จากภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้คนดูด้านนอกต่างพากันอ้าปากค้างไปด้วยความตกตะลึง จากเหตุการณ์ตอนแรกที่ได้ยินมา คือมีกลุ่มคนที่สมองมีปัญหา และมีทักษะฝีมือที่ได้ชื่อว่าอ่อนแอที่สุดในสถาบันแห่งนี้ กล้าท้าทายต่อกลุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็กองพันหมาป่าคำรามกองพันที่แข็งแกร่งเป็อันดับต้นๆ แม้ว่าหน่วยที่ถูกท้าทายมันจะเป็หน่วยย่อยของกองพันก็ตาม
แต่ท้ายที่สุดเหตุการณ์ที่แม้แต่ใครก็ไม่เคยคาดคิดก็ได้เกิดขึ้น หน่วยที่ได้ชื่อว่าอ่อนแอที่สุดที่มีสมาชิกเพียง 4 คน เริ่มที่จะแยกเขี้ยวแผลงฤทธิ์ ดั่งพยัคฆ์ซุ่ม ัหมอบ พวกเขาเริ่มต้นการแข่งโดยการไล่ปลิดชีพหน่วย C ั้แ่อยู่บนอากาศ !!!
ใครหน้าไหนกันที่มันจะทำได้จริงอยู่ที่หากมีอาวุธก็สามารถที่จะสังหารได้ซักคน สองคนนี่ก็ถือว่าท้าทายความสามารถมนุษย์เกินไปแล้ว สามคนนี่แม้แต่ในความฝันพวกเขาก็มิอาจจะจินตนาการได้ แต่นี่หน่วยที่ 13 กลับสังหารไปถึง 4 คน ทั้งที่ไม่มีอาวุธ และที่สำคัญคนที่ลงมือมันมีเพียงแค่คนเดียว !!!
หลังจากนั้นหน่วยที่ 13 ก็เริ่มไล่ต้อนหน่วย C เริ่มจากการไล่ล่าในป่า ด้วยการวางกับดักในป่าที่ชาญฉลาด การสร้างความหวาดกลัวและบั่นทอนขวัญกำลังใจทำให้หน่วย C ที่เข้าไปในป่าไม่คิดตอบโต้เลยซักนิด สุดท้ายปลายทางก็คือทอดร่างเป็ศพทุกคน กล่าวได้ว่าคนที่วางกับดักในป่านั่น มันเป็ทาร์ซานรึไง ถึงชำนาญพื้นที่ได้ขนาดนี้
หากคิดว่าการหลบออกมาซ่อนตัวตามตึกรามบ้านช่องจะปลอดภัยแล้ว บอกได้เลยว่าคิดผิด !!!
หากในป่ามีมัจุราชที่อาศัยสภาพแวดล้อมในการสังหาร ในเมืองก็มีมัจจุราชไร้เงาที่คอยสอดส่อง ส่งะุออกไปดับลมหายใจอยู่เช่นกัน
หน่วย C ที่รู้แล้วว่าในป่ามีตัวอันตรายอยู่ จึงพากันหลีกเลี่ยงที่จะเข้าป่า แต่กลับมีคนในหน่วยที่ถูกส่งกลับไปเกิดใหม่ด้วยะุปริศนาซ่ะงั้น แม้ว่าจะพยายามหาจุดที่สไนเปอร์ซุ่มยิงอยู่ แต่ทุกครั้งที่มีเสียงปืนดังขึ้น มันกลับอยู่คนล่ะทิศทางทุกครั้ง แถมวิถีะุยังไร้รูปแบบอีกด้วย
ซ้ำร้ายการสื่อสารยังถูกตัด แม้ว่าจะพยายามกู้สัญญานคืนมาก็ไม่สามารถทำได้ เพราะฝ่ายตรงข้ามเปลี่ยนข้อมูลการเข้าถึงในรูปแบบการเข้ารหัส 23 หลัก แถมยังเปลี่ยนรหัสทุกๆ 10 วิด้วย แม่เ้าพี่แกเป็ไอน์สไตน์รึไงกัน
สุดท้ายหน่วย C ที่ถูกกดดันมาตลอดสามวัน ก็ถูกเด็กหนุ่มที่เป็หัวหน้าหน่วย 13 บุกเข้ามาจัดการโดยที่ไม่สามารถสร้างาแให้แก่เด็กหนุ่มคนนั้นได้เลย
นี่มันไม่ใช่การแข่งขันแล้ว หน่วย C ที่ดูได้เปรียบทั้งจำนวนคน ยุทโธปกรณ์ กลับถูกบดขยี้จนเละไม่เป็ชิ้นดี ใครว่าหน่วยที่ 13 อ่อนแอที่สุดกัน นี่มันหน่วยของซาตานชัดๆ สมกับที่ชื่อหน่วยที่ 13 จริงๆ
“ เห้อ หัวหน้านี่ก็เสือซ่อนเล็บจริงๆน่ะ คนๆเดียวบุกไปจัดการคนทั้งหน่วยได้แบบนั้นพูดไปใครมันจะไปเชือ ” ไม้บ่นอุบอิบหลังจากออกมาจากเครื่องจำลองแล้ว
“ ก็นึกว่าจะรู้ั้แ่โดดลงมาจากเครื่องแล้วนี่ ” เรย์พูดยิ้มๆ
“ ยังไงก็เถอะว่าแต่นายหายไปไหนมา หิน ” สิงห์ที่กำลังยืดเส้นยืดสายถามขึ้น
“ ก็มัวแต่รบกวนสัญญานการสื่อสารของเ้าพวกนั้นนั่นแหละ ”
“ เอาล่ะชั้นว่าพวกเราไปหาเ้าพวกนั้นกันเถอะ ” เรย์กล่าวขึ้นหลังจากเห็นว่าทุกคนกลับมาเต็มร้อยกันแล้ว
หลังจากที่ทุกคนออกมาจากห้องแล้วก็เจอกับอลิสที่ยืนหน้าตาเคร่งเครียดอยู่
“ หืม เป็อะไรไปอลิสหน้าตาดูไม่ได้เลย ไม่ดีใจที่พวกเราชนะหรือไง ” ไม้ถามอย่างสงสัย
“ คือว่า พวกนายทำใจดีๆ น่ะ ” อลิสที่เห็นไม้ร่าเริงออกมาจากห้อง กล่าวขึ้นพร้อมกับสีหน้าลำบากใจ
“ เกิดอะไรขึ้น ” สิงห์ที่เห็นดังนั้นจึงถามขึ้น
“ คือเมื่อสามวันก่อนหลวงพ่อ จู่ๆท่านก็อาพาธ ตอนนี้อาการยังไม่ดีขึ้นเลย ตอนนี้ทางครอบครัวของฉัน กำลังนำท่านมารักษาที่โรงพยาบาลที่นี่อยู่ ” จบคำสีหน้าของ ทั้งสามคนก็ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
“ หลวงพ่อ !!! ” ไม้ที่ได้ยินดังนั้นก็ร้องะโก่อนวิ่งออกไปหินและสิงห์ที่เห็นดังนั้นจึงวิ่งตามไปด้วยสีหน้าที่เป็กังวลไม่แพ้กัน
“ หลวงพ่อ ? ” เรย์เอ่ยอย่างสงสัย
“ พวกนั้นเป็เด็กกำพร้าน่ะ แต่ก็ได้พระรูปหนึ่งช่วยอุปการะไว้ั้แ่ยังเล็กๆ ั้แ่ตอนนั้นเป็ต้นมา พวกนั้นก็จะเรียกท่านว่าหลวงพ่อน่ะ เพราะท่านก็เสมือนเป็พ่อบุญธรรมของเ้าพวกนั้นเหมือนกัน ” อลิสที่เห็นเรย์สงสัยจึงอธิบายขึ้น
“ ทำไมเธอถึงรู้ดีจัง ”
“ เห็นอย่างนี้แม่ฉันก็ชอบเข้าวัดทำบุญน่ะ เพราะฉะนั้นตอนเด็กๆแม่ก็เลยพาฉันไปทำบุญที่วัดหลวงพ่อบ่อยๆ จนสนิทกับพวกนั้นนั่นแหละ”
“ เข้าใจแล้วเอาเป็ว่าเราตามไปกันเถอะ ”
“ อืม ”
ในห้องฉุกเฉินเหล่าหมอและพยาบาลกำลังวิ่งวุ่นไปมา โดยมีพวกสิงห์นั่งรออยู่ด้านนอกด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
“ เป็อย่างไรบ้าง หมอว่าไง ” อลิสที่วิ่งมาอย่างกระหืดกระหอบเอ่ยถามออกมา โดยมีเรย์เดินตามหลังมา
“ ยังบอกอะไรมากไม่ได้ จนถึงตอนนี้หมอก็ยังไม่ออกมาจากห้องฉุกเฉินเลย ” หินที่ควบคุมสติได้ดีกว่าใครตอบ
เมื่อเห็นดังนั้นเรย์จึงเดินหลบออกมายังที่ๆปลอดคน
“ ท่านไม่คิดจะบอกลาพวกเขาหน่อยเหรอ ” เรย์กล่าวกับอากาศตรงหน้า
สิ้นเสียงก็ปรากฏร่างๆหนึ่งออกมาจากอากาศ เป็ร่างของพระภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งเป็รูปเดียวกับที่เรย์เห็นในสนามบิน
“ อาตมามีบุญกับพวกเขาเพียงแค่นี้ ” หลวงพ่อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ แต่ถึงอย่างนั้นท่านก็ยังสามารถที่จะไปร่ำลากับเ้าพวกนั้นได้ ”
“ ไม่จำเป็หรอก ไปก็มีแต่จะทำให้พวกนั้นเป็ทุกข์มากกว่า ว่าแต่โยมเองเถอะ ”
“ ข้า ? ” เรย์ที่ลืมตัวจึงกลับมาใช้ภาษาเดิม
“ ทุกๆสิ่งในโลกแห่งนี้ล้วนแล้วแต่ เชื่อมโยงกัน เกื่อกูลกัน ทำลายซึ่งกันและกัน ด้วยสิ่งที่เรียกว่าผลแห่งกรรม จนเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสารแห่งนี้ จนกว่าจะหลุดพ้น แต่โยมนั้นแตกต่างออกไป ”
“ จากที่ท่านพูดมาไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ข้าถึงไม่สามารถเห็นบาปทั้ง 7 ประการในตัวท่านได้ แล้วอะไรที่ทำให้พระอริยสงฆ์อย่างท่านสงสัยล่ะ ในเมื่อท่านสามรถล่วงรู้ได้ทุกสิ่ง ”
“ โยมเป็เพียงคนเดียวที่ไม่มีชะตาพันพูกกับสิ่งใดๆ ในวัฏสงสารแห่งนี้นั่นหมายความว่าสิ่งที่โยมทำไป จะไม่มีมาซึ่งผลแห่งกรรม นี่มันทำให้อาตมาแปลกใจอยู่เล็กน้อย ”
“ ท่านพูดเหมือนท่านพ่อของข้าเลย หรือท่านจะรู้ว่าข้าเป็ใคร ”
“ อาตมาบอกไม่ได้ เื่นี้โยมต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง ”
“ งั้นเหรอ “
“ ได้เวลาแล้วอาตมาคงต้องไปซักที หลังจากนี้คงต้องฝากเ้าพวกนั้นไว้กับโยมแล้วล่ะ ”
“ ฝาก ? มีเื่อะไรรึเปล่า ”
“ เ้าพวกนั้นมีชะตาที่น่าสงสาร หากไม่ได้รับการชี้นำที่ถูกต้องหลังจากนี้ พวกเขาคงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในโลกที่จะกำลังเปลี่ยนแปลงแห่งนี้ได้หรอก ”
“ โลกที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง ? ท่านพูดอะไร ”
“ อาตมาต้องไปแล้ว ฝากโยมดูแลเ้าพวกนั้นด้วยล่ะ ” กล่าวจบร่างของหลวงพ่อก็ค่อยๆจางหายไป
หลังจากนั้นไม่นานเรย์ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องออกมาจากทางห้องฉุกเฉิน เรย์จึงเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นจากนั้นเรย์จึงยืนอยู่ซักพักเพื่อส่งดวงวิญญานของหลวงพ่อที่หลุดพ้นวัฏสงสาร แล้วจึงเดินไปทางห้องฉุกเฉิน
ทันใดนั้นเองเรย์ก็รู้สึกว่าการไหลของกระแสเวลาได้หลุดลง เมื่อหันไปจึงเห็นบุคคลทั้งสี่ยืนอยู่อย่างเงียบๆ
“ ท่านลุง มีอะไรรึเปล่าร้อยวันพันปีข้าไม่เคยเห็นพวกท่านมาอยู่ด้วยกันเลยซักครั้ง ” เรย์ถามอย่างสงสัย
“ ร่างกายของท่าน ทำไมเป็แบบนี้ ” เรย์ที่เริ่มสังเกตว่าพวกลุงของตน ร่างกายเริ่มที่จะจางลงไปจึงรู้สึกตระหนก
“ เรย์ฟังน่ะ พวกข้ามีเวลาไม่มาก ” ลุงหนึ่งกล่าวออกมา
“ พวกข้าทั้งสี่ได้กำเนิดมาจาก พลังของพ่อเ้าแต่ตอนนี้พลังของพ่อเ้าไดหายไปทำให้พวกข้าก็เริ่มที่จะหายไปเช่นกัน ”
“ แล้ว แล้วมีทางรักษาหรือไม่ ” เรย์ที่ตอนนี้ตระหนกจนเริ่มติดอ่างแล้ว
“ ไม่มีหรอก ฟังน่ะเรย์ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีวันสูญสลาย ไม่เว้นแม้แต่พวกข้า ”
“ แต่ แต่ว่า พวกท่านเป็ถึง ... ”
“ ข้ารู้ว่าเ้ารู้สึกเช่นไร เรย์แต่ตอนนี้ฟังที่ข้าจะพูดให้ดีๆ โลก ไม่ซิทั่วทั้งเอกภพแห่งนี้จะถึงคราวพลิกผัน แต่ด้วยสาเหตุใดนั้นเ้าจงไปหาคำตอบนั้นเอาเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้ามีความสุขมากที่ได้เ้าเป็หลานของพวกข้า แต่หลังจากนี้เ้าไม่ต้องเก็บงำพลังของเ้าอีกต่อไปแล้ว ”
“ ท่านหมายความว่ายังไง ” ลุงหนึ่งที่ได้ยินเรย์พูดอย่างนั้นก็ได้แต่ยิ้มอย่างอ่อนโยน จากนั้นแรงกดดันที่คาดไม่ถึงก็ออกมาจากร่างของลุงทั้งสี่
“ ข้า จตุรอาชาแห่งวันสิ้นโลก นามนั้นคือ า หากที่ใดมีาที่นั่นจักเป็พลังแก่เ้า ”
“ ข้า จตุรอาชาแห่งวันสิ้นโลก นามนั้นคือความอดอยาก หากที่ใดที่เ้ารู้สึกอดอยาก ที่นั่นจะไร้ซึ่งความอิ่มเอม ”
“ ข้า จตุรอาชาแห่งวันสิ้นโลก นามนั้นคือโรคภัย หากที่ใดมีโรคภัยที่นั่นจักเสมือนบ้านของเ้า ”
“ ข้า จตุรอาชาแห่งวันสิ้นโลก นามนั้นคือความตาย หากที่ใดมีความตาย ที่นั่นย่อมมีเ้า เ้าคือนายเหนือความตาย ความตายใดจะเหนือเ้าไม่มี ” กล่าวจบก็มีอักขระลอยออกมาจากลุงทั้งสี่ แล้วอักขระเ่าั้ก็ลอยหายไปในร่างของเรย์
“ พวกท่านทำอย่างนี้ทำไม ” เรย์เอ่ยถามด้วยเสียงสะอื้น
“ พวกข้านั่นอยู่มานานมากแล้ว ทุกครั้งก็ได้แต่ทำสิ่งเดิมๆ จนมีเ้าเข้ามานั่นแหละ ” ลุงสี่ที่ปรกติจะถูกมัด หรือไม่ก็ถูกฝังดินกล่าวขึ้น
“ แต่ว่า ”
“ นี่คือสิ่งที่พวกข้าตัดสินใจแล้ว ถึงอย่างไรพวกข้าก็ต้องหายไปอยู่ดี ถ้าอย่างนั่นข้าขอมอบพลังที่มีให้แก่เ้าจะไม่ดีกว่ารึ ” ลุงสามเอ่ยยิ้มๆ
“ เอาล่ะถึงเวลาของพวกข้าแล้ว ลาก่อนและก่อนจากกันนี้พวกข้ามีอะไรอยากจะบอกกับเ้าและข้ามั่นใจว่าพ่อของเ้าก็คิดเช่นกัน ”
“ เ้าคือความภาคภูมิในที่สุดของข้าน่ะ เรย์ ” x4 จบคำร่างทั้งสี่ก็สลายหายไปดั่งหิมะถูกแสงแดด
“ แปะ ๆ ” เรย์ที่เห็นดังนั้นหยาดน้ำตาที่เหนี่ยวรั่งไว้ก็หลั่งไหลออกมาทันที ภาพวันวานเก่าๆที่มีก็เริ่มกลับมาฉายอีกครั้ง
“ นี่เรย์ หันมายิ้มให้ลุงหน่อย ”
“ แค่กๆ เรย์ลุงขอให้เ้ามีสุขภาพแข็งแรงน่ะ ”
“ อวยพรให้ตัวเองเถอะ ท่านลุง ”
“ ฮ่าๆๆๆๆ ”
“ วันนี้เรามาเรียนรู้ดีมานซับพลายกันน่ะ ”
“ หากเ้าจะสังหาร เ้าจักทำอย่างไรให้เร็ยและเงียบที่สุด ”
“ นี่เรย์เ้าอยากเรียนการทำาบ้างไหม ลุงสอนให้เ้าได้นา ”
“ เรย์ ..................... ”
“ ท่านลุงข้าจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวัง ” เรย์กล่าวด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
“ ตูมมมมมมมม !!! ” ทันใดนั้นเองก็มีเสียงะเิและเสียงกรีดร้องดังขึ้นไปทั่วบริเวณ
“ กรี๊ดดดด ช่วยด้วย ” เหล่าผู้คนพากันวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น
“ เกิดอะไรขึ้น ” เรย์ที่เห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งออกไปทางต้นเสียงทันที
ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เรย์หรี่ตามองอย่างน่ากลัว เพราะภาพตรงหน้าคือภาพที่เหล่าผู้คนกำลังวิ่งหนี้เหล่าซากศพที่ลุกขึ้นมากัดกินคนที่มีชีวิต และมันก็กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
ใช่แล้วทะเลซากศพที่เห็นตรงหน้านั่นคือ ซอมบี้ ชัดๆ
...............................................................................................................................................................