ราเชนเข้ามาในตำหนักที่เจ็ด โดยกลั้นหายใจ แล้วใช้ยันต์ล่องหน มายืนอยู่ที่ใต้ต้นไม้ ข้างๆ ตำหนักรับรองของ เกาจิ้งอัน โดยที่มีทหารองครักษ์เฝ้าเวรยาม ตามปกติ ราเชนนับได้แค่เพียง สามสิบคน เหมือนกันกับที่ตำหนักรับรองของเขา
ราเชนยังคงเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆ โดยใช้ยันต์ล่องหน หากเป็นผู้อื่นคงใช้เวลากลั้นหายใจไม่นาน แต่ว่า ราเชนนั้นเคยฝึกกลั้นหายใจมาตั้งแต่เด็ก แม้จะอยู่ในร่างอื่น เขาจะสามารถกลั้นหายใจได้ นานถึง 15 นาที ซึ่งในโลกเก่าเขาสามารถกลั้นหายใจได้ถึง 30 นาที
ราเชนสำรวจตำหนักรับรองที่เจ็ด มันเหมือนกันกับห้องรับรองของเขา ซึ่งมีห้องน้อนใหญ่ อยู่บนชั้น 4 เหมือนกัน ดังนั้นจึงแน่ใจว่า เกาจิ้งอันต้องอยู่ห้องนอนชั้นสี่อย่างแน่นอน ราเชนมาปรากฏกายอยู่หน้าห้องของเกาจิ้งอันแล้ว
ภายในห้องนอน เกาจิ้งอันกำลังนอนหลับ โดยไม่ใส่เสื้อผ้ามีสาวงามที่ต่างก็ไร้อาภรณ์สวมใส่อีก สองนางนอนอยู่ด้านข้าง ราเชนเปิดประตูเข้าไปอย่างแผ่วเบา
แล้วมายืนอยู่หน้าเตียง และกำลังจะชักมีดนิรนาม ทันใดนั้นเอง ก็มีแสงไฟ สาดส่องร่างของเขา
จู่ๆ นักพรตดำปรากฏตัวขึ้นจากเตียง ฟาดฝ่ามือสีดำ ซัด เข้าใส่หน้าอกของราเชน จนปลิวกระเด็นออกจากหน้าต่าง ลงมาที่พื้นหน้าตำหนัก มีทหารจำนวนมากถืออาวุธ มาล้อมราเชนเอาไว้ มีเหล่าจอมยุทธ์มากมาย เข้ามาล้อมราเชนเอาไว้ด้วยเช่นกัน
ราเชนเองแม้ไม่เป็นอะไรมากนัก แต่ก็กระอักเลือด จนต้องเช็ดเลือดออกจากปาก มองคนที่เคยรู้จักมากมาย มารายล้อมเขาไว้ราวกับนัดกับไว้
แล้วทันใดนั้นเองก็มีขบวนเสด็จของจักรพรรดิหลี่เอี้ยนมาถึง มีองค์ชายรองหลี่คัง องค์ชายสี่หลี่หมิง ที่เคยทะเลาะกันก็มาด้วย โดยมีเกาจิ้งอัน มายืนยิ้มอยู่ข้างๆ จักรพรรดิหลี่เอี้ยน
ราเชนมองไปรอบๆ พบหลวงจีนหัวโล้นใส่จีวรสีแดง 10 รูป ยืนพนมมืออย่างสงบ
ด้านข้างของจักรพรรดิหลี่เอี้ยนมีผู้พิทักษ์ทั้งสี่ยืนเคียงข้าง เล่ากงกงก็มาด้วยมองหน้าราเชนด้วยสายตาเรียบเฉย แล้วยังมีไช่อี ธิดาเทพแห่งสำนักหลงเหมินก็มาด้วย พร้อมกับ อาจารย์ถงเหล่า อาจารย์ซ่งหลิง อาจารย์อี้ชิง เชียนเชียน เสี่ยวฉี และรองเจ้าสำนักเมฆาม่วงแห่ง เมืองหลวง นักพรตทงอู่ นอกจากนั้นเจ้าสำนักหมิงเยว่ สำนักฟ้าพิสุทธิ์ เจ้าสำนักบุปผาสวรรค์ และ เจ้าสำนักอินทรีมรกต ล้วนมากันครบ
จักรพรรดิหลี่เอี้ยน ยืนอยู่ด้านหน้าทุกๆ คน เอ่ยกับหยางเฟยหลงทันที
“ หยางเฟยหลง เจ้าทราบความผิดของเจ้าหรือไม่?”
“ ผิดรึ? ข้าทำผิดอะไร”
ราเชนเค่นเสียงออกไป โดยไม่ยอมแม้แต่จะคุกเข่า แม้แต่น้อย
“ บังอาจ ต่อหน้าเสด็จพ่อ ยังไม่ยอมคุกเข่าอีก” องค์ชายสี่หลี่หมิง ตวาดใส่ราเชนด้วยเสียงอันดัง พร้อมกับสั่งการให้ทหารจัดการ แต่ จักรพรรดิหลี่เอี้ยนห้ามเอาไว้ แล้วเอ่ยอย่างเฉยเมยว่า
“ เจ้าคือผู้สืบทอดของนางมารทศเย็น เป็นปีศาจมารโลหิต ดูดเลือดเข่นฆ่าผู้คน ข้าในฐานะจักรพรรดิไม่ปล่อยให้มารร้ายอย่างเจ้า มีชีวิตอยู่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในอาณาจักรของข้าเป็นอันขาด”
“ รู้ได้อย่างไร ข้าคือ ปีศาจมารโลหิต มีใครเห็นกับตาบ้างว่าข้าคือมารโลหิต?”
ราเชนหันหน้าไปมองทุกๆ คน พร้อมกับส่งสายตาจ้องมองไปที่ทุกๆ คน ไม่มีใครกล้ายืนยันเรื่องนี้แม้แต่คนเดียว จนเกาจิ้งอันเอ่ยออกมาว่า
“ หยางเฟยหลง ตอนที่เจ้าอยู่ในป่าลับแล มีคนมากมายเห็นเจ้าอยู่กับ นางมารทศเย็นแล้วรอดออกมาได้ สำนักใหญ่ทั้งสี่ล้วนเป็นพยาน และอีกอย่าง กองทัพฮานนับล้าน ล้วนตายด้วยฝีมือมารอย่างเจ้า สายลับของข้าได้ข่าวจากกองทัพฮานว่า
คนที่ทำลายกองทัพของพวกมัน คือปีศาจมารโลหิต มันมีร่างกายสูงใหญ่ มีเขางอกอยู่บนหัว ร่างกายเต็มไปด้วยเกล็ดงู มีเขี้ยวออกจากปาก เจ้าคิดปฏิเสธอีกหรือ?”
ทุกๆ คนได้แต่พยักหน้าเห็นด้วย ไม่ทันที่ราเชนจะแก้ตัว นักพรตทงอู่รองเจ้าสำนัก เมฆาม่วง ก็ก้าวเท้าออกมาแล้วถามด้วยเสียงอันแข็งกร้าวว่า
“ หยางเฟยหลง เจ้าศิษย์ทรยศ สังหารอาจารย์ต่อหน้าผู้คนทั้งหลาย เจ้าจะรับผิดไหม”
“ ท่านคือนักพรตทงเทียนหรือไม่?” ราเชนขมวดคิ้ว เพราะมีก่อนที่นักพรตทงทีจะตาย ได้สั่งให้เขามาหานักพรตทงเทียน
“ บังอาจ เจ้าสำนักเข้าฌาณ ไม่มีเวลามาจัดการกับคนอย่างเจ้า วันนี้ข้าจะใช้กฏสำนักสังหารเจ้าเสีย”
“ ในเมื่อพวกท่านคิดสังหารฆ่าอยู่แล้ว จะมัวรออะไรกันอยู่เล่า” ราเชนเค่นเสียงออกมา คิดว่าในเมื่อเหตุการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว อะไรจะเกิดก็ช่างมันประไร เหล่าชาวยุทธ์ต่างเตรียมลุกฮือ เพื่อเข้าไปกำจัดราเชนเพียงคนเดียว ส่วนราเชนในมือถือยันต์ปึกใหญ่ เตรียมตัวที่จะใช้ยันต์ล่องหน เพื่อหลบหนีไปจากที่นี่ ก่อนเป็นอันดับแรก
เขาไม่อยากแปลงกายเป็นปีศาจมารโลหิต เพราะเขากลัวว่า จะถูกมารโลหิตครอบงำอีก ต่อไปเขาคงไม่อาจไปที่ไหนได้อีก
ไช่อี คำนับจักรพรรดิหลี่เอี้ยนแล้วเดินออกมาข้างหน้าแล้วเอ่ยแนะนำตัวเองกับทุกๆ คน
“ ท่านนักพรตโปรดใจเย็นก่อน ข้าไช่อีธิดาเทพแห่งสำนักหลงเหมิน มีเรื่องคิดถามหยางเฟยหลงสักข้อสองข้อเพื่อคลายข้อสงสัย”
ทุกๆ คน ต่างมีท่าทีรับฟังอย่างสงบ แสดงว่าสำนักหลงเหมินของนางคงไม่ธรรมดาแน่ๆ
“ หยางเฟยหลง เห็นแก่เจ้าเคยช่วยข้าเอาไว้ พูดความจริงมาเจ้าสังหารอาจารย์เพื่ออะไรกันแน่”
ราเชนเห็นธิดาเทพไช่อี เป็นคนมีเหตุมีผล เลยเอ่ยออกไปว่า
“ ตอนนั้นข้าเห็นอาจารย์ถูกทรมาน ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี จากพวกฮาน คิดตายก็ไม่ได้ตาย ข้าจึงสังหารท่านด้วยมือของข้า เพื่อให้ท่านตายอย่างสงบ”
ธิดาเทพไช่อี ถึงกับอึ้งไป ส่วนอาจารย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็พยักหน้า ยอมรับว่าเหตุการณ์ในตอนนั้น เป็นเช่นนั้นจริงๆ
“ ฝ่าบาท เรื่องของนักพรตทงที หม่อมฉันเชื่อมั่นในคำพูดของหยางเฟยหลง ส่วนเรื่องผู้สืบทอดนางมารทศเย็นนั้น อาจารย์ได้กำชับมาว่า หากไม่มีหลักฐานแสดง ให้หม่อมฉันพาเขาไปกักขังที่ สำนักหลงเหมิน เพื่อไม่ให้เป็นภัยต่อทุกๆ คน ขอฝ่าบาททรงพระราชทานอนุญาตด้วย”
“ ไม่ได้” เกาจิ้งอันพูดแทรกขึ้นมาทันที จากนั้นก็พยักหน้าให้กับ หลวงจีนแห่งสำนักธรรมกายทั้งสิบ
เสียงบทสวดแปลกๆ เปล่งออกมาจากหลวงจีน ทั้งสิบพร้อมๆ กัน บนท้องฟ้าคล้ายกับมีค่ายกลบางอย่างครอบเอาไว้ มีแสงวิบวับไปทั่ว ธิดาเทพไช่อี เอ่ยอย่างแปลกใจว่า
“ ค่ายกลกักมาร?”
ราเชนได้ฟังบทสวดเขาก็จำได้ว่า มันคือบทสวดที่เขาเคยได้ยินเมื่ออยู่โลกเก่าของเขา
“ นี่มันบทสวดภาณยักษ์นี่หว่า” ราเชนอดรู้สึกใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
ทันใดนั้น ราเชนก็เห็น สตรีนางหนึ่งเดินเข้ามายืนอยู่ด้านข้างของ เกาจิ้งอัน
“ ซือซือ”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็นไงเล่า หยางเฟยหลง รสสวาทของซือซือ เป็นยังไงบ้าง ข้าเล่นกับนางจนเบื่อแล้ว อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ งง งง ล่ะซิ เจ้าเห็นโลหิตพรมจรรย์ของนางบนเตียง คิดว่านางบริสุทธิ์ล่ะซิ เจ้าโง่ นั่นคือ ร้อยเล่ห์เสน่ห์ของซือซือของข้า นางทำขึ้นมาเพื่อหลอกเจ้า ไม่อย่างนั้น เจ้าจะดื่ม สุรามารของข้ารึ?”
“ สุรามาร?” ราเชนหวนคิดถึงสุราที่ซือซือให้เขาดื่ม ตอนนั้นเขาไม่รู้สึกอะไร แต่ว่าตอนนี้เขารู้สึกแปลกๆ แขนของเขากลับมีเกล็ดงูกระจายขึ้นไปตามตัว
ราเชนถึงกับตกใจ เขายังไม่ทันดื่มเลือด ทำไมเขาถึงได้แปลงร่างได้ พวกมันไม่รอถึงวันอภิเษกสมรสหรอกรึ?
“ เป็นไงเล่า สุรามารของนักพรตดำนี้ ผู้ที่ดื่มเข้าไป มันจะเผยร่างกายที่แท้จริงของมันออกมา หากเจ้าไม่ใช่ปีศาจ มันก็จะไม่มีผลอะไรเหมือนซือซือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เรื่องนี้ต้องขอบคุณองค์ชายรอง ที่สามารถพาเจ้าไปที่หอชมจันทร์ ข้านึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเจ้าจะบ้าหลงซือซือของข้า จนหัวปักหัวปำ ยอมสู้ด้วยเงินถึง ยี่สิบล้านเหรียญทอง” เกาจิ้งอันเอ่ยออกมา ราเชนถึงกับมองไปที่องค์ชายรองหลี่คัง ไม่คิดว่ามันจะร่วมมือหลอกลวงเขาเช่นนี้
“ อย่าโทษข้านะ นี่คือราชโองการข้าขัดไม่ได้ ข้าคิดว่าเจ้าไม่ใช่มารปีศาจ จึงได้ทำตามที่พวกเขาบอก”
ราเชนถึงกับกำหมัดแน่น หันไปมองซือซือ ที่ทำตาเศร้าสร้อย
แต่ถูกเกาจิ้งอันลากตัวเข้ามาแล้วจับนมของนางแล้วบีบเค้นอย่างแรงต่อหน้าราเชน
“ เป็นไง เจ้าโง่ เหล้ามารที่เจ้าดื่ม บวกกับ บทสวดปลุกพญามารของ หลวงจีนทั้งสิบ เจ้าจะกลายเป็นมาร อย่างเปิดเผยต่อหน้าทุกๆ คน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ไม่ใช่แค่นั้น เจ้าโมโม่ ก็ถูกกักขังเอาไว้ด้วยกรงอาคม มีโซ่อาคมรัดเอาไว้ทั้งตัว
ตอนนี้ใบหน้าของราเชนกลายเป็นเกล็ดงูเต็มหน้า แถมยังมีเขาขึ้นหัวอีกสองเขา ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้น ทุกๆ คนต่างถอยหนีห่างกันไปจนหมด ราเชนถึงกับร้องคำรามลั่น มีเขี้ยวงอกออกมาจากปากของเขา
“ เกาจิ้งอัน ข้าจะฆ่าเจ้า”
ราเชนยกมือมาทาง เกาจิ้งอัน เพื่อจะดูดพลังชีวิตของมัน แต่ว่าไม่อาจทำได้ ตาข่ายกักมาร ที่อยู่บนฟ้า ร่วงหล่นใส่ร่างของราเชนเอาไว้ ทหารมากมาย ยิงธนูเข้าใส่ร่างของราเชน แต่ว่าหาได้ระคายผิวของเขาไม่
โซ่เงินลงอาคม ถูกปล่อยออกมาจาก หลวงจีนทั้งสิบ รัดร่างของราเชนอีกชั้นหนึ่ง
แต่ทว่า มารปีศาจโลหิตราเชน กลับกระชากทั้งตาข่ายกักมาร และ โซ่อาคม จนขาดสะบั้น
หลวงจีนทั้งสิบ รวมพลังกัน แล้วสร้างระฆังเวทย์ครอบร่างของมารโลหิตราเชนเอาไว้ ราเชนต่อย ระฆังเวทย์ไปทีเดียว ระฆังเวทย์ถึงกับแตกสลาย
หลวงจีนทั้งสิบ ถึงกับกระอักเลือด ปีศาจมารโลหิตราเชนยกมือกำลังจะดูดพลังชีวิตหลวงจีนทั้งสิบ แต่ไม่ทันได้ใช้พลังออก ก็มีเงามังกรขาวเข้ามารัดร่างของเขาเอาไว้เสียก่อน
“ หยางเฟยหลง ควบคุมสติตัวเองเอาไว้ อย่าให้จิตมารครอบงำ”
เป็นธิดาเทพไช่อี ร้องเตือนออกมา
“ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ข้าไม่อยากทำร้ายเจ้า เกาจิ้งอันวันนี้มันต้องตาย”
ราเชนมองไปที่เกาจิ้งอันที่ตอนนี้มันหลบอยู่หลังซือซือ ไม่กล้าออกมา
มังกรขาวรั้งปีศาจราเชนได้ไม่นาน ก็ถูกพลังมารโลหิตทำลายจนสลายไป
เทธิดาไช่อี จึง นำกำไลวงแหวนสีทองออกมาเก้าวง แล้วเหวี่ยงออกไป
“ วงแหวนเก้ามังกร แสดงอิทธิฤทธิ์”
กำไลวงแหวนเก้ามังกรคราวนี้รัดร่างของปีศาจราเชนเอาไว้อีกครั้ง
คราวนี้ นักพรตดำ กับลูกน้องสิบคน พุ่งตัวเข้ามา นำโซ่อาคมเข้ามารัดร่างของปีศาจราเชนซ้ำอีก จากนั้นก็มีกรงขังลงอาคม ผุดขึ้นจากพื้นดิน กักขังปีศาจราเชนเอาไว้
หลวงจีนทั้งสิบที่ฟื้นตัวแล้ว ก็เหวี่ยงผ้าจีวรเข้ามารัดกรงขัง แล้วเริ่มท่องบทสวดประหลาดออกมา
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าหยางเฟยหลง นี่คือ กรงขังลงอาคม และ จีวรสิบอรหันต์ คราวนี้เจ้าไม่รอดแน่ๆ คุกเข่ายอมแพ้ซะ” เกาจิ้งอันเดินเข้ามายืนด้านหน้าของซือซือ ตะโกนออกมาอย่างสะใจ
ปีศาจราเชนตอนนี้ คำรามลั่น ใช้มือเขย่ากรงขังลงอาคม แต่ว่า กรงขังคล้ายมีพลังงานบางอย่าง ทำให้ มือของปีศาจราเชนถึงกับลุกเป็นไฟ และยังมีแสงส่องมาจากผ้าจีวรสิบอรหันต์นั่นอีก อีกทั้ง วงแหวนเก้ามังกร ก็รัดร่างของเขาแน่นยิ่งขึ้น
ทำให้ร่างปีศาจราเชนถึงกับต้องลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น
“ พวกแกบังคับข้าเองนะ”
ราเชนตอนนี้รู้แล้วว่า ลำพังจิตของเขาไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้ แต่หากปล่อยให้จิตมารออกมาควบคุมร่างของเขาแล้วละก็ พลังก็จะเพิ่มพูนมากกว่าเขาหลายสิบเท่า ราเชนยอมให้จิตมารครอบงำดีกว่าต้องมาตายแบบนี้ ดังนั้นเขาจึงใช้พลังจิตดึงจี้เพชรน้ำตาดาวที่ควบคุมจิตมารแล้วเอาเข้าไปเก็บไว้ในแหวนมิติของเขาแทน จิตมารถูกปลดปล่อย ก็ควบคุมร่างของเขาแทนทันที
ตูม ตูม ตูม !!!!................