หลังจากนั่งคิดวิเคราะห์หาหนทางรอดในค่ำคืนนี้ เหมยซีแทบจะงัดเอาทุกกกลเม็ดมารับมืออี้อ๋อง แต่ก็ยังไม่ว่างใจเนื่องด้วยนางดูอุปนิสัยของอี้อ๋องแล้วออกแนวดื้อและทะนงตนหากทำอะไรผิดพลาดนิดเดียวต้องโดนลงโทษแน่ นางเองยังพอทนแต่บรรดาสาวใช้อาจถูกลงโทษตามไปด้วยนี่สิยิ่งคิดก็ยิ่งคิดไม่ตก
"เอาวะเป็ไงเป็กัน แม่จะงัดมาใช้ทุกมุขเลย อย่างมากก็แกล้งตายไปเลย" นางคิดแผนตั้งรับ หากแกล้งตายจริงแล้วอี้อ๋องคนรีบให้คนตามหมอมาตรวจเป็แน่ พรางคิดก็ส่ายหัวแทบนั่งไม่ติด ซือหยาเห็นก็นึกว่าพระชายาเอกนั้นคงตื่นเต้นดีใจ จิตใจไม่อยู่กับตัวเป็แน่เพราะนี้เป็คืนแรกของพระนาง
ด้านอี้อ๋องบอกกับเผยหั่วองค์รักษ์ประจำตัวว่าตนพร้อมแล้ว ระหว่างทางเดินไปยังจวนพระชายาเอก พระชายารองและสาวใช้ที่กำลังจะไปจวนอี้อ๋องนำอาหารว่างไปถวาย เห็นเข้าจึงได้บอกให้จินถังไปสืบว่าอี้อ๋องเสด็จออกจวนไปที่ใด
"พระชายารองเพคะ หม่อนชั้นได้สอบถามสาวใช้ในจวนแล้วว่า เออ....." จินถังกังวลที่จะบอกแก่ผู้เป็นายว่าอี้อ๋องเสด็จไปจวนพระชายาเอก ด้านหลินหลังผิงเห็นท่าทางอิดออดของสาวใช้ก็หันมามองดุ
"บอกข้าประเดี๋ยวนี้อี้อ๋องเสด็จไปที่ใด" สาวใช้เห็นท่าทางเดือดจัดของนายหญิง จึงได้บอกไปว่าอี้อ๋องคืนนี้เสด็จไปค้างคืนที่จวนพระชายาเอก ด้านหลินหลังผิงได้ยินนางโกรธจัด มือไม้สั่นไปทั้งตัวพร้อมกับปัดอาหารว่างที่นางได้เตรียมไว้ทิ้งลงพื้นอย่างสุดแรง
"หลินเหมยซี เ้าอย่าได้คิดกำแหงให้มากนักเลย สักวันต้องเป็วันที่ข้าจะเอาคืนเ้าให้สาสมกับความอัปยศในครั้งนี้" นางพูดเสร็จก็สะบัดหน้าเดินหันหลังกลับจวน
ด้านอี้อ๋องที่กำลังจะเสด็จถึงจวนก็พลันหยุดเดิน โดยที่บรรดาบ่าวไพร่หยุดแทบไม่ทัน เผยหั่วเห็นเข้าจึงได้สอบถามออกไป อี้อ๋องที่ในใจจู่ๆก็เกิดความกังวลผสมความตื่นเต้นหัวใจแทบจะทะลักออกมา โดยที่ตนเองยังนึกแปลกใจว่ากังวลและตื่นเต้นทำไม ทำอย่างกับตัวเองไม่เคยค้างอ้างแรมกับสตรีที่ไหนเลย
"เรามิได้เป็อันใดเพียงแค่หยุดพัก เราแค่รู้สึกเมื่อยล้าก็เท่านั้น อย่าได้สนใจเราไปกันเถอะ เผยหั่วเ้าไปแจ้งที่จวนพระชายาเอกที่ว่าข้ากำลังจะถึงแล้ว" เผยหั่วโค้งคำนับรับคำอี้อ๋องและรีบรุดไปแจ้งข่าวที่จวนพระชายาเอกทันที
ด้านเหมยซีได้ยินว่าอี้อ๋องกำลังจะถึงจวนก็สะดุ้งในใจ เกิดความประหม่าอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน "มาแล้วรึ.... อี้อ๋องเสด็จมายังจวนข้าแล้วรึ" นางพร่ำบ่นกับสาวใช้ ว่าต้องทำอย่างไรดี ซือหยาเห็นท่าทางตื่นเต้นก็หัวเราะคิกคักในอาการประหม่าของพระชายาเอกโดยปกติพระนางแทบจะไม่กลัวสิ่งใดเลย เหตุไฉนวันนี้ถึงได้เป็เยี่ยงนี้
ด้านองค์รักษ์ประกาศออกไปว่าอี้อ๋องเสด็จ สาวใช้รีบดันหลังให้พระชายาเอกเสด็จออกไปต้อนรับที่หน้าจวนในทันที
"คารวะอี้อ๋อง เหตุอันใดคืนนี้ถึงได้เสด็จมาที่จวนหม่อมชั้นได้เพคะ เห็นๆ อยู่ว่าพระองค์เสด็จไปยังจวนพระชายารองแล้ว" เหมยซีกล่าวประชดกลายๆ เพราะนางมิได้อยากต้อนรับเลยสักนิด
ด้านอี้อ๋องได้ยินนางประชดก็บอกไปว่า "ข้าไปแล้วแต่รู้สึกเบื่อๆเล็กน้อย จึงอยากเปลี่ยนบรรยากาศมายังจวนพระชายาเอกแทน ทำไมรึหรือว่าเ้าไม่ต้อนรับข้า อีกอย่างข้าจะไปที่แห่งใดก็ได้มิใช่หรือ เ้าเองก็เป็ถึงพระชายาเอกของข้า ข้าไม่สามารถมาได้เลยอย่างนั้นรึ" อี้อ๋องพูดโผล่งออกไป ซือหยารีบสะกิดนายไม่ให้กล่าวเช่นนั้น
"เออ.... หม่อนชั้นมิได้หมายความเยี่ยงนั้นเพคะเพียงแต่นึกสงสัยว่าทำไมทรงเปลี่ยนพระทัยง่ายเช่นนี้ และอีกอย่างที่จวนของหม่อนชั้นนั้นก็มิได้สวยสดงดงามเพียงใด ข้าวของเครื่องใช้ที่มีก็แสนจะธรรมดา ไม่เหมือนจวนน้องหญิงหรอกเพคะ" เหมยซีก็ยังมิวายประชดเปรียบเทียบให้อี้อ๋องได้เห็นสภาพจวนของผู้ที่ขึ้นชื่อเป็นายหญิงของจวนที่แสนจะธรรมดา ไม่ได้มีข้าวของเครื่องใช้พร้อมพรั่นดังเช่นจวนชายารอง
"นี่เ้ากำลังต่อว่าข้าปฏิบัติกับพระชายาเอกอย่างละเลยหรือ" อี้อ๋องที่ได้ยินถ้อยคำน้อยเนื้อต่ำใจของพระชายาเอกที่ตนปฏิบัติระหว่างพระชายาเอกและพระชายารองมิเท่ากัน เหมยซีนี่แทบจะหลุดออกไปเลยว่าใช่ดังที่อี้อ๋องกล่าว ไม่สำรวจดูหน่อยเล่าว่าจวนพระชายาเอกนั้นมีสภาพเยี่ยงไร นางและบ่าวไพร่ก็พึ่งจะได้ของดีๆ จากพ่อบ้านเมื่อไม่นานมานี้เอง เมื่อก่อนนี่แทบจะเป็ขอทานต้องรอของเหลือจากจวนโน้นถึงได้ และนี่ไม่เรียกสองมาตราฐานแล้วเรียกว่าอะไร
นางย้อนยุคมาในอดีตทั้งทีขอที่มันสบายหน่อยมิได้หรือไง ต้องคอยระวังว่าจะมีคนคิดร้ายกับตน แล้วยังสภาพการเป็อยู่ที่อนาถาเช่นนี้ เมื่อก่อนเหมยซีไม่เคยจะลำบากลำบนเพียงนี้เลย
"เอาละ.... ข้าเข้าไปได้หรือยังหรือว่าคืนนี้เ้าจะให้ข้ายืนคุยอยู่ตรงนี้ทั้งคืน" ซือหยาได้ยินก็รีบเชิญเสด็จท่านอ๋องเข้ามายังจวน
สายตาของอี้อ๋องได้มองไปรอบๆจวนของพระชายาเอกก็นึกถึงคำพูดของนาง ที่นี้การตกแต่งข้าวของเครื่องใช้ที่แสนจะธรรมดา มิหน่าเล่านางถึงได้พูดเช่นนั้น พรางสายตาก็มองไปยังพ่อบ้าน อย่างตำหนิ พ่อบ้านเห็นเช่นนั้นจึงได้รีบขอตัวออกไป
ด้านเหมยซีได้เชิญให้ประทับนั่งนางได้เตรียมอาหารและสุราไว้แล้ว "เชิญเสวยเพคะ อาหารของจวนนี้ออกจะธรรมดามิได้เลิศเลอปานใด หวังว่าอี้อ๋องทรงอย่าได้ตำหนิหม่อนชั้นนะเพคะ พระองค์เสวยเทอดเพคะจะได้กลับไปจวนเพื่อพักผ่อน หม่อนชั้นเห็นพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยจากงานเลี้ยงต้อนรับแล้ว พระองค์คงทรงอยากพักผ่อน เป็แน่" เหมยซีกล่าวออกเพื่อหยั่งเชิงว่าอี้อ๋องจะมาไม้ไหน
"เหตุใดข้าต้องกลับจวนเล่า ข้าจะค้างที่นี้ อย่างที่เ้าว่านั้นแหละวันนี้ข้าเหนื่อยและเพลียมาก จะขอนอนพักที่นี้แหละ ี้เีเดิน" พูดเสร็จอี้อ๋องก็จิบสุราและมองเหมยซีด้วยสายตาเ้าเล่ห์ "หึ หึ ดูสิเ้าจะมีคำพูดอะไรมาไล่ข้ากลับจวนอีก" อี้อ๋องคิดในใจอย่างกับผู้มีชัยไปกว่าครึ่ง
เหมยซีหน้าถอดสี ภายในใจก็คิดมากมายว่าต้องทำอย่างไร หากอี้อ๋องจะประทับที่นี้ให้ได้จะมีผู้ใดคัดค้านได้อีก เพราะเ้าของร่างนี้ก็ไดเขึ้นชื่อว่าเป็พระชายาเอก ถึงจะเป็แค่ในนามแต่ก็เท่ากับว่าเป็คนของอี้อ๋องไปแล้วครึ่งนึง
"หม่อนชั้นก็มิได้ว่ากระไร เพียงแค่เป็ห่วงกลัวพระองค์จะอึดอัดที่ต้องนอนเบียดกับหม่อนชั้นในคืนนี้ เอาอย่างนี้เพคะคืนนี้พระองค์บรรทมบนเตียง ส่วนหม่อนชั้นจะเสียสละนอนที่พื้นเองเพคะ" อี้อ๋องได้ยินก็หัวเราะอยู่ในใจกับประโยคนั้น
"พวกเราก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็สามีภรรยากันแล้วจะแยกกันนอนได้เยี่ยงไร หากบ่าวไพรหรือคนนอกจวนรู้เข้า ข้าก็ถูกหัวเราะเยอะว่ากดขี่พระชายาของตัวเองก็เท่านั้น นอนเบียดกันหน่อยไม่เป็ไร เราไม่ถือ" เหมยซีได้ยินก็อยากจะสวนทันควันพระองค์ไม่ถือแต่หม่อนชั้นถือ
"โอ้ยนางยังไม่เคยเข้าพิธีแต่งงานกับใครมาก่อน มาโผล่ที่นี้ก็ได้ฐานะพระชายาของผู้ชายแปลกหน้าทันที ใครจะรับได้" ทั้งคิดและหาหนทางจะจัดการคนตรงหน้าอย่างไรดี
อี้อ๋องเห็นท่าทีกระวนกระวายของนางก็อดนึกขำไม่ได้ เขาอยากรู้นางจะรับมืออย่างไร อี้อ๋องมีความสุขยิ่งนักที่วันนี้เขาเป็ผู้ชนะ ได้เอาคืนนางจนหาทางออกมิได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งอดเอ็นดูไม่ได้
ด้านองค์รักษ์และสาวใช้ทั้งสองที่ได้ยินบทสนทนาของเ้านายทั้งสองก็กระหยิ่ม ยิ้มย่อง หันหน้ามองกันและกระซิบกันอยู่สองคนว่าวันนี้เป็วันที่ดี ั้แ่เข้าจวนมา เผยหั่วก็พยักหน้ารับคำพูดของซือหยา นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นกิริยาการหยอกเย้าของอี้อ๋อง วันนี้ช่างดีเสียจริง