เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    ทักษะกายาวัชระฉบับปรับปรุง

    ทันทีที่หยุนฉางเยว่และหลิงจีเผชิญหน้ากัน ทั้งสองก็พลันยืนนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ บรรยากาศและกาลเวลารอบกายของพวกนางคล้ายจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

     

    “คุณชายท่านนี้ พวกเราเคยพบเจอกันมาก่อนหรือเปล่า?” เป็นหยุนฉางเยว่ที่เปิดฉากไถ่ถามด้วยความสงสัย

     

    หลิงจียิ้มบางพลางส่ายศีรษะตอบกลับไป “เรียนองค์หญิง พวกเราไม่เคยพบเจอกันมาก่อนแน่นอนขอรับ เพราะกระหม่อมพึ่งจะมาสมัครเข้ากองทัพประจิมเมื่อไม่นานมานี้”

     

    “งั้นเองหรือ สงสัยข้าคงจำผิดจริงๆ” หยุนฉางเยว่เมื่อได้ยินคำยืนยันก็พลันพยักหน้าอย่างเข้าใจในทันที ก่อนจะเบนสายตาไปที่ลูกราชสีห์ตัวน้อยซึ่งอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่าย

     

    “ช่างน่ารักอะไรอย่างนี้ เจ้าตัวเล็กนี่ชื่ออะไรงั้นหรือ? ขอเราอุ้มบ้างได้หรือเปล่า?” นางกล่าวถามขณะที่กำลังยกมืออันเรียวงามขึ้นลูบเส้นขนสีทองเบาๆ

     

    “คุณชายตั้งชื่อลูกราชสีห์ตนนี้ว่า ‘เสี่ยวจิน’ขอรับ ส่วนเรื่องอุ้มได้หรือไม่นั้นก็คงต้องถามคุณชาย” หลิงจีตอบกลับไปอีกครั้ง หยุนฉางเยว่จึงหันหน้าไปหาเย่หยุนซีที่อยู่ไม่ไกลนัก แววตาประดับไปด้วยประกายแสงแห่งความคาดหวัง

     

    เย่หยุนซีเมื่อเห็นเช่นนั้น! ก็เอ่ยปากอนุญาตในทันที โฉมสะคราญหยุนฉางเยว่จึงได้อุ้มลูกราชสีห์ทองคำตัวน้อยตามที่ต้องการ หากสังเกตดีๆจะเห็นว่าดวงหน้าอันงดงามหยาดเยิ้มของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างถึงที่สุด

     

    “โอ้ ดูเหมือนคำพูดที่ว่า ‘สตรีส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบสิ่งที่สวยงามและน่ารักจะเป็นเรื่องจริงสินะ” หยุนฉางตงพูดขึ้นมาอย่างขบขันหลังจากเห็นการแสดงออกของน้องสาว

     

    เย่หยุนซีหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปสนทนากับพี่ชายของว่าที่ภรรยาอีกพักใหญ่

     

    เมื่อเวลาผันผ่านไปเกือบอีก 1 ก้านธูป พวกเขาก็แยกย้ายกันกลับเข้าบ้านรับรองของตนเองเพื่อพักผ่อนในทันที

     

    โดยการแบ่งบ้านพักทั้ง 4 จะประกอบไปด้วย เย่ชิงหยางกับสวีหนิง 1 หลัง เย่หยุนซีกับหลิงจี 1 หลัง หยุนฉางตง 1 หลัง และหยุนฉางเยว่อีก 1 หลัง แน่นอน! นี่คือการแบ่งตามที่มันควรจะเป็นอย่างแท้จริง

     

    “เอ่อ.......ดูเหมือนบ้านรับรองของที่นี่จะมีเพียง 1 ห้องนอนนะเจ้าคะ คุณชาย” หลิงจีกวาดสายตามองไปทั่วทั้งบริเวณบ้านแล้วกล่าวอย่างเขินอายออกมา

     

    “อืม ช่วยไม่ได้ล่ะนะ งั้นท่านนอนในห้องก็แล้วกัน เดี๋ยวข้านอนตรงโถงรับแขกนี้เอง” เย่หยุนซียิ้มกล่าว

     

    หลิงจีพยักหน้าเบาๆ “ตกลงเอาตามที่คุณชายว่า”

     

    “อืม ท่านไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะออกไปด้านนอกเสียหน่อย เดี๋ยวกลับมา” พูดจบ! เด็กหนุ่มก็หยิบร่มจากแหวนมิติเดินออกไปนอกบ้านโดยไม่รอช้า

     

    ท่ามกลางพายุฝนที่ซัดโหมกระหน่ำตลอดเวลา เขาเคลื่อนกายไปตามหลังคาสิ่งปลูกสร้างจวบจนมาถึงหอคอยสูงชันซึ่งตั้งอยู่บริเวณกำแพงเมืองขนาดใหญ่

     

    “บ้านเมืองเสียหายราวกับซากปรักหักพัง เหล่าชาวบ้านผอมบางจนแทบเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก สถานการณ์ภัยความแห้งแล้งของที่นี่เข้าขั้นวิกฤติอย่างถึงขีดสุดแล้วจริงๆ” เย่หยุนซีกวาดสายตามองทุกสรรพสิ่งพร้อมทั้งเริ่มหาวิธีการแก้ปัญหา

     

    “เด็กน้อย เจ้าไม่เห็นต้องคิดอะไรเลยนี่หน่า ขอเพียงมีราชสีห์ทองคำสามตาอยู่อีกไม่นานสภาพแวดล้อมของที่นี่ก็จะฟื้นฟูถึงขีดสุดโดยที่เจ้าไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ” ในขณะที่เย่หยุนซีกำลังครุ่นคิดแผนการ เสียงอันเรียบนิ่งของเทพธิดาเซียนคนเดินก็ดังขึ้นมาราวกับต้องการเตือนสติ

     

    เย่หยุนซีส่ายศีรษะ “ถึงแม้ความสามารถของเสี่ยวจินจะยอดเยี่ยมมาก แต่มันก็ต้องใช้เวลาอย่างต่ำ 3 ปีกว่าจะเห็นผล”

     

    “สิ่งที่ข้าคิดและเป็นกังวลก็คือสภาพชีวิตของชาวเมืองก่อนจะถึงวันนั้น แถมยังมีตัวแปรสำคัญอย่างการสู้รบกับอาณาจักรมังกรสีชาดซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน”

     

    เทพธิดาเซียนเหยาถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “เด็กน้อย ข้าว่าเจ้าหักโหมเรื่องการบริหารบ้านเมืองเกินไปแล้วนะ อย่าลืมสิว่าที่นี่มีบิดาของเจ้าอยู่ อีกฝ่ายมีหรือจะกล้าบุกมาโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง”

     

    “ส่วนเรื่องความเป็นอยู่ของชาวเมืองนั้น ก็ควรปล่อยให้องค์ชายอะไรนั่นเป็นคนจัดการ เพราะถึงอย่างไรมันก็คือบททดสอบของเขา.......... ส่วนตัวเจ้าแค่เพียงสนับสนุนอยู่เบื้องหลังก็พอแล้วเอาเวลาที่เหลือไปฝึกฝนหรือไม่ก็ทำภารกิจจะดีกว่า”

     

    เย่หยุนซีพยักหน้า “จริงด้วยสินะ! ข้ามัวแต่คิดที่จะแบ่งเบาภาระของบิดาจนลืมจุดประสงค์ของการแข่งขันครั้งนี้ไปเสียสนิท”

     

     “อ๊ะ!......จริงสิ! ท่านเทพธิดา ทักษะกายาวัชระที่ท่านนำไปวิเคราะห์เป็นอย่างไรบ้าง ข้าสามารถฝึกฝนได้หรือเปล่า?”

     

    “คิกคิก แน่นอน! เจ้าสามารถฝึกฝนได้ แถมข้ายังปรับแต่งจนกลายเป็นทักษะขั้นเซียนแล้วอีกต่างหาก” พูดจบ! ข้อมูลของทักษะกายาวัชระฉบับปรับปรุงก็ประดังเข้ามาในสมองของเด็กหนุ่มโดยฉับพลัน

     

    ทักษะกายาวัชระ แบ่งเป็น 3 ขั้น ประกอบด้วย

     

    1.ขั้นหลอมผิวหนัง โคจรพลังหลอมตัวเองด้วยอัสนีบาต 50 สาย

     

    2.ขั้นหลอมกายเนื้อ โคจรพลังหลอมตัวเองด้วยอัสนีบาต 100 สาย

     

    และสุดท้าย ขั้นหลอมกระดูก โคจรพลังหลอมตัวเองด้วยอัสนีบาต 1000 สาย

     

    ถ้าหากทำได้ ร่างกายจะแข็งแกร่งประดุจเพชร มีความเร็วและการโจมตีที่รุนแรงประดุจสายฟ้า

     

    “พระเจ้า! ร่างกายของผู้ฝึกตนระดับหลอมรวมเช่นข้าจะไปทนทานต่อสายอัสนีบาตจำนวนขนาดนี้ได้อย่างไร” เย่หยุนซีกลืนน้ำลายอึกใหญ่หลังจากได้รับรู้ข้อมูลทั้งหมดของทักษะ

     

    หลอมตนเองด้วยอัสนีบาต!! นี่มันหาเรื่องตายชัดๆ อย่าว่าแต่เขาเลย แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับกษัตริย์ก็ยังไม่กล้าคิดทำอะไรแบบนี้

     

    “ถ้าเจ้าไม่ฝึกก็ไม่มีอะไรเสียหายหรอกนะ เพราะถึงอย่างไรเจ้าก็บ่มเพาะกายเนื้อด้วยทักษะกายามังกรเทวะอยู่แล้ว” เทพธิดาเซียนเหยากล่าวราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่ การฝึกกายาวัชระเพิ่มเข้าไปก็แค่ทำให้ความเร็วและพลังโจมตีทางกายภาพของชายหนุ่มเพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่ส่วนเท่านั้น

     

    “ไม่! ข้าจะฝึกมัน!!” เย่หยุนซีตัดสินใจกล่าวอย่างมุ่งมั่น ในเมื่อเทพธิดาเซียนเหยาอุตส่าห์เสียเวลาปรับแต่งทักษะมาให้แล้วเขาจะปฏิเสธได้อย่างไรกัน