ตามดูภาพรวมตระกูลแรนเชออีกสามวัน จึงพบว่าคนทั้งหมดต่างพากันยกโขยงมาพำนักอยู่ในอาณาจักรหมอกเมฆา เลยกลายเป็นว่าชิลที่ติดตามสถานการณ์โดยรวมจำต้องกลับมายังอาณาจักรหมอกเมฆาอีกครั้ง
กระนั้นกว่าเก้าในสิบส่วนก็มั่นใจแล้วว่า ตระกูลแรนเชอคิดบุกจู่โจมวังเมฆาสูญสิ้นในวันงานแต่งตั้งประมุขวังจริงๆ กระนั้นเขาก็มิได้เป็นห่วงทางวังเมฆาสูญสิ้นแต่อย่างใด สิ่งที่น่าเป็นห่วงแท้จริงคือพวกคนตระกูลแรนเชอมากกว่า
หากที่วังมิได้มีสัตว์ประหลาดถือกำเนิดดังเช่นปัจจุบัน บางทีตระกูลแรนเชออาจพอมีหวัง
“หวังว่านางคงไม่หนักมือนัก”
ชิลกล่าวเสียงแผ่ว ก่อนเผยยิ้ม หันร่างเดินออกจากอาณาจักรหมอกเมฆา
และก็เป็นดังคาด ในวันถัดมาหลังจากพิธีแต่งตั้งประมุขวัง พอยามค่ำอันเป็นสัญลักษณ์ความรื่นเริงประจำอาณาจักร เหล่าคนชุดดำจากตระกูลแรนเชอ ก็ทำการเข้าโจมตีจากทางประตูทิศเหนือซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการสร้างใหม่
ด้วยข่าวที่ว่าผู้อาวุโสวังเมฆาสูญสิ้นถึงสองคนถูกสังหาร ทำให้พวกตระกูลแรนเชอเห็นตรงกันว่านี่เป็นโอกาสเหมาะในการแก้แค้น เลยทำการลอบเข้าวังวางยาในอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมด
โดยยาพิษที่ใช้หาใช่ยาจากจอมโอสถ ทว่าเป็นยาจากการร่ายคำแช่งกว่าสามเดือน และผู้ที่สร้างมันก็มิใช่ใครอื่นนอกจากพอตแมนและพรรคพวก
ด้วยการเป็นอาจารย์ของริเช่ ทำให้เขายังคงมีความแค้นต่อวังเมฆาสูญสิ้นอยู่มาก
กลุ่มชายชุดดำฝ่าผู้เฝ้าประตูทางทิศเหนืออย่างง่ายดายเหตุเพราะทุกคนได้ดื่มสุราที่ถูกใส่ยาคำแช่งไว้ด้านใน แน่นอนว่าผู้คนที่สนุกไปกับงานสังสรรค์ต่างถูกพิษกันถ้วนหน้า
แม้จะคาดการณ์ว่าทุกคนในวังจำต้องดื่นกินอาหารในงานกันอย่างไร้ความระมัดระวัง อย่างไรกลับมีปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ทุกอย่างพินาศ
นั่นคือสตรีผู้งามงดราวเทพธิดา มิได้แตะแม้เพียงน้ำหยดเดียว
ซาเนียนั่งบนเก้าอี้ประมุข กวาดตาคู่งามมองเหล่าผู้อาวุโส ผู้รับใช้ และสาวกที่ต่างพากันทรุดตัวลงพร้อมร่างกายที่แข็งค้าง จึงรู้ทันทีว่าพวกเขาถูกวางยาพิษ ประจวบกับการที่เหล่าคนชุดดำจำนวนมากบุกเข้าตำหนัก ยื่นศาสตราวุธชี้มาทางนาง เลยเข้าใจว่านี่อาจเป็นเรื่องความแค้นที่วังเมฆาสูญสิ้นเคยปลูกฝังไว้
‘อย่างไรเมื่อรับตำแหน่งประมุขวังมาแล้ว คงต้องแก้ไขเสียหน่อย’
คิดได้ดังนั้นนางพลันดันร่างบางยืนขึ้น พร้อมปล่อยจิตสังหารอันมากล้น ทว่าจู่ๆคำพูดหนึ่งก็ถูกกล่าวด้านนอกตำหนัก
“ประมุขวังคนใหม่รึ เหตุใดสตรีน้อยเช่นเจ้าจึงสามารถ”
ทริชก้าวเท้า เดินผ่านเหล่าคนชุดดำเข้ามายืนประจันหน้ากับซาเนีย
นี่นับเป็นเรื่องผิดพลาดมหันต์
นางไม่ทราบมาก่อนว่าประมุขวังคนใหม่จักอยู่ระดับคลายสมดุล และไม่คิดว่าสตรีชุดดำตรงหน้าจักไม่กินไม่ดื่มสิ่งใดในงานเลย
เหตุใดผู้เป็นตัวหลักงานฉลองกลับแสดงท่าทางไร้ซึ่งความสุขเช่นนี้
แม้จะไม่เข้าใจอยู่มาก แต่ตอนนี้ก็หาใช่เวลาคิดมากความ การมีข้อผิดพลาดจนทำให้ต้องเผชิญหน้ากับคลายสมดุลถือเป็นเรื่องเลวร้าย ถึงอย่างนั้นนางก็มาไกลเกินกว่าจะถอย
ทันทีคนชุดดำทั้งหมดได้กรูเข้าโจมตี ทว่าเพียงเสี้ยวลมหายใจ ร่างพวกมันทั้งหมดกลับถูกผ่าครึ่ง
ยอดฝีมือตระกูลแรนเชอจำนวนมากต่างตกตายด้วยการสะบัดทวนคราเดียว
กระนั้นผู้เหลือรอดกลับหาได้ถอยหนี พวกมันยังคงพากันพุ่งตัวเข้าหาความตายโดยมิคิดชีวิต
แน่นอนเมื่อมองหาความตาย ความตายย่อมตอบรับ
ในเวลาเพียงไม่ถึงห้านาที คนชุดดำทั้งหมดที่บุกจู่โจมวังเมฆาสูญสิ้นล้วนถูกสังหาร เหลือทิ้งไว้เพียงทริชที่ยืนจดจ้องอย่างนิ่งเฉยอยู่กลางตำหนัก
“ข้าจะให้เจ้าเลือก”
ซาเนียกล่าวพร้อมก้าวเท้าเข้าหาทริชช้าๆ
“ตายอยู่ที่นี่อย่างไร้ค่า หรือจากไปค้นหาผู้มากอำนาจ แล้วค่อยกลับมาใหม่”
“ว่าอย่างไรนะ?”
ทริชเบิกตากว้างหลังฟังคำกล่าว นางงุนงงกับสิ่งที่ได้ยิน เหตุใดประมุขวังจึงไม่สังหารตน เหตุใดจึงคิดให้นางย้อนกลับมาแก้แค้นโดยการหาคนมาช่วย นี่ราวกับสตรีน้อยตรงหน้าต้องการให้วังเมฆาสูญสิ้นล่มสลาย
กระนั้นแม้จะเป็นคนที่มีความแค้นอันมากล้น หรือจะอยากตายตามบุตรสาวอันเป็นที่รักมากเพียงใด ทริชก็ยังถือเป็นสตรีที่ฉลาดเลือกผู้หนึ่ง พอรู้ว่าซาเนียไม่คิดลงมือ จึงก้มหัวให้เล็กน้อย ก่อนหันตัวก้าวเท้าเดินจากไป
นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลอันลุ่มลึกจ้องตามหลังด้วยท่าทางใคร่คิด
“บางทีมันอาจสมควร ถือว่านี่เป็นของขวัญอีกชิ้นที่ข้ามอบให้..”
ซาเนียเลื่อนสายตามองดวงจันทร์ด้านหลังเมฆครึ้ม สักพักจึงหลับตาหันหน้าเดินกลับไปยังบัลลังก์ประมุขวัง ท่ามกลางผู้คนมากมายที่นอนแข็งค้างอยู่บนพื้น นางเลือกที่จะนั่งลงซึมซับพลังงานโดยมิสนใจผู้ใด
.
.
“เจ้าหนุ่ม อย่าหาว่าข้าเรื่องเยอะเลย แต่เจ้าจดจ้องมันมากว่าชั่วโมงแล้ว เหตุใดจึงไม่ซื้อเสียที”
ชายชราผู้หนึ่งกล่าวขึ้นด้วยท่าทางเหนื่อยหน่าย แน่นอนว่าเขาคือเจ้าของร้านสัตว์ปีก ซึ่งเป็นร้านขายสัตว์อสูรวิญญาณขาวอันเป็นพาหนะของเหล่าผู้ฝึกรากฐานภายในอาณาจักรวายุอัสนี
เนื่องจากร้านสัตว์ปีกเป็นร้านขนาดเล็ก ทำให้มีสัตว์อสูรพาหนะให้เลือกน้อย จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะไม่ค่อยมีลูกค้า อีกทั้งยังมีร้านขายสัตว์อสูรพาหนะอีกสองแห่งเปิดอยู่ซอยถัดไป ซึ่งทั้งสองร้านมีขนาดใหญ่กว่าหลายเท่า แถมสัตว์อสูรที่ขายยังมีราคาถูกกว่า เลยเป็นเหตุให้ร้านสัตว์ปีกนานครั้งจะมีคนเข้าชมที
กระนั้นวันนี้ได้มีชายหนุ่มชุดขาวคนหนึ่งเดินเข้ามามองดูกรงนกปากเงินอยู่นาน แต่จนแล้วจนรอดเขากลับทำเพียงยืนจ้องมอง ราวกับต้องการย้ายวิญญาณไปสิงสู่มัน จนในที่สุดชายชราเจ้าของร้านเริ่มทนไม่ไหวต้องเดินเข้ามาไถ่ถามถึงเหตุผลที่ต้องทำเช่นนี้
“เถ้าแก่อย่าใจร้อน ข้าเพียงอยากมั่นใจว่ามันจะไม่ตายระหว่างทาง”
บุรุษหนุ่มชุดขาวกล่าวตอบ
“เฮ้อ~ เจ้าหนุ่ม แม้นกปากเงินเป็นสัตว์อสูรวิญญาณขาวอันมีความถึกทนมากกว่าสัตว์อสูรวิญญาณเทาบางตัว แต่มันก็จำต้องพัก หากเจ้าอยู่บนหลังมันเป็นเวลานานโดยไม่ให้ข้าวให้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์วิเศษขนาดไหนคงมิพ้นตายแน่นอน”
“ข้ารู้น่าเถ้าแก่ ไปๆ ข้าต้องใช้สมาธิ”
โดยมิสนใจคำอธิบายชายชรา ชายหนุ่มชุดขาวได้ทำการวาดมือโบกเป็นเชิงไล่ จากนั้นจึงทำหน้าจริงจังจดจ้องนกปากเงินต่อ นี่ทำให้เส้นเลือดขนาดใหญ่ปูดขึ้นบนหน้าผากอันเหี่ยวย่นทันที
“เพ้ย! นี่มันร้านข้า เหตุใดจึงไม่มีสิทธิ์ยืนตรงนี้!”
“เพ้ย! ข้าเป็นลูกค้า เหตุใดจึงต้องกดดันนัก!”
“แต่นี่มันร้านข้า!”
“แล้วใครเถียงว่านี่ไม่ใช่ร้านท่าน!”
กริ้ง~
ระหว่างที่หนึ่งหนุ่มหนึ่งชรากำลังถกเถียง จู่ๆก็มีชายหนุ่มผมน้ำตาลอ่อนเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทางเรียบง่าย พลันทั้งคู่ได้หันไปมองแขกอันยากจะพานพบ เลยเห็นว่าผู้มาใหม่ น่าจะเป็นคุณชายจากตระกูลร่ำรวยหลงมา
ทันทีชายชราได้ผละออกจากบุรุษชุดขาว วิ่งแจ้นเข้าไปหยุดยืนก้มหัวกวาดตามองลูกค้ารายใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า
‘ผิวพรรณขาวนวลสะอาดสะอ้าน ใบหน้าสง่างาม เรือนผมสีน้ำตาลเรียงสวยมัดหางม้าต่ำ ชุดคลุมสีดำ อืม.. เนื้อผ้าเช่นนี้คงแพงน่าดู’
ชายชรายิ้มกริ่มจ้องมองชุดคลุมบุรุษตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนกระแอมเสียงดัง พลางฉากยิ้มกว้าง
“เอ่อ.. คุณชายไม่ทราบว่าต้องการสัตว์พาหนะแบบใด ทางร้านเรามีให้เลือกสรรมากมาย หากคุณชายมีสัตว์อสูรในใจอยู่แล้วโปรดบอก ข้าน้อยผู้นี้จักบุกน้ำลุยไฟไปหามาให้คุณชายโดยพลัน”
บุรุษชุดขาวได้ยินคำกล่าวอ้างชายชราก็รู้สึกเสียใจที่ตนเลือกเข้ามาดูสัตว์อสูรพาหนะในร้านนี้ อย่างไรในเมื่อเขาเห็นว่านกปากเงินที่นี่แลดูแข็งแรงกว่าที่อื่น จึงช่วยไม่ได้ที่จะทำเป็นไม่ใส่ใจ พร้อมหันไปจ้องมองสัตว์อสูรในกรงต่อ
“ข้าเพียงต้องการนกปากเงินสักตัว”
“นกปากเงินรึ”
เมื่อฟังคำกล่าว ชายชราจึงวิ่งโร่ ใช้ก้นชนร่างบุรุษชุดขาวที่ยืนอยู่ด้านหน้ากรง จนเจ้าตัวถอยออกไปด้านข้าง
“เดี๋ยว! นี่ทะ..”
โดยไม่สนใจสายตาขุ่นเคือง ชายชราทำการก้มหัวพลางผายมือออก
“คุณชายเชิญ”
นัยน์ตาองุ่นเหลือบมองชายชุดขาว สัมผัสวิญญาณอันเฉียบคมตรวจพบว่า ชายผู้นี้มิใช่คนธรรมดาแต่เป็นผู้ฝึกรากฐาน ซ้ำยังอยู่ในระดับวัฏจักรเคลื่อนย้ายชั้นต้น ซึ่งถือเป็นรากฐานขั้นสูงในอาณาจักรวายุอัสนี
แน่นอนแขกหน้าใหม่ผู้มากด้วยราศีความร่ำรวยหาใช่ใครอื่นนอกจาก ชิล
หลังจบเรื่องวังเมฆาสูญสิ้น ชิลก็ได้ตรงกลับมายังอาณาจักรวายุอัสนีทันที เขาใช้เวลาพักผ่อนหนึ่งวัน เพื่อวางแผนทำสิ่งที่ตนเคยคิดไว้ และหนึ่งในเรื่องที่ค้างคาก็คือ การไปยังสถานที่ตั้งที่แท้จริงของสุสานโบราณนักรบดินแดนร้าง อันเป็นที่ตั้งซึ่งใช้ประกอบพิธีกรรมอัญเชิญเทพเจ้า