เวลาไหลผ่านไป3เดือน หลายๆ คนเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง ของกายาของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นมาอีกระดับ
พวกเขาเริ่มอยู่ภายในวังวิหารได้นานขึ้น พวกเขา หลายๆ คน ล้วนอยากเข้าไปเก็บสมุนไพรภายในแปรงสมุนไพรแต่ว่ามันไกลมากราวๆ
2ลี้ได้ ซึ่งมันห่างกับที่พวกเขาเดินอีกไกลมาก พวกเขายังไปได้ไม่ถึง10000ก้าวเลยด้วยซ้ำ
อี้เฉินเริ่มเดินภายใต้แรงกดดันได้ดีขึ้น แม้แต่ซีเผิงที่เห็นอี้เฉินเดินผ่านแรงกดดันไปได้
ถึง4000ก้าวเขาถึงกับประหลาดใจกายาอี้เฉินแข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่
ภายนอกวิหารเกิดความอึกกระทึกครึกโครม"พวกเจ้ารู้หรือเปล่า ไอ้เด็กผมขาวนั่นมันเดินไปถึง 4000ก้าวโดยไม่ขับเคลื่อนปราณพลังป้องกัน"
"ใช่ๆ ข้าเห็นเองกับตาของข้า"
ต้วนอี้เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงโอหัง "มันช่างใจกล้าห่อฟ้านักไม่กลัวร่างมันจะแหลกสลายหรือไง"
ปาโม่จือยิ้ม "มันได้แค่4000ก้าวเอง ข้าได้ไป6000ก้าวแล้วแถมยังได้สมุนไพรระดับ ศักดิ์สิทธิ์ มาตั้ง5ต้น"
หลายๆ คนได้ยินที่ ปาโม่จือพูดพวกเขาต่างพากันส่ายหัว ซีเผิงไปได้ไกลกว่า ปาโม่จือ ยังไม่คุยโวเลย
.....
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปถึง6 เดือน ตัวอี้เฉินเริ่มทนรับกับแรงกดดัน ภายในวังวิหารได้ดีขึ้น
ตัวเขาไม่ต้อง เข้าๆ ออกๆ ภายในวังวิหารบ่อยๆ เหมือนเดิมอีกต่อไป ร่างกายอี้เฉินเริ่มปรับสภาพรับกับแรงกดดันภายในได้ดีขึ้นหลายเท่า
กายาเองก็ลดการศูนย์เสียพลังไปมาก
อี้เฉิน เดินจนไปถึง10000ก้าวได้สำเร็จ ตอนนี้ยังไม่มีใครมาถึง 10000ก้าวมาก่อนในพวกเขามีเพียงอี้เฉินเท่านั้นที่ไปได้ไกลที่สุด
ระหว่างทาง อี้เฉินได้สมุนไพร ระดับ ศักดิ์สิทธิ์มาเพิ่มอีก 6ต้น
หลังจากเดินมาถึง10000ก้าว แรงกดดันยิ่งมากเป็นทวี เขาไม่ย่อท้อเดินต่อไปเรื่อยๆ อยากรู้ตัวเขาจะเดินเข้าไปได้อีกไกลเท่าไหร่
ยิ่งเขาเดินไปไกลมากเท่าไรแรงกดดันยิ่งหนักหน่วง
เขาใช้เวลาเดินทางไปอีก 15วัน จนมาถึง12000ก้าว ตัวเขาเริ่มที่จะเดินต่อไปไม่ไหว แรงกดดันเริ่มหนักหน่วงรุนแรงเกินไป
ร่างกายของเขาเริ่มมีเลือดไหลซึม ตรงนี้น่าจะเป็นจุดที่กายาของเขารับไม่ไหวอีกต่อไป หากตัวเขาฝืนเข้าไปเป็นไปได้ที่ตัวเขาได้บาดเจ็บหนัก
อี้เฉินไม่หักโหมเดินเข้าไปภายใน อีกต่อไป ตัวเขาคิดที่จะปิดขั้นพลังหมายมั่นเลื่อนขั้นพลังย่อยภายในพื้นที่แห่งนี้
บางคนเองก็เลื่อนขั้นพลังที่นี่ เมื่อ20วันก่อนอี้เฉินเห็นมหันตสายฟ้าของปาโม่จือ ซีเผิงที่นี่
เขาหยิบสมุนไพรออกมาจากแหวนมิติ ที่เป็นสมุนไพรที่ช่วยในการเพิ่มประสบการณ์ความรู้ออกมา มันมีอยู่เพียง 4ต้น
ก่อนเขาจะกินสมุนไพรดอกกระดิ่งเงินทั้ง4ต้น เข้าไปโดยตรง แล้วนั่งปิดขั้นพลัง
เสียงท่องคัมภีร์ดังก้องในกายา ดั่งมีคนเล็กอ่านคัมภีร์ อักขระรอบๆ ตัวอี้เฉินค่อยๆ หลั่งไหลเข้าไปภายในกายาอย่างบ้าคลั่ง
ประสบการณ์ความรู้ค่อยๆ ถูกสะสมช้าๆ จนรอบๆ เต็มไปด้วยอักขระลอยล่อง เขาค่อยๆ ใช้เวลาสะสมประสบการณ์ความรู้ไปเรื่อยๆ
จนเวลาล่วงเลยไปถึง 2เดือน ก่อนที่ร่างกายของเขาจะเปล่งประกายสีทองออกมา ประสบการณ์ความรู้ของเขาค่อยๆ
เริ่มตกผลึกไม่ช้าก็จะสามารถเลื่อนขั้นพลังย่อยได้ กายาของเขาเริ่มขับเคลื่อนอย่างรุนแรง
เลือดในกายาสูบฉีดอย่างบ้าคลั่งเหมือนมันกำลังจะยกระดับร่างกาย กายาเองก็สั่นไหวก่อนที่มันจะเปล่งประกายสีทอง
เป็นสัญญาณบ่งบอกจะเลื่อนขั้นพลังย่อย
ท้องฟ้าด้านบนเริ่มก่อตัว อีกครั้งรอบๆ มืดครึ้มอย่างรวดเร็ว
ชายคนหนึ่งเอ่ยพูด "พวกเจ้าดูตรงนั้นเร็ว เหมือนจะมีคนเลื่อนขั้นพลังอีกแล้ว เมื่อหนึ่งเดือนก่อนก็มีคนเลื่อนขั้นพลังที่นี่เหมือนกัน"
"ข้าเห็นปาโม่จือ เลื่อนขั้นพลังย่อยเหมือนกันท้องฟ้ามืดครึ้มแบบนี้เลย มหันตสายฟ้าที่ปาโม่จือเรียกมา ก็ไม่ธรรมดาเลย"
ชายหนุ่มอีกเอ่ยค้าน"แต่ข้าว่ามหันตสายฟ้าของ ซีเผิงรุนแรงเป็นอย่างมาก เหมือนจะเหนือกว่า ปาโม่จือ เสียอีก ว่ากันว่า
เจ้าสำนักเซียนจะให้ซีเผิงเป็นศิษย์เอก ของเจ้าสำนักเซียนไม่รู้ข่าวนี้จริงหรือเปล่า"
"ข้าก็ได้ยินข่าวนี้เหมือนกัน น่าจะเป็นความจริงเห็นว่าเจ้าสำนักมีคนที่หมายตาไว้แล้ว 5คน" หลายๆ คนต่างถอนหายใจอยากจะกลายเป็นศิษย์เอกของเจ้าสำนักเซียน แต่พวกเขาคงไม่มีวาสนา
ทางด้านที่อี้เฉินอยู่ ท้องฟ้ามืดครึ้มอย่างมากเมฆสีดำ กับลมพายุ ค่อยๆ หมุนวนก่อตัวอย่างบ้าคลั่ง รอบๆ
เต็มไปด้วยสายฟ้าสีแดงแลบแปลบปลาบ ก่อนที่จะมีเสียงอสนีบาตผ่าฟาดลงมา "เปรี้ยง!! ครื้น!!" รอบบริเวณที่อี้เฉินอยู่
เกิดฝนตกลงมาเป็นสีเลือด แม้แต่คนที่อยู่ไกลๆ ยังเห็นได้ชัดเจน
ฝูงชนที่เห็นไกลๆ ต่างใจสั่นสะท้าน นั้นมันใช่ มหันตสายฟ้าจริงๆ งั้นหรือ เหตุใดมันถึงดูน่ากลัวเช่นนี้ ราวกับลางร้ายอย่างไรอย่างนั้น
แม้แต่ฝนที่ตกลงมารอบๆ ยังเป็นสีเลือด สายฟ้าเองก็ประหลาดเป็นสีแดงฉาน
"เหตุใดมหันตสายฟ้าของคนผู้นี้ถึงน่ากลัวขนาดนี้ "
"ข้าก็คิดเหมือนกัน ราวกับอยู่ในขุมนรก กลิ่นอายคาวเลือดรอยคละคลุ้ง"
อสนีบาตเริ่มผ่าฟาดลงมาอย่างบ้าคลั่ง รอบๆ สั่นไหวอย่างรุนแรง สายฟ้านับพันสาย ผ่าฟาดเข้าใส่ ร่างอี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง
ร่างอี้เฉินสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง กายามีรอยแตกร้าวทั่วร่างเลือดไหลซึมออกมา
เสียงอี้เฉินคำรามก้อง "อ๊าก...." ด้วยความเจ็บปวด
อี้เฉินทนรับกับสายฟ้าสีแดง นับ100ลมหายใจ ก่อนที่สายฟ้ามันจะบ้าคลั่ง รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว สายฟ้าก่อรูปเป็นร่างเงา
นกสายฟ้าสีแดงตัวใหญ่ขึ้นมานับร้อย ก่อนจะพุ่งลงมาดั่งสายฟ้าฟาด เข้าใส่อี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง
เสียง เปรี้ยง!! ครื้น!!" ดังก้องไม่ขาดสาย รอบๆ สั่นไหวตลอดเวลา
ทันทีที่อี้เฉินโดนสายฟ้าที่ผ่าฟาดลงมา ตัวเขาถึงกับมีบาดแผลฉีกขาด อี้เฉินครุ่นคิดอย่างหนักเหตุใด สายฟ้าที่ผ่าฟาดลงมาถึง
ได้รุนแรงเช่นนี้ หากเขาทนรับสายฟ้าเข้าไปตรงๆ อีกละก็ ตัวเขาได้บาดเจ็บหนักเป็นแน่
หลายๆ คนที่เห็น มหันตสายฟ้าของอี้เฉินถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง เหตุใดมหันตสายฟ้า ของคน คนนั้นถึงได้ผิดแปลกพิสดารเช่นนี้ ถึงกับมีสายฟ้าก่อรูปขึ้นเป็นเงาสัตว์อสูรเข้าโจมตีอย่างบ้าคลั่ง
ทางด้านอี้เฉินที่โดนสายฟ้าไปหลายครั้ง ตัวเขาไม่อาจรับอสนีบาตที่ผ่าฟาดลงมาได้อีกต่อไป
เขาระเบิดปราณพลังสีแดงออกมาแพร่กระจายรอบบริเวณ ก่อนจะสำแดงวิชาหมื่นโลกทันที ปราณพลังค่อยๆ หลั่งไหลเข้าไปสร้างโลกใบเล็กขึ้นมาล้อมกายาอี้เฉินไว้ หมายป้องกัน อสนีบาตที่ผ่าฟาดลงมา
เสียง "เปรี้ยง!! ครึ้น!!" ดังไม่ขาดสายผ่าฟาดลงมายังตัวอี้เฉิน มหันตสายฟ้าเหมือนอยากฆ่าอี้เฉินเสียให้ได้ รอบๆ เต็มไปด้วยสายฟ้าไหลผ่าลงมาเป็นสาย
โลกที่อี้เฉินสร้างมันแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าแต่ก่อนหลายเท่า สามารถต้าน อสนีบาตที่ผ่าฟาดลงมาได้ นับ30ลมหายใจ
ก่อนที่มันจะค่อยๆ แตกร้าว พังทลายลงไป
ทันทีที่วิชาป้องกันกายาของอี้เฉิน แหลกสลายหายไป อี้เฉินต้องรับการโจมตีโดยตรงจากสายฟ้า ที่ผ่าฟาดลงมา ยาวนานถึงหนึ่งก้านธูป
อี้เฉิน คำรามก้องฟ้าด้วยความเจ็บปวด ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้ม กายาเต็มไปด้วยรอยไหม้กับบาดแผลฉีกขาด เลือดสาดกระเซ็นรอบบริเวณ
เขาเกือบจะหมดสติไปหลายครั้ง คำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง "ข้าจะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาของข้า"
ดวงตาอี้เฉินแดงฉานราวเลือด หมายข้ามผ่านมหันตสายฟ้านี้ไปให้ได้ ไม่นานก็ครบหนึ่งก้านธูป สายฟ้าก็ค่อยๆ
เบาบางลงก่อนที่มันจะสูญสลายหายไป ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
อี้เฉินแทบจะหมดสติจากข้ามผ่านมหันตสายฟ้า ไปหลายครั้งแต่ตัวเขาก็ยืนหยัดขึ้นมาได้ ตัวเขายกยิ้มด้วยความปีติ
ในที่สุดเขาก็เลื่อนขั้นพลังย่อยสำเร็จ เป็นขั้นวีรชนระดับปลาย
ตัวเขายังไม่รีบออกไปจากที่นี่ คิดปิดขั้นพลังต่ออีกสักระยะ รักษาบาดแผลภายใน ตอนนี้บาดแผลภายในของเขาบาดเจ็บอย่างมาก ไม่อาจรักษาให้หายขาดได้เร็ววัน
ต้วนอี้ ที่เห็นมหันตสายฟ้าหยุดลง เขาเอ่ยพูดพึมพำ "มีคนเลื่อนขั้นวีรชนระดับปลายอีก 1 คนแล้วสินะ"
บางคนถึงกับถอนหายใจพวกเขายังต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่า ประสบการณ์ความรู้จะตกผลึก
บางคนถึงกับเสียดาย เหลือเวลาอีกไม่มาก งานประลองสงครามร้อยแคว้นก็จะเริ่มขึ้นแล้ว หากเลื่อนขั้นพลังไม่สำเร็จ
โอกาสที่จะได้รับการคัดเลือก เป็นตัวแทนแคว้นพยัคฆ์แทบไม่มี
ตอนนี้มีเพียง6คนเท่านั้นที่เลื่อนขั้นเป็น ขั้นวีรชนระดับปลาย ใครจะเป็น1ใน5ที่ได้รับการคัดเลือกกันแน่