มามี้ของข้าไม่อ่อนโยน

    ข้ากับมามี้

    หานลี่กันพาหยางชุนเดินเล่นรอบ ๆ จวนแม่ทัพ ที่นี่ถูกตกแต่งอย่างร่มรื่น ด้านหลังมีภูเขาจำลอง มีสระบัว สวนดอกไม้ที่งดงาม เด็กชายตัวน้อยตื่นเต้นกับภาพที่เห็นตรงหน้ายิ่งนัก แม้เขาจะเกิดและเติบโตที่นี่ แต่เขาแทบจะไม่ได้มีโอกาสเดินไปไหนเลยนอกจากที่ ๆ เซวียอินกำหนดไว้ให้ นั่นก็คือเรือนคนรับใช้ ห้องเก็บฝืนและห้องครัวที่เขาแอบไปขโมยอาหารนั่นเอง

    “เจ้าชอบหรือไม่”

    “ข้าชอบมากขอรับมามี้ ข้า...ไม่เคยมาที่นี่และไม่เคยเห็นที่นี่มาก่อนเลยขอรับ”

    “หากเทียบที่นี่กับจวนของท่านตา เจ้าชอบที่ไหนมากกว่ากัน”

    “แน่นอนว่าข้าจะต้องชอบที่ที่มีมามี้อยู่แน่นอนขอรับ”

    เด็กชายตัวน้อยตอบอย่างรวดเร็ว อาหมิงและอาหมิ่นต่างหัวเราะชอบใจในคำตอบของเด็กชายตัวน้อย

    “คุณชายน้อยยิ่งโตยิ่งปากหวานนะเจ้าคะ”

    หานลี่กันมองเด็กชายตัวน้อยยิ้ม ๆ

    “เมื่อวานนี้พวกเรามาอย่างเร่งรีบและยุ่งกับการจัดการเรื่องในจวน ตอนนี้คงถึงเวลาที่ข้าจะต้องพาเจ้าไปยังที่ที่เจ้าควรจะไปตั้งแต่ครั้งที่เรามาถึง”

    หานลี่กันค่อย ๆ เดินไปตามทางโดยมีพ่อบ้านหยูคอยพาชมรอบ ๆ จวน ทั้งหมดหยุดเท้าบริเวณหน้าเรือนใหญ่หลังหนึ่งพ่อบ้านหยูได้หยุดเท้าลงก่อนจะคำนับน้อย ๆ หน้าประตูเรือนนั้น ชายมีอายุเปิดประตูเรือนเข้าไปทำให้เห็นป้ายวิญญาณของบรรพบุรุษตระกูลหยางที่วางเรียงกันอยู่ตรงนั้น หานลี่กันค่อย ๆ จูงเด็กชายตัวน้อยเข้าไปก่อนจะรับธูปจากพ่อบ้านหยูแล้วมอบต่อให้หยางชุน

    “ชุนเออร์ นี่คือบรรพบุรุษของเจ้า และนั่นคือป้ายวิญญาณท่านแม่ของเจ้า”

    เด็กชายตัวน้อยคุกเข่าลงคำนับป้ายวิญญาณ ก่อนจะเงยหน้ามองป้ายวิญญาณของมารดาตน

    “ท่านแม่ขอบคุณที่ท่านส่งมามี้มาให้ข้า ตอนนี้ข้าสบายดีและเข้มแข็งขึ้นมากแล้ว ต่อไปข้าจะเติบโตเป็นแม่ทัพที่ยิ่งใหญ่เฉกเช่นท่านพ่อและท่านปู่”

    พูดจบเด็กชายตัวน้อยคำนับหน้าป้ายวิญญาณก่อนจะปักธูปลงในกระถาง หานลี่กันลูบศีรษะเด็กชายเบา ๆ ก่อนจะหันไปทางพ่อบ้านหยู

    “ที่นี่มีโรงม้าหรือไม่”

    “ย่อมต้องมีแน่นอนขอรับ แต่คอกม้าและลานฝึกจะอยู่ท้ายจวนหากนายหญิงต้องการไปข้าน้อยจะพาไปชมขอรับ”

    หานลี่กันพยักหน้า ก่อนจะหันมามองหยางชุน

    “การจะเป็นได้ดั่งเช่นที่เจ้าบอกท่านแม่นั้นเจ้าจะต้องผ่านอะไรอีกมากมาย ดังนั้นนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปข้าจะให้เจ้าเรียนว่ายน้ำ ขี่ม้า ยิงธนู ฝึกดาบและทวน ยามค่ำค่อยเรียนอ่านเขียน”

    “ขอรับมามี้ ข้าจะตั้งใจฝึกเป็นอย่างดีขอรับ”

    “จื่อรั่ว เจ้าเองก็ต้องฝึกเป็นเพื่อนคุณชายน้อยด้วย เจ้าที่เป็นคนสนิทของชุนเออร์จะล้าหลังคอยเป็นภาระของนายตนเองไม่ได้”

    “ขอรับ ข้าจะปฏิบัติตนตามที่นายหญิงสั่งขอรับ”

    เด็กชายตัวน้อยฉายแววตาเศร้าเล็กน้อยก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้หานลี่กันแล้วกอดหญิงสาวไว้

    “มามี้ ข้าไม่อยากจากมามี้ไป มามี้ช่วยมาเรียนกับข้าได้หรือไม่ จนกว่าข้าจะเจ็ดขวบ....ยามนั้นข้าคง...”

    “เจ้าเด็กคนนี้จะติดข้าเกินไปแล้ว”

    แม้หานลี่กันจะพูดเช่นนั้นแต่ในใจของนางกลับรู้สึกยินดีไม่น้อย หญิงสาวกอดเด็กชายไว้ในอ้อมกอดและหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบตกลงกับเด็กชาย อาหมิงอาหมิ่น จื่อรั่วและพ่อบ้านหยูต่างมองหานลี่กันและหยางชุนยิ้ม ๆ ‘พวกท่านติดกันถึงเพียงนี้ ต่อให้คุณชายน้อยเจ็ดขวบก็ยากจะแยกพวกท่านออกจากกันได้อย่างแน่นอน’ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งอาหมิงและอาหมิ่นก็ต้องเรียนรู้ทุกอย่างร่วมกับหานลี่กัน หยางชุนและจื่อรั่วด้วยเช่นกัน

     

    “ตอนนี้มีคนจัดการจวนของเจ้าจนเรียบร้อย แต่หนูตัวนั้นก็ไม่ยอมหนีไปไหน...ช่าง...”

    “อื่ม”

    “นี่เจ้าจะตอบข้าแค่ อื่ม ๆ ๆ เท่านั้นจริง ๆ หรือ”

    ซูซินหยางเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสียเล็กน้อย แม้กระนั้นเขาก็พอใจกับสิ่งที่ได้ยินมาจากจวนตระกูลหยางถึงเรื่องราวต่าง ๆ นั้น

    “ตอนนี้ดูเหมือนชุนเออร์จะติดคุณหนูหานมาก เช่นนี้ยามเมื่อเจ้าออกเรือนกับนางไป....เจ้าจะทำเช่นไร”

    ซูซินหยางที่ไม่รู้จะกล่าวอะไรจึงได้เอ่ยหยอกหยางเฟยหย่าขึ้น บุรุษในอาภรณ์ดำนิ่งเงียบไม่ตอบ นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกหัวเสียหนักขึ้นที่ทำอะไรเพื่อนสนิทของตนไม่ได้ บุรุษในอาภรณ์น้ำตาลจึงได้เดินออกจากเรือนพักไปในทันที

    “นางเป็นของข้า...ของข้าเท่านั้น”

    เสียงเยือกเย็นที่เอ่ยขึ้นทำให้องครักษ์เงาที่หลบอยู่ถึงกับเย็นวาบที่กลางหลังและก่นด่าซูซินหยางในใจที่ชอบมาแหย่นายของตน

    “พวกเจ้าที่อยู่ด้านนอก เตรียมตัว อีก 7วันพวกเราจะกลับเมืองหลวง”

    “ขอรับท่านแม่ทัพ”

    อาปิงองครักษ์เงาถึงกับถอนหายใจเบา ๆ ‘งานทางนี้ดูเหมือนจะจัดการเรียบร้อยหมดแล้ว ดูท่าแล้วนายท่านต้องเป็นห่วงคุณชายน้อยอย่างแน่นอน ถึงได้รีบกลับถึงเพียงนี้ คงกลัวคุณหนูหานจะแย่งความ...รัก...หรือว่า...กลัวคุณชายน้อยจะแย่ง...ความ...รัก...กัน...นะ’ คิดได้เพียงเท่านั้นชายหนุ่มถึงกลับกลืนน้ำลายลงคอตัวเองอย่างยากเย็นในทันที

     

    เด็กชายตัวน้อยนอนลอยตัวในสระบัวของจวนโดยมีหานลี่กันลอยตัวอยู่ด้านข้าง เด็กชายจึงว่ายมาลอยตัวใกล้ ๆ หานลี่กัน

    “ทำไมมามี้ถึงเก่งไปหมดทุกด้านขอรับ ทั้ง ๆ ที่ข้าเคยได้ยินว่าบุตรีของขุนนางล้วนแล้วแต่ถูกสอนให้เรียนศิลปะการดนตรีและงานบ้านงานเรือนมากกว่ามิใช่หรือขอรับ”

    “แล้วที่ข้าเป็นเช่นนี้เจ้าไม่ชอบงั้นหรือ”

    “ข้าชอบมากขอรับ ต่อไปยามที่ข้าเติบโตมีครอบครัว ข้าจะหาภรรยาเช่นมามี้ และสอนบุตรชายหญิงให้เก่งเหมือนมามี้ขอรับ”

    “อื่ม”

    หานลี่กันตอบเด็กชายก่อนจะใจลอยนึกถึงอดีตของตน ‘เมื่อก่อนฉันเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ ชอบเล่นกีฬาและรักเด็ก เมื่อเรียนจบจึงได้สมัครเป็นครู แต่ไม่คิดว่าจะไม่มีโอกาสได้สอนลูกของตัวเองเพียงเพราะ....ถูกชายโฉดกับหญิงชั่วนั่น….’ หานลี่กันถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะปลงกับสิ่งที่ผ่านมา

    “มามี้”

    “ว่าอย่างไร”

    “ทำไมวันนั้นมามี้เลือกที่จะช่วยข้า เลือกที่จะปกป้องข้าและเลือกที่จะอยู่ข้างข้า เด็กที่ทุกคนต่างกล่าวว่าเป็นดาวแห่งความโชคร้ายและเป็นตัวซวย”

    “เจ้าที่อยู่กับข้ามาเกือบปียังไม่รู้อีกหรือ เช่นนั้นก็จงอยู่และเรียนรู้ต่อไปก็แล้วกันว่าเพราะอะไร”

    หานลี่กันเอ่ยขึ้นก่อนจะแตะตัวหยางชุน และรีบว่ายหนีในทันที

    “นี่แนะ! เจ้าเป็น”

    “มามี้ขี้โกง”

    หยางชุนรีบว่ายน้ำตามหานลี่กันเพื่อจะแตะตัวนางคืน เสียงหัวเราะในสระบัวทำให้พ่อบ้านหยูที่ยืนแอบดูอยู่และอาซื่อที่ซุ่มดูอยู่ในเงาไม้ถึงกับอมยิ้มตาม จนเมื่อถึงเวลาทั้งสองจึงขึ้นจากน้ำ ขณะที่หานลี่กันและหยางชุนกำลังเดินกลับเรือนนั้น ทั้งสองได้พบเซวียอินที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับบ่าวรับใช้และหีบที่นำมาวางตรงหน้าทั้งสอง หานลี่กันจึงมองคุณหนูรองเซวียด้วยสายตาตั้งคำถาม ก่อนจะนั่งหน้าเรือนอย่างใจเย็น

    “นี่คือเงินที่ข้านำไปเก็บไว้ในตระกูลเซวีย ข้าได้นำมาคืนเจ้าแล้ว”

    “อ่อ เป็นเช่นนี้นี่เอง”

    หานลี่กันนั่งเช็ดผมให้หยางชุนโดยมิได้สนใจเซวียอินแม้แต่น้อย อาหมิ่นรีบเดินเข้าไปเพื่อรับหีบเงินนั้นแทนนายของตนในทันที

    “เจ้าจะไม่นับก่อนหรือ”

    “ในเมื่อคุณหนูรองเซวียนำมาคืนด้วยตัวเองเช่นนี้ ข้าก็คงไม่ต้องนับให้เสียเวลาหรอกใช่หรือไม่”

    “แน่นอนว่าต้องเป็นเช่นนั้น ข้าจะมาบอกเจ้าด้วยว่าข้าจะกลับจวนตระกูลเซวียแล้ว ที่นี่ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นหรือ.....ทำให้ข้าอยากอยู่ต่ออีกต่อไปแล้ว”

    “ก็ดี...เช่นนั้นข้าไม่ส่งนะ อาหมิงส่งแขก”

    หานลี่กันรีบพูดก่อนที่เซวียอินจะเปลี่ยนใจ ความจริงหญิงสาวได้ยินมาอยู่บ้างว่าเซวียอินนั้นได้ขายของของนางที่มีในเรือนไปจนหมด เพื่อนำเงินมาคืนจึงทำให้นางรู้สึกอับอายที่จะอยู่ต่อ แต่แม้จะขายไปจนหมดก็ยังไม่พอที่จะจ่าย หญิงสาวจึงได้กลับจวนตระกูลเซวียเพื่อนำเงินเก็บที่ตนเก็บไว้และขอเงินจากอนุจินมาใส่ให้ครบตามจำนวนที่ต้องคืน

    “อาหมิ่น เจ้าให้คนไปทำความสะอาดเรือนที่คุณหนูรองเซวียเคยอยู่ด้วย ข้ากลัวว่าความสกปรกจะยังคงอยู่”

    หานลี่กันตั้งใจพูดเสียงดังให้เซวัยอินที่ยังเดินไปได้ไม่ไกลนั้นได้ยิน หญิงสาวในอาภรณ์แดงบีบมือในแขนเสื้อไว้แน่นก่อนจะเดินลงส้นด้วยความไม่พอใจไปตามทางจนออกนอกจวน

    คล้ายกับเรื่องมามี้ของข้าไม่อ่อนโยน ที่คุณอ่าน