ตอนที่สิบ Chad Chinaman
จากการที่ผมจับใจความได้คร่าวๆจากการอ่านประวัติศาสตร์และเรื่องราวเกี่ยวกับเกมส์ ที่เป็นโลกที่ผมมาอยู่นี้ พอจะเดาได้ว่าต้องมีมุกหักมุมหากเป็นเรื่องราวของผู้กำกับและคนเขียนบทคนนี้แล้วล่ะก็ ตามชื่อเสียงของคนเขียนบทที่สร้างตัวละครต่างๆได้ประทับใจคนดูมาจากเกมส์หลายๆเรื่องก่อนหน้านี้
แต่ผมได้เตรียมใจไว้แล้วว่าผมจะเป็น Chad Chinaman
พระเอกอิเซไคของญี่ปุ่นมีจุดอ่อนตรงที่ แค่โดนคนหักหลัง ก็คั่งแค้นโลกที่จะฆ่าผู้คน สูญเสียหนทางของตนเอง
Chad Chinaman ต่างออกไป แม้โลกจะทำร้ายเขา เขาก็ไม่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง แม้จะฆ่าคนตั้งแต่นายน้อยหมู่บ้านแรกไปจนถึงจักรพรรดิที่ครองโลกใบนี้ก็ตาม
แม้จะฆ่าคนมากกว่าพระเอกอิเซไคนับล้านเท่า คนเขียนก็ยังบรรยายว่า Chad Chinaman มีจิตใจบริสุทธิ์ผุดผ่องดั่งเทพบุตร ไม่ได้เสียสติเพราะความแค้นแต่อย่างใด
ดังนั้นไม่ว่าต้องเผชิญกับ
“ความจริงแล้วองค์ราชามีเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องทำอย่างนั้นลงไป...”
“ความจริงแล้วท่านดยุกต้องจำใจในการยกทัพไปปราบ...”
“ความจริงแล้วอาจารย์มีความจำเป็น...”
“ความจริงแล้วเจ้าหญิงก็รักเจ้าแต่ท่านจำเป็นต้องทำเพื่อบ้านเมืองมาก่อน...”
บลาบลา สารพัดที่ผู้กำกับและเขียนบทเรื่องนี้จะเล่นมุก สร้างความขัดแย้งทางจิตใจและเหตุผลที่ทำอะไรลงไป ให้บทของเรื่องน่าสนใจและตัวร้ายเป็นที่น่าจดจำ
ผมจะตอบด้วยคำตอบเดียว
“คุกเข่าและโขกศีรษะแล้วผมจะให้พวกคุณมีซากศพสมบูรณ์”
เป็นการตอบคำถามทางศีลธรรมและทางการเมืองทั้งหมดได้ด้วยคำตอบเพียงคำตอบเดียวด้วยแนวคิดของ Chad Chinaman
ถ้าพวกเขาคิดว่าสิ่งที่ทำไปไม่ผิด จะต้องมาร้องขอให้คนอื่นยกโทษให้สิ่งที่ทำลงไปทำไม?
ต้องแบบ Chad Chinaman สิ ที่ฆ่าล้างไปไม่รู้กี่ตระกูลไม่เว้นหมูเห็ดเป็ดไก่ ก็ยังบอกว่าตนเองมีจิตใจบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นยองใยอยู่ได้
อันที่จริงผมก็คงไม่คิดอย่างนี้หรอก แต่ท่าทางการนินทาผมของสาวใช้ต่างๆจะทำให้ผมค่อนข้างหงุดหงิดพอสมควร เปล่าไม่ใช่อะไรหรอก แต่ผมติดนิสัยมองพวกนี้เหมือน npc ที่ให้ข้อมูลไม่ได้ตำหนิอะไรพวกเขาโดยตรง แต่ค่อนข้างโมโหกับสถานการณ์รอบข้างผม
ซึ่งพวกนี้ยังไม่เท่าไร แต่ผมรู้สึกว่ายิ่งพลังเวทย์ของผมแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
ก็เริ่มได้ยินราวกับเสียงกระซิบของพลังแห่งความมืดมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เจ้าคิดเจ้าแค้นไ ม่ยอมปล่อยวางทุกอย่างไป
[ไม่]
ผมปฏิเสธพลังแห่งความมืดไปอย่างหนักแน่น
หากผมจะฆ่าล้างตระกูลชั้นสูงหรือสังหารล้างราชวงศ์และอาณาจักร
ผมจะทำด้วยจิตใจของ Chad Chinaman ที่จิตใจบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นยองใย ไม่ใช่ทำลงไปเพราะถูกความมืดครอบงำ
มันมีความแตกต่างระหว่าง
“โลกที่ชิงชังข้าจงหายไปเสียเถอะ”
และ
“เฮอะ หมัดใครใหญ่คนนั้นก็แข็งแกร่งกว่า พวกเจ้าอ่อนแอกว่าคือฝ่ายผิด คุกเข่าและโขกศีรษะและข้าจะปล่อยให้เจ้ามีซากศพสมบูรณ์”
อีกสาเหตุหนึ่งก็เพราะหากเท่าที่ผมอ่านประวัติศาสตร์และตำนานของโลกนี้ ทำให้ผมรู้สึกสำนึกบุญคุณของทางครอบครัวผมคือราชาและราชินีอยู่ไม่น้อย เพราะหากเป็นผมที่ผ่านการเล่น Warhammer มาก่อน ผมคงฆ่าคนที่มีพลังแห่งความมืดติดตัวตั้งแต่ยังแบเบาะแล้ว
“ดูสิองค์ชายได้ข่าวว่ามีพลังความมืดที่เข้มแข็งที่สุดเลยนะเธอ”
“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นความจริงน่ะสิ ซุบซิบ ซุบซิบ”
เอ่อ ผมไม่คิดว่าเป็นความผิดของพวกเธอที่นินทา เพราะทางเทคนิค พวกเธอก็อยู่หลังบ้าน ห่างไกลจากที่ผมกำลังเรียนอยู่พอสมควร แต่ผมสั่งพวกธาตุลมให้ส่งคลื่นเสียงแสดงคำพูดของคนในบริเวณมาให้
ก็เรียกว่าประสบความสำเร็จที่ผมเห็นภาพเหมือนเงาดำจากวิญญาณของผม ดูกลืนสายลมในบริเวณให้ทำตามผม
โอ๊ะ หมายความว่าที่สถานที่มีเนโครแมนเชอร์และผีดิบอาละวาดจะมีเงาดำๆไปทั่วก็เพราะอย่างนี้เองสินะ
แน่นอน ผมต้องฝึกพวกธาตุลมพอสมควรจึงจะพอสั่งให้พวกเขาทำงานที่ละเอียดได้
ผมได้ค้นพบอย่างหนึ่งว่า พวกธาตุไม่ได้ฉลาดเท่าไร พวกเขาแค่เป็นตัวของตนเองไปตามธรรมชาติของพวกเขาเท่านั้น
แต่ผมมีข้อสันนิษฐานว่าพวกวิญญาณธาตุที่มีพลังสูงขึ้นและอายุมากขึ้นจะมีสติปัญญามากกว่าเดิม เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่มีมือแห่งความมืดที่ออกมาป้องกันการโจมตีในเกมส์หรือธาตุลมที่ร้องเพลงได้ หรือวิญญาณธาตุน้ำที่พยายามจะทำให้น้ำท่วมอาณาจักรเพื่อค้นหาคนรักของตนที่หายไปนานปี
..ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ผมคิดว่า เราไม่ควรมองวิญญาณธาตุอย่างเดียวกับที่เรามองมนุษย์ปรกติล่ะนะ
อย่างคำแนะนำของวิญญาณธาตุมืดที่ชอบกระซิบในหูของผมตอนนอนอย่าง”เปลี่ยนโลกนี้ให้ปกคลุมด้วยยามราตรีหรือความมืดไปตลอดกาล”
น่ะมันดีต่อธาตุความมืด แต่ไม่ดีต่อแผนการทางการเงินของผมแน่ๆ
หากมีความมืดตลอดกาลคิดดูวิ ผลิตผลจะเสียหายแค่ไหน และชาวนาต้องก่อเรื่องกล่าวหาว่าเป็นความผิดของราชวงศ์
ผมไม่ทำอย่างนั้นหรอก
การเป็นเจ้าชายกินภาษีจากพวกเขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายก็ดีแล้วผมไม่คิดอยากจะทำให้พวกชาวนาเดือดร้อนเกินกว่าที่พวกเขาจำเป็นต้องเดือดร้อน
วิถีชีวิตของ Chad Chinaman ของผมต้องไม่ไดรับการขัดขวางจากใคร
“เอ่อ องค์ชายทำอะไรหรือ”
อาจารย์อเลสเตอร์กล่าวเมื่อเห็นผมหลับตาเหมือนกับนั่งฟังเสียงลม
“โอ๊ะ ลองฟังเสียงที่วิญญาณธาตุลมพยายามจะบอกเราน่ะครับอาจารย์”
อาจารย์อเลสเตอร์เกือบทำหนังสือในมือที่สอนผมตกลงกับพื้น
“ตะแต่อาจารย์ยังไม่ได้สอนวิชานั้นนะ แถมการฟังเสียงวิญญาณของธาตุต่างๆเป็นวิชาชั้นสูงมีแต่คนที่ธาตุนั้นรักเท่านั้นจึงจะยอมสื่อสารด้วย...เธอ....องค์ชายมีธาตุแห่งความมืด ไม่น่าจะสามารถฟังเสียงของธาตุลมได้”
อาจารย์อเลสเตอร์หน้าขาวซีดมือสั่นเนื่องจากเจอสถานการณ์ที่ไม่เคยพบตามตำรา
เป็นอย่างนี้เองหรือนี่?
แสดงว่าผมที่ยึดถือเรื่องหลักการของนารุโตะที่พยายามคุยกับวิญญาณความมืดของตนเองเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต เป็นคนที่แปลกสินะ ที่พยายามจะใช้ประสบการณ์ที่เคยคุยกับธาตุแห่งความมืดนั้นไปคุยกับธาตุอื่นได้ด้วยนี่
ผมพยายามปล่อยวิญญาณแห่งความมืดออกจากร่างกายและจุดเทียนในห้องนอนให้วิญญาณแห่งความมืดยกเงาของแสงเทียนในการลุกนั่งและซิทอัพ
โดยแลกเปลี่ยนกับการที่ผมต้องฟังธาตุแห่งความมืดบ่นเรื่อง “ต้องการย้อมทั้งโลกเป็นความมืดยามราตรี”ประมาณทุกหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน
หนทางของ Chad Chinaman ที่ต้องคุยกับจิตวิญญาณด้านมืดของตนเองไม่ใช่เรื่องง่ายดาย
อาจารย์อเลสเตอร์ถึงกับอึ้งไป เพราะแม้ว่าการสื่อสารจิตใจของธาตุที่ตรงกับตัวเราเป็นเรือ่งแปลก แต่นักเวทย์ระดับสูงก็มักจะสามารถสื่อสารกับธาตุของตนเองได้
แต่กับการสื่อสารข้ามธาตุนี่ อเลสเตอร์แทบจะไม่เคยได้ยินมาก่อน
ซึ่งมอเดอไค ก็รู้สึกแปลกๆว่าทำไมอาจารย์อเลสเตอร์ไม่พูดมากเหมือนที่เคยและการถามตอบหลังคาบเรียนก็กลายเป็นเหมือน การใจลอยและการคาดเดามากกว่า
..
“องค์ราชา ข้าคิดว่าความสามารถข้าจะมีจำกัด องค์ชายได้แสดงความสามารถที่ไม่คาดคิด ข้าฯคิดว่าควรจะได้คนที่มีความรู้มากกว่าข้าฯ ตอนนี้ข้าได้พยายามให้องค์ชายสนใจภาคปฏิบัติของการเล่นแร่แปรธาตุดวยพลังธาตุดินมากกว่าการควบคุมวิญญาณธาตุต่างๆจนกว่าจะหาหนังสือและแหล่งข้อมูลหรือคนมีความรู้สูงกว่าข้าฯมาตอบคำถามขององค์ชายได้อีกครั้ง..”
อเลสเตอร์ แบรทฟอร์ท นักเวทย์ดินระดับสามเหลี่ยมของราชสำนัก