ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 112 เทียบระดับ 4 ขั้นปลาย

    ดอกบัวที่ค่อยๆบานออก นาฟที่เล็งเป้าคำนวณระยะทางไว้แล้ว ดีดลูกหินออกไปพุ่งเข้าใส่ดอกบัวท่ามกลางตะกอน  “พรึบ!”

    ลูกหินชนเข้ากับลำต้นอย่างแม่นยำดอกบัวเกิดสั่นไหวไปมา เกิดแรงสะท้อนภายในดอกบัว สลัดเมล็ดบัวกระเด็นหลุดออกมา 1 เม็ด ส่งกลิ่นเหม็นประหลาดฟุ้งออกมา

    นาฟที่กางแขนเล็งเป้าไว้อยู่แล้วเปิดใช้งานความสามารถของเขาทันที

    “กลืนสรรพสิ่ง!”

    ปลดปล่อยแรงดูดขนาดเล็กแต่แม่นยำออกมาเมล็ดบัวที่ลอยอยู่กลางอากาศหยุดนิ่ง ค่อยๆ ลอยเข้ามาอยู่ในมือของนาฟ 

    เมล็ดบัวขนาดเล็กนี้สีขาวเงาวาววับ ส่งแสงนวลจางๆ ออกมาราวกับไข่มุกอันล้ำค่า รูปลักษณ์ที่สวยงามราวกับเครื่องประดับของชนชั้นสูง

     ผิดกับกลิ่นของมันที่ให้ความเหม็นแบบแปลกประหลาดเป็นอย่างมากยิ่งอยู่ใกล้ๆยิ่งส่งกลิ่นแรงขึ้น

    นาฟหยุดคิดสักพักมองปานดำที่อยู่กลางหน้าอกตนสลับกับเมล็ดบัวในมือ ตัดสินใจโยนเข้าปากทันที!

    กระแสพลังประหลาดคล้ายๆไอเย็นไหลเข้าสู่ภายในร่างกาย

    อยู่ๆรู้สึกเหมือนมีน้ำท่วมเอ่อ อยู่เต็มร่างกายความรู้สึกเสมือนเริ่มกระบวนการชำระล้าง

     ไม่นานนัก นาฟก็รู้สึกว่าตามตัวเขาขับเหงื่อกับสิ่งสกปรกออกมาแต่เหงื่อพวกนี้ล้วนปนเปื้อนไปด้วยคราบสีดำเป็นชั้นๆ

    ดูเหมือนว่าผลของเมล็ดบัวจะเริ่มออกฤทธิ์แล้ว

    ดอกบัววิญญาณถือว่าเป็นสมุนไพรโบราณระดับสูง

    ช่วงท้องนาฟรับรู้ได้ถึงพลังงานในร่างกายที่กำลังแพร่กระจายอยู่ตลอดเวลา

    คราบดำและคราบสกปรกเริ่มถูกขับออกมามากขึ้นเรื่อยๆ

    จะมีแต่ปานดำตรงกลางหน้าอกที่เหมือนกับสิ่งชั่วร้ายที่พยายามต่อสู้ดิ้นรนยึดเกาะอยู่กับร่างไม่ยอมถูกขับออกมาง่ายๆ

    โชคยังดีที่นอกจากการชำระล้างที่บริสุทธิ์แล้วยังช่วยชำระล้างไขกระดูก เปิดจุดเลือดที่ตีบตัน

    นาฟที่ตอนนี้รู้สึกถึงมวลพลังที่ท้วมท้นออกมาจากภายในรู้สึกถึงความบริสุทธิ์ผุดผ่องจากภายใน จากช่องท้อง     ไล่เลียงไปตามแขนขา  แขนที่เหี่ยวแห้งค่อยๆฟื้นฟูเนื้อเยื้อเอง

    ในที่สุดรอยดำตรงกลางหน้าอกก็ต้านทานแรงดันการชำระล้างไม่ไหวค่อยๆ ระเหิดหายไปในอากาศทีละน้อยจนหมดสิ้น

    กลิ่นอายสังหารก่อนหน้านี้เองก็ดูเหมือนจะถูกชำระล้างไปพร้อมกับมันร่องรอยของความชั่วร้ายที่ปกคลุมในหัวใจเขามลายหายไปอย่างเงียบๆ

    ห้วงสติอารมณ์และสภาวะจิตใจ แจ่มแจ้งและปลอดโปร่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

    นาฟรู้สึกสดชื่นสบายตัวเป็นอย่างมากมวลพลังบริสุทธิ์ไล่เลียงไปทั่วทั้งร่างจนสุดท้ายก็คลอบคลุมไปทั้งศีรษะ

    “ฟู่!”

    แต่อยู่ๆก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้น มวลพลังที่จะเข้าชำระล้างส่วนสมอง จู่ๆเกิดแรงต้านบางอย่าง ส่งมวลพลังที่แก่กล้าไม่แพ้กันออกมา

    เหมือนมวลพลังที่ยิ่งใหญ่สองอย่างปะทะกันโดยใช้ร่างกายของเด็กหนุ่มเป็นศูนย์กลาง

    นาฟเกิดอาการเจ็บปวดศีรษะอย่างรุนแรงหนักหน่วงจนชนิดที่ลืมเลือนทุกสิ่ง อยู่ๆ กลุ่มควันขาวบางๆ ก่อตัวเป็นชั้นขึ้นรอบๆศีรษะ นาฟเริ่มสติพร่าเลือนสลบทันที

    ร่างกายที่กลับมาสมบรูณ์แบบอีกครั้งแถมทรงพลังยิ่งกว่าเดิมกลับสิ้นสติไปกองอยู่กับพื้น  ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวไม่อาจพ้นสายตาของจิตวิญญาณสาวไปได้นางถึงกับคิดถึงเรื่องราวที่เจ้านายของนางเคยกล่าวไว้

    “นี่คือโชคชะตาที่ว่าหรือเจ้าคะนายท่าน!

     ชายหนุ่มยืนอยู่ในทุ่งหญ้าเขียวขจีที่ทอดยาวสุดสายตาแสงแดดอบอุ่นส่องลงมาจากฟ้าสีครามปกคลุมทั่วทุ่งหญ้าด้วยแสงสีทองระยิบระยับ ลมอ่อนๆ พัดผ่านทำให้ใบหญ้าพลิ้วไหวราวกับคลื่นในมหาสมุทร

    กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าลอยมาตามลมทำให้นาฟรู้สึกสดชื่นและเบิกบาน

    นาฟเริ่มเดินไปตามทุ่งหญ้าสัมผัสกับความนุ่มนวลของหญ้าใต้เท้าและฟังเสียงนกร้องเพลงอย่างร่าเริงจากต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล

    ดอกไม้สีสันสดใสเบ่งบานอยู่รอบตัวเขาดอกทานตะวันสูงชะลูดส่องแสงเรืองรองไปกับแสงแดดดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์ยิ้มต้อนรับเขาด้วยกลิ่นหอมหวาน

    นาฟเดินต่อไป พบกับลำธารเล็กๆน้ำใสสะอาดไหลเอื่อยๆ สะท้อนแสงแดดเป็นประกาย

    นาฟนั่งลงข้างลำธารใช้มือตักน้ำขึ้นมาดื่ม รู้สึกถึงความสดชื่นที่ไหลเข้าสู่ร่างกายทำให้ความเหนื่อยล้าที่เคยมีมลายหาย

    เมื่อเงยหน้าขึ้นเขาเห็นภูเขาสูงตระหง่านที่มีหิมะปกคลุมอยู่ยอดราวกับเป็นปราการธรรมชาติที่คอยปกป้องทุ่งหญ้าและลำธารแห่งนี้

    นาฟมองทัศนียภาพอันงดงามนี้ด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจรู้สึกถึงความสงบและความสมบูรณ์ที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งพื้นที่

    ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ ดังมาจากต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆเสียงนั้นนุ่มนวลและเต็มไปด้วยความเมตตา

     

     "ที่นี่คือที่ ที่เจ้าจะพบกับความสงบจงใช้เวลาอยู่ที่นี่เพื่อเติมเต็มพลังใจและความหวัง”

     

    นาฟพยักหน้าอย่างเข้าใจเขาหลับตาลง สูดหายใจลึกๆ รับความสงบและความงามของธรรมชาติที่อบอวลอยู่รอบตัวความอบอุ่นของแสงแดด ความเย็นสบายของลม และกลิ่นหอมของดอกไม้ทำให้เขารู้สึกเต็มไปด้วยพลังและความหวังใหม่

    ในห้วงฝันนี้เขารู้สึกได้ถึงการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ

    แสงสลัวผ่านเข้ามาในดวงตานาฟค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา

    “นี่ข้าสลบไปนานแค่ไหนกันนะ!

    นาฟขยับลุกขึ้นยืนพร้อมกับร่างกายที่สมบูรณ์ ไร้ซึ่งร่องรอยบาดแผลใดๆ  มองเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดผิวพรรณที่ขาวสะอาดสดใสไร้มลทิน แววตาเปล่งประกายสดใสมวลกล้ามเนื้ออัดแน่นไปด้วยพลัง

    นาฟเริ่มสำรวจไปทั่วร่างยกแขนทั้งสองขึ้นมาดู แล้วพยักหน้า รับรู้ถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทุกส่วนมวลพลังภายในร่างทรงพลังขึ้นเป็นอย่างมาก

    “พลังขนาดนี้น่าจะสู้กับพวกระดับ4 ขั้นปลายได้อย่างไม่เป็นรองแน่นอน!