สุยจี เขาหัวเราะออกมาก้อง "ฮ่าๆๆ!!! อี้เฉินเจ้าอย่าได้ใจไปหน่อยเลยแม้แต่การโจมตีของเจ้าก็ยังไม่สะเทือนการป้อมกันของข้า แล้วเจ้าจะฆ่าสังหารข้าได้เยี่ยงไรเล่า"
อี้เฉินเขายกยิ้มขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง "สุยจีเจ้าลืมอะไรไปหรือไม่ ว่าข้าในยามนี้ เปิดเส้นลมปราณเซียนในตำนาน หยั่งรู้ห้วงมิติได้" สิ้นคำพูดของอี้เฉินหมัดที่พุ่งออกไปหาสุยจีก็แหวกห้วงมิติเข้าแทรกแซง การป้องกันโดยพลัน ก่อนฝ่ามืออี้เฉินจะคว้าหมับเข้ากับ สมบัติกระดูกเต่าโบราณ ดึงมันออกมาดูชม อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเก็บมันเข้าไปภายในทะเลความรู้ "ของดี ไม่เลว"
"เจ้า! เจ้า! เป็นไปได้อย่างไร เจ้ามีพลังในการแทรกแซงมิติสูงล้ำมากถึงขนาดนี้ได้อย่างไร ราวกับว่าเจ้าไปอยู่ในขั้นเซียนสวรรค์เลยไม่ใช่หรือ?"
สุยจีเขาเบิกตาออกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดแสน ฝีเท้ารีบถอยออกไปจากลานประลองโดยพลัน ยามนี้เหมือนเขาจะรับรู้ถึงความตาย วิญญาณในร่างกรีดร้องอย่างรุนแรง หากยังยืนอยู่บนลานประลองเขาได้กลายเป็น ศพไร้ลมหายใจเป็นแน่
หมู่ชนที่เห็นภาพ แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสชรา พวกเขาเองก็ตกตะลึงไม่น้อยเช่นกัน ประหนึ่งอี้เฉินอยู่ในขั้นพลังเซียนสวรรค์ก็มิปาน ราวกับพวกเขามองเห็นอี้เฉิน ในยามนี้ เป็นราชันหนุ่มผู้รุ่งโรจน์ สืบฝีเท้าย่างกายลงมาเยือน
อี้เฉินแค่นเสียงคำรามออกมาดังก้อง "เจ้าจะหนีข้าไปไหนสุยจี" ฉับพลันฝ่ามือปราณพลังอี้เฉินก็พุ่งปราดเข้าจับร่าง สุยจีเอาไว้แน่น รอบด้านเต็มไปด้วยปราณพลังที่หนักอึ้งบีบคั้นจนสุยจี ร่างเกิดรอยแตกร้าวลุกลามไปทั่วร่าง พร้อมจะแตกดับในอีกไม่ช้า "อ๊ากๆ เจ้า! เจ้า!"
เมื่อสุยจี ที่ไร้ทางเลือก หากเขายังไม่อาจหลบหนีจากเงื้อมมือ อี้เฉินไปได้ เขาได้ตายตกภายในฝ่ามือปราณพลังอี้เฉินแน่ เขาจึงหยิบเอาน้ำเต้าสีทอง ประหลาดลูกหนึ่งออกมา ก่อนดื่มน้ำสีทองเข้าไปภายในร่าง กลุ่มคนตำหนักเทพที่เห็นน้ำเต้าสีทอง ต่างก็มีสีหน้าบึ้งตึง เมื่อรับรู้ว่า สุจี คิดจะดื่มหยดน้ำสีทอง เผาผลาญพรสวรรค์ของตน หลบหนีออกจากความตาย
ปราณพลังที่มหาศาล ของสุยจี ล้นทะลักทลายในฉับพลัน โพยพุ่งสู่ก้าวสวรรค์ชั้นฟ้า ฝ่ามือปราณพลังอี้เฉินแตกเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา จนเขาต้องหดดวงตาจนเล็กแคบ ไม่คิดว่าสุยจี พลังของเขาจะยก ระดับ พรวดพราดไปในพริบตาเฉกเช่นนี้ ส่งให้ทั่วทั้งร่างสุยจีที่มีลวดลายสีทอง สว่างขึ้นมาพร่างพราวจนเด่นชัด หมู่ชนที่เห็นพลังที่โพยพุ่งขึ้นสู่ชั้นฟ้าต่างก็รับรู้ได้ถึงสิ่งผิดปกติ การต่อสู้ครานี้ ชายหนุ่มนามว่าสุยจีผู้นี้ ต้องจ่ายค่าตอบแทนแลกกับพลังไปไม่น้อย
สุยจีที่หันกลับมาหาอี้เฉินได้ เขาไม่คิดหนีอีกต่อไป ก่อนจะแค่นเสียงคำรามดังออกมากู่ก้อง "ข้าจะฆ่าเจ้าอี้เฉิน" ฉับพลันดาบใหญ่ระดับเซียนก็ปรากฏในมือของเขา พุ่งปราดเข้าใส่อี้เฉินปานสายฟ้าฟาด หมุนควงดาบใหญ่เข้าใส่อี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง เสียง"ฆ่า"ถูกคำรามออกมาดังกึกก้อง
ก่อนเสียงเคร้ง!! จะดังออกมาสนั่นหวั่นไหว คลื่นพายุโหมซัดออกไปรอบทิศอย่างรุนแรง ส่งให้หอกเลือดที่อยู่ในระดับเทพที่อี้เฉินสำแดงออกมาปัดป้อง แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา พร้อมเสียงสุยจี แค่นเสียงดุคำรามออกมากู่ก้อง "เจ้าจงแหลกตามอาวุธของเจ้าไปเสีย" แม้แต่หมู่ชนที่มองชมฉากการเข่นฆ่า ยังปาดเหงื่อเย็นออกจากใบหน้า
ทว่าอี้เฉินกลับคลี่ยิ้มออกมากว้าง เมื่อเห็นเศษหอกเลือดที่แตกกระจัดกระจายไปทั่วอากาศ อี้เฉินเอ่ยเสียงเรียบออกมาในทันที "เจ้าอย่าพึ่งได้ใจไปสุยจี" เมื่อสิ้นคำพูดของอี้เฉิน ฝ่ามือที่หมุนโคจรควบคุมโลหิต ก่อนชี้ออกไปด้านหน้าหาสุยจีที่บ้าคลั่งพุ่งเข้ามาโจมตีในทันใด
เสียง ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ! ดังออกมาไม่ขาดสายส่งให้ร่าง สุยจี กลายเป็นหลุมเลือดใหญ่หยุดชะงักในฉับพลัน เมื่อรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่าน จากเศษหอกที่พุ่งเข้าทิ่มแทง
"อ๊ากๆ!! เจ้า ข้าจะฆ่าเจ้าอี้เฉิน"สิ้นเสียงที่เขาคำรามออกมาดังกู่ก้องเสียงหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมาทว่าเสียงนั้นเย็นชาอยู่ไม่น้อย ส่งให้เม็ดเหงือของเขาผุดพรายขึ้นมาเต็มแผ่นหลัง เมื่อรับรู้ว่าเป็นเสียงของอี้เฉิน "เจ้ามีโอกาสหนี ยังคิดจะกลับมา รนหาที่ตายอีก"
คำพูดนั้นที่ดังก้องเข้าไปภายในโสตประสาท ของสุยจี ก่อนที่หัวของเขา จะถูกหอกเลือด อี้เฉินแทงทะลุ จนเป็นรูโหว่ใหญ่ เลือดหลั่งไหลสาดกระเซ็นอาบย้อมลานประลอง ร่างแตกดับกลายเป็นหมอกเลือด ด้วยความไม่จำยอมในทันใด
หมู่ชนที่เห็นภาพการตายที่น่าสังเวช พวกเขาต่างก็ผ่อนลมหายใจออกมายาว ทว่ากลับมองอี้เฉินน่าหวาดกลัวขึ้นไปอีกหลายเท่า
กลางลานประลองเงียบสงัดในทันใด จนในยามนี้หลงเหลือเพียง อี้เฉินที่ยืนนิ่งท่ามกลางลานประลอง แม้แต่ผู้ที่เปิดเส้นลมปราณเซียนในตำนาน ยังรู้สึกหวาดหวั่น พรั่นพรึงในศักยภาพสูงล้ำของอี้เฉิน
ก่อนน้ำเสียง คุณชายหนิงหรง แห่งเผ่าพันธุ์เต่านิลกาฬ จะกล่าวพูดออกมา "สหายน้อย สมบัติกระดูกเต่าโบราณ ถือเป็นของล้ำค่าของเผ่าพันธุ์เรา ไม่ทราบว่าน้องชาย จะมอบมันให้ข้าได้หรือไม่?"
อี้เฉินครั้นได้ยิน เขาปรายตาขึ้นไปมอง ด้านบนท้องฟ้าสูงในทันที 'หืม!! คนของเผ่าพันธุ์เต่านิลกาฬ อย่างนั้นหรือ แถมยังอยู่ในขั้นพลังเซียนสวรรค์เสียด้วย'
อี้เฉินเอ่ยเสียงเรียบออกไปในทันที เมื่อเห็นชายหนุ่มอายุราวๆ 30ปี ไม่คิดเก็บออมปราณพลัง หมายมั่นจะข่มขูตัวเขาอย่างโจ่งแจ้ง "พี่ชายท่านนี้เอาเช่นนี้ไม่เล่า ท่านส่งคนของท่านมาประลองกับข้า แล้วทำให้เรื่องยุ่งยากอย่างศึกชี้ชะตา ให้มันจบเสียที ท่านว่าดีหรือไม่" ก่อนอี้เฉินจะคลี่ยิ้มบาง ออกไปหา ราชันน้อย เหรินเจี๋ย
"เจ้า! เจ้า! ช่างโอหังนัก" คุณชายหนิงหรง เขามีสีหน้าบูดเบี้ยวในทันที เนื่องด้วยเขาในยามนี้ มีจอมยุทธ์รุ่นใหม่ ที่มีฝีมือทัดเทียมเหล่าจอมยุทธ์เปิดเส้นลมปราณเซียน แค่ราชันน้อย เหรินเจี๋ยเท่านั้น แม้ว่าราชันน้อย เหรินเจี๋ยจะชนะการประลองกับอี้เฉิน แต่อย่างไรราชันน้อย เหรินเจี๋ยก็ยากที่จะเป็นอันดับหนึ่ง เมื่อต้องเผชิญหน้า กับ จอมยุทธ์ เปิดเส้นลมปราณเซียนคนอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เขาจึงไม่ยินยอมในข้อเสนอนี้เท่าใดนัก
ด้านเผ่าพันธุ์มังกรทอง เล้งซุนเขาเองก็เดือดดาลขึ้นมาไม่น้อย เมื่อเห็นการกระทำของ คุณชายหนิงหรง กล่าวพูดออกไปอย่างไม่หวาดเกรง "คุณชายหนิงหรง ท่านกล้าข่มขู่คนขององค์หญิงอิงฮวา เช่นนั้นหรือ พวกเราเผ่าพันธุ์มังกรทอง คิดหรือว่าจะรับการกระทำของท่านได้" ครั้นทั้งสองสบตากันได้ก็จ้องตาเขม็งเข้าใส่กันจนตาเขียวปั๊ด
ราชันน้อย เหรินเจี๋ย สืบฝีเท้าออกมาในทันใด "คุณชายหนิงหรง จริงอย่างที่อี้เฉินว่า หากพวกเราต่อสู้ในสถานการณ์ที่ ไม่มีใครคิด เสียผลประโยชน์ ต่างฝ่ายต่างก็เก็บไพ่ตายของตนไว้ การประลองครานี้ก็ไม่มีทางยุติลงอย่างสมบูรณ์ แถมเหมือนว่าจอมยุทธ์ธรรมดา จะไม่สามารถหยุดอี้เฉินผู้นี้ ได้เสียด้วย ข้าเองก็มีคำมั่นที่จะประลองกับเขา ช่วงชิงสตรีงดงามเช่นกัน"
คุณชายหนิงหรง กล่าวเตือนพร้อมเสียงถอนหายใจ เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่หนักแน่น แม้แต่ผู้อาวุโสชราเผ่าพันธุ์เต่านิลกาฬยังไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดนี้ "เจ้าจะทิ้งโชค วาสนา ที่กองอยู่ตรงหน้าเจ้าจริงหรือ เหรินเจี๋ย"
ราชันน้อย เหรินเจี๋ย ไม่มีความลังเลอีกต่อไป ครั้นสืบเท้า มายืนหน้าหม้อเพลิงใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงลุกโชติช่วงชัชวาล เขาส่งแผ่นป้ายเข้าไปภายในกระถางเพลิงอย่างไม่ลังเล
หมู่ชนที่เห็นภาพ จะได้ดูชมผู้เปิดเส้นลมปราณเซียนในตำนานปะทะกัน หลายคนต่างก็คลี่ยิ้มออกมากว้าง ไม่คาดคิดว่าการปะทะกันของผู้สูงส่งจะมารวดเร็วถึงเพียงนี้
ทว่าคำพูดช่วงชิงสตรีงดงาม กลับทำให้หมู่ชนดินแดนเทพอยากรู้ไม่น้อยว่าสตรีนางนั้นเป็นใคร ก่อนพวกเขาจะหันไปจ้องมอง กลุ่มคนที่สืบเท้ามาพร้อมอี้เฉิน "หรือว่า สตรีที่ ราชันน้อย เหรินเจี๋ยคิดจะแย่งชิง จะเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์เยว่ชิงเซียน"
เยว่ชิงเซียนนางเม้มริมฝีปากแดงน้อยไว้จนแน่น เมื่อรับรู้ถึงสายตาของหมู่ชนจับจ้องมาที่ตัวนางอย่างไม่วางตา ทว่าหมู่ชนหลายคนสะดุดตาใบหน้าเมี่ยนจือกันอยู่ไม่น้อย แม้ใบหน้านางจะแฝงด้วยอันตราย แต่ก็ให้ความรู้สึกที่น่าค้นหาอยู่ไม่น้อย ใบหน้านางจึงดึงดูด สายตาของบุรุษหนุ่มไปได้ ไม่น้อยในยามนี้