ใต้ม่านบัลลังก์มังกร (จบ)

    ตอนที่ 16 ลมเปลี่ยนทิศ

    ในขณะที่ทั้งสองตระกูลต่างเร่งทำลายหลักฐาน พวกเขาไม่รู้เลยว่าไป๋อี้หลิงและจวินเฉียนหลงได้ส่งองครักษ์เสื้อแพรไปสืบเ๱ื่๵๹นี้ก่อนแล้ว

    เพราะทั้งคู่คาดการณ์เอาไว้แล้วว่า ตระกูลหลี่และตระกูลเฟิงจะต้องทำลายหลักฐานอย่างแน่นอน เนื่องจากนี่เป็๞วิธีเดียวที่จะหนีการตรวจค้นขององครักษ์เสื้อแพร

    “พระองค์คิดว่าองครักษ์เสื้อแพรจะเคลื่อนย้ายหลักฐานได้เสร็จทัน ก่อนที่คนตระกูลหลี่และตระกูลเฟิงจะไปถึงไหม ? ” ไป๋อี้หลิงเอ่ยถามขึ้นพลางยิ้มเบา ๆ ขณะมองออกไปทางหน้าต่าง ที่ตอนนี้ด้านนอกมืดแล้ว

    “องครักษ์เสื้อแพรไม่เคยทำงานพลาด” จวินเฉียนหลงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คนรักตอบอย่างมั่นใจ

    ….

    สายลมพัดผ่านเบา ๆ แต่ใครเล่าจะหยั่งรู้ได้ว่าสายลมจะเปลี่ยนทิศเมื่อใด ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

    ยามค่ำคืนในเมืองหลวงเงียบสงัด สายลมพัดผ่านทุกสรรพสิ่งอย่างยุติธรรม ไม่สนว่าสิ่งนั้นจะดีหรือชั่ว

    ไม่ไกลจากวังหลวง องครักษ์เสื้อแพรเคลื่อนไหวเงียบเชียบในเงามืด พวกเขาแยกย้ายกันไปตามสถานที่เป้าหมายที่ถูกระบุไว้อย่างแม่นยำจากราชโองการลับ

    ภายในโรงผ้าไหมของตระกูลเฟิง เงามืดขององครักษ์เสื้อแพรปรากฏขึ้นรอบ ๆ บริเวณ พวกเขาชำนาญในการซ่อนตัวและ เคลื่อนไหวราวกับสายลม ไร้เสียงฝีเท้า

    ทันใดนั้น ท่ามกลางความมืดและกองสินค้าหลากหลายก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาใน

    "นายท่านสั่งให้เผาทิ้งให้หมด!" ชายร่างสูงในชุดสีดำเข้มกล่าวอย่างเร่งรีบ

    “ขอรับ” เสียงตอบรับอย่างพร้อมเพรียง ทว่าเพียงสายลมพัดผ่าน ชายวัยกลางคนกว่าสิบคนก็ไร้ซึ่งลมหายใจแล้ว

    “ขนย้ายหลักฐานพวกนี้กลับวังหลวงให้แล้วที่สุด แล้วเผาที่นี่ทิ้งเสีย”

    สิ้นเสียงคำเอ่ยนี้ องครักษ์เสื้อแพรที่แฝงตัวอยู่เงียบ ๆ ก็เริ่มเคลื่อนไหวตามคำสั่งทันที เงาของพวกเขาเลื่อนผ่านซอกหลืบของโกดังอย่างไร้ร่องรอย

    ก่อนจะหายไปพร้อมกับหลักฐานสำคัญ วินาทีต่อมาก็เกิดกลุ่มเพลิงลุกไหม้ที่นั่นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน

    เฟิงมู่ฉงที่ได้รับรายงานการเผาโรงเก็บผ้าไหมทั้งหมด ก็ยิ้มออกมาด้วยแววตาขมขื่น แต่นี่เป็๞เพียงวิธีเดียวที่จะทำให้ตระกูลเฟิงอยู่รอดต่อไปได้

    ---

    อีกฟากหนึ่งของเมืองหลวง

    คนของตระกูลหลี่มุ่งตรงไปนอกเมืองเพื่อไปยังที่ซ่อนหลักฐานสำคัญ ซึ่งเป็๲เอกสารและเสบียงที่เกี่ยวข้องกับ๼๹๦๱า๬เมื่อห้าปีก่อน

    ทว่าพวกเขากลับไม่รู้ว่าภายใต้ความมืด มีเงาหลายสิบเขากำลังตามพวกเขาไปอย่างเงียบเชียบ

    ไม่นานชายคนหนึ่งก็มาหน้าประตูจวนแห่งหนึ่ง ก่อนจะหันซ้ายขวาแล้วสั่งให้คนเข้าไป

    จากนั้นเขาก็ตามเข้าไป ชายผู้นั้นเปิดประตูลับถึงสามชั้นถึงจะเปิดมาถึงห้องลับชั้นใต้ดิน

    "ใช่ รีบเผาที่นี่ทิ้งเสียง ก่อนที่พวกองครักษ์เสื้อแพรจะมาพบเข้า" ชายคนนั้นออกคำสั่งทันที ส่วนเสบียงก็ถูกขนย้ายออกจากเมืองไปอย่างลับ ๆ

    เพียงสายลมพัดผ่าน คนของตระกูลหลี่ก็ล้มลงไปกับพื้นแล้ว องครักษ์เสื้อแพรที่แฝงตัวมากับคนของตระกูลหลี่ด้วยสังหารคนหลายสิบคนในพริบตาเดียว

    หลังจากนั้น หลักฐานทั้งหมดก็อยู่ในมือขององครักษ์เสื้อแพรแล้ว ด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและไร้ร่องรอย วินาทีต่อมาจวนแห่งนอกเมืองแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเปลวไฟ

    ท่ามกลางความมืดมิดของราตรี คืนนี้กลับมีแสงสว่างเจิดจ้าส่องไปทั่วท้องฟ้า

    ผู้คนส่วนใหญ่ในเมืองหลวงหลับใหล แต่มีบุรุษรูปงามสองคนกำลังยืนมองท้องฟ้าที่สว่างไปด้วยสีทองจากมุมหนึ่งของหวังหลวง

    ไป๋อี้หลิงยิ้มเยือกเย็น ขณะมองขึ้นไปบนฟ้า "หึ... ค่ำคืนนี้ช่างสว่างไสวสวยงามยิ่งนัก" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ

    จวินเฉียนหลงที่ยืนเคียงข้างยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย "สวยงามมิน้อย ข้ามิเคยเห็นท้องฟ้าที่สวยงามเยี่ยงนี้มาก่อน"

    แสงสว่างนี้ไม่ใช่เพียงแสงธรรมดา มันคือสัญญาณของความวุ่นวายที่พวกเขากำลังจะจุดประกาย ทั้งสองตระกูลใหญ่ได้ตกหลุมพรางที่ถูกวางไว้อย่างแยบยลแล้ว

    ท้องฟ้ายามรุ่งสางถูกปกคลุมด้วยหมอกบาง ๆ แสงแรกของวันส่องผ่านผืนฟ้าอย่างเงียบงัน ชาวเมืองออกมาทำมาค้าขายกันอย่างปกติ

    แต่ในเวลานี้ จวนของตระกูลใหญ่ถูกองครักษ์เสื้อแพรที่ได้รับราชโองการยึดครองเอาไว้

    ภายในจวนตระกูลหลี่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ขณะที่เสียงฝีเท้าขององครักษ์เสื้อแพรก้องดังไปทั่วจน

    หลี่เจินหัวนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปที่ประตู เมื่อได้รับรายงานถึงการบุกเข้ามาขององครักษ์เสื้อแพร หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบคั้น แต่ภายนอกกลับแสดงท่าทีสงบและหนักแน่น

    เสียงเปิดประตูดังขึ้น ก่อนที่หัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรจะเดินเข้ามาพร้อมกับกลุ่มองครักษ์มากมาย พวกเขาก้าวเท้าอย่างเป็๲ระเบียบเข้ามาในลานกว้างของจวน

    หลี่เจินหัวลุกขึ้นยืนทันที แล้วเดินออกไปพลางเอ่ยด้วยเสียงดังก้อง

    “พวกเ๽้ามาที่นี่เพราะเหตุใดกัน ? ” เขาถามพร้อมจ้องมองไปยังหัวหน้าองครักษ์ด้วยความไม่พอใจ

    หัวหน้าองครักษ์ไม่แสดงอาการหวั่นเกรงแม้แต่น้อย เขาชูราชโองการขึ้นเหนือหัว พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง

    “ข้ามาตามราชโองการ ฝ่า๤า๿มีบัญชาให้เข้ายึดจวนตระกูลหลี่ และคุมตัวท่านหลี่เจินหัวไปยังท้องพระโรง”

    หลี่เจินหัวขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้ใจจะเต้นแรงแต่เขายังคงรักษาท่าทางอันสง่างาม เขาหันไปมองรอบ ๆ จวนก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ “ตระกูลหลี่ไม่ได้ทำอะไรผิด หากนี่เป็๞ราชโองการของฮ่องเต้ ข้าก็พร้อมจะทำตาม ข้าเชื่อว่าความจริงจะต้องปรากฏในไม่ช้า”

    หัวหน้าองครักษ์ไม่ตอบอะไร เขาเพียงโบกมือให้องครักษ์เสื้อแพรปฏิบัติตามคำสั่ง พวกเขาเข้ายึดจวนตระกูลหลี่และคุมตัวหลี่เจินหัวไปทันที

    ในเวลาเดียวกัน จวนตระกูลเฟิงก็พบเจอสถานการณ์เช่นเดียวกับตระกูลหลี่

    เฟิงมู่ฉงนั่งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศอึดอัด เมื่อถูกองครักษ์เสื้อแพรยึดจวนเอาไว้

    ก่อนที่เขาจะถูกนำตัวไปสายตาของเขาจับจ้องไปที่ลูกชายคนรองอย่างเฟิงอวิน ซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ เพื่อสื่อสารกันบางอย่าง

    หลังจากนั้นองครักษ์เสื้อแพรก็พาตัวของเฟิงมู่ฉงไปยังท้องพระโรง

    --ท้องพระโรง—

    จวินเฉียนหลงและไป๋อี้หลิงนั่งอยู่บนบัลลังก์๬ั๹๠๱หลังม่านเช่นทุกครั้ง ทั้งสองเฝ้ารอการมาถึงของขุนนางใหญ่จากตระกูลหลี่และตระกูลเฟิงด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ทว่าสายตากลับสะท้อนความเยือกเย็น

     

    ไม่นานที่หลี่เจินหัวและเฟิงมู่ฉงเดินเข้ามาในท้องพระโรงด้วยใบหน้าเรียบเฉย ราวกับว่าตนเองมิได้ทำอันใดผิด

    จวินเฉียนหลงนั่งอยู่หลังม่าน เมื่อเห็นทั้งสองคนคุกเขาอยู่ตรงหน้าก็เอ่ยถามขึ้น

    "ท่านหลี่ ท่านเฟิง พวกท่านรู้หรือไม่เหตุใดข้าถึงเช่นพวกเ๽้ามาเช่นนี้" จวินเฉียนหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่เต็มไปด้วยอำนาจ

    “มิทราบพ่ะย่ะค่ะ” หลี่เจินหัวเอ่ยขึ้น ก่อนก้มศีรษะลงต่ำ "ฝ่า๢า๡ ตระกูลหลี่ของเรามิเคยคิดทรยศแผ่นดิน เราจงรักภักดีต่อราชสำนักมาโดยตลอด กระหม่อมจึงมิทราบว่าเหตุใดฝ่า๢า๡ถึงมีราชโองการเชิญข้ามาเช่นนี้" น้ำเสียงของเขาสงบ แต่แววตากลับแฝงไปด้วยความไม่พอใจ

    แม้เขาจะพอคาดเดาเ๱ื่๵๹ราวได้บ้างหากไม่มีหลักฐานมากองตรงหน้าเขาจะไม่มีวันยอมรับเป็๲อันขาด

    เฟิงมู่ฉงกล่าวเช่นกัน "ตระกูลเฟิงก็เช่นกัน พวกเราเป็๞ขุนนางผู้ภักดีต่อราชสำนักเสมอมา มิเคยทำสิ่งใดผิดมิทราบว่าเหตุใดฝ่า๢า๡ถึงทำเช่นนี้กับพวกเรา"

    “หึหึ เช่นนั้นพวกเ๽้าช่วยอธิบายให้ข้าฟังหน่อยว่าสิ่งนี้คืออะไร เอาเข้ามา!” จวินเฉียนหลงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะออกคำสั่งให้คนนำของบางสิ่งเข้ามา