ไม่กี่นาทีต่อมาบนถนนห่างจากหมู่บ้านโคโลอานไม่ไกล ได้มีรถแทกซี่คันหนึ่งขับมาแล้วหยุดลงก่อนที่จะมีชายฉกรรจ์ห้าคนก้าวลงมาจากรถใบหน้าของพวกเขาล้วนถมึงทึงอย่างเห็นได้ชัด
“บัดซบ!เป็นเพราะไอ้หมอนั่นแท้ๆเลย ถ้าไม่มีมันพวกเราคงไม่ต้องถูกหามส่งเข้าโรงพยาบาลจนต้องอับอายขายขี้หน้าถึงเพียงนี้!’’ลูกน้องคนหนึ่งของฉิงเฉาพูดขึ้นด้วยความโกรธหากเมื่อเจ็ดวันก่อนพวกเขาไม่โดนชายหนุ่มจัดการพวกเขาคงไม่ต้องไปร้องแหกปากทุกวี่ทุกวันที่โรงพยาบาลอย่างอับอายหรอก
ลูกน้องคนที่เหลือก็สบถอย่างแค้นเคือง
“ฮึ่ม!ถ้าเจอมันอีกทีฉันจะฆ่ามันด้วยเงื้อมมือของฉันเองเลย!’’ เห็นเหล่าลูกน้องโกรธฉิงเฉาก็แค่นเสียงอย่างเย็นชา ถึงจะอย่างนั้นเมื่อนึกถึงความสามารถของชายหนุ่มประกายแห่งความหวาดกลัวก็แวบผ่านขึ้นมาก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว
“ลูกพี่ดูนั่น!นั่นมันไอ้บอดไม่ใช่เหรอ?’’มองไปยังชายหาดแล้วเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กําลังเดินด้วยรอยยิ้มหนึ่งในลูกน้องของฉิงเฉาก็ชี้อย่างประหลาดใจ
“หนอยแน่!ดูเหมือนว่าช่วงที่เราต้องไปนอนโรงพยาบาล ไอ้หมอนี่จะร่าเริงมากเชียวนะ!’’ลูกน้องอีกคนคิดว่าการที่พวกมันไม่อยู่ ทําให้เด็กหนุ่มได้รับเงินอย่างสบายๆไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงไม่มีรอยยิ้มให้เห็นเช่นนี้หรอก
“ไป!ที่เรากลับมาที่นี่ก็เพราะสั่งสอนมัน!ดังนั้นรีบสั่งสอนแล้วรีบไปหาที่ทํามาหากินที่อื่นดีกว่า!’’ฉิงเฉาพยักหน้าเห็นด้วยจากนั้นเขาก็โบกมือ ที่พวกเขากลับมาที่นี่เป็นเพราะพวกเขาต้องการเก็บข้าวของส่วนที่เหลือและสั่งสอนเด็กหนุ่มก่อนจากไปไม่อย่างนั้นความโกรธเกี้ยวที่ถูกชายหนุ่มที่ไหนไม่รู้มาจัดการคงไม่อาจลบให้หายได้!
“เฮ้ย!ไอ้บอด!’’ เมื่อเดินมาถึงจุดที่เด็กหนุ่มเดินอยู่ ฉิงเฉาก็ตะโกนด้วยความหงุดหงิดเขารู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากที่เห็นอีกฝ่ายอารมณ์ดี
บัดซบ!ดูเหมือนว่าช่วงที่ฉันไม่อยู่แกจะอารมณ์ดีน่าดูเลยนะ!
“อ้าวพวกแกเองเหรอ?มีอะไร? อยากโดนฉันอัดรึไง?’’ ได้ยินวั่งซูที่เพิ่งเดินกลับมาจากท้องทะเลก็หันไปมองอย่างแปลกใจและรัวคําถามออกไปไม่หยุดในตอนนี้เขาไม่มีความจําเป็นต้องกลัวคนพวกนี้อีกแล้วอีกอย่างเมื่อเขาได้เข้าสู่โลกแห่งการบ่มเพาะเขาเริ่มรู้สึกว่าการล้างแค้นมันเป็นอะไรที่ไม่จําเป็นเลย
ดังนั้นสําหรับเขาคนพวกนี้ก็แค่มดปลวก!
มดปลวกที่สามารถบี้ให้ตายได้ทุกเมื่อ!
“ว่าไงนะ?!’’ฉิงเฉาและพรรคพวกอุทานออกมา พวกเขาต่างรู้สึกไม่อยากเชื่อเป็นอย่างมากที่เห็นเด็กหนุ่มกล้ายั่วโมโหพวกเขาเช่นนี้
“ถ้าไม่มีอะไรก็ไปให้พ้นๆหน้าฉันซะไม่งั้นฉันจะมอบบทเรียนให้พวกแกทบกับของเก่าด้วย!’’ วั่งซูแสยะยิ้มอันที่จริงถึงเขารู้สึกว่าการล้างแค้นมันไม่จําเป็นแต่ถ้าพวกชั่วนี่ยังอยู่ให้เขาเห็นหน้าอีก เขาจะทํามันซะ!
นี่แหละคือสิ่งที่เขารอคอยมาตลอดนานแสนนาน!
“บัดซบ!จัดการไอ้เด็กเวรนี่ซะ!’’ เดิมทีฉิงเฉาก็หงุดหงิดมากพออยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อโดนเด็กหนุ่มยั่วยุเขาก็โบกมือสั่งเหล่าลูกน้องทันที
เหล่าลูกน้องต่างไม่รอช้าพวกเขาเดินเข้าหาเด็กหนุ่มและยืดเส้นยืดสายโชว์ด้วยท่าทางโหดเหี้ยม
ในเมื่อรนหาที่ตาย...พวกฉันก็จะมอบให้แกเอง!
ทว่าก่อนที่พวกลูกน้องฉิงเฉาจะได้ทําอะไรร่างของเด็กหนุ่มก็เคลื่อนไหว เขาก้าวท้าวออกไปแล้วซัดหมัดไปยังชายฉกรรจ์คนหน้าสุด
“บัดซบ!เป็นแค่ไอบอดแท้ๆกลับกล้าต่อยหมัดเบาๆของแกมารึ?’’ชายฉกรรจ์คนนั้นแสยะยิ้มอย่างเหยียดหยามมันจะเป็นไปได้อย่างไรที่เด็กน้อยนี่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่เขา?
เหอะ!ไร้สาระเป็นบ้า!
ได้ยินวั่งซูก็หน้านิ่งไม่พูดสิ่งใด เพราะทุกอย่างล้วนอยู่ที่ผลลัพธ์
พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์!
วินาทีต่อมาสิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นเมื่อหมัดของวั่งซูปะทะเข้ากับท้องของชายฉกรรจ์ชายฉกรรจ์พลันรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่แตกร้าว
กร็อบ!
เสียงแตกดังออกมาจากภายในพวกฉิงเฉาที่ได้ยินพลันชะงัก
เกิดอะไรขึ้น?
“ฮึ่ม!’’เห็นว่าร่างของอีกฝ่ายยังไม่กระเด็นวั่งซูก็คํารามเสียงเย็นพลางโคจรพลังปราณเพิ่มเข้าไปด้วย
พริบตาต่อมาร่างของชายฉกรรจ์ที่เพิ่งมีสีหน้าเจ็บปวดไปก็ตัวลอยกระเด็น กระเด็นไปหลายเมตร!
ตะลึง!ตะลึง! ตะลึง!
ฉิงเฉาและเหล่าลูกน้องต่างตะลึงเป็นอย่างมากสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ล้วนเหลือเชื่อเกินไป แต่พวกเขาล้วนมีความคิดเหมือนกันหมด
ไอ้เด็กนี้มันทําได้ยังไงหรือว่ามันจะเล่นของมา?
“ไม่เลว!’’เห็นว่าพละกําลังทั้งหมดที่รวมพลังปราณเข้าไปด้วยมีความแข็งแกร่งสูงถึงขนาดซัดให้คนลอยกระเด็นได้ง่ายๆวั่งซูก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ต้องรู้ก่อนพละกําลังของผู้บ่มเพาะระดับตันเถียนขั้นต้นนั้นอยู่ที่ 250 จินแต่พอโคจรพลังปราณเพิ่มความแข็งแกร่ง พละกําลังก็จะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัวส่งผลให้กลายเป็น 500 จิน ดังนั้นมันจึงไม่ยากที่วั่งซูสามารถออกแรงเพิ่มและทําให้ชายฉกรรจ์ตัวลอยกระเด็นได้
“อั๊ก!’’ทางด้านชายฉกรรจ์ที่ลอยกระเด็นไปก่อนกระแทกกับพื้นก็กระอักเลือดคําโตออกมาเขาในตอนนี้ล้วนมีสีหน้าไม่สู้ดีใบหน้าที่ซีดเผือดของเขาจ้องมองไปยังเด็กหนุ่มด้วยความหวาดกลัว “แก!แกมันเด็กปีศาจ!’’
ถึงคนอื่นจะไม่รู้แต่เขารู้เป็นอย่างดีว่าหมัดของเด็กหนุ่มเมื่อครู่มันไม่ใช่หมัดของเด็กทั่วไปแต่มันเป็นหมัดที่มากกว่าพละกําลังของผู้ใหญ่เสียอีกแล้วแบบนี้ถ้าไม่ให้เรียกว่าปีศาจแล้วจะให้เรียกว่าอะไร?
บัดซบ!นี่มันเด็กปีศาจชัดๆ!
“อา...ฉันเข้าใจความรู้สึกของท่านอาจารย์แล้ว!’’ได้ยิน วั่งซูก็พลันเข้าใจสิ่งที่ชายหนุ่มเคยบอกกับเขาเอาไว้ที่แท้ก็เพราะพวกเรามันแข็งแกร่งเกินนี่เอง!
“ลุย!ฉันไม่เชื่อหรอกว่าถ้าลุมมันจะไม่มีทางชนะ!’’ฉิงเฉาถึงจะตกตะลึงแต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ และรู้ดีว่าเด็กหนุ่มต่างจากเดิมไปแล้วเป็นไปได้ว่ามันจะเล่นของมาจริงๆ…
“ได้เลยครับลูกพี่!’’เหล่าลูกน้องต่างไม่รอช้าที่จะพุ่งเข้าหาเด็กหนุ่มแล้วรัวหมัดใส่ไม่ยั้งบางคนก็ถึงกับประเคนเท้าให้ด้วย
“ฮึ่ม!’’วั่งซูคํารามเสียงเย็นอีกครั้งจากนั้นร่างอันเล็กจ้อยของเขาก็เคลื่อนผ่านคนทั้งหมด
“อั๊ก!’’พริบตาต่อมา ชายฉกรรจ์ทั้งสามต่างกระอักเลือดแล้วลงไปนอนกองกับพื้นด้วยสีหน้าแห่งความไม่อยากเชื่อ
“บัดซบ!นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?!’’ด้านฉิงเฉาที่เห็นลูกน้องของตัวเองลงไปนอนกองกับพื้นเป็นว่าเล่นก็ดูเหลือเชื่อเป็นอย่างมากเขาอดคิดไม่ได้จริงๆว่าบางทีที่เด็กหนุ่มมีท่าทีเปลี่ยนไปอาจเป็นเพราะชายหนุ่มคนนั้นก็ได้…
ชายหนุ่มปีศาจ!
“อย่า!อย่าเข้ามานะโว้ย! ขืนเข้ามาแกโดนฉันแทงแน่!’’ เมื่อความตื่นตะหนกเข้าปกคลุมจิตใจฉิงเฉาก็หดเกร็งร่างกายและหยิบมีดขึ้นมา ซึ่งมันเต็มไปด้วยความแหลมคมแตกต่างจากมีดทําครัวก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
“มีด?’’เห็นมีดอันแหลมคม วั่งซูก็ชะงักถึงเขาจะแข็งแกร่งขึ้นมากแต่เขายังไม่เคยเผชิญหน้ากับของมีคม
แม้จะเป็นเช่นนั้นแววตาของวั่งซูก็ยังคงเป็นประกายประกายแห่งความมุ่งมั่น เขามุ่งมันเป็นอย่างมากที่จะทดสอบความแข็งแกร่งเพราะถึงเขาจะไม่มั่นใจว่าจะสามารถทําลายมีดได้แต่ก็น่าจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากหากปะทะเข้ากับมันด้วยความแข็งแกร่งทั้งหมด
เพราะอย่างนั้น...เขาจะลุย!
คิดได้ดังนั้นวั่งซูก็เริ่มเดินต่อแววตาของเขาปราศจากความกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“รนหาที่ตายเสียแล้ว!’’ฉิงเฉาไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มจะอยู่ยงคงกระพัน เขาจึงฟันมีดออกไปในทันที
“ฮึ่ม!’’วั่งซูแค่นเสียงเย็นอีกครั้งพลางซัดหมัดออกไป
มีดงั้นเหรอ?ก็มาสิ!
มาให้เขารู้หน่อยว่าความแข็งแกร่งตอนนี้ของเขามันไปถึงขนาดไหนแล้ว!