บทที่ 54 การประลองรอบแรก (100%)
ผู้อาวุโสชุดดำยืนอยู่บนอากาศเหนือกึ่งกลางเวทีประลองห้าชั้นสองเวที เขาคือจอมเวทอันดับหนึ่งของแคว้นฉีนามว่า กู้ฉาง“ศึกชิงอันดับแคว้นจะจัดขึ้นทุก ๆ สี่ปี ตอนนี้แคว้นฉีคือแคว้นอันดับหนึ่ง จึงได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการในจัดงาน ตัวแทนแคว้นใดชนะที่หนึ่งในการประลอง แคว้นนั้นจะได้ขึ้นเป็นแคว้นอันดับหนึ่งของสี่แคว้นเล็ก และจะได้ครอบครองสิทธิ์การเข้าหอคอยราชันนานสี่ปี บนเวทีประลองหมัดเท้าไร้ตา อาวุธไร้ใจ จงระวังตัวเองกันให้ดี เริ่มการจับฉลากเลือกแคว้นต่อสู้ได้”กู้ฉางประกาศก้องด้วยเสียงทรงพลัง พร้อมโยนลูกแสงป้ายชื่อสีทองขนาดเล็กสี่ลูกออกจากฝ่ามือโม่ฟ่านและอาจารย์จากสามแคว้นลุกขึ้นยืน แล้วยื่นมือปล่อยพลังดึงดูดลูกแสงป้ายชื่อเข้าสู่ฝ่ามือคนละลูก ป้ายแสงในมือโม่ฟ่านปรากฏเลขสอง และมีเส้นแสงเชื่อมโยงกับป้ายชื่อแคว้นฉิน“เราได้สู้รอบที่สอง และคู่ต่อสู้คือแคว้นฉิน”โม่ฟ่านเอ่ยเสียงเบา พลางถอนหายใจโล่งอก การได้สู้รอบสองและไม่ได้ปะทะกับแคว้นฉีตั้งแต่เริ่มนับว่าเป็นเรื่องโชคดีอย่างมาก เพราะเหล่าศิษย์ทั้งสองสายจะได้เห็นวิธีการต่อสู้ของตัวแทนแคว้นฉี คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในการประลองครั้งนี้เมื่อได้แคว้นคู่ต่อสู้แล้วจะไม่มีการจับฉลากเลือกคู่อีก ทุกคนสามารถเลือกคู่ต่อสู้ได้อย่างอิสระตามความสามารถของตนการต่อสู้ในรอบแรกแคว้นฉีสู้กับแคว้นปิง ตัวแทนแคว้นฉีทุกคนกระโดดขึ้นยืนบนเวทีอย่างห้าวหาญ รังสีเข่นฆ่ารุนแรงแผ่คลุมทุกเวที สายตาจ้องมองตัวแทนแคว้นปิงที่กระโดดตามขึ้นมาเต็มไปด้วยความดูหมิ่นดูแคลนความเหี้ยมโหดอำมหิตปรากฏขึ้นทั้งสิบเวทีเมื่อเสียงระฆังทองเริ่มต่อสู้ดังขึ้น คลื่นพลังร้อนแรงปะทุขึ้นทั้งสองเวที การต่อสู้อันดุเดือดเรียกเสียงไชโยโห่ร้องดังกระหึ่มอย่างต่อเนื่อง ช่วงเวลาเพียงครึ่งชั่วยามกว่า ๆ ผลแพ้ชนะทั้งสิบเวทีก็ปรากฏออกมาอย่างชัดเจนเวทีฝ่ายเวท.. จอมเวทแคว้นฉีทุกคนใช้เวทสายมืด สัตว์สังหารที่สร้างจากพลังจิตมีขุมพลังอยู่ในระดับจิตเทพช่วงปลาย พวกมันมีกลิ่นอายดุร้ายเหมือนสัตว์จริง นอกจากสัตว์สังหารพลังจิตแล้ว จอมเวทสายมืดยังใช้สัตว์เวทช่วยโจมตีศัตรูอย่างเปิดเผยสัตว์เวทมีพลังในการโจมตีทางจิต จอมเวทแคว้นปิงจึงร่ายเวทคาถาด้วยความยากลำบาก เพราะถูกคลื่นจิตของสัตว์เวททำลายสมาธิ เมื่อเวทป้องกันตัวและเวทโจมตีไม่มีประสิทธิภาพ สัตว์สังหารก็เข้าโจมตีอย่างกระหายเลือด พวกมันกัดกระชากเนื้อหนังของศัตรูจนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วเวที เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นไม่ขาดสายเวทีฝ่ายยุทธ์..พลังยุทธ์พลุ่งพล่านไปทั่วเวที เสียงพลังปะทะกันดังสลับกับเสียงแผดร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา จอมยุทธ์แคว้นปิงทุกคนบาดเจ็บสาหัส ร่างกายโชกเลือดดูไม่เป็นผู้เป็นคน“พลังยุทธ์แต่ละคนแข็งแกร่งรุนแรง ทุกท่วงท่ามีพลังระเบิดขุนเขาสะบั้นสายน้ำ ทำลายเส้นชีพจรขาดสะบั้น กระดูกแตกหักทั่วทั้งร่าง ชั่วชีวิตไม่สามารถใช้พลังยุทธ์ได้อีก”ซ่งกวงเอ่ยบรรยายสภาพคนเจ็บบนเวทีให้ลูกศิษย์ฟังอย่างละเอียด การต่อสู้กับตัวแทนแคว้นฉีเป็นเรื่องตึงมือสำหรับศิษย์เขาจริง ๆบนที่นั่งชั้นพิเศษ ฮ่องเต้แคว้นปิงมีสีหน้าเครียดขึงเยียบเย็น ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายความโกรธแค้นอย่างบ้าคลั่ง การประลองบนเวทีเรื่องบาดเจ็บล้มตายมิอาจถือสา ถ้าผู้ประลองไม่เอ่ยปากขอยอมแพ้ แต่คนของเขาในขณะนี้ถูกทารุณจนไม่สามารถเปิดปากพูดได้“ชั่วช้าสาระเลวไร้ยางอาย เวทมืดและสัตว์เวทเป็นสิ่งชั่วร้ายที่คนทั้งโลกรังเกียจ แต่ตัวแทนแคว้นฉีกลับนำมาใช้ในประลองอย่างเปิดเผย” ฮ่องเต้แคว้นปิงเอ่ยเสียงดังอย่างแค้นเคือง“เราก็เป็นคนบนโลกนี้ แต่เราไม่รังเกียจเวทสายมืดเลยสักนิด เพราะมันเป็นวิชาเวทแขนงหนึ่งเหมือนกับวิชาเวทสายอื่น ๆ และสัตว์เวทก็เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น พวกเขาแค่นำพลังจากธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์เท่านั้น การประลองของเด็ก ๆ กำลังสนุกอย่าอารมณ์เสียเลย มา มาดูกันต่อ ฮ่า ๆ” ฮ่องเต้ตี่ฟั่นหลงผู้ปกครองแคว้นฉีโต้กลับด้วยความเบิกบานใจ“สิทธิ์ในการเข้าหอคอยราชันต้องเป็นของแคว้นฉีไปตลอดกาล มดปลวกที่บังอาจหมายปองสมบัติข้าสมควรถูกขยี้”จินเลี่ยงหรงนั่งฟังอย่างเงียบ ๆ ดวงตาจ้องมองไปที่อัฒจันทร์ฝั่งแคว้นตน สายตาเฉียบคมมองเหล่าตัวแทนอย่างพิจารณา กลุ่มศิษย์สำนักตะวันเดือดดูมีสีหน้ากังวลใจ หนุ่มน้อยซู่หลันมีใบหน้าเย็นชา รอยยิ้มบางที่มุมปากแฝงความกระหายอยากต่อสู้อย่างชัดเจน ส่วนซู่มินน้อยกำลังคุยกับเหล่าศิษย์พี่อย่างสนุกสนาน“ตุ๊กตาน้อยจอมซน กำลังวางแผนจะเล่นสนุกอะไรอีก?” ใบหน้าหล่อเหลาของฮ่องเต้หนุ่มปรากฏรอยยิ้มบาง การประลองรอบแรกจบลงด้วยเสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว เพราะผู้ชมมากกว่าครึ่งเป็นคนแคว้นฉี เมื่อตัวแทนแคว้นตนชนะรวดทั้งสิบเวทีก็พากันปรบมือ ส่งเสียงโห่ร้องยินดีดังก้องเขาการต่อสู้ในรอบที่สองแคว้นซิงสู้กับแคว้นฉิน เมื่อสองพี่น้องครอบครัวซู่ขึ้นเวทีประลอง สองตระกูลใหญ่ที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์แคว้นฉีก็จับจ้องสองพี่น้องตาไม่กะพริบ เพราะอยากรู้ว่าพลังที่แท้จริงของพวกเขาอยู่ในระดับใดเสียงระฆังทองเริ่มการแข่งขันดังก้องกังวาน เท้าน้อย ๆ กระทืบลงบนพื้นเวที ประกายสายฟ้าสว่างจ้าแล่นริ้วไปทั่วแผ่นหินศิลาดำ“เปรี้ยงงงงง!!” เสียงฟ้าผ่าดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งยอดเขา ร่างชายหนุ่มคู่ต่อสู้ของซู่มินลอยละลิ่วออกจากเวทีดุจว่าวสายป่านขาด ร่วงตกลงบนพื้นข้างเวทีในสภาพหมดสติทุกคนในลานกว้างถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ ได้แต่ปากอ้าตาค้างจ้องมองร่างเล็กที่ยืนยิ้มหวานอย่างงดงามบนเวทีด้วยความประหลาดใจสองประมุขตระกูลใหญ่แห่งแคว้นฉีลุกขึ้นยืนพร้อมกัน ทั้งคู่มองเด็กหญิงด้วยแววตาหลากหลายอารมณ์ นางตัวน้อยเอาชนะคู่ต่อสู้ระดับจิตเทพช่วงกลางด้วยการกระทืบเท้าเพียงครั้งเดียว!?ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตะลึงกับพลังของซู่มิน“โครมมม!!” ร่างชายรูปร่างสูงใหญ่กระเด็นออกจากเวทีของซู่หลันในสภาพน่าสงสารโลกทั้งใบเหมือนตกอยู่ในความเงียบ การประลองเพิ่งเริ่มต้นไม่ถึงยี่สิบลมหายใจ ก็มีผู้ชนะทั้งสองเวที? เสียงหัวเราะและเสียงปรบมือที่ดังมาจากที่นั่งพิเศษบนอัฒจันทร์ด้านทิศเหนือ ทำให้ผู้ชมได้สติและพากันปรบมือเสียงดังสนั่น เสียงชื่นชมดังขึ้นไม่ขาดสายแม้การต่อสู้คู่อื่น ๆ จะยอดเยี่ยม แต่ผู้ชมส่วนใหญ่ก็ไม่รู้สึกตื่นเต้นอีกแล้ว ผลการประลองรอบที่สองจบลงด้วยชัยชนะของแคว้นซิงทั้งสิบเวทีกู้ฉางมองซู่มินด้วยสายตาแปลกประหลาดแวบหนึ่ง ก่อนประกาศผล“แคว้นฉีและแคว้นซิงผ่านเข้ารอบ และจะประลองรอบชิงชนะเลิศในอีกสองวันข้างหน้า”