พอถึงรอบสอง ผู้ประลองจะถูกส่งขึ้นไป 4 คนพร้อมกัน เพื่อหาผู้ชนะเพียงคนเดียวแต่ละเวที เพื่อคัดเข้ารอบที่สามเพียง 8 คนเท่านั้น
เสี่ยวเทียนขึ้นบนเวทีที่ 8 มีคู่ต่อสู้อีก 3 คน มี องค์ชาย 9 ราชวงศ์อสูรฟินิกซ์ มีพลัง เซียนสวรรค์ระดับสูง องค์ชาย14 ลู่สือซื่อ ราชวงศ์ลู่ มีพลังเซียนสวรรค์ระดับสูง และ ชายอีกคนหนึ่งเป็นหนุ่มหน้าตาธรรมดามาก เสี่ยวเทียนอ่านพลังของมันไม่ออก
องค์ชายเก้า อสูรฟีนิกซ์ กับ องค์ชาย 14 ราชวงศ์ลู่ ดูเหมือนจะร่วมมือกัน แต่ชายหนุ่มที่หน้าตาธรรมดากลับไม่ร่วมรุมเสี่ยวเทียนด้วย
เสียงระฆังดัง เริ่มได้ อสูรฟีนิกซ์ ก็สร้างปีกสีเงินจากด้านหลังแล้วสลัดขนที่คล้ายใบมีดเล็ก ซัดใส่เสี่ยวเทียน พร้อมกับ องค์ชาย 14 ที่ปล่อยหมัดทอร์นาโดเข้าใส่เสี่ยวเทียนเช่นกัน เสี่ยวเทียนยกมือขวาขึ้น ปล่อยพลังเทพเซียนออกไป หยุด พลังของทั้งสองเอาไว้ แล้ว วาร์ป เข้าใส่เจ้าฟีนิกซ์หนุ่มฝ่ามือกระแทกเข้าปลายคางร่างหงายหลังไป แล้วเคลื่อนย้ายตัวปานภูติพราย เข้าหาองค์ชาย14 โดยมายืนต่อหน้า แล้วหมุนตัวควงสว่านเตะเข้าก้านคอ ร่วงเวที ไปอย่างรวดเร็ว
โดยที่ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดา ยืนมองด้วยสายตานิ่งเฉย ทั้งที่เสี่ยวเทียนเผยช่องโหว่ ให้มันโจมตี แต่ว่ามันกลับไม่ทำ เป็นคนดี หรือว่า มั่นใจในตัวเองสูงกันแน่?
“ ข้าถู่เฟย ขอน้อมรับคำสั่งสอน”
“ ข้าเฉินเสี่ยเทียน เชิญ”
เจ้าหนุ่มนี่มีมารยาทเกินไปหรือเปล่า เสี่ยวเทียนคิด มันขยับตัวแล้วก็วาร์ปเข้าหาเสี่ยวเทียนได้เช่นกัน พร้อมกับหมัดที่ปล่อยออกมา แต่ที่เห็นคือแขนของมันเป็นศิลาไปทั้งแขน เสี่ยวเทียนรออยู่แล้ว เลยใช้เท้ายันเข้าหน้าอกไปก่อน โครม !
ร่างของมัน เจอแรงบวกเข้าไป กระดูกหน้าอกถึงกับยุบไปตามรอยบาทาของเสี่ยวเทียน เห็นมันปล่อยพลังรักษาตัว กระดูกที่หัก ก็หายเป็นปลิดทิ้ง
“ หือ พลังอะไรวะเนี่ย ไม่เห็นรู้สึกว่ามีพลังเซียนอะไรเลย”
“ มันไม่ใช่คนจากโลกใบนี้ แต่พลังของมันก็พอๆ กับ เซียนสวรรค์นั่นแหละ” อาจารย์ลู่เอินแนะนำ
“ เก่งมากน้องชาย เริ่มแรกก็ทำร้ายข้าได้แล้ว มาลองดูกันใหม่” ถู่เฟยวาร์ปอีกสองหน แต่ไม่เข้าด้านหน้า แต่กลับเข้ามาด้านหลัง แล้วใช้หมัดศิลาต่อยเข้ามาอีก แต่เสี่ยวเทียน ก็ขยับไปทางซ้ายนิดเดียว ก็ใช้ศอกฟันเข้ากรามไป 1 ที พลั่ก ! ร่างของมันร่วงไปกับพื้นสนาม มึนไปในทันที มันหมุนตัวกลิ้งไปด้านข้างป้องกันเสี่ยวเทียนซ้ำ แล้วลุกขึ้นยืนใช้มือขยับกรามของตนให้เข้าที่
“ ข้าคงต้องเอาจริงแล้ว” ถู่เฟยชี้นิ้วเข้าใส่เสี่ยวเทียน คล้ายจะมีแสงสีแดงพุ่งออกมา ที่หน้าผาก เสี่ยวเทียนมองด้วยตาที่สามเห็นแล้วว่า มันเป็นแสงเลเซอร์ที่ทำให้ร่างกายหยุดทำงานไปชั่วคราว เสี่ยวเทียนรู้แล้วก็แกล้งนิ่งเฉย ถู่เฟยเผลอเข้ามาใกล้ ก็ยิงดัชนีน้ำแข็งเข้าใส่ร่างของถู่เซียน ร่างหยุดการเคลื่อนไหว ร่างกายกลายเป็นน้ำแข็งไปในทันที หมดสิทธิต่อสู้กับเสี่ยวเทียนอีกต่อไป เสี่ยวเทียนได้ยินกรรมการประกาศชนะ กำลังจะเข้าไปละลายน้ำแข็งให้ แต่ก็มีชายกลายคนหน้าตาเย็นชา ลงมายืนข้างถู่เฟย แล้วใช้มือจับที่ร่างที่กลายเป็นน้ำแข็ง พอสัมผัสตัวของถู่เฟย น้ำแข็งก็ละลายหายไปในทันที
“ ฝีมือเจ้าไม่เลวดินแดนล้าหลังเช่นนี้ สามารถเอาชนะพวกเราชาวนภากาศได้ เราต้องได้เจอกันอีกแน่” ชายกลางคนเอ่ยจบก็พาถู่เฟยลอยหายวับไปในทันที เสี่ยวเทียนเข้ารอบสุดท้ายไปประลองกับ เจ้าหญิงลาน่า
ส่วนที่เหลืออีกคนนั้น มีรัชทายาทลู่ต้าคง รวมอยู่ด้วย
“ อาจารย์เหตุใดเจ้าหญิงลาน่า ถึงมั่นใจเพลงกระบี่ตัวเองนักหนานะ ข้ามองเห็นพลังของนางก็แค่ เซียนสวรรค์ระดับต้นเท่านั้นเอง?”
“ คงต้องดูไปก่อน”
แล้วสุดท้ายรอบที่สามก็เริ่มขึ้น โดยการจับสลากว่าใครจะได้ต่อสู้กับเจ้าหญิงลาน่าก่อน เสี่ยวเทียนจับสลากได้ลำดับที่ 3 เจ้าหญิงลาน่า ลอยตัวขึ้นบนเวทีประลอง
พบกับชายหนุ่มจากดินแดนเทพอสูร มีสายเลือดมังกร ถือกระบี่มังกรสีทอง ส่วนเจ้าหญิงลาน่า ชักกระบี่ออกมาเป็นสีขาวคล้ายหิมะ แต่พอเจ้าหญิงชักกระบี่สีขาวออกมา พลังในร่างของเจ้าหญิงพุ่งขึ้นไปจนถึงระดับเทียนจุนทันที
เสี่ยวเทียนมองเห็นแล้วก็เข้าใจได้เลย ว่าทำไมเจ้าหญิงถึงได้มั่นใจเช่นนี้ ที่แท้ตนเองมีกระบี่วิเศษเล่มนี้อยู่นั่นเอง
“ ข้าหลงซื่อ องค์ชายสี่ จากวังเทพมังกร ข้อรับทราบกระบี่หยกหิมะของท่าน”
เจ้าหญิงไม่เอ่ยตอบกลับ ตวัดกระบี่หยกหิมะ ออกเป็นสายเข้าใส่หลงซื่อก่อนทันที
กระบี่หยกหิมะพุ่งไอเย็นออกมา พร้อมกับพลังระดับเทียนจุน หลงซื่อตกใจไม่คิดว่า เจ้าหญิงจะมีพลังระดับเทียนจุน รีบใช้กระบี่มังกรทองออกมาต้านรับ แต่ด้วยระดับพลังที่ต่างกันมาก กระบี่มังกรกลายเป็นน้ำแข็ง แล้วร่างของหลงซื่อก็ถูกแช่แข็งไปในทันที โดยไม่ทันตั้งตัว จนมีชายชราผู้หนึ่งซึ่งติดตามองค์ชายหลงซื่อลอยตัวออกมา แล้วปล่อยพลังเทียนจุน ช่วยสลายน้ำแข็งออกจากร่างหลงซื่อทันที
“ องค์ชายพ่ายแล้ว ” ชายชราผู้นี้น่าจะเป็นเทพมังกรตนหนึ่งที่มีพลังเทียนจุนแล้ว จึงพาร่างองค์ชายสี่ ที่ยังหนาวสั่นหายไปในทันที
“ คนต่อไป ลำดับที่ 2” คราวนี้ คนที่เหลือ เริ่มหนาวๆ ร้อนๆ เพราะใครมีเล่า จะมีพลังระดับเทียนจุน คนที่จะขึ้นประลองลำดับที่ 2 เห็นเจ้าหญิงมีพลังระดับเทียนจุน ยกมือขอยอมแพ้ ไม่กล้าขึ้นไปสู้ให้ อับอายขายหน้า
“ คนต่อไป ลำดับที่ 3 ” เสียงโฆษก สนามตะโกนอีกครั้ง
เสี่ยวเทียนกระโดดขึ้นไปบนเวทีทันที เจ้าหญิงเห็นเช่นนั้น ก็ทำท่าจะพุ่งกระบี่ใส่เสี่ยวเทียน โดยไม่อยากเสียเวลา แต่ว่าถูกเสี่ยวเทียนยกมือขึ้นมาขวางไว้ก่อน
“ มีอะไร?”
“ ไม่ทราบว่า หากข้าชนะท่านแล้ว ไอ้พวกที่เหลือนี่ ต้องสู้กับท่านอีกหรือไม่”
“ เฮอะ ดูท่าท่านมั่นใจมากเลยนะว่า จะชนะข้าได้” เจ้าหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่คอยพอใจเสี่ยวเทียนนัก
“ เรื่องนี้ มันก็ไม่แน่”
“ หากเจ้าชนะข้าได้ ข้าก็จะแต่งกับเจ้าเลยดีไหม”
“ ตกลงตามนี้”
คนอื่นๆ ฟังแบบนี้แล้วก็ไม่พอใจนัก เพราะตามกติกาต้องให้เจ้าหญิงสู้กับทุกคนให้ครบก่อน ถ้าใครชนะเจ้าหญิงได้ ก็ให้ไปสู้ช่วงชิงกันต่ออีกรอบ เป็นรอบสุดท้าย
แต่ทุกคนไม่ทันได้คิดอะไร เจ้าหญิงก็กระโดดแทงเสี่ยวเทียนพร้อมปล่อยไอเย็น พร้อมกับพลังเทียนจุน ออกมาแบบเดียวกัน เสี่ยวเทียนยืนนิ่งถือกระบี่ แต่ไม่ทำอะไร พลังที่ปล่อยมา ก็เหมือนลมพัดเย็นพุ่งใส่เสี่ยวเทียนเท่านั้น ส่วนพลังเทียนจุนที่ปล่อยออกมา ก็ไม่สามารถสะกดให้เสี่ยวเทียนหยุดได้ กระบี่หยกหิมะ ก็พุ่งเข้ามาเหมือนกับไม่มีพลังใดใดเลย เสี่ยวเทียนก็แค่เพียง ใช้กระบี่อัสนีสายฟ้า
ปัดกระบี่หยกหิมะออกไปเบาๆ แต่ว่ากระบี่หยกหิมะกลับกลายเป็นกระบี่อ่อน ม้วนเข้าแทงเสี่ยวเทียนจากด้านข้าง จนเสี่ยวเทียนต้องหลบถอยห่างออกมาอย่างทุลักทุเล
“ โอ้ เป็นกระบี่อ่อนได้ด้วยหรือนี่?”
“ ฮึ ยังมีดีกว่านี้อีก” เจ้าหญิงพุ่งตัวแล้วตวัดกระบี่เข้าใส่เสี่ยวเทียนเงากระบี่พุ่งออกมามากกว่า ร้อยกระบี่ ฟาดเข้าร่างของเสี่ยวเทียน ทุกองศา จนต้องปล่อยกระบี่เซียนมายาสังหารออกมาต้านรับ เงากระบี่ทั้งสองปะทะกัน เปรี้ยงๆ ๆ ๆ !! จนทั้งสองคนต้องถอยหลังกลับไป
“ เจ้าหญิง ข้าต่อให้ท่านอีกกระบี่หนึ่ง หากทำอะไรข้าไม่ได้ ข้าต้องเอาจริงแล้วนะ?”
“ พลังกระบี่คลื่นหิมะคำราม”
คราวนี้พายุหิมะกระบี่พุ่งเข้ามาหาเสี่ยวเทียน มากกว่าสองลูกใหญ่ เข้าโจมตีเสี่ยวเทียนทั้งสองด้านพร้อมกัน แต่ว่าเสี่ยวเทียนใช้กระบี่เซียนเงามายาพิฆาตออกไปแล้ว ร่างของเสี่ยวเทียนมา ที่ถูกพายุกระบี่นั้นหายไปมาปรากฏร่าง ต่อหน้า ของเจ้าหญิงกว่า ห้าคน ทำให้เจ้าหญิงแทงเข้าใส่คนที่อยู่ด้านหน้าเข้ากลางอกร่างเงาของเสี่ยวเทียน แต่แล้วก็มีกระบี่อัสนีจากร่างที่แท้จริง วางกระบี่พาดคอ เจ้าหญิงเอาไว้อย่างง่ายดาย
“ ยอมแพ้หรือยัง?” เสี่ยวเทียนเอ่ยยิ้ม ๆ ทำให้เจ้าหญิงยืนนิ่งด้วยความตกใจ รวมทั้งเหล่าราชาเมืองทรอย และมเหสี และเหล่าองค์ชาย ขุนนางอำมาตย์ ต่างตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน ไม่คิดว่าหนุ่มน้อยคนนี้ จะสามารถเอาชนะ เจ้าหญิงได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
“ ข้าแพ้แล้ว” เจ้าหญิงเอ่ยเสียงแผ่วเบา เสี่ยวเทียนเก็บกระบี่ แล้วหันไปหาคนที่เหลืออีกห้าคน องค์ชายลู่ต้าคงเห็นเป็นเสี่ยวเทียนก็จำได้ กำลังชั่งใจว่าจะขึ้นไปสู้ดีหรือไม่ ลุงฟาง คนสนิทก็รีบเอ่ยเตือน ว่า
“ระดับเทียนจุนยังสู้มันไม่ได้ อย่าเสี่ยงขึ้นไปจะดีกว่า” รัชทายาทลู่ต้าคงกำหมัดแน่น ไม่อยากเชื่อเลย ว่าจะเจอเสี่ยวเทียนอีกแล้ว
แต่ทันในนั้นเอง ก็มีชายหนุ่มผู้หนึ่ง แต่งกายด้วยชุดสีทองกระโดดขึ้นมา เหมือนไม่ยอมรับเรื่องนี้
“ ข้าอยากทดสอบฝีมือ ของเจ้า หากเอาชนะข้าได้ ข้าจะไม่ยุ่งกับเรื่องนี้อีก”
เสี่ยวเทียนมองหน้าไอ้หมอนี่ ก็รู้สึกแปลก ๆ คล้ายกับว่า มันเก็บซ่อนพลังเอาไว้
“ มันเป็นเทียนจุนร้อยปีแล้ว มันใช้ร่างเด็กหนุ่มคนนี้อยู่ ระวังตัวด้วย” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยเตือน
“ ข้าคีออส เป็นบุตรท่านแม่ทัพคีอัส แม่ทัพแห่งเมืองทรอย” ฝูงชนที่มุงดูส่งเสียงเชียร์กระหึ่ม ทั่วลานประลอง ที่แท้ขวัญใจชาวเมืองทรอยนี่เอง เสี่ยวเทียนกวาดสายตาไปที่เจ้าหญิงที่นั่งอยู่ ซึ่งส่งสายตาไม่ชอบเจ้าคีออส นี้เท่าไร
“ ข้าเฉินเสี่ยวเทียน เชิญ” คีออส ปล่อยพลังเทียนจุนเข้าไปในดาบที่ยาวกว่า1เมตรฟาดเข้าใส่ก่อนทันที ปรากฏเงาดาบยักษ์ฟันตามมาอีกระลอก เสี่ยวเทียนปล่อยทัณฑ์อัสนีเซียนเข้าไปในตัวกระบี่ แล้วฟาดกลับไปไม่ยอมถอยเช่นกัน พลังทัณฑ์อัสนีเซียน รวมกับกระบี่อัสนีสายฟ้า กลายเป็นสายอัสนีเส้นใหญ่มาก เข้าปะทะ ดาบยักษ์ เปรี้ยง !! เสี่ยวเทียนถอยหลังไปหลายก้าว กระอักเลือดออกมา
“ ฮึ่ม พลังเทียนจุน 100 ปี นี่ร้ายกาจไม่ใช่เล่นเลยเหมือนกันแฮะ !”
เสี่ยวเทียน จับกระบี่แน่น แล้วชี้กระบี่เข้าใส่ เจ้าเทียนจุนร้อยปีคนนี้แล้วตะโกนว่า
“ กระบี่เซียนเงามายาพิฆาต”
ร่างของเสี่ยวเทียนกระจายตัวออกไปโจมตี ร่างของเจ้าคีออส ทั่วทุกทิศ แต่ว่ามันปล่อยพลังเทียนจุนที่เหนือกว่า ออกมาต้านทานกระบี่นับร้อยนับพัน ทำให้ไม่สามารถเจาะผ่านม่านพลังเทียนจุน100ปีของมันได้
เสี่ยวเทียนจึงใชร่างทั้งหมดพุ่งออกเป็นเกลียว เข้าโจมตีมันอีกรอบ
“ เฮอะ แค่พลังเซียนสวรรค์ ต่อให้มีวิชากระบี่ลำเลิศแค่ไหน ก็ไม่อาจต้านม่านพลังเทียนจุนร้อยปีของข้าได้หรอก ฮ่า ฮ่า” มันพูดด้วยกระแสจิตส่งเข้ามาในหัวของเสี่ยวเทียน ซึ่งเสี่ยวเทียน ก็ไม่ได้โต้ตอบอะไร แต่พอกระบี่จี้เข้าไปถึงม่านพลัง ก็เกิดแสงพุ่งออกมาจากระบี่เก้าสาย พุ่งทะลุม่านพลังเทียนจุน เข้าตัดร่างของคีออส จนขาดเป็นท่อน ๆ ทุกคนต่างตกใจแทบสิ้นสติ เจ้าหญิงลาน่าต้องเอามือปิดปาก ทุกคนไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะเอาชนะ คีออสได้ ทั้งที่พลังนั้นแตกต่างกันอย่างมากมาย เสี่ยวเทียนไม่อยากทำลายวิญญาณของคีออส เลยปล่อยให้ ร่างของคีออส ที่ถูกตัดเป็นชิ้นๆ ค่อยๆกลับฟื้นขึ้นมาใหม่ อีกครั้งหนึ่ง
“ ยอมไหม?” เสี่ยวเทียนเอ่ยถามอีกครั้ง คีออสที่แพ้แล้ว ก็ไม่กล้าเอ่ยออกมากระโดดลงเวที แล้วหายไป
“ พวกท่านที่เข้ารอบ ที่เหลือ มีใครกล้าท้าสู้กับ เฉินเสี่ยวเทียนอีกไหม?”
โฆษกสนามประกาศอีกครั้ง ทันใดนนั้นเอง มีชายผู้หนึ่งรูปร่างใหญ่โตคล้ายยักษ์ ถือกระบี่ใหญ่โตสะพายบ่า กระโดดขึ้นมาบนเวที
“ ข้าคือ ซามาน จากดินแดนทะเลทรายดำ ข้าต้องเป็นราชบุตรเขยแห่งทรอยเท่านั้น” มันประกาศออกมาด้วยเสียงอันดังลั่น
เสี่ยวเทียนมองเจ้าซามาน คนนี้ไม่เห็นมันจะมีพลังเทพหรือ พลังเซียนอะไรสักอย่าง หรือว่ามันเป็นพวกต่างดาวเข้ามาอีก? ไม่ทันที่จะเอ่ยถามอาจารย์ กระบี่ยักษ์ของมัน ก็ฟาดเข้าใส่เสี่ยวเทียนแล้ว ตูม ! พื้นเวทีแยกออกเป็นสองส่วนทันที เสี่ยวเทียนลอยอยู่บนท้องฟ้า ปล่อยกระบี่มายาพิฆาตเข้าใส่มัน
แต่ว่าร่างกายของมันกลับแข็งแกร่งยิ่งนัก กระบี่อัสนีพุ่งเข้าใส่ พร้อมใส่พลังอัสนีเข้าไป มันยังไม่รู้สึกอันใดเลย
“ มันเป็นตัวอะไรวะเนี่ย กระบี่ทำอะไรมันไม่ได้เลย”
เสี่ยวเทียนปล่อยวาร์ปเข้าไปหาแล้วปล่อยพลังแก้วมณีนพเก้าเข้าไปที่กระบี่ แล้วฟันร่างของมันเป็นสองท่อน ฉัวะ ! ร่างของมันขาดเป็นสองท่อน แต่ว่ามันยังฟาดกระบี่ยักษ์เข้าใส่เสี่ยวเทียน เปรี้ยง ! ถูกเกราะ พลังเทพเจ้าป้องกันเอาไว้ แต่ก็กระเด็นไปไกล แต่แล้วร่างกายของมันที่เหลือแต่ท่อนบนมันยังไม่ตาย ก็กระโดดจะเข้าแทงเสี่ยวเทียนอีกรอบ เสี่ยวเทียนขยับลุกขึ้นมา ก็ปล่อยกระบี่พลังนพเก้า พุ่งเข้าไปปักที่ลำคอของมัน ฉึก ! เลือดกระฉูด แต่มันไม่หยุด กลับสวนกระบี่ยักษ์ทิ่มแทงใส่หน้าอกของเสี่ยวเทียนเช่นกัน ตูม !!
ร่างของเสี่ยวเทียน มีทั้งเกราะเทพเจ้า พร้อมกับยันต์เกราะเพชร และร่างอมตะ ยังต้องถูกกระแทกจนต้อง กระอักเลือดออกมากองใหญ่ เจ้าหญิงลาน่า ถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความเป็นห่วงเสี่ยวเทียนโดยไม่รู้ตัว
เจ้าซามานค่อยๆดึงกระบี่ออกมา จากลำคอของมันโดยไม่สนใจ ว่าเลือดมันจะไหลออกมามากแค่ไหน มันค่อยๆ ตะกายร่างกายช่วงบน กลับไปหาร่างกายช่วงล่าง แล้วก็ประกอบร่างกายเป็นเหมือนเดิม แล้วก็ใช้มือกดแผลที่คอไว้ ไม่นาน แผลของมันก็หายเป็นปกติ เสี่ยวเทียนค่อย ๆ ลุกขึ้นมาอย่างปวดร้าวไปทั้งร่าง
“ อาจารย์ ทำไมมันแข็งแกร่งอย่างนี้ ถ้าเป็นร่างเทียนจุน มันน่าจะล้มลงไปแล้วนี่มันไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดเลยหรือไงเนี่ย?”
“ ที่เจ้าสู้อยู่นั้น มันเป็นกระบี่ที่มีชีวิต มันควบคุมคนเอาไว้ เจ้าต้องทำลายกระบี่เท่านั้น ถึงจะหยุดมันได้”
“ กระบี่ควบคุมคนหรือ?” เสี่ยวเทียนตกใจส่งจิตไปสัมผัสที่กระบี่พบว่ามันมีจิตใจจริงๆ ด้วย อา...คราวนี้แหละ ไอ้กระบี่ยักษ์ แกเสร็จข้าแน่....