ซือเฟิงหลง ภาคทะยานสู่เซียนเจี้ย

    ตอนที่ 20 ขอบเขตไร้พันธนาการ (3)


    ตอนที่ 20 ขอบเขตไร้พันธนาการ (3)



            ซือเฟิงหลงกระหืดกระหอบขึ้นมาถึงยอดเขาหลักในเวลาต่อมาก็พบว่าศิษย์พี่ทั้งสี่กำลังนั่งเล่นหมากล้อมอยู่ภายในศาลาแต่ละคนมีสีหน้าสดชื่นเบิกบาน แตกต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง ไม่รู้โทสะขุมหนึ่งผุดขึ้นมาจากที่ใดใจนึกอยากด่าคนขึ้นมาเต็มกำลัง

            เสียงของมู่ซานเกิงพลันดังขึ้นราวกับรู้ว่าศิษย์น้องเล็กผู้นี้กำลังคิดสิ่งใดอยู่“ศิษย์น้องจะโทษศิษย์พี่ไม่ได้นะ หากไม่พอใจ เจ้าควรไปตัดพ้อต่อว่าท่านบรรพจารย์จึงจะถูก”

            “แต่จะทำเช่นนั้นได้เจ้าคงต้องวิ่งกลับไปที่เกาะจูเซวี่ย วิ่งไปแล้วก็วิ่งกลับ ถือเป็นการฝึกฝน”หยวนไหวจงคลึงเม็ดหมากก่อนจะวางหมากลงเบาๆ

            เฉินเจียหลางยกกาน้ำชาขึ้นรินใส่ถ้วยชาใบใหม่ ก่อนจะหันมาเรียก “เฟิงหลงเข้ามาดื่มชาเร็ว”

            ซือเฟิงหลงลากขาเดินขึ้นบันไดไปนั่งลงบนเก้าอี้ว่างตัวหนึ่งรับถ้วยชามาพลางกล่าวว่า “ดีที่ยังเหลือศิษย์พี่ใหญ่ ที่ยังทำตัวเป็นเป็นศิษย์พี่”

            เจี่ยงฉงคล้ายทนฟังไม่ได้จึงพูดขึ้น“ศิษย์น้องเล็กเจ้าห้ามถูกท่าทางเสแสร้งของเขาหลอกเอาเชียวนะ ลืมไปแล้วหรือเขาขี่กระบี่นำหน้าสุด ไม่หันมามองเจ้าแม้แต่น้อย แต่ศิษย์พี่ฉงคนนี้ยังคอยลอบมองเจ้ากลัวว่าเจ้าจะวิ่งไม่ไหวน่ะนะ”

            เฉินเจียหลางแสร้งไม่ได้ยินคำพูดของเจี่ยงฉงหันมาเอ่ยกับซือเฟิงหลงอย่างจริงจัง“การทดสอบบัณฑิตชั้นในจะเริ่มอีกครั้งหนึ่งแล้วการทดสอบนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของพวกศิษย์พี่ศิษย์น้องเล็กเจ้าคิดว่าการประลองสนามต่อสู้ปีนี้จะมีผู้ใดกล้าท้าทายเจ้าหรือไม่”

            ซือเฟิงหลงจิบชาคำเล็กๆหลุบตาลงมองกระดานหมาก กล่าวว่า“ศิษย์พี่และท่านอาจารย์คงจะกลัวว่าปีนี้จะมีศิษย์ชั้นในบางคนท้าสู้กับข้าสินะจึงได้ขอให้ท่านบรรพจารย์ออกแรงช่วยแต่โชคร้ายที่การใช้พลังภายนอกมาผลักดันให้เลื่อนขั้นนั้นอันตรายเกินไปท่านบรรพจารย์จึงใช้วิธีให้ข้าตกอยู่ในสภาวะที่ต้องดึงเอาทุกสิ่งที่มีออกมาใช้ในการเอาชีวิตรอดเหนือผิวน้ำกลางทะเลสาบต้าไห่อันกว้างใหญ่ถึงอย่างนั้นข้าก็ยังไม่อาจเลื่อนสู่ขั้นจู้จี้อยู่ดี พวกท่าน...”

            หลังพูดประโยคสุดท้ายจบซือเฟิงหลงก็เงียบไปครู่ใหญ่ ดวงตาเหม่อมองกระดานหมากเนิ่นนานคล้ายตกสู่ภวังค์ปลายนิ้วที่คีบเม็ดหมากของมู่ซานเกิงและหยวนไหวจงนิ่งค้างอยู่เหนือกระดานหมากบรรยากาศตกอยู่ในความเงียบชวนอึดอัด

            เจี่ยงฉงจึงโพล่งออกมาว่า“เลื่อนขั้นไม่เลื่อนขั้นอันใดเล่า ศิษย์น้องเจ้าอยู่ในขั้นหลอมปราณก็จริงอยู่แต่ลองมองไปทั่วทั้งหยุนหนาน มีขั้นหลอมปราณคนใดวิ่งบนผิวน้ำทะยานลมเหยียบยอดไผ่ได้เช่นศิษย์น้องเล็กเจ้าบ้างเล่าอย่างเจ้านี้ต้องเรียกว่าอยู่ในขั้นขอบเขตไร้พันธนาการต่างหาก ”

            “ไร้พันธนาการ...ขอบเขตไร้พันธนาการ”

            ซือเฟิงหลงดวงตาเป็นประกายปากทวนประโยคนี้ซ้ำไปมา ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหมากดำวางลงบนกระดานหมากจากนั้นจึงลุกขึ้นจัดเสื้อผ้า ประสานมือกล่าวว่า “ขอบคุณศิษย์พี่ที่เป็นห่วง”

            เขายืดตัวขึ้นมือหนึ่งไพล่หลังอีกมือกำหลวมๆ ไว้ด้านหน้า ยิ้มไร้เดียงสากล่าว “อย่างที่ศิษย์พี่รองกล่าว ข้าคงเป็นขั้นหลอมปราณที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ผิดแน่ฟ้าไร้สิ้นสุด ขอบเขตก็พันธนาการข้าไม่ได้ แค่ขั้นหลอมปราณแล้วอย่างไรการแข่งขันบัณฑิตปีนี้ผู้ใดกล้าท้าสู้กับข้า คนผู้นั้นก็มาถึงคราวซวยแล้ว!”

            เด็กหนุ่มเดินลงบันไดไปช้าๆทิ้งศิษย์พี่ทั้งสี่ไว้เบื้องหลัง แต่ละคนต่างก็มีสีหน้าผิดแผกแตกต่างเฉินเจียหลางก้มหน้าใช้มือกุมขมับ อดใช้สายตาราวคมมีดปรายมองเจี่ยงฉงไม่ได้

            เจี่ยงฉงเหมือนคนใบ้กินหวงเหลียนขมวดคิ้วถามว่า “เขาคงไม่ได้เชื่อที่ข้าพูดจริงๆ ใช่หรือไม่?”

            เฉินเจียหลางพูดรอดไรฟัน“ต้องเชื่ออย่างไม่มีข้อแม้อยู่แล้ว เจ้าไม่เห็นใบหน้าลำพองนั้นหรือไม่ในใจคงคิดว่าระดับขั้นต่ำแต่สามารถเอาชนะคนที่ขั้นบำเพ็ญสูงกว่ากำลังน่าสนุกสุดๆไปเลยต่างหาก หากศิษย์น้องเลื่อนขั้นไม่สำเร็จสักทีแล้วใจเกิดความเกียจคร้านคิดใช้วิธีอื่นมาสร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเองละทิ้งการบำเพ็ญปราณ เจ้าจะทำอย่างไร?”

            หยวนไหวจงเอ่ยขึ้นช้าๆ“ในประวัติศาสตร์การบำเพ็ญพรต เคยมีคนผู้หนึ่ง พรสวรรค์ในการบำเพ็ญของเขาธรรมดาเลื่อนขั้นช้ามากจนเคยหยุดอยู่ที่คอขวดจินตันเนิ่นนาน ตัวเขาคิดว่าเส้นทางนี้ช่างยากเย็นยิ่งกว่าการปีนขึ้นฟ้าเขาจึงละทิ้งหนทางการบำเพ็ญหันมาทุ่มเทเวลาให้กับการเรียน อ่านตำราหมื่นเล่มเดินทางหมื่นลี้ พบปะผู้คนหมื่นหมู่บ้าน หมื่นวิถีกลับมาบรรจบกันอย่างน่าอัศจรรย์ก็ล้วนหนีไม่พ้นห้าธาตุ ประสานหยินหยางก่อเกิดการคิดคำนวณความเป็นไปในโลกได้ไม่สิ้นสุด การบรรลุธรรมของเขาส่งให้พลังบำเพ็ญของเขาพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง สามารถใช้การหยั่งรู้มาสร้างเขตแดนกลายเป็นยอดคนบนภูเขาคือบรรพบุรุษของลัทธิหยินหยาง”

            มู่ซานเกิงทิ้งหมากในมือลงโถใส่หมากกล่าวว่า “เจ้าจะบอกว่า ศิษย์น้องอาจจะกลายเป็นบรรพบุรุษลัทธิหมากล้อมหรือไรหมากนี้ทั้งข้าและเจ้าล้วนโดยกินเรียบ!”

            หยวนไหวจงหัวเราะ “ข้ากลับคิดว่าเขาอาจจะเป็นเทพอักษร พู่กันเทวะ แซงหน้าเจ้าไปอย่างไม่เห็นฝุ่นต่างหาก”

            เฉินเจียหลางลุกขึ้นยืนกำลังจะเดินลงจากศาลา เจี่ยงฉงก็ถามขึ้น “นั่นเจ้าจะไปไหน”

            “การแข่งขันกำลังจะเริ่มข้าเป็นอันดับหนึ่งมาทุกปี ปีสุดท้ายก็ยังต้องเป็นเช่นนั้น”

            กล่าวจบร่างในอาภรณ์ขาวราวหิมะก็พลิ้วกายจากไปเจี่ยงฉงตบโต๊ะจนเม็ดหมากกระเด็น “ข้าถูกคนผู้นี้ทำให้โมโหจะแย่แล้วปีสุดท้ายถ้าเจ้าแพ้ข้า เจ้าก็จะต้องเรียกข้าศิษย์ใหญ่ตลอดไปไม่ใช่หรือ!ข้าจะไปฝึกเช่นกัน!”

            มู่ซานเกิงเก็บหมากกลับมาอย่างใจเย็น กล่าวว่า“พวกที่สมองมีแต่กล้ามเนื้อ ความคิดไม่ซับซ้อนนี่ก็ดีเหมือนกันกี่ปีมาแล้วเขายังคิดว่าจะเอาชนะเจียหลางได้อีกหรือ เจียหลางเพิ่งจะทะลวงสองขั้นติดเป็นจิตตันขั้นกลางแล้ว เขาเพิ่งจะสร้างแก่นทองคำ ยังรักษาระดับขั้นใหม่ไม่สเถียรเลยด้วยซ้ำ”

            “นี่ศิษย์พี่สามแม้ท่านจะรู้สึกพึงพอใจกับตำแหน่งศิษย์พี่สาม แต่ข้ากลับไม่พอใจอันดับสี่นี้สักนิดตำแหน่งศิษย์พี่สี่นี้ท่านรับไว้ดีหรือไม่!”กล่าวจบหยวนไหวจงก็วางหมากเริ่มกระดานใหม่อีกครั้ง

            ริ้วคลื่นพลันกระเพื่อมแผ่ออกไปก่อเกิดเป็นตารางหมากล้อมใหญ่โตโอฬาร พวกเขาทั้งคู่ ต่างก็เป็นหมากตัวหนึ่ง

            มู่ซานเกิงคลี่ยิ้ม ใช้ปลายนิ้วจับเม็ดหมากวางลงทว่าเป็นการจับด้วยท่าจับพู่กันทันใดนั้นบนตารางหมากยักษ์ก็ปรากฏหมื่นอาชามีทหารม้าถือธงพร้อมรบปรากฏขึ้น

            “ใครบอกว่าข้าพอใจกับฐานะศิษย์พี่สามกันปีนี้ข้าย่อมหวังจะกลายเป็นศิษย์พี่รอง!”

                พลังปราณสองสายพลันระเบิดวาบออกมาจากจากศาลาม่ายเถิงก่อเกิดเป็นลมพายุซัดกระเพื่อมแผ่ออกไปไม่สิ้นสุด ส่งผลให้กลีบบุปผาโปรยปรายราวกับม่านพิรุณ

            ทันใดนั้นก็มีเสียงเดือดดาลของอาจารย์ใหญ่ดังขึ้น“ห้ามประลองนอกสนาม รออีกสามวันให้หลัง ข้าจะไม่ห้ามพวกเจ้า!”

            เมฆดำพลันก่อตัวกลายเป็นมังกรลอยตัวอยู่บนฟ้าอ้าปากกว้างสูบปราณสองสายที่กำลังปั่นป่วนไปทั้งยอดเขาลงท้องไปอย่างรวดเร็วราวกับวาฬสูบน้ำ

            พลังอภินิหารใดที่บัณฑิตหนุ่มทั้งสองปลดปล่อยออกมาล้วนสลายหายไปสิ้นเมฆมังกรหายไป ท้องฟ้าก็กลับมาสดใสอีกครั้ง มู่ซานเกิงกับหยวนไหวจงได้แต่ใช้ตามองจมูกจมูกมองใจ เมื่อสายตาสานสบกัน ต่างฝ่ายต่างก็สะบัดหน้าไปคนละทาง

             

            บนชั้นสูงสุดของหอวิเวกอาจารย์ใหญ่ถอนใจยาว ก่อนจะหันกลับมาทางปรมาจารย์ทั้งสี่ แต่ละคนไม่ได้มีสีหน้าแจ่มใสนักอาจารย์ฉีเองก็ได้รับบาดเจ็บกลับมายังรักษาไม่หายอาจารย์เหอกลับมาพร้อมกระบี่ที่หักไปครึ่งหนึ่ง

            “โลกกำลังจะเข้าสู่ความโกลาหลโชคดีที่ปีนี้มีศิษย์ถึงสิบคนที่สามารถสร้างแก่นทองคำสำเร็จการศึกษา พอจะมีโอกาสก้าวหน้าต่อไปได้มากขึ้นข้าหวังว่าพวกเขาจะไปต่อได้อีกไกล ไม่ล้มลงภายใต้สมรภูมิใดสมรภูมิหนึ่งข้างนอกนั่น”

            “การฝึกประสบการณ์ครั้งพบเจออะไรมากันแน่”อาจารย์ใหญ่ถาม

            อาจารย์เผยกล่าวว่า“ข้ากับกลุ่มลูกศิษย์ของเหล่าหลินพบหมู่บ้านที่ถูกมารควบคุม พวกมันค่อยๆดูดกลืนพลังชีวิตของผู้คน เลี้ยงเอาไว้ปล่อยให้ดำรงเผ่าพันธุ์จากนั้นก็ค่อยกลืนกินมันทำราวกับมนุษย์เหล่านั้นคือปศุสัตว์ หลายหมู่บ้านเหลือเพียงโครงกระดูกแม้แต่วิญญาณแร่ร่อนสักดวงยังไม่หลงเหลือไว้”

            อาจารย์หลินโยนลูกแก้วไปให้อาจารย์ใหญ่รับไว้แล้วใช้จิตตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง “หลายปีมานี้ มารปีศาจเหิมเกริมขึ้นเรื่อยๆ พวกที่ทำการใหญ่เหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนมาจากแดนมาร ปีศาจคงกำลังตามหาเด็กในคำทำนายให้พบก่อนซิวเจ่อเป็นแน่”

            อาจารย์เหอลืมตาขึ้นโยนลูกแก้วลูกหนึ่งขึ้นบนอากาศ ภาพการต่อสู้ที่ถูกบันทึกเอาไว้พลันฉายซ้ำ“นี่คือเหตุการณ์ล้อมฆ่าครั้งนั้น”

            เหตุการณ์ภายในลูกแก้วบันทึก คือฉากต่อสู้เป็นตายระหว่างปีศาจระดับจินตันสี่ตนกับอาจารย์เหอที่ตรอกด้านหลังโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง

            “หากพวกมันทั้งหมดเป็นเพียงจินตันธรรมดาก็คงไม่ยุ่งยากอะไร แต่มีคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งล้วนอยู่ในขั้นหยวนอิงครึ่งก้าวสองจิ้งจอกประสานหยินหยาง สองวิญญาณรวมเป็นหนึ่ง พลังอำนาจเหนือกว่าจะจินตนาการเพื่อทำให้พวกมันบาดเจ็บจนยอมล่าถอย กระบี่ของข้าจึงได้หักครึ่ง”

            ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเจาะจงมุ่งเป้ามาที่เฟิงหลงเป็นพิเศษ”

            อาจารย์ฉีพยักหน้าการต่อสู้ครั้งนั้นถาโถมเข้ามาอย่างไม่มีเค้าลางมาก่อนเพื่อไม่ให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการต่อสู้ ข้าได้สร้างค่ายกลล้อมกักสนามต่อสู้เอาไว้เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย เมื่อนึกถึงเหตุการณ์บางอย่างจึงเอ่ยว่า “ในหมู่พวกมันมีเด็กหนุ่มที่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งคอยชี้ตัว ว่าศิษย์คนใดคือเฟิงหลง”

            อาจารย์ใหญ่ขมวดคิ้วถาม“เด็กหนุ่มธรรมดา? ในหมู่ปีศาจหรือ”

            อาจารย์ฉีพยักหน้าตอบเสียงขรึม“เขาจะต้องรู้จักเฟิงหลงอย่างแน่นอนเป็นไปได้ว่าผู้ที่วางแผนร้ายเมื่อสามปีก่อนจะเป็นเด็กคนนี้”

            “แล้วเหตุใดไม่พยายามชิงตัวคนมาเต้นถามให้รู้เรื่อง”อาจารย์ใหญ่เอ่ยอย่างร้อนใจ

            อาจารย์เหอจึงกล่าวเรียบๆ ว่า“ข้าไม่อาจละทิ้งความปลอดภัยของเด็กๆแล้วไปวิ่งไล่ตามเด็กอีกคนที่ไม่รู้ว่าเป็นผีหรือปีศาจ”

            “ถูกของท่าน ถูกของท่าน” อาจารย์ใหญ่พยักหน้าพลางเดินกลับไปกลับมารอบหนึ่งก่อนจะเปรยขึ้นว่า “หวังว่ามันจะเป็นเพียงความแค้นส่วนตัวของคนผู้หนึ่งดีกว่าให้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งนั้น!”

            อาจารย์หลินนึกถึงเรื่องที่ชาวบ้านโจษจันกันเรื่องศิษย์สถานศึกษาห้าคนวิ่งข้ามทะเลสาบต้าไห่จึงหันมาถามอาจารย์เหอ “ท่านจึงได้พาพวกเขาไปพบบรรพจารย์หวังว่าท่านอาจารย์จะช่วยเฟิงหลงให้ทะลวงไปอีกขั้นหนึ่งมีเพียงทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นใช่หรือไม่”

            อาจารย์เหอพยักหน้าตอบ“วิชาสังขารที่เขาฝึกเหมือนจะดูไร้เทียมทานสามารถต่อสู้ข้ามขั้นได้ถึงสองขั้นแต่มันก็แค่นั้นเอง หากเจอศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า พบเจอจินตันสักคน ร่างกายดุจเหล็กก็ถูกทำลายได้อยู่ดี”

            “แล้วดูสิดูเจ้าฉงตัวดีกลับไปพูดยกหางเขาเสียได้ ขอบเขตไร้พันธนาการบ้าบออะไร”อาจารย์ฉีโบกนิ้วชี้พับๆ ไปยังทิศทางที่ศิษย์ของตนอยู่แล้วบ่นอย่างไม่ได้ดังใจ

            “ฮ่าๆๆ เอาน่า!เฟิงหลงรู้ว่าอะไรควรไม่ควร บางทีที่เขาแสดงท่าทีเช่นนั้นออกมาก็เพราะต้องการให้ศิษย์พี่ทั้งหลายสบายใจก็เป็นได้เล่าเรียนมาสามปี ขั้นพลังไม่ขยับขึ้นแม้แต่น้อย เมื่อก่อนพวกเรามักเตือนศิษย์พี่ของเขาว่าห้ามกดดันเสี่ยวเฟิงหลงมาตอนนี้เป็นเช่นไร กษัตริย์ไม่ร้อนใจ ขันทีกลับร้อนใจเสียเอง”

            เหล่าผู้เฒ่าทั้งห้าได้แต่ทอดถอนใจมองหมู่เมฆแซมกลีบเหมยขาวที่กำลังร่วงโรย

            หวังในใจว่าไผ่เขียวสิบปีนิ่งสงบพอเข้าปีที่สิบ จะแทงยอดสูงเทียมฟ้า!





    คล้ายกับเรื่องซือเฟิงหลง ภาคทะยานสู่เซียนเจี้ย ที่คุณอ่าน

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อสูรข้ามฟ้า

    อสูรข้ามฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.46M 2294