เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หลายวันนับจากที่อนาเธอร์ได้เข้าสู่การรักษาฟื้นฟูภายในวิหารศักดิ์สิทธิ์
ร่างกายและพลังของเขาได้ค่อยๆฟื้นคืนอย่างช้าๆ จากสภาพอ่อนล้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและร่องรอยของพลังมืดที่เคยกัดกร่อน
กระทั่งในที่สุด ร่างกายของชายหนุ่มก็กลับมามีสภาพสมบูรณ์แข็งแกร่งเช่นเดิม
“ยินดีด้วยค่ะท่านสามี”
คริสติน่าซึ่งอยู่เคียงข้างและเฝ้าดูแลอนาเธอร์มาตลอดในช่วงการฟื้นฟู รู้สึกโล่งใจที่เห็นเขาฟื้นคืนพลังกลับมาเป็นปกติ
“ไปได้แล้วคริสติน่า”
เมื่อการรักษาเสร็จสิ้น คำสั่งที่ให้คริสติน่าได้ทำหน้าในฐานะผู้ดูแลก็ถูกยกเลิกไปเช่นกัน
บทบาทหน้าที่ซึ่งเคยผูกมัดหญิงสาวเอาไว้บัดนี้ได้สิ้นสุดลง เหมือนกับว่าตัวของเธอได้รับอิสรภาพในการเลือกเส้นทางชีวิตของตนเอง
ในขณะที่เธอยังคงมีพลังของเทวทูตสิบปีกเหมือนเดิม พลังที่ยิ่งใหญ่และหาได้ยากยิ่งนี้ กลายเป็นพลังที่หญิงสาวสามารถใช้ได้อย่างเต็มที่และอิสระ และปล่อยให้โชคชะตาดำเนินไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้
“คุณตัดสินใจแล้วใช่ไหม?”
“แน่นอนคะ..ฉันคือภรรยาของคุณแล้ว!”
หลังจากที่คริสติน่าและอนาเธอร์ออกจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสองกลับมายังคฤหาสน์อันโอ่อ่าของตระกูลซิกฟรีดซึ่งตั้งอยู่ในเมืองหรู่หมิง
คฤหาสน์ที่งดงามนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตและแสดงออกถึงฐานะที่ยิ่งใหญ่ของตระกูล ทั้งคานและอนาเทอเลียต่างเฝ้ารอคอยการกลับมาของบุตรชายด้วยความตื่นเต้นและดีใจ
เมื่อทั้งสองเห็นอนาเธอร์ปรากฏตัวพร้อมกับคริสติน่า รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขาก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับความโล่งใจ
“อะ..อะไรนะ?!!”
แต่พอได้ยินว่าคริสติน่ากลายมาเป็นภรรยาของอนาเธอร์อย่างสมบูรณ์แล้ว ใบหน้าคานและอนาเทอเลียก็แสดงออกถึงความตกใจอย่างถึงที่สุด
พวกเขาต่างมองหน้ากันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความประหลาดใจ
คานซึ่งเป็นผู้ที่เคยผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน ยืนแข็งทื่อราวกับถูกหินผาร่วงทับ ความคิดที่ว่าเทวทูตผู้แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดในวิหารศักดิ์สิทธิ์บัดนี้ได้กลายมาเป็นสะใภ้ของตระกูลซิกฟรีดนั้น ทำให้ชายวัยกลางคนรู้สึกประหลาดใจยิ่ง
“ว้าย! แบบนี้ต้องจัดการแต่งงานแล้วละ”
อนาเทอเลียยืนมองคริสติน่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความยินดีและตื่นเต้น เธอยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน คริสติน่า ผู้ซึ่งเคยเป็นเทพธิดาผู้ปกปักษ์คอยเฝ้าระวังและคุ้มครองวิหารศักดิ์สิทธิ์
บัดนี้ได้กลายเป็นภรรยาของลูกชายเธอและเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัวเดียวกัน
ตอนนั้น คานค่อยๆหันมามองอนาเธอร์และพยายามหาคำพูดที่จะเอ่ยออกมา เหมือนกำลังแสดงความรู้สึกที่ซับซ้อนภายใน
“อนาเธอร์... เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าตอนนี้ตระกูลซิกฟรีดได้รับพรจากเทวทูตผู้แข็งแกร่งที่สุด ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวันหนึ่งเทวทูตผู้มีพลังมากขนาดนี้จะมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรา”
คานพูดด้วยน้ำเสียงที่ผสมผสานระหว่างความยินดีและความทึ่ง
อนาเธอร์ยิ้มเล็กน้อยและตอบกลับ
“ท่านพ่อ..ท่านแม่.. ”
“ตัวของผมไม่ได้เลือกคริสติน่าเพราะพลังของเธอ แต่เพราะเธอเป็นคนที่ผมเชื่อมั่น และเป็นคนที่ยอมเสียสละเพื่อช่วยผมในยามคับขัน”
“และผมโชคดีมากที่มีเธออยู่เคียงข้างในชีวิต ผมหวังว่าเราทุกคนจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและมีความสุขไปด้วยกัน”
คำพูดของเขาทำให้ทั้งสองต่างอิ่มเอมใจ
อนาเทอเลียยิ้มพลางเดินเข้าไปจับมือคริสติน่าอย่างอบอุ่น หญิงสาวผู้นี้แม้จะมีสถานะเป็นเทวทูตที่ยิ่งใหญ่ แต่เธอกลับมีท่าทางที่สุภาพเรียบร้อย ตัวของเธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังอนาเทอเลียด้วยรอยยิ้มเล็กๆ
"ท่านแม่ ข้าจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ท่านและทุกคนในตระกูลมีความสุข”
คริสติน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและนุ่มนวล อนาเทอเลียยิ้มตอบกลับและพยักหน้ารับ ในใจของเธอรู้สึกถึงความสุขที่ท่วมท้น
การที่ได้เห็นอนาเธอร์และคริสติน่ามาอยู่เคียงข้างกัน เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน แต่มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอรู้สึกอบอุ่น
ขณะเดียวกันที่นครศักดิ์สิทธิ์ซาริออน แสงแรกของวันสาดส่องเหนือยอดป่าผืนใหญ่
องค์ชายเลโกลัสก็ลืมตาตื่นขึ้น ร่างกายของเขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง รวมทั้งแขนที่เคยขาดหายไปซึ่งบัดนี้ฟื้นคืนอย่างสมบูรณ์ ราวกับว่ามันไม่เคยสูญเสียไปเลย ความรู้สึกอบอุ่นและพลังที่กลับมานั้นทำให้หัวใจของเขาพองโตด้วยความมุ่งมั่น
“ภารกิจระดับ 7 ดาว…”
เขาเริ่มบ่นพึมพำเบาๆ ขณะที่คิดถึงหน้าที่ที่ตนรอคอยมาเนิ่นนาน ซึ่งนั้นก็มาจากวิหารแห่งการเลื่อนขั้น
ร่างสูงโปร่งขององค์ชายผมทองสง่างามยืนขึ้น เขาตัดสินใจทันทีว่าจะต้องรีบไปส่งภารกิจนี้ให้เสร็จสิ้น เลโกลัสไม่รีรอใครทั้งสิ้น
ใจของเขามุ่งไปที่เดียวเท่านั้น คือวิหารศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตั้งอยู่ในนครศักดิ์สิทธิ์ซาริออน
นครซาริออน เป็นดินแดนสูงส่งที่ลอยตัวเหนือผืนป่าในหมู่เมฆ บรรยากาศเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความสงบและความงดงาม
เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์รวมแห่งวัฒนธรรม ความศักดิ์สิทธิ์ และศิลปะของเหล่าเอลฟ์ ซึ่งผู้คนจากดินแดนต่างๆมักเดินทางมาเพื่อสักการะเทพเจ้าและพยายามเข้าสู่วิหารศักดิ์สิทธิ์ เพื่อหวังรับพรหรือการเลื่อนขั้นในพลังและระดับชั้น
“ในที่สุดข้าก็ได้กลับมา..”
เลโกลัสเดินทางเข้าสู่วิหารด้วยใจที่เต็มไปด้วยความหวัง เมื่อเขามาถึงวิหารศักดิ์สิทธิ์ของซาริออน บรรยากาศภายในวิหารเต็มไปด้วยเหล่าเทวทูตที่ลอยอยู่เหนือศีรษะ รวมทั้งผู้เล่นเอลฟ์มากมายที่มารอรับการเลื่อนระดับเลเวล
เขาสัมผัสได้ถึงพลังแห่งศรัทธาที่ลอยอบอวลทั่วอาณาบริเวณ เหล่าเอลฟ์และผู้คนต่างมาจากทั่วทุกสารทิศ ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยการมาถึงของเหล่าเทวทูตที่ยิ่งใหญ่ เทวทูตแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์และเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังของนครแห่งนี้
“ท่านคริสติน่า...”
สำหรับเลโกลัสแล้ว คริสติน่าไม่ใช่แค่เทวทูตผู้ทรงพลัง แต่เธอคือสัญลักษณ์ของความงดงามและความศักดิ์สิทธิ์ที่เฝ้าฝันถึงมาตลอด
ชายหนุ่มได้หวนคิดไปถึงวันนั้น วันที่เลเวลของตนเองเพิ่งถึง 200
เขาได้เดินทางมายังวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เพื่อรับการเลื่อนขั้นเป็นครั้งแรก และไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้พบกับเทวทูตผู้ยิ่งใหญ่อย่างคริสติน่า
เธอเป็นผู้ที่ออกมาต้อนรับตัวของเขาด้วยตนเอง หญิงสาวผมสีขาวในชุดบริสุทธิ์ทอประกายราวกับแสงจันทร์ เธอยืนอยู่กลางวิหารสูงสง่าด้วยท่าทางอันสงบและสง่างาม ซึ่งไม่ต่างไปจากภาพเทพธิดาที่ถูกสรรสร้างขึ้นในตำนานเล่าขาน
ทันทีที่ชายหนุ่มได้สบตากับเธอ หัวใจของเขาก็เต้นรัวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ความรู้สึกในวันนั้นยังคงชัดเจนในความทรงจำของเขาจนถึงวันนี้ ดวงตาของคริสติน่าส่องประกายราวกับดวงดาวในค่ำคืนอันเงียบสงบ เสียงของเธอนุ่มนวลและอ่อนโยน
เธอเอ่ยคำแนะนำเกี่ยวกับการเลื่อนขั้น และมอบความหวังในการเดินทางต่อไป เพื่อตามหาเส้นทางที่แท้จริงของการเป็นอวาตาร์แห่งเทพเจ้า
ในใจของเลโกลัส คริสติน่ากลายเป็นดั่งแสงสว่างที่อบอุ่นและสว่างไสวในหัวใจของเขา ความรักที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเคารพ ทำให้เขาฝันถึงวันที่จะได้พบกับเธออีกครั้ง
และวันนี้ เมื่อมาถึงยังวิหาร เขาหวังว่าจะได้พบกับเธออีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความฝันนี้ก็ถูกทำลายลงเมื่อเขาได้รับแจ้งจากเหล่าเทวทูตที่อยู่ในวิหารว่า คริสติน่าไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะผู้ดูแลการเลื่อนขั้นให้กับอวาตาร์ของเทพเจ้าอีกต่อไป
เลโกลัสยืนตกตะลึง ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความสับสนและความผิดหวัง
แววตาของเขามองไปยังเทวทูตด้วยความไม่เข้าใจ ราวกับไม่อาจยอมรับข่าวที่ได้รับได้
“หมายความว่ายังไงกัน... ท่านคริสติน่าจะไม่กลับมาทำหน้าที่นี้อีกแล้วอย่างนั้นหรือ?”
เลโกลัสถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอนเล็กน้อย เขายังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
มันเหมือนกับโลกทั้งใบของเขากำลังล่มสลายลงต่อหน้า ความหวังที่เคยสว่างไสวกลับมืดมนลงอย่างไม่คาดคิด
เทวทูตผู้หนึ่งซึ่งสังเกตเห็นท่าทางของเขาได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“องค์ชายเลโกลัส ท่านคริสติน่าบัดนี้ได้รับอิสรภาพจากหน้าที่ในวิหารแห่งนี้แล้ว”
“เธอไม่จำเป็นต้องปฏิบัติภารกิจเดิมอีกต่อไป!”
คำพูดนั้นทำให้เลโกลัสยืนนิ่งด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทำให้ชายหนุ่มต้องหวนคิดถึงความหมายที่แท้จริงของมัน
แน่นอนว่าคริสติน่าได้ทำหน้าที่อย่างหนักมาเป็นเวลานาน เธอสมควรได้รับอิสรภาพในการใช้ชีวิตตามที่เธอปรารถนา
แต่ในทางเดียวกัน มันก็หมายความว่าโอกาสที่เขาจะได้พบเจอและได้พูดคุยกับเธอนั้นแทบจะหมดลงแล้ว
“นี่มันหมายความว่าท่านจะไม่อยู่แล้ว!”
ในหัวใจขององค์ชายเกิดความรู้สึกเสียใจและว่างเปล่า ความหวังที่เคยวาดฝันกลับถูกพังทลายลง รู้สึกราวกับตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในความเงียบงันที่ว่างเปล่า เขาหันมองไปยังวิหารที่เคยมีคริสติน่าคอยทำหน้าที่ และภาพในความทรงจำของเธอก็ยังคงชัดเจนอยู่ในหัวใจ
“เฮ้อ.. ชั่งเถอะ”
เลโกลัสได้แต่ถอนหายใจ ขณะที่พยายามตั้งสติและปรับใจ รู้ดีว่าเส้นทางของเขายังยาวไกล
แม้ว่าท่านคริสติน่าจะไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว แต่คนเป็นองค์ชายเช่นเขาจะยังคงเดินหน้าต่อไป และมุ่งมั่นทำภารกิจของตนให้สำเร็จ
เขาเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าเหนือวิหาร ความเศร้าโศกที่แฝงอยู่ในดวงตาค่อยๆจางหายไป และถูกแทนที่ด้วยแววตาแห่งความมุ่งมั่น
...
5555555555555+ อดไปนะพ่อหนุ่ม