่ะครับผมเองก็แค่ช่วยไปตามคำสั่งของหมอมาสึมิเท่านั้นเองอ๊ะถ้ายังไงผมขอตัวไปก่อนนะครับวันนี้ผมไม่ได้ทำข้าวกล่องเอาไว้เลยต้องไปกินที่โรงอาหาร” ดนัยพูดก่อนจะเดินออกจากห้องผ่าตัดไป มาสึมิมองแผ่นหลังของดนัยที่เดินออกจากห้องไปก่อนจะคิดในใจ แค่ปีเดียวฝีมือเขาก็มาถึงขนาดนี้แล้วเรียนรู้ได้เร็วมากเลยตลอดการผ่าตัดนั่นก็จ้องมองการผ่าตัดของเราแบบตาไม่กระพริบเลยไม่รู้ว่าได้อะไรจากการผ่าตัดของเราไปบ้างรู้สึกเหมือนอีกไม่นานเขาก็จะไล่ตามเราทันแล้วสิไม่สิเผลอๆอาจจะแซงเราไปเลยด้วยซ้ำแบบนี้ประมาทไม่ได้แล้วเดี๋ยวเสียชื่อหมอจากเมืองนอกหมด มาสึมิคิดในใจ ซึ่งมาสึมินั้นเธอเรียนจบจากมหาวิทยาลัยการแพทย์ชื่อดังจากประเทศอังกฤษแถมเธอยังได้คะแนนสูงสุดในรุ่นด้วยนั่นจึงทำให้หลายๆคนเรียกเธอว่าอัจฉริยะก่อนหน้าที่จะย้ายกลับมาทำงานที่ญี่ปุ่นนั้นตอนแรกเธอก็ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลชื่อดังที่ประเทศอังกฤษซึ่งโรงพยาบาลนี้เป็นโรงพยาบาลที่อาจารย์หมอในมหาวิทยาลัยของเธอทำงานอยู่นั่นเองเขาได้ดึงเธอเข้ามาทำงานด้วยเพราะเห็นในศักยภาพความสามารถของเธอ จนกระทั่งเมื่อหลายปีก่อนได้มีศัลยแพทย์หญิงจบใหม่จากประเทศญี่ปุ่นบ้านเกิดของเธอย้ายเข้ามาฝึกงานที่แผนกกระดูกและข้อในโรงพยาบาลและดูเหมือนแพทย์หญิงจบใหม่คนนี้นั้นจะรู้จักอาจารย์หมอของเธอด้วยซึ่งอาจารย์หมอของเธอนั้นฝากให้เธอดูแลเป็นพี่เลี้ยงในช่วงที่แพทย์หญิงจบใหม่คนนี้ทำงานอยู่ที่นี่ตอนแรกเธอก็ไม่ได้อะไรแต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งเดือนนั่นจึงทำให้เธอได้รู้จักคำว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า ซึ่งศัลยแพทย์หญิงจบใหม่คนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนเลยชื่อของเธอก็คือทาเคนากะ ฮิคารินั่นเองฮิคาริในตอนนั้นอายุน้อยกว่าเธอสามปีไม่เคยเรียนโดยตรงด้านกระดูกและข้อแต่กลับใช้เวลาเพียงครึ่งปีก็เรียนรู้ทุกอย่างจากเธอไปหมดเผลอแปปเดียวก็เชี่ยวชาญในด้านนี้จนมีฝีมือการผ่าตัดแซงหน้าเธอที่จบด้วยคะแนนสูงสุดของรุ่นและถูกเรียกว่าอัจฉริยะไปแบบไม่เห็นฝุ่นไม่นานฮิคาริก็ขอจบการฝึกงานก่อนจะกลับญี่ปุ่นไปครึ่งปีต่อมาฮิคาริก็ได้โทรมาชวนเธอกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลในญี่ปุ่นตอนนั้นเองทำให้มาสึมิได้รู้ว่าฮิคาริเป็นทายาทตระกูลใหญ่ผู้เป็นเจ้าของโรงพยาบาลชื่อดังในประเทศญี่ปุ่น ด้วยข้อเสนอและด้วยอะไรหลายๆอย่างทำให้มาสึมิตอบตกลงคำชวนนั่นและกลับมาเป็นศัลยแพทย์ที่โรงพยาบาลทาเคนากะของฮิคาริให้ประเทศญี่ปุ่น “เอ่อ...หมอมาสึมิคะไม่ไปแจ้งผลการผ่าตัดเหรอคะ” พยาบาลที่พึ่งทำความสะอาดอุปกรณ์เสร็จทักมาสึมิที่กำลังนึกย้อนความหลังตัวเองอยู่ “อ๊ะขอโทษทีค่ะพอดีกำลังคิดถึงเรื่องเก่าๆอยู่” มาสึมิที่พูดออกมา “เรื่องเก่าๆงั้นเหรอคะ ??” พยาบาลทำหน้างง “ค่ะพอดีกำลังนึกถึงท้องฟ้าที่อยู่สูงแต่ท้องฟ้านั่นกลับลืมไปว่ามีก้อนเมฆที่อยู่สูงกว่าตนอยู่ตอนนั้นว่าตกใจแล้วแต่ที่ไหนได้เหนือก้อนเมฆกลับเจออวกาศที่ที่ไม่มีสิ้นสุดเสียได้” มาสึมิพูดออกมาทำเอาพยาบาลยิ่งงงไปใหญ่ “ฮ่ะๆงงสินะคะเอาเป็นว่าไม่มีอะไรหรอกค่ะขอตัวก่อนนะคะ” มาสึมิพูดก่อนจะเดินออกจากห้องผ่าตัดใน หมอดนัยจะใช่อวกาศหรือเปล่านะ มาสึมิคิดในใจเพราะจากความคิดของเธอแล้วดนัยนั้นเรียนรู้ได้เร็วกว่าฮิคาริเสียอีกเพราะดนัยนั้นเริ่มจากศูนย์ต่างจากฮิคาริที่ถูกปูพื้นฐานมาก่อนหน้านี้แล้วเพราะครอบครัวของเธอเปิดโรงพยาบาลจึงเตรียมพร้อมที่จะเดินในเส้นทางของแพทย์อยู่ก่อนแล้วนั่นเอง จบ...