ตงฉินยึดอำนาจ

    ตงฉินยึดอำนาจ_56_เสวี่ยเหวินหลงเยือนกวนซาน

    เมื่อหวางตงหยางเห็นซือเจิ้นเฉียง กำลังมีความสุข เขาก็รีบพูดเยินยอทันที “เลขาธิการซือ คุณช่างฉลาดจริงๆ ก่อนหน้านี้ผมเอาเอกสารให้หลิวชิงหยู่ไป คุณได้บอกให้ผมแอบเก็บไว้ส่วนหนึ่งตลอดมันจะทำให้เขาคิดผิดว่าเอกสารหมดแล้ว วิธีนี้จะทำให้การสะสมเอกสารของเขามากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถโต้แย้งได้”


    ซือเจิ้นเฉียง รู้ดีว่าเป็นการยกยอ แต่เขาก็มีความสุขอย่างมากเขาพูดออกไปว่า “หึหึ หลิวชิงหยู่ยังเด็กมากเกินไป เขาคงคิดว่าที่ผมเสียท่าให้เขาสองรอบเขาก็น่าจะชนะแล้ว แต่เขาคงไม่รู้ว่าเกมการเมืองมันสู้กันเป็นเวลานาน ต้องดูว่าใครจะหัวเราะเป็นคนสุดท้าย เด็กหนุ่มไฟแรงที่เข้าสู่เส้นทางทางการเมือง มักเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นกล้าหาญ แต่ในสายตาของผู้ที่ผ่านสมรภูมิโชกโชนอย่างพวกเรา พวกเขาย่อมอยู่ได้ไม่นาน โดยเฉพาะคนแบบหลิวชิงหยู่ เมื่อเขากล้าหาเรื่องผู้ว่าการเสวี่ยชะตาของเขาก็ถูกกำหนดให้พบกับหายนะแล้ว แม้ว่าเขาจะมีรองนายกถังสนับสนุน แต่เขาควรตระหนักว่า ผู้ว่าการเสวี่ยเป็นใหญ่ในเทศมณฑลจิงหลินเรา เมื่อหลิวชิงหยู่ตบหน้าเขา มีหรือที่เขาจะยอมปล่อยไปง่ายๆ ยิ่งมีผมคอยช่วยหลิวชิงหยู่ก็ไม่มีทางรอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาคิดถึงภูเขาชุ่ยผิง ซึ่งเป็นดั่งเผือกเน่า ที่ไม่มีใครสามารถนำมาทำประโยชน์อะไรได้ อ้อจริงสิ ผู้ว่าการเสวี่ยบอกผมว่าเขาจะมาพร้อมกับคณะกรรมาธิการอีกชุดหนึ่ง”


    หวางตงหยางตกใจเมื่อเขาได้ยิน เขาพูดตอบไปทันทีว่า" สมาชิกคณะกรรมาธิการอีกชุดหนึ่ง? "


    ซือเจิ้นเฉียงตื่นเต้นมากเขากล่าวออกไปทันที “ใช่มี หนิ่วเจี้ยนกั๋วจากฝ่ายตรวจสอบวินัย จินหยู่เผิงฝ่ายบริหารจัดการ โจวหยางแผนกโฆษก และรองผู้ว่าการฝ่ายอนุรักษ์ สวีเจี้ยนฮวา ลองคิดดูสิด้วยกลุ่มคนเหล่านี้แม้เซี่ยเจิ้งเต๋อก็ต้องยอมถอยให้ หากพวกเขาร่วมมือกันตรวจสอบหลิวชิงหยู่ หลิวชิงหยู่จะพลิกสถานการณ์ได้อย่างไร”


    “ไม่มีทางแน่นอน” หวางตงหยางสรุปโดยไม่ลังเล


    ทั้งสองยิ้มให้กันใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการของตำบลกำลังเตรียมการอย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมการการต้อนรับให้สมบูรณ์แบบ สิ่งนี้ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของคณะกรรมาธิการในด้านการจัดการ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเป็นผู้นำของตำบลกวนซานภายใต้การนำของซือเจิ้นเฉียงด้วย


    ในขณะที่ซือเจิ้นเฉียงและคนอื่นๆ กำลังทำงาน หลิวชิงหยู่ก็ได้ใช้เวลาและความคิดไปกับการปีนเขาและถ่ายรูปจุดชมวิว จุดชมวิวอันสูงชันของภูเขาชุ่ยผิง เนื่องจากหลิวชิงหยู่พบว่า ในโพสต์ที่เขาโพสต์บนกระทู้ มีผู้ใช้งานชื่อว่า มองไปรอบๆ สนใจรูปที่เขาโพสต์มาก และยังส่งข้อความส่วนตัวถึงเขาถามเกี่ยวกับสภาพโดยรอบของสถานที่แห่งนี้ คนคนนั้นดูเหมือนจะสนใจอย่างมาก แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะเข้ามาลงทุน และสำหรับหลิวชิงหยู่ที่เป็นทหารมาหลายปี เขายังไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค ขณะตั้งหน้าตั้งตาหานักลงทุน เขาเชื่อว่าหากเขาพยายามสักวันมันต้องประสบความสำเร็จ ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันเกิดจากการที่เราควบคุมทุกรายละเอียดและนำมาปรับปรุงปรับใช้ ไม่ล้มเลิกถอดใจ เมื่อถึงเวลานั้นความสำเร็จก็จะมาถึง


    กำเนิดบนถ้ำเซียน แม้นทิวทัศน์ไร้ขอบเขตแต่ปากเหวอันตราย! หากใช้บทกวีนี้บ่งบอกสถานการณ์ของหลิวชิงหยู่ในตอนนี้ก็นับเป็นอะไรที่ตรงตัว เพราะบริเวณ หน้าผาของภูเขาชุ่ยผิง มีถ้ำเซียนอยู่ ซึ่งไม่มีใครเคยเข้าไปยังถ้ำเซียนมาก่อน แต่คราวนี้หลิวชิงหยู่ได้นำตะเกียงไฟพร้อมเชือกที่ใช้ในงานเหมือง ขนมปังกรอบ และสิ่งอื่นๆ ติดเข้ามาด้วย เขาวางแผนที่จะสำรวจถ้ำเซียนแห่งนี้ เขาผูกเชือกกับต้นไม้ที่แข็งแรงมากที่บริเวณหน้าผา จากนั้นเขาก็ตรงเข้าไปในถ้ำและรู้สึกได้ถึงลมเย็นพัดมาที่ใบหน้า จนหนาวเย็นลึกไปถึงกระดูก หากเป็นคนธรรมดา คุณอาจจะต้องถอยออกไป เพราะความหนาวเหน็บ แต่หลิวชิงหยู่เป็นอดีตหัวหน้าหน่วยรบพิเศษ ไม่ว่าสถานที่จะอันตรายเพียงใดแต่เขาก็ไม่เคยหวาดหวั่น หลังจากเข้ามาในถ้ำ หลิวชิงหยู่ก็พบหินขนาดใหญ่ เขาใช้เชือกรัดหินก้อนนั้นเอาไว้เพื่อไม่ให้เชือกปลิวร่วงลงหน้าผา จากนั้นค่อยเดินเข้าไปในถ้ำเซียน


    หลังจากเดินไปสักพักหลิวชิงหยู่ดูเหมือนจะเข้ามาด้านในภูเขาแล้ว แต่สถานการณ์ด้านหน้าก็ทำให้เขายื่นนิ่งค้าง


    นี่คือถ้ำธรรมชาติ ในถ้ำมีเสาหินย้อยขนาดยักษ์ที่ค้ำท้องฟ้ากระจายอยู่ทั่วถ้ำ ถ้ำนี้แบ่งเป็นหลายๆ ห้องตามธรรมชาติ และเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินยาว ลึกลงไปในถ้ำมีแม่น้ำกว้างสามเมตรไหลลึกลงไปในถ้ำ ทิวทัศน์ในห้องโถงต่างๆ ของถ้ำมันสวยสดงดงาม และยิ่งลวดลายอารยธรรมต่างๆ ภาพวาดเก่าแก่บนผนังถ้ำที่ดูงดงามตัดกับความร้อนด้านนอกถ้ำทำให้บรรยากาศดูรื่นรมย์อย่างมาก เมื่อหลิวชิงหยู่เห็นภาพเหล่านี้เขาก็ตกตะลึงไปโดยปริยาย


    ภาพที่งดงามเช่นนี้ หลิวชิงหยู่ไม่สามารถอธิบายเป็นสิ่งใดอื่นนอกจากความมหัศจรรย์ของธรรมชาติได้


    หลิวชิงหยู่ไม่ลังเลที่จะหยิบกล้องขึ้นมา เขากลัวว่าแสงในถ้ำจะไม่เพียงพอจึงเปิดไฟฉายขึ้น ซึ่งมันยิ่งทำให้ถ้ำนั้นดูงดงามโดดเด่นมากขึ้นท่ามกลางแสงไฟฉาย ความงดงามแบบนี้หลิวชิงหยู่ไม่ลังเลที่จะถ่ายจนแบตหมด หลิวชิงหยู่เชื่อว่าเมื่อเขาเผยแพร่รูปนี้ไปชาวเน็ตจะต้องตกตะลึงแน่นอน


    หลังจากนั้นหลิวชิงหยู่ก็ไม่สามารถห้ามตัวเองได้ เขารีบเก็บของเพื่อออกไปหาสถานที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อโพสต์ดูว่าเขาจะดึงดูดความสนใจของนักลงทุนได้หรือไม่


    ในเวลาถัดมา หลิวชิงหยู่ใช้เวลา 20 นาทีในการลงจากเขาจากเดินที่ใช้เวลา 40นาที เมื่อเขาเห็นสัญญาณโทรศัพท์ เขาก็รีบเปลี่ยน SD Card จากกล้องใส่เข้าไปในโทรศัพท์มือถือ และเลือกภาพถ่ายที่เขาคิดว่าดีที่สุด ราวๆ สิบกว่ารูปแล้วทำการถ่ายโอนข้อมูลภาพเอาไว้ในมือถือของเขา จากนั้นเขาก็รีบไปที่จักรยานแล้วปั่นกลับไปที่ตำบลเพื่ออัปโหลดรูปถ่ายลงบนอินเทอร์เน็ต


    อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้หลิวชิงหยู่ก็ไม่รู้ว่า ซือเจิ้นเฉียงได้ตั้งประตูมังกรไว้ในตำบล เพียงแค่รอให้หลิวชิงหยู่เปิดมันเข้าไป


    เพราะตอนนี้ เสวี่ยเหวินหลง กับเหล่าคณะกรรมาธิการได้เดินทางมาถึงตำบลกวนซานเป็นที่เรียบร้อย


    ซือเจิ้นเฉียงนำคณะกรรมาธิการของตำบลทั้งหมด ยกเว้นหลิวชิงหยู่ไปต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ พวกเสวี่ยเหวินหลง จับมือกับเหล่าคณะกรรมการของตำบล อย่างไรก็ตามหลังจากเสร็จสิ้น เสวี่ยเหวินหลงก็ขมวดคิ้วแล้วพูดอย่างไม่พอใจว่า “ซือเจิ้นเฉียง ทำไมสหายหลิวชิงหยู่ถึงไม่มา งานเขายุ่งมาก จนไม่มีเวลาว่างปลีกตัวมาเลยหรือ”


    เมื่อได้ยินคำถามของเสวี่ยเหวินหลง เมิ่งฮวน ฉินรุ่ยเจีย ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นทะแม่งๆ พวกเขาไม่ได้โง่ พวกเสวี่ยเหวินหลงเข้ามาตรวจสอบในตำบล ปกติต้องได้รับการบอกกล่าวล่วงหน้า แต่คราวนี้ไม่มีสมาชิกคนใดได้รับข่าวสารแจ้ง จนกระทั่งพวกเสวี่ยเหวินหลงมาถึง ซือเจิ้นเฉียงถึงเพิ่งจะมาแจ้งให้คณะกรรมาธิการของตำบลทราบ พร้อมบอกว่าผู้ว่าการจะลงมาตรวจสอบ ซึ่งเมิ่งฮวนกับฉินรุ่ยเจียพยายามโทรศัพท์ติดต่อ แต่หลิวชิงหยู่ยังอยู่บนภูเขาซึ่งไม่มีสัญญาณเข้าถึง จึงติดต่อไม่ได้


    แต่ตอนนี้ผู้ว่าการเทศมณฑลอยู่ที่นี่แล้ว การที่นายกเทศมนตรีไม่อยู่ต้อนรับเป็นเรื่องที่หยาบคายมาก


    และฉากที่ไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น


    หลังจากได้ยินคำถามของเสวี่ยเหวินหลง ซือเจิ้นเฉียงก็รู้ขึ้นแล้วพูดว่า “ผู้ว่าการเสวี่ย สหายหลิวชิงหยู่ ไม่ได้ยุ่งกับการทำงาน เขาหยิบกล้องแล้วปั่นจักรยานไปภูเขาชุ่ยผิง เพื่อถ่ายภาพ เขาบอกว่าเขาจะโพสต์รูปลงอินเทอร์เน็ตเพื่อดึงดูดความสนใจของนักลงทุน”


    สีหน้าของเสวี่ยเหวินหลงหมองลงทันที


    หนิ่วเจี้ยนกั๋ว เลขาธิการฝ่ายตรวจสอบวินัยกล่าวด้วยใบหน้าบึ้งตึง “กล้ามาก หลิวชิงหยู่ควรจะล้มเลิกความคิดเรื่องพัฒนาธุรกิจ เขาควรจะใส่ใจกับงานของนายกเทศมนตรี เขาไปที่ภูเขาชุ่ยผิงเพื่อถ่ายภาพ เห็นชัดว่าเขาไปเที่ยวเตร่ คนคนนี้ใช้การไม่ได้จริงๆ เขาละทิ้งหน้าที่การงานโดยไม่มีการขออนุญาต ถือเป็นการละเมิดวินัย เราจะต้องบันทึกความพฤติกรรมแล้วเขียนรายงาน รอให้ทางเทศมณฑลตัดสินความประพฤติ”


    เมื่อได้ยินที่หนิวเจี้ยนกั๋วพูด เสวี่ยเหวินหลงก็พยักหน้ารับทันที “สหายหนิ่วเจี้ยนกั๋วกล่าวได้ถูกต้อง การออกงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และเดินทางหานักลงทุนโดยพลการเป็นสิ่งที่ผิดขาดสามัญสำนึก เรื่องนี้เราจะเพิกเฉยไม่ได้ เราจะต้องจัดการเพื่อไม่ให้คนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เราในฐานะตัวแทนเทศมณฑลต้องเข้ามาจัดการและรายงานให้เบื้องบนทราบ เราต้องทำให้คนอื่นๆ รู้ว่าเราจะไม่ยอมปล่อยให้ใครทำเรื่องผิดวินัยบกพร่องต่อหน้าที่อย่างเด็ดขาด แม้ว่าหลิวชิงหยู่จะมีใครให้ท้ายอยู่เบื้องหลัง เราก็จะไม่ใจอ่อน” เสวี่ยเหวินลง อ้างถึงความชอบธรรมอย่างเด็ดเดี่ยวอาจหาญ เผยภาพลักษณ์ของผู้ว่าการเทศมณฑลที่ไม่เห็นแก่ตัวและทำเพื่อประชาชนออกมาเต็มประดา


    หลังจากที่เสวี่ยเหวินหลงพูดจบ จินหยู่เผิง เลขาธิการฝ่ายบริหารจัดการก็กล่าวรับทันที “ผู้ว่าการเสวี่ยพูดถูก จิงหลินเราไม่สามารถทนกับพฤติกรรมขาดความรับผิดชอบต่อประชาชนแบบนี้ได้อย่างแน่นอน เราจะต้องจัดการเรื่องนี้”

    คล้ายกับเรื่องตงฉินยึดอำนาจ ที่คุณอ่าน