กำพร้า ณ ต่างโลก (อ่านฟรี)

    66 บ้านกำพร้าฮาโมนี่

    66 บ้านกำพร้าฮาโมนี่

    มันเป็นกลางเดือน 5 ปี 122 และบ้านกำพร้าเสร็จโดยฝีมือบุญมีและบุญมา

    วาโรให้เปิดข้างฮาโมนี่ตรงที่ผมอยากเปิด

    แม้การเอาบ้านกำพร้ามาอยู่คู่กับห้างมันไม่น่าใช่ความคิดที่ดีนัก แต่ผมก็ทำ

    เพื่อให้คนรู้จักบ้านกำพร้ามากขึ้น

    แต่วันนี้ผมไม่ได้รบกวนวาโรเพราะเมื่อต้องเปิดบ้านกำพร้า เธอรับจัดการเดินเรื่องให้เปิดได้อย่างถูกกฎหมายกับรัฐบาลเธออยู่หลายวัน

    วันนี้เป็นวันรับเหล่าพี่เลี้ยงและเด็กๆมาวาโรซีเมียเรีย

    โดรนโดยสารสำหรับหลายคนและสัมภาระ 15 กิโลมาถึง

    มันเป็นโดรนโดยสารแบบดีๆรุ่นแรก และมันใหญ่กว่าเครื่องบินเพราะต้องใช้ใบพัดเยอะ

    มันลงจอดที่หลังฮาโมนี่

    ตรงนั้นมีนากับผมใส่ชุดนักธุรกิจโลกนี้อยู่

    ผมอยากได้สูท แต่ผมยังไม่รู้ว่ามันจะเยอะไปหรือเปล่า

    เสียงโดรนมันเงียบมาก ดีที่ผมย้ำเรื่องนี้หนักกับผักชีและเธอรับผิดชอบตรงนี้ได้อย่างเร็ว

    ผมต้อนรับพี่โดโรเธีย, พี่วาเนสซ่า, ไอซิสสาวกึ่งงูที่เป็นพนักงานของบ้าน, และพี่อลิสที่กลับไปเก็บของวันเดียว

    ช่วงเวลาที่พี่อลิสอยู่ที่นี่ มันเป็นช่วงที่เธอเศร้าจากคนรักเก่า

    แต่เราอยู่กันเหมือนพี่เลี้ยงและน้อง ไม่ใช่แฟน

    แน่นอนเรายังไม่ได้มีอะไรกัน

    คนขับโดรนของศิโรที่ฝึกอยู่ 5 วันเพื่อผ่านหลักสูตรโดยไม่ตกเปิดประตูสำหรับผู้โดยสารของโดรน

    เขาไม่ใช่คนแรกของศิโรแต่เขาเป็นคนแรกที่ทำงานคนขับโดรนโดยสาร

    ผมยังไม่รู้ว่าจะเอาโดรนนี้ไว้ทำอะไร หลักๆ มันอาจจะใช้เพื่อขนส่งจดหมายของวาโรด้วยซ้ำ

    แต่เขาต้องเรียนเรื่องน่านฟ้าของวาโรซีเมียเรียก่อนก่อน

    ผมขึ้นโดรนไปรับคน เพราะเหมือนพวกเธอเข่าอ่อนไม่กล้าเดินลง

    “สวัสดี พี่โดโรเธีย, พี่วาเนสซ่า, ไอซิส, และพี่อลิสยินดีต้อนรับสู่วาโรซีเมียเรีย”

    ผมต้อนรับพี่เลี้ยงทุกคน

    ผมยิ้มแแย้มต้อนรับเด็กๆและแนะนำลูกเลี้ยงของผม

    “นี่คือเฟท ลูกเลี้ยงของผม”

    ผมแนะนำเฟทให้พวกเธอ และพวกเธอดูตกใจโดยเฉพาะพี่อลิส

    “มันลูกเธอ แต่ไม่ได้มาจากคนที่แต่งงานเหรอ?”

    “ไม่ใช่ เธอเป็นเด็กกำพร้าที่ออกจากบ้านกำพร้าก่อนวัยแล้วไม่มีที่ไปของนา”

    หลังพี่อลิสถาม แล้วผมตอบ พี่อลิสเหมือนโล่งใจ

    “เหมือนพี่จะกังวลกับเรื่องที่ผมจะรับพี่เป็นแฟนนะ พี่อยากพิสูจน์ว่าผมรักพี่ก่อนเข้าบ้านเหรอ”

    “ถ้าได้ก็ดีสิ แต่เธอดูหลงเสน่ห์เด็กใหม่อย่างไอซิสมากกว่า”

    “ถ้าอย่างนั้น พี่โดโรเธีย พี่วาเนสซ่า ไปพักในห้องรับแขกของบ้านกำพร้าฮาโมนี่ก่อน แบร์ เอาพวกไปส่งบ้านที”

    เมื่อผมได้ยินพี่อลิสผมก็ลงมือ ผมสั่งแบร์ให้ไปส่งพี่เลี้ยงกับเด็กคนอื่น เพราะที่มันพออยู่แล้วและมันรองรับเด็กๆอายุน้อยได้ เพราะตอนสร้างห้องตอนนั้นเรามีเฟท และเธออยู่บ้านเรา

    เมื่อเฟทอยู่กับคนอื่นเธอไม่เล่าถึงวิญญาณและพูดเรื่องเพื่อนซี้เธอแต่กับผมคนเดียว

    มีแค่หัวหน้าแผนกที่รู้

    ผมอยากให้เธอเรียนก่อนทำงาน แต่ผมไม่รู้ว่าเธอจะเลือกไปเรียนเป็นครู 3 ปีไหม

    หรือเธอจะลงมือทำงานเอาเงินเลย

    ผมต้องให้เธอเลือกและคิดเรื่องนี้ก่อน และใจผมมันหวั่นๆ

    มีลูกมันอย่างนี้นี่เอง เราอยากรับผิดชอบทุกอย่างที่ลูกทำเพราะเราเป็นผู้ปกครอง แต่บางเรื่องมันก็อยู่ที่ว่าเธอจะเลือกฟังเราหรือไม่

    เราเสนอได้ แต่ต้องให้เธอเลือกเอง

    เธอจะได้เป็นผู้ใหญ่

    ผมพาพี่อลิสขึ่นโดรนของผมแยก แล้วไปไปบ้านไปเข้าห้องห้องและเธอเดินเหงื่อตก

    “ธ่ะ, เธอจะทำอะไร”

    “พี่ก็รู้ว่าคนแสดงความรักยังไง สำหรับผู้ชายและผู้หญิง”

    “ฉันไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น! เรื่องนั้นฉันทวงเธออยู่แล้ว เพราะฉันจำครั้งแรกของเราได้ แต่เดี๋ยวพอซักพักเธอก็ทิ้งฉันเพราะเธอชอบอายุน้อยมากกว่า”

    “พี่คิดมากน่า ผมแก้ปัญหาแก่เกินมีลูกไปแล้ว เพราะผมมีหมอกับนักวิจัยเป็นเพื่อนผมและทำงานให้ผม เราชอบอย่างเดียวกัน และเราคิดคล้ายๆกัน”

    หลังพี่อลิสปฏิเสธ ผมพูดเรื่องมหัศศรีกับคิเซกิ

    มันเพราะผมเคยคุยเรื่องแนวคิดของเรากับพวกเขาก่อนเขาตัดสินใจทำงาน และเขาเลือกมากับผมแบบมาจริงไม่ทิ้งกัน

    เธอทำหน้าเลิ่กลั่กเหมือนไม่รู้จะไปต่อยังไง

    เราอยู่ในห้องของผม

    ผมเริ่มถอดเสื้อผ้าของพี่อลิส

    อุ! เซ็กซี่สุดๆ

    เป็นหนังสือการ์ตูนนะ ผมเลือดกำเดาพุ่งไปแล้ว

    แต่มันเป็นเรื่องจริง เรื่องที่กำลังจะเกิดมันเป็นเรื่องจริงๆที่ผมทำในโลก

    และมันเป็นเรื่องของความรัก

    มันทำให้ใจผมเต้นแบบหวั่นๆกลัวว่าสุดท้ายเธอจะปฏิเสธ เพราะเธอปฏิเสธได้ตลอด

    แต่เธอยังไม่พูดว่าไม่เอา

    ผมค่อยๆถอดเสื้อตัวเองให้ดูเซ็กซี่แบบที่ผมคิดมากที่สุด

    ผมเอามือบังไอ้นั่นเพราะผมคิดว่ามันเซ็กซี่กว่า

    เธอยอมให้ผมถอดเสื้อผ้าตอนแรกและเธอดูไม่เขินแต่แกล้งเขิน และนั่นเป็นสัญญาณที่ดีว่าเธอจะเอาจริงกับผม

    ผมอุ้มเธอไปที่เตียง

    ผมอุ้มเธอได้ด้วยมือเดียว เพราะเธอยังไม่มีกล้ามเนื้่อและไม่หนัก แต่ผมอุ้มสองมือ

    เธอหายอวบแล้วน่าจะหลังจากตอนเรามีอะไรกันครั้งแรก

    เธอลงทุนเปลี่ยนหุ่นตัวเองเพื่อผม

    ผมวางเธอลงเตียงและเริ่ม



    “ตอนที่ฉันน้ำฉีดมันคืออะไร? เธอเรียนหมอไม่ใช่เหรอ?”

    “ผมไม่จบ แต่มันคือการถึงจุดสุดยอด หรือน้ำแตกของผู้หญิง”

    เมื่อเธอถามผม ผมก็ตอบให้เธอหายสงสัย

    “เดี๋ยว ก่อนใส่อีกครั้ง… สัญญาว่าจะรักจริง ฉันจะถามเธอได้ตลอดมั้ย? เธอว่างคุยกับฉันตลอดมั้ย?”

    “ผมมีงานที่รับผิดชอบหลายเรื่อง เรื่องเวลาตอบพี่ผมอาจรับปากไม่ได้ว่ามันจะเร็วแต่เราถามกันได้เสมอครับพี่อลิส ไม่ต้องเป็นห่วง”

    เมื่อเธอเตือนแล้วผมตอบตรงๆ เธอพยักหน้า แต่มันเหมือนเธอมีเรื่องกังวลมากกว่านั้น

    “จะรักฉันจนฉันอายุเท่าไหร่”

    “ไม่สัญญาตัวเลขเพราะมันจะตลอดกาล ถ้ารักกับผม ถ้าไม่บอกผมว่าเลิกรักกัน ผมไม่เลิกรักกัน ผมเอาจริงกับทุกคำที่พูด”

    เธอพยักหน้าแล้วสูดหายใจเหมือนก่อนเราต่อสู้

    “ก็ได้ เราจะรักกัน ต่อจากนี้ ฉัน เป็นของเธอ วารี”

    “ครับอลิส”

    “มีรุ่นน้องไม่เรียกพี่แล้วเขินอ่ะ! ไม่เอาๆ”

    “ครับๆ พี่อลิส”

    “แบบนั้นค่อยหล่อกว่าหน่อย”

    “เรื่องอายุไม่เท่ากันผมมีทางออกถ้าพี่คิดรักผมตลอดไป แต่ไม่แน่เพราะต้องรอเพื่อนหมอกับนักวิจัยแก้ได้อยู่ แต่พวกเขาแก้เรื่องนี้กันทุกวัน”

    “เรื่องแบบนั้นไม่มีใครทำได้หรอกน่า”

    หลังเธอชมผม ผมบอกเรื่องดีๆ แต่เธอไม่เชื่อ

            เธอทนทานเพราะผมดู​จากสีที่ดำมากเพราะถูกดูดเยอะโดยเด็กที่เธอเลี้ยง

    ใจเธออาจคิดอย่างนั้น แล้วจินตนาการว่าคนดูดเยอะๆเลยดำร่างกายเธอถึงเปลี่ยน

    แสดงว่าเธอคิดว่าเธอต้องสีนี้และสีนี้เท่านั้นมันเลยดำ

    โลกนี้ดีจัง เราเลือกสีอวัยวะภายในตัวได้

    แต่คนคงไม่เลือกให้ตัวเองจินตนาการจริงจังเพื่อเปลี่ยนตัวเอง

    แบบนั้นคงมีแต่คนไม่ค่อยเต็ม

    ผมแต่งตัวพี่อลิสเพราะเธอเดินไม่ไหวแล้วจะอุ้มเธอขึ้นหลัง

    “อย่าถึงขนาดนั้นเลย ฉันเดินได้ เดี๋ยวฉันทำให้ดู”

    เธอใจถึงและอยากเดินเองมากกว่า

    เข่าเธออ่อนๆ มันทำให้เธอต้องเดินเปิดเผยว่าเรามีอะไรกันเพราะผมสร้างรอยที่คอไว้

    “พี่เป็นของผมแล้วจะขี่หลังผมเมื่อไหร่ก็ได้น่า”

    “ฉันอยากเป็นผู้ใหญ่!”

    เมื่อผมบอกพี่อลิส เธอก็บอกความในใจมา

    “ถ้าอย่างนั้นก็เดินอย่างนั้นแหละ พี่เป็นของผมแล้ว”

    “รับผิดชอบดีนี่ วารี”

    เธอพูดเหมือนพี่โดโรเธียทุกอย่าง

    เธอสนิทกันหรือ? ผมเอาพี่เลี้ยงมาสามคน แต่ผมว่าจะให้พี่โดโรเธียเป็นหัวหน้าแผนกเลี้ยงเด็ก

    แต่ผมมั่นใจกับตัวเอง และจะทำในสิ่งที่คิด

    ผมจูงพี่อลิสที่เดินขาสั่นและมีรอยรักเปิดเผยออกจากห้อง

    ผมขึ้นโดรนกลับไปบ้านกำพร้า

    ผมเดินไปห้องรับแขกแล้วไปเจอกับพี่เลี้ยงสามคนที่เหลือในบ้านกำพร้าของผม

    มันมีคนมองเราเยอะ โดยเฉพาะเหล่าแม่บ้านที่มองพี่อลิสแล้วกระซิบกัน

    “มันเร็วกว่าที่คิดนะ นึกว่าเพิ่งได้เจอจะนานกว่านี้ซะอีก”

    “อย่าแซวผมสิ พี่โดโรเธีย”

    “ฮ่าฮ่าฮ่า”

    หลังผมให้พี่โดโรเธียหยุด เธอก็หัวเราะสวน

    “แหมทำร่องรอยมาด้วยนะ คิดอย่างดีว่าไม่เขินแล้วสิเนี่ย”

    “ปรกติผมไม่ค่อยทำนะ แต่วันนี้มันอยากอ้ะ”

    หลังพี่โดโรเธียแซวอีก ผมก็พูดถึงรอยที่บางทีผมทำตอนเผลอเพราะเซ็กส์มันดี

    ผมเดินนำเข้าบ้านกำพร้า

    “ยินดีต้อนรับสู่บ้านกำพร้าฮาโมนี่สาขาหลัก”

    เราเข้าสู่ห้องแรกที่มีโซฟาดีๆสำหรับห้าคนนั่งและจุคนได้ 20 คน

    ถ้าคนบริจาคมาเยอะ ก็พาคนมาประชุมพร้อมพี่โดโรเธียได้

    มันทำให้ห้องกว้าง แต่ผมคิดว่าไม่มีปัญหา

    มันมีของเล่นเด็กเป็นตู้กดเกมไม่ค่อยสนุกอยู่ด้วย

    มันจะเอาไว้ให้เด็กๆเล่น ถ้าพี่โดโรเธียอยากให้เด็กๆ อยู่ด้วย

    เราจะเปิดเผยรายได้ และทำเป็นบ้านกำพร้าให้ดีที่สุด

    ผมไม่รู้ว่ามันเป็นหลังที่เท่าไหร่ ของวาโรซีเมียเรีย

    แต่เราจะเป็นที่แรกที่เปิดเผยทุกอย่าง และโฆษณาว่าเด็กที่ดีของเราไปทำอะไรต่อ

    ผมว่าจะให้เฟทมาโตปีสุดท้ายที่นี่

    “นี่คือห้องรับแขก โซฟาเอาไว้คุยต้อนรับคนจะมาบริจาค เด็กจะมาเล่นก็ได้ หรือจะไม่ให้เข้ามาก็ได้แล้วแต่พี่โดโรเธีย และพี่โดโรเธียจะบริหารที่นี่ พวกพี่ที่เหลือจะเป็นพนักงานและได้ค่าจ้างแบบที่คุ้มกับการทำงาน”

    พี่โดโรเธียกับไอซิสจด แต่สองคนที่เหลือคงจะใช้จำเอา”

    “นี่คือตู้เกมเอาไว้ให้เด็กๆเล่น มันทำมาไม่ค่อยสนุกและไม่ติดเพื่อให้น่าเล่นสำหรับเด็ก มันสมควรต้องถูกผู้ใหญ่คุมเวลาเล่น”

    ผมเดินไปตู้เก็บของเล่น

    “นี่ตู้ของเล่นแบบที่ให้คนของผมช่วยกันผลิต ถ้่ามีบางอย่างที่ไม่คิดว่าดีก็เอาออกได้”

    พี่เลี้ยงพยักหน้า

    เราเดินเข้ามาถึงห้องเด็กๆ

    เด็กๆจะนอนสามคนห้องหนึ่ง ห้องจะเป็นห้องสามเตียงทุกห้อง

    และเราจะหาคนมาหรือจัดคนสุดท้ายที่จะไม่มีเพื่อนเป็นเพื่อนร่วมห้องสองคนแทน 

    “ห้องจะเป็นห้องแบบนี้”

    “มีสามเตียงเหรอ? มันใช้พื้นที่เยอะไปสำหรับฉัน ถ้าฉันสร้างที่นี่เอง ฉันคงไม่มีปัญญาทำ”

    พี่โดโรเธียดูถูกตัวเองว่าทำไม่ได้แต่ผมส่ายหน้า

    “พี่อาจไม่คิดอย่างนั้นเพราะพี่คิดว่าตัวเองแก่ ไว้พี่คิดใหม่ว่าตัวเองยังสาวพี่จะทำได้”

    เธอถอนหายใจเหมือนผมพูดโกหก แต่ผมคงให้เธอเชื่อเรื่องที่ผมสัญญากับสองหมออะไรไม่ได้และผมล้มเลิกความคิด

    เธอแค่ต้องเปลี่ยนมาเชื่อผม

    “นี่ห้องน้ำ มันมีห้องน้ำแยก 5 ห้องและห้องน้ำรวมที่มีอ่างน้ำร้อน

    “หรูกว่าฉันเคยอยู่อีก เด็กที่นี่คงเป็นเด็กดีแน่”

    ถ้าพี่เลี้ยงอย่างพี่วาเนสซ่าคิดอย่างนั้นก็ดี

    เธอจะได้เชื่อมั่นในบ้านและตัวเด็กๆ

    “ที่หน้าบ้านมี่ที่โล่งที่วิ่งเล่นและออกกำลังกายได้ พี่เลี้ยงจะเป็นคนคุมเรื่องเวลา และเราจะจ้างพี่เลี้ยงคนเฝ้าดู​ระวังเด็กเดินออกจากเขตบ้านตลอด และสอนออกกำลังกายกับสอนเล่นได้”

    ผมคิดจ้างพี่เลี้ยงเพิ่ม เรื่องนี้มันแน่นอนอยู่แล้ว

    คงไม่มีใครมี้เสน่ห์เหมือนไอซิสอีก

    แต่เมื่อผมถามพี่โดโรเธีย ผมได้รู้ว่าเธอเพิ่ง 19 เอง

    แต่มันไม่เปลี่ยนที่ผมหลงเธอ เพราะเราไม่ได้รู้จักกันมาก่อน และเธอมีเสน่ห์จริงๆ

    ผมแนะนำห้องเก็บของและห้องสอนเด็ก

    และมันมีคาเฟ่เล็กๆหลังบ้านที่จะจ้างคนอบขนมปังแจกเด็กๆ

    “หลังบ้านจะมีห้องทำขนมปัง อ่ะนี่ตัวอย่าง อันนี้เอแคล์ ขนมมีใส้ ขนมปังชนิดหนึ่ง หรือขนมอบชนิดหนึ่ง”

    ทุกคนลองกินเอแคลร์ ขนมปังชนิดหนึ่ง หรือขนมอบชนิดหนึ่ง และสีหน้าเปลี่ยนเป็นเบิกบานขึ้นมาทันที

    “เด็กๆอยากกินอะไรจะสั่งเอาเพื่อฝึกความอดทนเพราะขนมแบบนี้ใช้เวลาทำนาน วันนึงจะมีเมนูแจกฟรี และเด็กอยากลองชิมอะไรก็ชิมได้ทุกวัน ขนมปังประกอบไปด้วยข้าวสาลีกับอื่นๆ”

    หลังทุกคนกินเอแคลร์สุดแสนอร่อยบินได้ของพี่คุมะทุกคนก็อื้อหืออ้าหากับความคิดนี้

    มันเป็นความคิดที่เสียงตอบรับดีที่สุดสำหรับเหล่าพี่เลี้ยง

    “มันมีห้องครัวสำหรับทำอาหารทุกแบบ”

    หลังดูครัวอย่างดีพี่อลิสก็ยิ้มแย้มตาวาวเหมือนถูกใจกับเรื่องนี้ที่สุด

    ไอซิสยกมือเหมือนกล้าๆกลัวๆที่จะคุยกับผม

    เธอเห็นผมเป็นคนใหญ่โตเกินไปหรือ?

    ไม่แน่

    “มีอะไรครับไอซิส?”

    “ที่นี่เป็นของใคร พี่โดโรเธียหรือคุณ?”

    จริงๆด้วย เธอเปลี่ยนการเรียกชื่อผมเป็นคุณ

    แสงชีวิตในดวงตาเธอก็หายไปด้วย มันเหมือนมีคนบังคับให้เธอยอมเสียตัวให้ผมแต่เธอไม่อยากทำมากๆ

    “คิดผิดแล้ว”

    ผมรีบบอกเธอก่อนเธอคิดอย่างนั้นนาน และตาเธอเปลี่ยนเหมือนที่ผมบอกจริงๆ เพราะเธอเชื่อผมง่ายหรือ? หรือเธอเชื่อคนใหญ่คนโตง่าย

    เรื่องนั้นผมคงไม่รู้

    แต่ผมชอบเธอ และผมชอบไปแล้ว

    ผมอยากให้เธอรู้ว่าถ้าเธอไม่เอาผม ผมจะไม่เอาเธอ

    “ไม่มีใครจะมาบังคับให้เธอต้องนอนกับฉัน ถ้ามีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น มาบอกกับฉัน”

    “โห่ ฉันอดเลย ฉันว่าจะสร้างฮาเร็มซักหน่อย”

    “หา? ฮาเร็มเหรอ? พี่โดโรเธียเนี่ยนะ”

    พี่โดโรเธียจะแซวดีๆใส่ผม แต่เหมือนไอซิสเชื่อคนเหนือกว่าอย่างพี่โดโรเธียง่ายไป

    “เหมือนวารีไง”

    แต่เธอแก้เกมตัวเองได้อย่างเก่งกาจจบสวยเธอบอกไอซิสแล้วว่าผมมีฮาเร็ม

    ถ้าเธอแซวเก่งขนาดนี้เมื่อแก่ ผมไม่ต้องห่วงเรื่องการให้เธอมาเป็นหัวหน้าแผนกเลี้ยงเด็ก

    เพราะถ้าเธอเป็นเสือ เธอเป็นเสือมีลาย

    ผมเอาเปอร์เซ็นต์ 5 เปอร์เซ็นต์ที่เผื่อไว้ไม่เชื่อใจเพราะยังไม่รู้ออก และผมเชื่อใจแผนกเลี้ยงเด็ก 100%

    และความคิดมันจะเป็นจากผมปรึกษากับที่โดโรเธียเท่านั้น ก่อนความคิดของผมจะไปถึงเด็กๆ

    มันจะไม่มีเรื่องผิดๆสำหรับเด็กๆ

    แต่เราต้องค่อยๆเติบโตเพราะมันเพิ่งเปิด

    ผมไม่รู้ว่าคนจะเลือกเรามั้ยเพราะเราเพิ่งเปิดใหม่ แต่เราจะดีแบบฮาโมนี่ให้ได้

    “มันมีส่งเด็กไปเรียนก่อนทำงานถ้าเด็กอยากเรียนและรักเรียนมากกว่านะ เราจะคัดจากคะแนนการเรียนว่าเด็กหลอกหรือไม่หลอก”

    พี่โดโรเธียพยักหน้าและเห็นด้วยกับเรื่องนี้อย่างเร็ว

    แต่พี่อลิสยกมือ

    “เงินเธอจะเหลือเหรอ? มันใช้เงินเยอะมากนะ การกส่งคนไปเรียนน่ะ”

    “ผมเคยเรียนระดับสูงๆแต่ผมเบื่อก่อนแล้วไม่เอาจริงเพราะอยากทำงาน แต่เรื่องเงินผมไม่น่ามีปัญหาเพราะปีนึงส่งมากสุดไม่ถึง 10 คน”

    เมื่อผมชี้แจงเรื่องเงินพี่อลิสก็เหมือนโล่งใจที่ผมชี้แจง

    ไอซิสยกมือเหมือนได้ทีเล่นงานผมแล้ว

    “แล้วเด็กจะต้องทำอะไรให้คุณ?”

    “ไม่ทำอะไรทั้งนั้น เราจะให้เด็กเห็นงานของฮาโมนี่ทุกสายงานอย่างเดียว และเลือก ถ้าอยากทำงานให้เราก็ต้องได้ทำแบบที่อยากทำ แบบที่อยากได้เงิน”

    “อุ่”

    เธอเหมือนไม่มีช่องโจมตีผมแล้วและหน้าเหมือนเจ็บใจ

    ทำไมเธอคิดร้ายกับผมจัง เพราะรอยจากคอของพี่อลิสหรือ?

    มันคงเป็นอย่างนั้นแหละ แต่ผมจะไม่ปิดบังว่าผมมีอะไรกับพี่อลิส

    ผมเป็นคนเปิดเผย

    “อีกอย่าง ที่ห้องพี่เลี้ยงทุกคนมีกล้องสำหรับถ่ายทอดสดภาพปัจจุบันของห้องที่เด็กอยู่แต่ละห้อง แม้หน้าบ้าน เพื่อให้เหล่าพี่เลี้ยงช่วยกันเป็นหูเป็นตา แต่ห้องพี่เลี้ยงไม่มีกล้องเพื่อให้พี่เลี้ยงอยู่ส่วนตัว”

    มันสำหรับพี่โดโรเธียและพี่วาเนสซ่า

    “ฉันไม่เคยเห็น”

    “วีไปหน้ากล้องนั้นแล้วโบกมือที”

    เรื่องหนึ่งที่ผมไม่ค่อยพูดคือคนรักผมทั้งหมดอยู่ด้วยวีโบกมือให้กล้องและพี่โดโรเธียเห็น ผมให้วีไปโผล่ในกล้องใหัพี่โดโรเธียเห็น

    เธอทำหน้าเหมือนไม่เชื่อสายตาและมองขยี้ตาสลับไปวาระหว่างวีกับกล้อง

    “ระหว่างที่ฉันแก่ ยุคมันเปลี่ยนไป”

    “ใจเย็นน่า ผมแก้เรื่องนั้นได้อยู่ ผมสัญญา”

    ผมสัญญากับพี่โดโรเธียเล่นๆ และยื่นนิ้วก้อยไปให้เธอเกี่ยว

    ผมว่าเธอคงไม่เกี่ยวก้อยเพราะมันเป็นสัญญาเกี่ยวก้อย

    แต่เธอเกี่ยวก้อยผมแล้วผมเปิดตากว้างที่เธออยากเปลี่ยนตัวเอง

    “สัญญาแล้วนะ วารี เสร็จฉันล่ะ”

    “แน่นอน พี่โดโรเธีย”

    เราดูบ้านกำพร้ากันเสร็จแล้วพาเด็กๆไปรวมโต๊ะในห้องอาหารของฮาโมนี่แล้วกินอาหารหลายแบบของคุมะ

    พี่อลิสกินเหมือนโกรธที่ตัวเองทำได้ไม่อร่อยเท่าพี่คุมะ

    เรายิ้ม หัวเราะ เอ็นดูเด็กๆ เด็กๆเล่นกัน คุยกันเสียงดัง และเหมือนได้กินดีๆและปลดปล่อยเป็นครั้งแรก

    ผมรับผิดชอบการเลี้ยงเด็กแล้ว

    ผมต้องคิดเรื่องการศึกษาที่ดีสำหรับคนอายุ 15 อีก

    แต่พี่โดโรเธียรับผิดชอบเรื่องการศึกษาของเด็กแล้ว

    เธอให้เราศึกษาแบบไม่เสียเงินเพราะพี่เลี้ยงสอน

    ผมต้องหาพี่เลี้ยงจบครูมาช่วยสอน แต่มันไม่น่าจะหายาก

    น่าจะมีคนทำงานสอนเด็กเก่งๆอยู่แล้ว นาจะหาได้ง่าย

    ผมยิ้มให้วันเปิดบ้านกำพร้าของผม