เสวียนเทียนชิงโคจรปราณแท้รอบหนึ่งใช้เวลาเท่าไหร่เชียว?ไม่คาดคิดใน่เวลาสั้นๆเขากลับกลั่นปราณพิสุทธิ์ไพรศาลออกมาได้แล้วก่อนหน้านี้ฟู่หยงจิ้นไม่ใช่กล่าวว่ามันยากหรอกหรือ? แล้วเหตุใดจึงเป็เช่นนี้ได้เล่า? เสวียนเทียนชิงทั้งกังวลทั้งมีคำถามอยู่เต็มหัวไปหมด
อย่างไรก็ตามหลังจากสำรวจปราณแท้เรืองรองกลุ่มนั้นจนมั่นใจว่าไม่มีอันตรายและเป็ไปตามที่ตำรากล่าวไว้เสวียนเทียนชิงก็เลิกสนใจมันและเริ่มฝึกฝนต่อในเมื่อสามารถผ่านก้าวแรกมากได้แล้วที่เหลือก็ไม่มีอะไรยากวิชาปราณเช่นนี้จะฝึกสำเร็จตอนไหนก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น!
เวลาทั้งวันผ่านไปอย่างรวดเร็วเสวียนเทียนชิงโคจรปราณแท้ได้เพียงสิบรอบตามแบบแผนของตำราปราณเท่านั้นอย่างไรก็ตามการโคจรปราณแท้สิบรอบนี้ล้วนสามารถกลั่นปราณพิสุทธิ์ไพรศาลได้หนึ่งในร้อยส่วนแล้ว!หากอิงตามเวลาเช่นนี้โดยไม่มีอะไรผิดพลาดเสวียนเทียนชิงจะฝึกวิชาปราณพิสุทธิ์ไพรศาลขั้นแรกสำเร็จในร้อยวันส่วนเื่ที่ทำไมเขาถึงฝึกได้ง่ายดายเช่นนี้เสวียนเทียนเลิกคิดไปนานแล้วในเมื่อได้ผลลัพธ์ที่ดีใยต้องไปเสียเวลากับมันเล่า?
ตะวันคล้อยสนทยาเยือนฟู่หยงจิ้นก็ปรากฏตัวอีกครั้งที่ยอดเขามองเห็นเสวียนเทียนชิงกำลังลังนั่งมองฟ้าทอดสายตาเหม่อลอยอยู่ก็ทำให้ชายชราผู้นี้อดขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้นี่แค่วันแรกก็ย่อท้อจนมานั่งเหม่อลอยเสียแล้ว? ถึงแม้ว่าวิชาปราณพิสุทธิ์ไพรศาลจะยากจริงๆแต่เ้าหนูนี่ไม่ถอดใจเร็วเกินไปหน่อยไหม?
“ไอ้หนู!เ้าจะหย่อนยานเกินไปหน่อยไหม? เ้าคิดว่าข้ากำลังเล่นขายของกับเ้าหรือไง?”
ฟู่หย่งจิ้นแค่นเสียงกล่าวออกมาด้วยความไม่พอใจเสวียนเทียนชิงที่กำลังคิดเรื่อยเปื่อยอยู่ก็พลันหันกลับมามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าสับสนนี่ไม่ใช่ว่าเขาไม่้าฝีกปราณต่อแต่เขาไม่สามารถทำได้แล้วต่างหากหลังจากโคจรปราณแท้ครบสิบรอบเสวียนเทียนชิงก็ไม่สามารถฝืนโคจรรอบที่สิบเอ็ดได้แล้วหากฝืนทำต่อเขาต้องาเ็ภายในแน่นอนดังนั้นเขาถึงได้มานั่งรอฟู่หยงจิ้นอยู่เช่นนี้หากจะโทษก็ต้องโทษที่ตาเฒ่านี่มาช้าถึงจะถูกสิ!
“ผู้าุโเข้าใจข้าผิดแล้วข้าเองก็ไม่รู้สาเหตุเหมือนกันแต่หลังจากโคจรปราณแท้ตามตำราครบสิบรอบข้าก็ไม่อาจฝึกต่อได้อีกข้าลองไปแค่นิดเดียวอวัยวะภายในก็ได้รับผลกระทบจนเกือบจะาเ็แล้วดังนั้นข้าจึงได้แต่มานั่งรอท่านอยู่เช่นนี้ขอรับ”
เสวียนเทียนชิงแบมือกล่าวออกมาอย่างช่วยไม่ได้ส่วนฟู่หยงจิ้นก็ยิ่งขมวดคิ้วเข้าไปใหญ่ปัญหาที่เสวียนเทียนชิงเจอนั้นไม่ใช่เื่แปลกเสวียนเทียนชิงฝึกเมฆากมลจนบรรลุขั้นแรกแล้วก็จริงแต่กายเนื้อของเขากลับอ่อนปวกเปียกนักดังนั้นฟู่หยงจิ้นเองก็คำนวนไว้แล้วว่าอย่างมาเขาก็ฝึกโคจรปราณแท้ได้แค่สิบรอบเท่านั้นนี่คือขีดจำกัดทางด้านกายเนื้อของเขาในตอนนี้
อย่างไรก้ตามสิ่งที่ฟู่หยิงจิ้นไม่คาดคิดก็คือเสวียนเทียนชิงจะสามารถโคจรปราณแท้ได้ถึงสิบรอบั้แ่วันแรกต่างหาก!เื่เช่นนี้ชนาดเหล่าอัจฉริยะบนสะพานฟ้ายังมีไม่กี่คนที่ทำได้!หรือว่าเ้าเด็กนี่จะกำลังคุยโว?แต่หากเป็เช่นนั้นก็ไม่ควรรู้ขีดจำกัดสิบรอบถึงจะถูก
ฟู่หยงจิ้นมองเสวียนเทียนชิงด้วยสายตาจริงจังแต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเขาออกแรงช่วยเสวียนเทียนชิงคราวนี้ก็เพราะทำตามประสงค์หญิงสาวคนนั้นอีกอย่างความสัมพันธ์ของเขากับเสวียนอู่หยางก็ไม่เลวด้วยหากเสวียนเทียนชิงเกลียดคร้านก็ถือว่าเขาละทิ้งโอกาศไปเองฟู่หยงจิ้นมีหน้าที่สั่งสอนอีกฝ่ายตามแผนที่วางไว้เท่านั้นก็พอแล้ว
“เ้าจะฝึกได้แค่ไหนก็สุดแล้วแต่ตัวเ้าเองเถอะจำไว้ว่าเ้ามีเวลาแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น!”
ฟู่หยงจิ้นกล่าวอย่างราบเรียบก่อนจะเริ่มฝึกกายเนื้อให้กับเสวียนเทียนชิงการฝึกกายเนื้อของขั้นเบิกิญญานั้นย่อมไม่ธรรมดาทั่วไปถึงเสวียนเทียนชิงจะไม่ได้มีกายเนื้อเลิศล้ำอะไรแต่ฝึกฝนมาถึงขั้นนี้ผ่านวันคืนนับปีกายเนื้อย่อมถูกปราณแท้กลั่นหลอมจนแข็งแกร่งระดับหนึ่งแล้ว
“ฝึกกายเนื้อมีอยู่ด้วยกันสามวิธีวิธีแรกคือฝึกตามตำราแต่ข้าไม่มีสิ่งนี้ให้เ้าส่วนวิธ๊ที่สองก็คือการชะล้างด้วยของวิเศษซึ่งข้าเองก็ไม่มีให้เ้าเช่นกันดังนั้นเ้าทำได้เพียงฝึกตามวิธีที่สามเท่านั้น”
“แล้ววิธีที่สามต้องทำเช่นไรเล่าขอรับ?”
เสวียนเทียนชิงพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้ากังวลฟู้หยงจิ้นไม่ได้เป็อะไรกับเขาการที่ช่วยมาขนาดนั้นก็นับว่าเกินพอแล้วเพียงแต่วิธีที่สามที่เขาพูดถึงเสวียนเทียนชิงรู้สึกว่าต้องมีอะไรแปลกๆแน่นอนยิ่งพอหลังจากถามออกไปแล้วเห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของฟู่หยงจิ้นก็ทำให้หนังหัวของเขาชาหนึบทันที
“วิธีที่สามเป็วิธีที่เรียบง่ายที่สุด...ก็คือการถูกทุบตีอย่างไรเล่า!”
หลังจากนั้นตลอดืทั้งคืนก็มีเสียงกรีดร้องดังก้องไปทั้งหุบเขาฟู่หยงจิ้นเป็เหมือนช่างตีดาบส่วนเสวียนเทียนชิงก็คือแร่ดิบที่ต้องผ่านการหลอมแน่นอนว่าฟู่หยงจิ้นไม่ได้ทุบตีเสวียนเทียนชิงเฉยๆแต่เขาให้ชายหนุ่มหาวิธ๊โจมตีเขาให้โดนสักครั้งภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนยิ่งไปกว่านั้นในมือของฟู่หยงจิ่นคือไผ่สามท่อนอันหนึ่งซึ่งเสวียนเทียนชิงไม่รู้ว่าเป็ของวิเศษชั้นยอดทุกครั้งที่ไผ่สามปล้องในมือฟู่หยงจิ้นตีออกไปไม่ว่าจะกระทบส่วนไหนของร่างกายเสวียนเทียนชิงก็เปรียบเสมือนค้อนวิเศษที่ทุบลงไปเพื่อสร้างยอดศาสตราวุธ!
และแล้วการใช้ชีวิตของเสวียนเทียนชิงตลอดหนึ่งเดือนในศาลากล้วยไม้ราตรีก็ดำเนินไปเช่นนี้เอง...กลางวันฝึกปราณส่วนกลางคืนก็ถูกฟู่หยงจิ้นทุบตี!
สิบวันแรกเสวียนเทียนชิงบอบช้ำจนเกิดความไม่พอใจต่อฟู่หยงจิ้นขึ้นมาเล้กน้อยทว่าพอผ่านไปอีกสองวันผลจากการลงมือของฟู่หยงจิ้นก็เริ่มปรากฏให้เห็นทีแรกเสวียนเทียนชิงยังไม่เข้าใจแต่ไม่นานเขาก็รู้สึกตัวว่าาแจากการถูกทุบตีนั้นฟื้นฟูอย่างรวดเร็วทั้งร่างกายของเขายังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆสรุปแล้วนอกจากฝีมือของฟู่หยงจิ้นแล้วเขายังมองออกว่าไผ่สามปล้องที่ตีเขามาตลอดหลายวันนี้ไม่ใช่ของธรรมดา!
‘พอสังเกตดูให้ดีถึงจะััได้ไผ่สามปล้องนั่นเป็ของวิเศษจริงๆเสียด้วยทุกครั้งที่ตีข้ากลับไม่ได้ทิ้งไว้เพียงรอยแผลแต่ยังมีปราณทิพย์หลงเหลืออยู่ด้วย!’
ท้ายที่สุดแล้วเสวียนเทียนชิงก็ทำได้เพียงกัดฟันทนไปเช่นนี้เองหากพูดถึงความลำบากที่เขาต้องเผชิญกับฟู่หยงจิ้นแล้วการที่กายเนื้อของเขาแข็งแกร่งขึ้นก็ไม่ได้นับว่าน่าดีใจเท่าไหร่นักสิ่งเดียวที่ทำให้เสวียนเทียนชองสุขใจขึ้นมาได้ก็คือยิ่งเวลาผ่านไปเขาก็ยิ่งโคจรปรารแท้ได้มากขึ้นเรื่อยๆพอผ่านไปครึ่งเดือนตอนนี้เขาโคจรปราณแท้ได้วันละสิบห้ารอบแล้ว!
ระหว่างที่เสวียนเทียนชิงเก็บตัวเงียบอยู่ในศาลากล้อยไม้ราตรีนั้นที่โลกภายนอกก็ไม่ได้สงบเช่นเดียวกันคนเหล่านี้ไม่ได้เพียง้าขัดขวางเสวียนเทียนชิงกลับเมืองหลวงแต่ยังหมายมั่นจะสังหารเขาให้ได้ด้วย! โดยเฉพาะตอนนี้ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ร้อนรนจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว!
เพล้ง!
ในจวนอ๋องตอนนี้ท่านอ๋องน้อยฉินลู่ป๋อเริ่มอาละวาดอีกแล้วถ้วยชาถูกปาลงพื้นด้วยความโมโห เขาสั่งการลงไปให้คนเ่าั้จัดการเสวียนเทียนแต่นี่ผ่านมาครึ่งเดือนแล้วกลับยังไม่คืบหน้ากระทั่งเงาของเสวียนเทียนชิงพวกเขาก็ยังไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ! อีกอย่างเ้าเสวียนเทียนชิงนั่นไม่คิดจะกลับเมืองหลวงแล้วหรือไง?เขากำลังทำอะไรอยู่ในศาลากล้วยไม้ราตรีกันแน่?
หลังจากข้างปาของไปอีกไม่น้อยฉินลู่ป๋อก็สูดหายใจเข้าลึกสงบจิดใจลงสีหน้าของเขากลับมาเ็าอีกครั้งก่อนจะเดินไปหยิบกระบี่ทองแดงมามองดูอยู่หนึ่งสุดท้ายเขาก็กัดฟันแน่นดวงตาเผยจิตสังหารเย็นเยียบออกมา
“เ้านำกระบี่เล่มนี้ไปส่งให้สำนักคุมกฎบอกพวกเขาว่าข้า้าชีวิตของเสวียนเทียนชิง!”
ฉินลู่ป๋อกล่าวเสียงเข้มส่งกระบี่ทองแดงให้กับข้ารับใช้ชรายามนี้สีหน้าของข้ารับใช้ชราตื่นตระหนกเป็อย่างยิ่งแต่เมื่อเห็นสายตาของฉินลู่ป๋อเขาก็ได้แต่ตัวสั่นงกๆรับกระบี่ทองแดงเอาไว้เื่นี้หากสำเร็จก็ดีไปแต่หากล้มเหลวเกรงว่าท่านอ๋องจะต้องเอาเขาตายแน่!
อีกด้านหนึ่งเสวียนเทียนชิงยังคงฝึกอยู่บนยอดเขาจำลองตอนนี้ลู่หยากับชิงเหนียวออกจากการปิดด่านทะลวงขั้นแล้วหญิงสาวทั้งสองนั้นสมกับเป็อัจฉริยะที่ตระกูลเสวียนชุบเลี้ยงไว้จริงๆพวกนางล้วนทะลวงระดับปรมาจารย์ขั้นสองกันทั้งคู่ ตระกูลเสวียนส่งพวกนางมาคอยติดตามคนสำคัญอย่างเสวียนเทียนชิงนับว่ามองการได้ขาดยิ่งนักอีกอย่างพอชิงเหนียวพบกับฟู่หยงจิ้นก็สามารถยืนตัวตนของอีกฝ่ายได้ทันทีทำให้หลายวันมานี้เสวียนเทียนชิงสามารถทุ่มเทสมาธิให้กับการฝึกได้มากขึ้น
สองสาวรับใช้มองดูผู้เป็นายอย่างสงสารและกังวลอยู่ได้ไม่กี่วันศาลากล้วยไม้ราตรีในที่สุดก็เกิดเื่ขึ้นจนได้วันนี้เสวียนเทียนชิงยังฝึกฝนอยู่บนยอดเขาโดยไม่เื่อะไรแต่ว่าที่ตำหนักหน้าของศาลากล้วยไม้ราตรีกำลังวุ่นวายกันยกใหญ่แม้แต่ตัวท่านหญิงลั่วเองก็ยังต้องออกมารับหน้าด้วยตัวเองเพื่อไกล่เกลี่ยงเื่นี้
ท่านหญิงลั่วยืนอยู่ในตำหนักหน้าสามชุดคลุมยาวปิดบังร่างกายอันเย้ายวนใบหน้าครึ่งล้างมีผ้าปิดเอาไว้สายตาของนางจ้องมองไปยังผู้มาเยือนด้วยสายตาเ็าทว่าแม้เป็นางก็ยังไม่อาจหยุดแขกที่ไม่ได้รับเชิญกลุ่มนี้เอาไว้ได้หากเป็แค่สำนักคุมกฏย่อมไม่กล้าล่วงเกินนางเช่นนี้แต่ว่าในมือของอีกฝ่ายกลับมีกระบี่ทองแดงเล่มหนึ่ง!
กระบี่ทองแดงที่ดูธรรมดาเล่มนี้แท้จริงแล้วคือกระบี่อาญาที่ราชวงศ์มอบให้กับตระกูลฉินกระบี่อาญาเล่มนี้คือตัวแทนขององค์จักรพรรดิเห็นกระบี่เหมือนเห็นพระองค์มาด้วยด้วยตัวเอง ท่านหญิงลั่วมองปราดเดียวก็รู้ว่าเื่นี้เกี่ยวของกับเสวียนเทียนชิงแต่นางไม่คิดว่าฉินอ๋องจะกล้าเล่นใหญ่ขนาดนี้!